
ภายหลังจากที่อาจารย์ภูเตศวรได้ลาสิกขาบทมา ด้วยเหตุจากสุขภาพ และเหตุผลหลาย ๆ ประการ หนึ่งในนั้นคือ อาจารย์ได้พิจารณาตลอดเวลาที่บวชแล้วเห็นชัดเจนในจิตถึงความห่วงใยในลูกศิษย์ลูกหา ญาติมิตรญาติธรรม โดยตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่นำพาสร้างเสนาสนะ ถาวรวัตถุต่าง ๆ ไว้ในพระพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นศาลาอุโบสถวัดป่าชนะสงคราม ศาลาอุโบสถวัดป่าพอก พระเจดีย์ไตรรัตนชัยะสงคราม พระเจดีย์ศรีวิสุทธิมงคล ศาลาอุโบสถวัดป่าหนองเม็ก และรวมถึงการสร้างโรงเรียน พระเมรุ ตลอดจนก่อสร้างมูลนิธิปัญญาธโร เพื่อดูแลนักเรียน ดูแลพระภิกษุสงฆ์อาพาธ และอีกมากมายนั้น บุญกุศลเหล่านั้นไม่อาจนำพาทุกท่านไปสู่ความพ้นทุกข์ได้ หากจิตยังไม่ได้รับการฝึก การพัฒนาอย่างถูกต้องจริงจัง เพียงชั่วขณะหนึ่งของจิต อาจพาเราตกนรกได้ หากเราไม่มีสติ ไม่ได้เจริญสติเพื่อให้เกิดเป็นปัญญา เราก็ไม่มีปัญญาพาพ้นทุกข์ได้

สิ่งที่อาจารย์พิจารณาตลอดพรรษาที่ยังดำรงในสมณเพศนั้น คือความห่วงใยต่อจิตวิญญาณของผู้ที่อาจารย์ถือว่ามีบุญคุณ ซึ่งก็คือทุกท่านที่ได้เคยร่วมบุญร่วมทานกับอาจารย์มาแม้เพียงครั้งเดียวก็ตาม ลูกศิษย์ลูกหา ญาติมิตรญาติธรรมทุกท่าน
ฉะนั้นเมื่อไม่สามารถทำประโยชน์ตน และประโยชน์ท่านได้เต็มที่อย่างที่ตั้งใจในเพศบรรพชิต จึงได้ตัดสินใจลาสิกขาออกมา “เพื่อทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ตน และประโยชน์ท่าน” มากที่สุด
by กองบรรณาธิการ

หลังจากนั้นจึงเกิดโครงการอบรมปฏิบัติธรรม โดยอาจารย์ภูเตศวรเป็นวิทยากร ร่วมกับพระอาจารย์สมบัติ ปภัสสโร อบรมแนะนำจิตตภาวนา แก่ลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดก่อน 1 รุ่น เพื่อเป็นผู้จัดการดูแลผู้เข้าอบรมในรุ่นต่อ ๆ ไป และต่อมาได้จัดอบรมขึ้นอีก 2 รุ่น โดยใช้วัดป่าชนะสงคราม (วัดป่าเขาน้อย) บ้านภูแก้ว อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย เป็นสถานที่อบรม เนื่องจากวัดป่าชนะสงคราม อยู่ไกลจากกรุงเทพฯ มาก ระยะเวลาที่ใช้ในการอบรมจึงเสียไปกับการเดินทาง ตลอดจนทำให้ผู้เข้ารับการอบรมอ่อนเพลียจากการเดินทาง ทำให้ได้รับการอบรมปฏิบัติไม่เต็มที่

หลังจากจบการอบรมรุ่นที่ 3 อาจารย์ภูเตศวรจึงได้พิจารณาถึงเหตุผล ข้อขัดข้องต่าง ๆ ดังกล่าวแล้ว จึงได้ดำริถึงโครงการก่อสร้าง “สถานปฏิบัติธรรม” หากเรามีที่ดินประมาณ 1 ไร่ อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก (ด้วยเหตุที่ญาติมิตร ญาติธรรม ลูกศิษย์ส่วนมากอยู่ในกรุงเทพฯ) บรรยากาศเงียบสงบเหมาะแก่การภาวนา จะได้สร้างสถานที่ไว้ให้พวกเราชาวธรรมะ 5 นาที ญาติมิตรญาติธรรม ใครว่าง ๆ วันหยุดก็ไปปฏิบัติธรรมร่วมกัน หากพ่อแม่ครูบาอาจารย์ว่าง ก็จะนิมนต์ท่านมาอบรมสั่งสอนแนะแนวทางปฏิบัติ จะได้เป็นที่พักพิงสำหรับคนที่ต้องการปฏิบัติภาวนา และหากพระภิกษุสงฆ์ ครูบาอาจารย์ท่านเดินทางเข้ามาทำธุระที่กรุงเทพฯ ก็จะได้มีที่ให้ท่านจำวัดด้วย รวมถึงหากท่านอาพาธต้องมารักษาตัวในเมืองหลวงก็จะได้มีที่จำวัดได้อย่างสะดวกสบาย และประการสำคัญสถานที่แห่งนี้จะเป็นสิ่งก่อสร้างสุดท้ายแล้ว ที่อาจารย์ภูเตศวรจะทำทิ้งไว้ให้ลูกศิษย์ ญาติมิตรญาติธรรม เพราะท่านบอกว่าสุขภาพร่างกายของท่านทรุดโทรมลงมากแล้ว “ที่นี่...จะเป็นบ้านหลังสุดท้ายในชีวิตของครอบครัวใหญ่...ที่พึ่งพิง ที่พักพิงกายใจของทุกคน...เพื่อเดินทางไกลหวนคืนกลับบ้านที่แท้จริง !”

เมื่อท่านปรารภอย่างนี้ ความถึงลูกศิษย์สองท่านคือ คุณพาสินี ถิระธรรม และคุณณิชมน เรืองฤทธิ์ราวี จึงได้ยื่นความจำนงมอบที่ดินจำนวน 1 ไร่ ที่คลองสิบสี่ ต.โพธิ์แทน อ.องครักษ์ จ.นครนายก เพื่อให้อาจารย์สร้างสถานปฏิบัติธรรมตามที่ได้ตั้งความปรารถนาไว้
หลังจากที่อาจารย์และชาวคณะส่วนหนึ่งได้เดินทางไปดูบริเวณที่ดินแปลงดังกล่าวนี้แล้ว ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นสถานที่สัปปายะ เหมาะแก่การสร้างสถานปฏิบัติธรรมยิ่งนัก
คุณพาสินี ถิระธรรม และคุณณิชมน เรืองฤทธิ์ราวี จึงได้พร้อมใจโอนที่ดินแปลงนี้ให้แก่ชาวธรรมะ 5 นาที โดยไม่คิดมูลค่าแต่อย่างใด ซึ่งพวกเราชาวธรรมะ 5 นาทีทุก ๆ ท่านขอกราบขอบพระคุณ และโมทนาในจิตอันเป็นกุศลของทั้งสองท่านมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ บุญกุศลอันใดก็ตามที่เกิดขึ้นภายในที่ดินแปลงนี้ขอให้ทั้งสองท่านจงมีส่วนได้ในทุก ๆ ประการด้วยเทอญ

จากนั้นจึงเป็นขั้นตอนของการเขียนแบบก่อสร้างอาคาร โดยอาจารย์ภูเตศวรเป็นผู้ออกแบบ และวางภูมิสถาปัตย์ ด้วยตัวของท่านเอง ประกอบด้วย สระน้ำ อาคารสถานปฏิบัติธรรม 2 ชั้น กุฏิสำหรับพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 3 หลัง

ขณะนี้ได้ดำเนินการขุดสระน้ำ และถมดินเป็นจำนวนถึง 113 คันรถ เสร็จเรียบร้อยแล้ว และจะทิ้งไว้ระยะหนึ่งเพื่อให้ดินเซ็ทตัว ซึ่งอาจารย์ภูเตศวรคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกินเดือนตุลาคม 2557 นี้ ก็จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างอาคารต่อไป

รูปทัศนียภาพบนผืนดิน เพื่อจิตวิญญาณแห่งชาวเรา และสาธุชนทุกท่าน
(จากเฟซบุค...อาจารย์ภูเตศวร)

ในเบื้องต้น ลูกศิษย์ใกล้ชิดอาจารย์ภูเตศวร “คุณเสาวรส จันทร์เฉิด” ได้บริจาคเป็นปฐมสำหรับการก่อสร้าง “โครงการสถานปฏิบัติธรรม คลองสิบสี่” เป็นจำนวนเงิน 500,000.- บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) และท่านนายพลไกรฤกษ์ ขันทองคำ และคณะได้บริจาคเพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนเงิน 500,000.-บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ขอกราบขอบพระคุณและ โมทนาบุญทุก ๆ ท่านด้วยนะคะ
อย่างไรก็ตามเงินจำนวนนี้ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ หากท่านใดประสงค์ร่วมเป็นเจ้าภาพในการก่อสร้างในครั้งนี้ ติดต่อสอบถามและร่วมบริจาคได้โดยตรงที่ คุณชูศรี วโรภาษ หมายเลขโทรศัพท์ 081-258-3495 กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ
ในไม่ช้าเมื่อ “สถานปฏิบัติธรรม คลองสิบสี่” เสร็จเรียบร้อย จะเป็นที่ ๆ สำหรับญาติมิตรญาติธรรม พี่ ๆ น้อง ๆ เพื่อน ๆ ชาวธรรมะ 5 นาทีทุก ๆ ท่านได้มาฝึกอบรมปฏิบัติ จิตตภาวนาเพื่อสร้างสติ ให้เกิดปัญญาพาพ้นทุกข์ด้วยกันค่ะ...กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงต่อความเมตตาของอาจารย์ภูเตศวร ผู้ทุ่มเทแรงกายแรงใจ สติปัญญาเพื่อพวกเราทุกคนค่ะ

“เห็นรูปนี้แล้วนึกถึงวันวานที่ผ่านพ้น ที่วัดป่าชนะสงคราม...เราวันแรกที่ไปถึงยืนมองที่ดินว่างเปล่าแห้งแล้งด้วยอาการถอนใจ..แต่เราก็พลิกฟื้น ต่อสู้มาจนสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ !
วันนี้...ไม่ใช่วัด...แต่เป็นที่ปฏิบัติธรรมของมวลมิตรทุกคน..ที่ ๆ จะเป็นที่พักพิง ที่ที่จะเป็นครอบครัวใหญ่สำหรับโอบอุ้มดูแลกันในยามเจ็บไข้ และแก่ชรา...
เราไม่หวังสิ่งใด นอกจากความรักความสามัคคี ความเมตตาที่จะมีต่อกันในวันที่มีสุขและทุกข์!
ที่นี่มิได้เป็นของเราหรือของใคร...แต่จะเป็นที่ของทุก ๆ คนที่เชื่อว่าเราคือครอบครัวเดียวกัน พร้อมที่จะเดินกลับบ้านด้วยกัน...
เรายังจำประโยคล่าสุดที่กราบเรียนหลวงปู่พรม พรหมโชโต ได้ขึ้นใจ “ผมทำตรงนี้เพื่อตอบแทนบุญคุณญาติมิตรทุกคน จะเป็นที่พึ่งที่พักพิงของคณะศรัทธาทั้งร่างกายและจิตใจ...เราจะดูแลกันในยามป่วยไข้ ยามแก่เฒ่าครับ”
.....
ทั้งหมดที่ทำไม่หวังอะไรมากมาย ที่ภาวนาในใจก็เพียง...หวังแค่มวลมิตรศิษย์ทั้งหลาย...ขอให้มีความรู้รักสามัคคี ไม่เห็นแก่ตัว และมีความเมตตาต่อกันอย่างแท้จริงก็พอ..!
เท่านี้จริง ๆ
(จากเฟซบุคของอาจารย์ 8 ก.ค. 57)

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com