<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									สมุนไพร ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย by แม่เม้า - สุขภาพกาย				            </title>
            <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3/</link>
            <description>dhamma5minutes.com กระดานสนทนา</description>
            <language>th</language>
            <lastBuildDate>Wed, 19 Aug 2026 11:09:40 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>สมุนไพร ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย by แม่เม้า</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3/#post-877</link>
                        <pubDate>Mon, 23 Feb 2026 08:51:03 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[สมุนไพร
          สมุนไพร เป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยที่เราต้องหวงแหน รักษาไม่ให้เสื่อมสลายไปตามยุคที่วิชาการก้าวหน้ามากไป จนเป็นเหตุให้เกิดการบั่นทอนวิถีชีวิตอันสงบสุขของสังคมไทยหมดไปทุกท...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="color: #800000;font-size: 24pt"><strong>สมุนไพร</strong></span></p>
<p>          สมุนไพร เป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยที่เราต้องหวงแหน รักษาไม่ให้เสื่อมสลายไปตามยุคที่วิชาการก้าวหน้ามากไป จนเป็นเหตุให้เกิดการบั่นทอนวิถีชีวิตอันสงบสุขของสังคมไทยหมดไปทุกที<br /><br />          <span style="color: #000080">การนำพืชผักที่มีอยู่ตามธรรมชาติแวดล้อมใกล้ตัว มาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางด้านอาหารได้ถูกหลักโภชนาการ ด้านบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บตามหลักการแพทย์ และบำรุงรักษาในรูปแบบการประเทืองความงามตามหลักเวชสำอางของปู่ย่าตายายของเรานั้น มีมานานเท่าๆกับความเป็นไทยของเราทีเดียว</span> ซ้ำยังใช้ได้อย่างฉลาดเฉลียว อันเป็นผลมาจากการช่างสังเกต ค้นคว้า เรียนรู้แล้วทดลอง คิดค้นประสบการณ์ยาวนานที่คลุกคลีใกล้ชิด ทำให้พืชผักเหล่านั้นมีคุณค่าต่อสังคมคนไทยมาตั้งแต่อดีต แม่เม้าพูดได้เต็มปากว่า คนไทยมีกระบวนการคิดตามหลักวิทยาศาสตร์เก่งไม่แพ้ชาติอื่นเลยค่ะ เพียงแต่เรายังผสานความคิดเดิมกับ วิทยาการแผนใหม่ยังไม่สอดคล้องเกิดประโยชน์ใช้สอยได้เต็มที่เท่านั้น บางทีอะไรที่เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ก็มีเสน่ห์ในตัวเองเหมือนกันดังที่ แม่เม้ายังยินดีที่จะต้มยาด้วยหม้อดิน ปิดปากหม้อด้วยผ้าขาวแล้วปักเฉลวแบบโบราณ ในกรณีเกิดอาการเป็นไข้ธรรมดาๆ แล้วตามด้วยพืชผักที่ทำให้ระบายท้อง เพื่อรุพิษไข้ มากกว่ารับประทานยาปฏิชีวนะของแพทย์แผนปัจจุบัน<br /><br />          <span style="color: #000080">สมุนไพร ทำให้วิถีชีวิตคนไทย เคยเป็นไปอย่างราบรื่น สงบสุข สุขภาพดี ไร้มลพิษ ไร้สารตกค้าง เป็นยากลางบ้านที่ถ่ายทอดความรู้จากคนรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง จากครอบครัวสู่สังคม จนกลายเป็นวิถีประเพณีของคนไทยนั้น</span><br /><br />          มาบัดนี้วิทยาการแผนใหม่ ที่รักษาโรคด้วยยาแผนใหม่ ใช้เครื่องสำอางสมัยใหม่ กินอาหารในรูปแบบใหม่ แม้สามารถอำนวยความสะดวกต่อการบริโภคของคนในสังคมที่เร่งรีบในการดำรงชีวิตได้มากกว่าก็ตาม ผลเสียก็คือ คนไทยยุคใหม่ลืมคุณค่าภูมิปัญญาแบบไทยๆ ไปเกือบหมดแล้วในวันนี้<br /><br />          สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงตระหนักถึงข้อนี้เป็นที่สุด ดังจะเห็นถึงความเป็นห่วงที่มีต่อสมุนไพรว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><span style="color: #000080"><strong>สมุนไพร           ไทยนี้           มีค่ามาก</strong></span><br /><span style="color: #000080"><strong>พระเจ้าอยู่หัว        ทรงฝาก           ให้รักษา</strong></span><br /><span style="color: #000080"><strong>แต่ปู่ย่า             ตายาย           ใช้กันมา</strong></span><br /><span style="color: #000080"><strong>ควรลูกหลาน        รู้รักษา           ใช้สืบไป</strong></span><br /><span style="color: #000080"><strong>เป็นเอกลักษณ์         ของชาติ           ควรศึกษา</strong></span><br /><span style="color: #000080"><strong>       วิจัยยา               ประยุกต์ใช้          ให้เหมาะสมัย</strong></span><br /><span style="color: #000080"><strong>รู้ประโยชน์           รู้คุณโทษ           สมุนไพร</strong></span><br /><span style="color: #000080"><strong>เพื่อคนไทย           อยู่รอด           ตลอดกาล</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>          ก่อนจะคล้อยตามว่าสมุนไพรมีคุณมากอย่างไร ลองประมวลประโยชน์กันดูก่อนดีไหมคะ ในแง่ของการเป็นยากลางบ้าน ญาติผู้ใหญ่ของเรารู้จักนำ<br /><br />          <span style="color: #800080"><strong>เมล็ดต้อยติ่ง</strong></span> ดอกเล็ก ฝักเล็ก ขึ้นอยู่ทั่วไปไม่ต้องซื้อหา (ซึ่งเป็นคนละชนิดกับต้อยติ่งตามปกติ) เอาเมล็ดแก่มาแช่น้ำสำหรับพอกฝีดูดหนองให้ฝีแห้งได้<br /><br />          <span style="color: #0000ff"><strong>ว่านหางจระเข้</strong></span> ใช้เมือกทาแผลเป็น ดับพิษ ใช้พอกหน้า ทาผิวให้เนียนสวย<br /><br />          <span style="color: #800080"><strong>บอระเพ็ด</strong></span> รสขมจัดนี่แหละ ใช้เป็นยาลดไข้ บำรุงโลหิต บำรุงน้ำดี แก้ร้อนในกระหายน้ำ<br /><br />          <span style="color: #0000ff"><strong>กานพลู</strong></span> มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย อมแก้ปากเหม็นได้ (ส่วนปากเสีย ไม่มียารักษาค่ะ) ลดอาการเจ็บคอ แก้ปวดฟัน ช่วยขับน้ำคาวปลา และแก้อาการท้องอืดเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว<br /><br />          <span style="color: #800080"><strong>มะขามฝัก มะขามแขก</strong></span> เป็นยาระบายชั้นดี ราคาถูก กินอร่อยถ้าคลุกน้ำตาล เกลือ กับพริกได้สัดส่วนพอเหมาะ<br /><br />          ถ้าจะว่าไปแล้ว ห้องครัวคนไทยสามารถเป็นตู้ยาสามัญประจำบ้านได้วิเศษยอดเยี่ยม<br /><br />          <span style="color: #0000ff"><strong>กระเทียม</strong></span> แก้อาการปวดท้องจากการติดเชื้อ ป้องกันการเป็นมะเร็งเต้านม และมดลูกในสตรีได้ ถ้ารับประทานสม่ำเสมอนะคะ (ส่วนมะเร็งในอารมณ์ต้องปรึกษาจิตแพทย์ค่ะ) เพราะกระเทียมมีสารเพิ่มภูมิต้านทาน และฆ่าเชื้ออยู่ในตัว<br /><br />          <span style="color: #800080"><strong>กะเพรา ตะไคร้ พริกไทย หอม ขมิ้นชัน กระชาย</strong></span> พืชผักสวนครัวใช้ปรุงอาหารประจำวัน ต่างก็ช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ตั้งแต่อาการเล็กน้อย ไปจนถึงโรคที่เป็นอยู่เรื้อรังได้<br /><br />          พืชที่ใช้เป็นยาโดยตรง ไม่ได้แอบแฝงมาในแง่ของอาหารนั้นก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไม้เนื้อแข็ง หรือเนื้ออ่อน และมักจะเพิ่มความขลังให้เชื่อถือเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ และอภินิหาร ด้วยการตั้งชื่อให้บอกสรรพคุณไปในตัว เช่น<br /><br />          กำลังเสือโคร่ง ใช้ต้มดื่ม ทำให้เส้นเอ็นแข็งแรง มีข้อแม้ว่า คนใช้ต้องมีความรู้ทาง พฤกษศาสตร์ดีพอ ที่จะบอกชื่อสกุลเป็นชนิดใด อาศัยชื่อพื้นเมืองอย่างเดียว อาจสับสนเพราะแต่ละถิ่นเรียกชื่อแตกต่างกัน แทนที่จะอาศัยเป็นยาบำบัดรักษา จะกลายเป็นยาพิษไป ต้องรู้จักส่วนต่างๆ ของพืชว่า ควรใช้ เปลือก ราก ใบ เมล็ด เหง้า ฝัก หรือผล ในการรักษา การเก็บต้องมีกรรมวิธีที่ถูกต้อง จึงได้คุณภาพครบถ้วน อย่างพืชใช้ดอกเป็นยา ต้องเก็บขณะดอกยังตูมหรือแรกแย้ม พืชเป็นหัวหรือเหง้า นิยมเก็บขณะมีดอก พืชให้น้ำมันหอมระเหยอย่างมิ้นท์ ต้องเก็บขณะดอกกำลังบาน และเก็บในวันอากาศแห้งดังนี้ เป็นต้น<br /><br />         <span style="color: #008000"><strong>เกสรดอกไม้ต่างๆ เช่น มะลิ จำปา สารภี พิกุล บุนนาค บัวหลวง</strong></span> ใช้เข้ายาหอมทุกชนิด มีสรรพคุณบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื่น บรรเทาอาการเป็นลม เมื่อรู้ข่าวว่าได้เลื่อนตำแหน่งเป็นภรรยาหลวงอย่างเป็นทางการ ถ้าจะให้ดี ควรเอาขวดยาหอมเล็งเป้าหมาย แล้วเขวี้ยงให้เหมาะเจาะ จะลดอาการปวดหัวใจได้ชะงัดนักแล<br /><br />          หากมองในแง่ของคุณค่าทางอาหาร นอกจากสมุนไพรจะให้กลิ่นหอม รสชาติดีแล้ว ยังให้สารอาหารหลายอย่าง ตั้งแต่คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลือแร่ วิตามิน และเส้นใย ช่วยระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ<br /><br />          คนไทยมีวัฒนธรรมการกิน โดยยึดหลักของพืชผักตามฤดูกลาที่เอื้อต่อสุขภาพ เช่น อาหารหน้าหนาว หรือช่วงต่อระหว่างฤดูกาล จะเน้นอาหารไล่หวัดโดยเฉพาะ เช่น แกงส้ม ประกอบด้วยเครื่องแกง ประเภทเครื่องเทศ และน้ำมันหอมระเหยหลายอย่าง ช่วยให้หายใจคล่องขับลม ลดอาการอืดเฟ้อ อย่างพริกสด กระชาย หอมแดง พริกไทย ตะไคร้ ข่า หน้าน้ำอาหารหลักจะเป็นปลาที่ย่อยง่าย นำมาต้มโคล้ง ต้มส้มกับยอดมะขามอ่อน น้ำพริกจะขาดสำรับไม่ได้ ช่วยให้เจริญอาหารด้วยสารพัดผักเป็นเครื่องเคียง ผักแนม อร่อย กับยอดมะกอก ดอกโศก สายบัว ผักแว่น ยอดกระถิน ผักกระเฉด เลือกกินได้ไม่ซ้ำชนิด<br /><br />          คราวนี้มาดู<span style="color: #993300"><strong>สมุนไพรในแง่เวชสำอาง</strong></span>ดูบ้าง น้ำมันงาได้งาจากงาใช้ทาผม น้ำมันตานี จากการเคี่ยวกะทิจนแตกมัน ผสมกลีบดอกกระดังงา เพิ่มกลิ่นหอม กรองเก็บเฉพาะน้ำมัน ไว้ละลายขี้ผึ้งลงนิดหน่อย จะได้สีผึ้งทาปากแทนลิปสติก นุ่มเนียน กลิ่นหอมติดทน ราคาเยาไว้ใช้ ไม่เสียดุลการค้าให้ชาติอื่น<br /><br />          <span style="color: #0000ff"><strong>เผามะกรูด ผ่าซีกคั้นน้ำสระผม รักษารังแคดีนัก</strong></span> บำรุงรากผมไม่ให้หงอก หรือร่วงก่อนวัย ไม่เปลืองยาย้อม แถมกลิ่นหอมเป็นธรรมชาติ หากเบื่อมะกรูด ก็ใช้ลูกบวบขมสระแทน มีฟองนิดๆ แต่ผมสะอาดดี<br /><br />          <span style="color: #0000ff"><strong>มาบำรุงผิวพรรณกันดีกว่า</strong></span> หลังจากอิ่มแกงส้มผักรวมแล้วผสมส้มมะขามเปียก ขมิ้น ไพล พิมเสน เกลือเม็ด ปั่นกับครกไฟฟ้าให้ละเอียดกึ่งหยาบ เอามาขัดตัว ฟอกผิว มีสรรพคุณสมานผิว บำรุงผิวให้นุ่มนวล พิมเสนหอมเย็น ทำให้ผ่อนคลาย สบายตัว กลิ่นเหงื่อไม่เหม็นอับ เดินผ่านใครเขาจะหันกลับมาหาเจ้าของกลิ่นหอมคลาสสิคแบบไทยๆ ไม่ใช่นึกว่าเดินผ่าช้างเน่าทั้งโขลง มีดีกว่าเกลือหอมของฝรั่งเป็นไหนๆ<br /><br />          <span style="color: #333399">ผิวดีแล้ว ประพรมน้ำอบ น้ำปรุง สัก 3-4 หยด นุ่งห่มเสื้อที่ซักด้วยน้ำลูกซัด</span> ต้มกับเปลือกชะลูดขาว หรืออบร่ำ ด้วยเมล็ดลูกซัด จะได้กลิ่นหอมแรงติดตัว สมกับคำโบราณที่ว่า สาวไทยโบราณนั่งที่ไหน หอมติดกระดานที่นั่น สาวสมัยใหม่จะเอาไปใช้บ้าง ได้กลิ่นใหม่ หอมแปลกกว่าน้ำหอมสังเคราะห์ เก๋โดยไม่ต้องเลียนแบบใครอีกต่างหาก <br /><br />          เขียนมาถึงตรงนี้ แม่เม้าภูมิใจและซาบซึ้งในภูมิปัญญาของปู่ย่าตาทวด ที่ท่านฉลาดใช้ ฉลาดคิด ฉลาดสังเกต ทำให้พืชผักธรรมดารอบตัว สามารถช่วยดูแลรักษาสุขภาพได้อย่างดีเยี่ยม เรามาช่วยกันให้พระราชปรารภ ‘พระเจ้าอยู่หัวทรงฝากให้รักษา’ เป็นจริงในเร็ววันกันเถิดค่ะ เพียงทำให้ครบวงจรสักนิด โดยเริ่มจากอาหารที่เน้นประโยชน์ครบถ้วนทั้งสารอาหารแบบไทยๆ เพื่อบำรุงและบำบัดไปพร้อมกัน ทำอย่างไรให้ลูกหลานเราเลิกกินอาหารขยะที่เกลื่อนกลาดเมือง ตามค่านิยมผิดๆ ในขณะนี้เสียที เพื่อปูพื้นฐานให้เขารู้จักยาที่ได้จากสมุนไพร จนยอมรับว่า เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของคนไทยไปตลอด ขณะนี้องค์การเภสัชกรรมของไทย ได้พยายามขั้นต้นด้วยการสกัดตัวยาจากสมุนไพรพื้นบ้าน ออกจำหน่ายให้บริโภคสะดวกขึ้น เช่น แก้ไอมะแว้ง เจลว่านหางจระเข้ แต่สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานอื่นๆทั้งภาครัฐ และเอกชนอีกหลายแห่ง กำลังช่วยกันอย่างแข็งขัน รณรงค์และจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาการแพทย์แผนไทยให้ก้าวไกลกว่านี้ <br /><br />แม่เม้าขอเป็นกำลังใจให้นะคะ</p>
<p><span style="color: #0000ff"><strong>แม่เม้า</strong></span></p>
<div id="wpfa-2322" class="wpforo-attached-file"><a class="wpforo-default-attachment" href="//dhamma5minutes.com/wp-content/uploads/wpforo/default_attachments/1771836663.jpg" target="_blank" title="สมุนไพร.jpg"><i class="fas fa-paperclip"></i>&nbsp;สมุนไพร.jpg</a></div>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2/">สุขภาพกาย</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3/#post-877</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		