<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									ครูบาอาจารย์ - dhamma5minutes.com ฟอรัม				            </title>
            <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/</link>
            <description>dhamma5minutes.com กระดานสนทนา</description>
            <language>th</language>
            <lastBuildDate>Tue, 26 May 2026 22:12:35 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>ความทรงจำ สิ่งที่วอนขอ หลวงปู่พรม by ครูบาอาจารย์</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b3-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad-%e0%b8%ab/</link>
                        <pubDate>Thu, 12 Feb 2026 07:17:48 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[#ความทรงจำ#และสิ่งที่วอนขอ
          ในอดีตเราที่เฝ้าเพียรอ้อนวอนขอ..คือการเปลี่ยนภาระหน้าที่ จากการนั่งรับฟังปัญหาของผู้คนที่ท่านหวังนำพา&quot;กลับบ้าน &quot; มาเป็นการนำพามวลมิตรสร้างบุญบารมี
    ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #99cc00">#ความทรงจำ</span><br /><span style="color: #99cc00">#และสิ่งที่วอนขอ</span></p>
<p>          ในอดีตเราที่เฝ้าเพียรอ้อนวอนขอ..คือการเปลี่ยนภาระหน้าที่ จากการนั่งรับฟังปัญหาของผู้คนที่ท่านหวังนำพา"กลับบ้าน " มาเป็นการนำพามวลมิตรสร้างบุญบารมี</p>
<p>          <span style="color: #0000ff">โดยตั้งจิตคิดอธิษฐานอย่างเดียวว่า ขอให้ได้พบพระอริยเจ้าผู้ทรงคุณที่จะเป็นครูบาอาจารย์สั่งสอน และขอให้เรามีเพียงหน้าที่ได้นำพาทุกคนเข้าวัดสร้างเสนาสนะได้พบพระอริยเจ้าได้เจ้ากราบพระอริยสงฆ์ผู้ทรงคุณที่จะเป็นพ่อแม่ครูบาอาจารย์ของเราอย่างแท้จริงดังกล่าว ขอแค่ได้ "นำพา" ที่เหลือคือการได้<span style="color: #993300"><strong> "พึ่งพาอาศัย"</strong> </span>ปัญญาบารมีของพระสงฆ์ท่านช่วยอบรมสั่งสอนบอกทางแก่มิตร</span></p>
<p><span style="color: #0000ff">          นั่นคือเหตุผลหนึ่งที่เราใช้เป็นข้ออธิษฐานจิตเป็นปฐมในการตั้งเครื่องบวงสรวงในคราเริ่มการสร้างวัดป่าชนะสงคราม</span></p>
<p>        <strong><span style="color: #ff0000"> "ขอให้มีพระอริยเจ้าบังเกิดขึ้นในวัดที่ข้าพระพุทธเจ้าเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสร้างนี้เถิด"</span></strong></p>
<p>          ฤาเป็นเพราะสิ่งนี่หรือไม่ ก็ยากคาดเดา หากเพราะเมื่อมีพระภิกษุมารักษาการณ์ก็มีอันประสบเหตุเพทภัยจนต้องอาศัยอยู่ไม่ได้ตลอดเวลา เนิ่นนานพอควรกับการรอคอยจนได้พบได้กราบหลวงปู่คราแรก และกราบเรียนนิมนต์ท่าน ทว่าท่านปฏิเสธด้วยน้ำเสียงและถ้อยคำที่เมตตา</p>
<p>         " ปู่ว่ายังไม่ถึงเวลานะ ปู่คงจะยังไม่ไปหรอก"</p>
<p>         แม้ท่านจะไม่รับปาก หากเราได้นำความคิดไปกราบเรียนหลวงปู่เสน ปัญญาธโร เอาไว้ตามที่คิดหวัง</p>
<p>          จนกาลผ่านพ้นนานพอควร วันที่วาดหวังแล้วสมหวังก็มาถึง ในเวลาที่วันใกล้เข้าพรรษาอย่างมาก เมื่อหลวงปู่เสน ติดต่อมาบอกให้เรารีบขึ้นไปวัดป่าหนองแซงเพื่อนิมนต์หลวงปู่ พรม พรหมโขโต ท่านเพิ่งจะกลับจากธุดงก์และกำลังจะไปจำพรรษาที่อื่นในอีกไม่กี่วันนี้แล้ว</p>
<p>         จำได้ว่า เราแทบไม่รีรอแม้นาที รีบจัดเสื้อผ้าลงกระเป๋า ขึ้นรถขับห้อตะบึงไปบนเส้นทางกว่าหกร้อยกิโลเมตร และไม่ลืมที่จะจัดดอกไม้ธูปเทียนเตรียมไว้สำหรับกราบนิมนต์ท่านล่วงหน่้า</p>
<p>         รุ่งเข้าหลังภัตกิจ หลวงปู่เสนเอ่ยคำนิมนต์บอกให้หลวงปู่นั่งบนอาสนะรอบนศาลาก่อน แล้วบอกให้เราเจ้ากราบอาราธนานิมนต์ท่านด้วยตัวเอง</p>
<p>          เรากราบลงพร้อมส่งพานดอกไม้ธูปเทียน แต่ท่านยังไม่รับ แต่เอ่ยถามขึ้นเบาๆ "ทำไมเธอจึงนิมนต์ปู่?"        </p>
<p>          ไม่ยากต่อการหาคำตอบ เพราะได้ผ่านการขบคิดพิจารณามานานแสนนาน เราเล่าถึงปัญหาตลอดจนคำอธิษฐานขอให้มีพระอริยเจ้ากำเนิดขึ้นในวัดป่าชนะสงครามที่กำลังสร้างจะแล้วเสร็จในอีกไม่นานข้างหน้าถวายให้หลวงปู่ฟังอย่างไม่อำพราง สุดท้ายเราย้ำคำ</p>
<p>         "วันนี้ลูกไม่เห็นว่าจะมีใคร นอกจากหลวงปู่เท่านั้น ขอหลวงปูเมตตาด้วยครับ"</p>
<p>         ขณะที่เราตอบท่าน ได้เห็นชัดเจนถึงรอยรื้นที่ฉาบทอในดวงตาของท่านเล็กน้อยก่อนหายไป</p>
<p>         หลวงปู่นิ่งไปนับอึดใจ สุดท้ายท้ายจึงยื่นมือทั้งสองข้างออกมาขณะที่เรารีบยกพานดอกไม้ธูปเทียนวางลงบนมือท่าน ซึ่งท่านได้กล่าวอีกประโยคข้าชัด</p>
<p>         <strong><span style="color: #008000"> " ปู่รับนิมนต์เธอ แต่มีข้อแม้ว่า จะอยู่แค่พรรษาเดียวก่อน ถ้าเกิดปู่จะไปจากวัดวันไหนห้ามขัดขวาง และถ้าไม่พอใจปู่ห้ามขับไล่แค่บอกชาวบ้านไม่ให้ใส่บาตรปู่ก็ไปแล้ว"</span></strong></p>
<p>         จำได้ว่าเวลาค่อยๆผ่านไปจนสามพรรษา ทุกครั้งท่านจะบอกเราเองโดยไม่ต้องเอ่ยถาม "ปู่อยู่ต่ออีกพรรษานะ "</p>
<p>          จนวันออกพรรษาที่สาม เราขับรถขึ้นวัด มุ่งตรงไปที่กุฏิของหลวงปู่ ท่านกำลังหันหลังยืนตากสบงที่ระเบียงหน้ากุฏิ เราก้มกราบขณะท่านหันกลับมามองและเราเงยหน้าขึ้นพอดี ท่านยิ้มกว้าง เอ่ยคำ.. "อ้าวมาแล้วหรือ?"</p>
<p>          ต้องบอกว่าเราแทบตะลึงงันในภาพที่เห็น ต้องบอกว่าเราเห็นใบหน้าของท่านสว่างใสอิ่มเอิบมีประกายเหมือนแสงออร่าแผ่ออกมาอย่างชัดเจนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน</p>
<p>          จากนั้นท่านก็เอ่ยวาจาด้วยรอยยิ้ม ''ปู่มีเรื่องจะบอกเธอ "</p>
<p>          เราน้อมหูฟัง ขณะท่านเน้นคำ..ช้าๆชัดเจน</p>
<p>         <span style="color: #800080"><strong>" ปู่จะบอกว่า.. การพิจารณาการทำอะไรตามโลกนั้นไม่มีวันจบสิ้นได้เลย แต่การปฏิบัติตามธรรมที่พระพุทธเจ้าท่านสอนนั้น ปู่รับรองว่ามีวันจบสิ้นได้แน่นอน "</strong></span></p>
<p>          เรากราบหลวงปู่ลงด้วยอาการน้ำตาคลอ เพราะทั้งภาพที่เห็นทั้งเสียงที่ได้ยินได้ฟังมันสะท้านเสทือนให้หัวใจอย่างรุนแรง กราบในขณะที่เปล่งคำสาธุการกึกก้องอยู่ในใจ</p>
<p>          จากนั้นอีกหลายคราที่ท่านเอ่ยแต่กาลที่ได้สนทนากับท่านโดยลำพัง..นั่นคือท่านนั้นได้พ้นสมมติไปแล้ว เช่น.. วันนี้ปู่ไม่ฉันในบาตรก็ได้นะ แต่ปู่ไม่ทำหรอกเพราะจะทำให้พระลูกพระหลานทำตามอย่างแล้วจะเกิดโทษ</p>
<p>         หลังจากนั้นไม่นาน.. วันหนึ่งท่านได้เอ่ยคำกับเราว่า..</p>
<p>        <span style="color: #993300"><strong> "ปู่ไม่ไปไหนแล้วนะ ปู่จะฝากกายสังขารในมือเธอ ปู่จะทิ้งร่างวางขันธ์ไว้ที่นี่นะ"</strong></span></p>
<p>         <strong>วันนี้.. หลวงปู่ได้ทิ้งร่างวางขันธ์แล้ว และท่านทำอย่างที่ได้ลั่นวาจากับเราทุกประการ ท่านช่วยเป็นเนื้อนาบุญในทานทั้งปวง ท่านเคยปรารภเรื่องความรู้รักสามัคคีของชาวเราที่จะชนะทุกอุปสรรค ท่านเมตตาอบรมแก่มวลมิตรให้เราตามที่ได้ตั้งจิตอธิษฐานวอนขอเสมอมา ตราบถึงวาระสุดท้ายของท่านอย่างไม่มีคำว่าบกพร่อง</strong></p>
<p>         ที่เหลือคือเราทั้งหลายนั่นแหละ ควรถามตัวเอง..</p>
<p>         "ได้ทำตามธรรมที่ท่านพร่ำสอนมานานสิบกว่าปีนั้นแล้วหรือยัง? "<br /><br />กราบหลวงปู่ด้วยรักและเคารพยิ่ง<br /><span style="color: #99cc00">#ภูเตศวร</span><br />........</p>
<div id="wpfa-2065" class="wpforo-attached-file"><a class="wpforo-default-attachment" href="//dhamma5minutes.com/wp-content/uploads/wpforo/default_attachments/1770880668.jpg" target="_blank" title="หลวงปู่พรม.jpg"><i class="fas fa-paperclip"></i>&nbsp;หลวงปู่พรม.jpg</a></div>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/">ครูบาอาจารย์</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b3-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad-%e0%b8%ab/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>หลวงปู่บัว สิริบุญโณ by ครูบาอาจารย์</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b9%82%e0%b8%93-by-%e0%b8%84%e0%b8%a3/</link>
                        <pubDate>Thu, 12 Feb 2026 07:09:05 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[หลวงปู่บัว สิริบุญโณ
          หลวงปู่บัว สิริบุญโณ เข้าสู่เพศบรรชิตเมื่ออายุท่านมากแล้ว หลวงปู่บัว เป็นพระเถระที่หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ยกย่องว่าเป็นพระที่นั่งปฏิบัติสมาธิได้ยาวนานยิ่ง กล่า...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="color: #008000"><strong><span style="font-size: 24pt">หลวงปู่บัว สิริบุญโณ</span></strong></span></p>
<p><br />          หลวงปู่บัว สิริบุญโณ เข้าสู่เพศบรรชิตเมื่ออายุท่านมากแล้ว หลวงปู่บัว เป็นพระเถระที่หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ยกย่องว่าเป็นพระที่นั่งปฏิบัติสมาธิได้ยาวนานยิ่ง กล่าวกันว่าท่านสามารถนั่งกรรมฐานได้เป็นวันเป็นคืน อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า บางครั้งนั่งนาน 7 วัน 7 คืนก็มี<br /><br />          <span style="color: #ff0000">การอุปสมบทของหลวงปู่บัว สิริบุญโณ แปลกกว่าพระเถราจารย์รูปอื่นๆ ในสายพระป่ากรรมฐานด้วยกันเป็นอย่างมาก เพราะการก้าวเข้าสู่ร่มกาสาวพัตร์เกิดจาก<strong>ท่านบรรลุธรรมตั้งแต่ยังครองเพศฆราวาส</strong> ดังคำยืนยันของหลวงปู่มั่น ผู้เป็นแม่ทัพธรรม และปรมาจารย์แห่งสายวัดป่าว่า</span><br /><br />          “ท่านบัว บรรลุธรรมขั้นโสดาบันตั้งแต่เป็นโยม”<br /><br />          หลวงปู่เสน ปัญญาธโร ศิษย์พระอุปฐากของหลวงปู่บัว เล่าว่า ช่วงที่ยังครองเพศฆราวาส ท่านศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง แม้ต้องทำงาน และครองเรือนแต่ท่านก็เป็นนักปฏิบัติภาวนา ว่างเว้นจากงานท่านก็นั่งปฏิบัติ แม้ขณะทำงานก็ภาวนาพุทโธอยู่เสมอ เห็นได้จากครั้งหนึ่ง หลังจากพักงานในช่วงสั้นๆ ท่านนั่งภาวนาอยู่ริมคันนา จิตท่านรวมตัวและทรงสมาธิอย่างลึกซึ้ง ดื่มด่ำ ฝนซึ่งบังเอิญตกหนักหลายชั่วโมงขณะนั้น ท่วมถึงที่ท่านนั่ง ท้ายสุดน้ำท่วมถึงเอว ท่านก็ยังไม่รู้สึกตัว จนกระทั่งมีคนมาพบ<br /><br />          <span style="color: #ff0000">การปฏิบัติภาวนาของท่านต่อเนื่อง จนบรรลุโสดาบัน แต่ท่านก็ยังครองเรือน และดำรงชีวิตเป็นปกติ จนร้อนถึงหลวงปู่มั่น ต้องเอ่ยในที่ชุมนุมสงฆ์ ท้ายสุดหลวงปู่เพ็ง พระลูกชายของหลวงปู่บัว ขอร้องให้ท่านบวช ตามคำแนะนำของหลวงปู่มั่น</span><br /><br />          คุณธรรมนี้น่ายกย่อง เพราะผู้สำเร็จธรรมขั้นโสดาปัตติมรรคนั้น เท่ากับได้<span style="color: #ff0000"><strong>เข้าสู่กระแสพระนิพพานแล้ว เป็นอริยบุคคล</strong></span>โดยชอบ ดังนั้นถ้าท่านยังเป็นฆราวาสอยู่ จะเป็นการสร้างบาปเวรให้ผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว จากการด่าว่าหรือพูดคำหยาบคาย ด้วยรู้เท่าไม่ถึงการณ์การบวชเป็นพระสงฆ์ ผู้คนจะกราบไหว้ไปโดยปริยาย<br /><br />          หลวงปู่บัวทรงภูมิจิตสูงส่ง มีความมานะอดทนต่อการปฏิบัติธรรมยิ่งยวด การภาวนาของท่านดุเดือด เผ็ดร้อนต่อกิเลสอย่างมาก<br /><br />          เพราะความเข้มแข็งของจิตเยี่ยงนี้ ทำให้ท่านหักด่านแห่งอาสวะทั้งปวง บรรลุธรรมสูงสุดเข้าสู่อรหันตผล เสร็จสิ้นพรหมจรรย์สู่แดนนิพพานในชาตินี้ จบการเวียนว่ายในภพชาติชั่วนิรันดร์ในวัย 87ปี ณ วัดป่าหนองแซง จ.อุดรธานี เมื่อ พ.ศ. 2518</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/">ครูบาอาจารย์</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b9%82%e0%b8%93-by-%e0%b8%84%e0%b8%a3/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี) by ครูบาอาจารย์</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b5%e0%b8%a3/</link>
                        <pubDate>Thu, 12 Feb 2026 06:41:34 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี)
วัดหินหมากแป้ง ตำบลพระพุทธบาท
อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย
 
นามเดิม * เทสก์ เรี่ยวแรง เป็นบุตรของนายอุส่าห์ และนางครั่ง เรี...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-size: 24pt;color: #800080">พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี)</span></p>
<div style="text-align: center"><br /><span style="color: #800080"><strong>วัดหินหมากแป้ง ตำบลพระพุทธบาท</strong></span></div>
<div style="text-align: center"><span style="color: #800080"><strong>อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย</strong></span></div>
<div style="text-align: center"> </div>
<p><br /><br /><strong><span style="color: #800000">นามเดิม *</span></strong> เทสก์ เรี่ยวแรง เป็นบุตรของนายอุส่าห์ และนางครั่ง เรี่ยวแรง<br /><br /><span style="color: #0000ff"><strong>เกิด *</strong></span> <span style="color: #008000"><strong>วันเสาร์ที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๔๕</strong> </span>ตรงกับวันแรม ๔ ค่ำ เดือน ๕ ปีขาล ณ บ้านนาสีดา ตำบลกลางใหญ่ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี</p>
<div id="wpfa-2054" class="wpforo-attached-file"><a class="wpforo-default-attachment" href="//dhamma5minutes.com/wp-content/uploads/wpforo/default_attachments/1770878494.jpg" target="_blank" title="หลวงปู่เทสก์.jpg"><i class="fas fa-paperclip"></i>&nbsp;หลวงปู่เทสก์.jpg</a></div>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/">ครูบาอาจารย์</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b5%e0%b8%a3/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>พระอาจารย์ ฝั้น อาจาโร by ภูเตศวร</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a3-by-%e0%b8%a0/</link>
                        <pubDate>Thu, 12 Feb 2026 06:29:07 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
นามเดิม ฝั้น สุวรรณรงค์ เป็นบุตรของเจ้าไชยกุมาร(เม้า) และนางนุ้ย สุวรรณรงค์ ท่านเกิดเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๔๒ ตรงกับวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๙ ปีกุน ณ บ้านม่วง...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="color: #000080"><strong><span style="font-size: 24pt">หลวงปู่ฝั้น อาจาโร</span></strong></span></p>
<p><br /><span style="color: #000080">นามเดิม ฝั้น สุวรรณรงค์ เป็นบุตรของเจ้าไชยกุมาร(เม้า) และนางนุ้ย สุวรรณรงค์ </span><br /><br /><span style="color: #000080">ท่านเกิดเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๔๒ ตรงกับวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๙ ปีกุน ณ บ้านม่วงไข่ ตำบลพรรณา อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร</span><br /><br /><span style="color: #008000"><strong>บรรพชา</strong></span><br /><br /><span style="color: #008000">ประมาณ พ.ศ. ๒๔๖๑ ตรงกับปีมะเมีย อายุ ๑๙ ปี ที่วัดโพนทอง บ้านบะทอง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร มีท่านอาญาครูธรรม เป็นพระอุปัชฌาย์</span><br /><br /><span style="color: #800080"><strong>อุปสมบท</strong></span><br /><br /><span style="color: #800080">พ.ศ. ๒๔๖๒ อายุ ๒๐ ปี ณ วัดสิทธิบังคม บ้านไฮ่ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร โดยมีพระครูป้อง เป็นพระอุปัชฌาย์</span><br /><br /><span style="color: #993300"><strong>ญัตติเป็นพระธรรมยุต</strong></span><br /><br /><span style="color: #993300">วันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๖๘ ณ วัดโพธิสมภรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โดยมีพระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระรถ เป็นพระกรรมวาจา พระมุก เป็นพระอนุสาวนาจารย์</span></p>
<div id="wpfa-2053" class="wpforo-attached-file"><a class="wpforo-default-attachment" href="//dhamma5minutes.com/wp-content/uploads/wpforo/default_attachments/1770877747.jpg" target="_blank" title="หลวงปู่ฝั้น.jpg"><i class="fas fa-paperclip"></i>&nbsp;หลวงปู่ฝั้น.jpg</a></div>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/">ครูบาอาจารย์</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a3-by-%e0%b8%a0/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ประวัติหลวงปู่มั่น ภูริทัตตมหาเถระ by กองบรรณาธิการ</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%b4/</link>
                        <pubDate>Thu, 12 Feb 2026 04:15:16 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ประวัติหลวงปู่มั่น ภูริทัตตมหาเถระ
&nbsp;
ชาติกำเนิดและการอุปสมบท          ท่าน กำเนิดในสกุลแก่นแก้ว บิดาชื่อคำด้วง มารดาชื่อจันทร์ เพีย ( พระยา ) แก่นท้าวเป็นปู่ นับถือพุทธศาสนา เกิดวันพฤ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-size: 24pt;color: #800080"><strong>ประวัติหลวงปู่มั่น ภูริทัตตมหาเถระ</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #008000"><strong>ชาติกำเนิดและการอุปสมบท</strong></span><br /><br />          ท่าน กำเนิดในสกุลแก่นแก้ว บิดาชื่อคำด้วง มารดาชื่อจันทร์ เพีย ( พระยา ) แก่นท้าวเป็นปู่ นับถือพุทธศาสนา <strong>เกิดวันพฤหัสบดีเดือนยี่ ปีมะแม ตรงกับวันที่ ๒๐ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๔๑๓</strong> ณ บ้านคำบง ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ( ปัจจุบันคือ บ้านคำบง ต.สงยาง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.อุบลราชธานี ) มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน ๗ คน ท่านเป็นบุตรคนหัวปีท่านเป็นคนร่างเล็ก ผิวขาวแดงแข็งแรงว่องไวสติปัญญาดีมาตั้งแต่กำเนิดฉลาดดี</p>
<div id="wpfa-2031" class="wpforo-attached-file"><a class="wpforo-default-attachment" href="//dhamma5minutes.com/wp-content/uploads/wpforo/default_attachments/1770869716.jpg" target="_blank" title="หลวงปู่มั่น.jpg"><i class="fas fa-paperclip"></i>&nbsp;หลวงปู่มั่น.jpg</a></div>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/">ครูบาอาจารย์</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%b4/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>หลวงพ่อเดิม by กองบรรณาธิการ</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%a1-by-%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%81/</link>
                        <pubDate>Thu, 12 Feb 2026 03:53:59 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[หลวงพ่อเดิม (พระครูนิวาสธรรมขันธ์)
วัดหนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
&nbsp;
          พระครูนิวาสธรรมขันธ์ (หลวงพ่อเดิม) นามเดิมชื่อ เดิม นามสกุล ภู่มณี บิดาชื่อ นายเนียม ภู่มณี มารดาชื่อ นาง...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-size: 24pt;color: #800080"><strong>หลวงพ่อเดิม (พระครูนิวาสธรรมขันธ์)</strong></span></p>
<p style="text-align: center">วัดหนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>          พระครูนิวาสธรรมขันธ์ (หลวงพ่อเดิม) นามเดิมชื่อ เดิม นามสกุล ภู่มณี บิดาชื่อ นายเนียม ภู่มณี มารดาชื่อ นางภู่ ภู่มณี ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๐๓ ตรงกับวันพุธ แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๓ ปีวอก จุลศักราช ๑๒๒๒ ที่บ้านหนองโพ ตำบลหนองโพ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์<br /><br /><br /><br /><span style="color: #800080"><strong>อุปสมบท</strong></span><br /><br />          ณ พัทธสีมาวัดเขาแก้ว อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๔๒๓ ตรงกับวันอาทิตย์ แรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีมะโรง ขณะมีอายุได้ ๒๐ ปี โดยมี<br /><br />          หลวงพ่อแก้ว วัดอินทาราม (วัดใน) เป็นพระอุปัชฌาย์<br /><br />          พระครูพยุหานุศาสก์ (หลวงพ่อเงิน) วัดพระปรางค์เหลือง เป็นพระกรรมวาจาจารย์<br /><br />          หลวงพ่อเทศ วัดสระทะเล เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า <span style="color: #0000ff"><strong>“พุทธสโร”</strong></span><br /><br /><br /><span style="color: #800080"><strong>การศึกษา</strong></span><br /><br />          หลังจากอุปสมบทแล้ว หลวงพ่อเดิมได้กลับมาจำพรรษาที่วัดหนองโพ อันเป็นวัดบ้านเกิดเพื่อศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยกับ หลวงตาชม ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดหนองโพในขณะนั้น แต่เนื่องจากขณะที่ยังเยาว์วัยอยู่หลวงพ่อไม่เคยได้รับการศึกษาเล่าเรียนมาก่อนเลย ท่านจึงต้องใช้ความอุตสาหพยายามเป็นอย่างมาก จนสามารถอ่านออกเขียนได้ และสามารถท่องคัมภีร์ พระวินัยได้ ท่านอยู่ศึกษากับหลวงตาชมเป็นเวลานานถึง ๗ ปี และในขณะเดียวกันท่านศึกษาวิชาคาถาอาคม และปริยัติธรรม กับ อาจารย์พัน ชูพันธ์ ซึ่งเมื่ออาจารย์พันเสียชีวิตแล้ว ท่านก็ได้เดินทางไปเรียนปริยัติธรรมกับหลวงพ่อมี วัดบ้านบน ตำบลม่วงหัก อำเภอพยุหะคีรี เป็นเวลา ๒ ปี แล้วจึงย้ายไปเรียนปริยัติธรรมกับอาจารย์แย้ม ซึ่งเป็นฆราวาสที่วัดสระทะเล จนจบระปริยัติธรรมชั้นสูง และท่านยังได้ไปเรียนวิชาเทศน์สั่งสอน และเทศน์ทำนองกับพระอาจารย์นุ่ม วัดเขาทอง<br /><br />          ต่อมาหลวงพ่อเดิมท่านได้หันมาศึกษาทางวิปัสสนากรรมฐาน คาถาอาคม การปลุกเสกวัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง กับหลวงพ่อเงิน วัดพระปรางค์เหลือง และหลวงพ่อเทศ วัดสระทะเล ขณะเดียวกันก็ยังได้ศึกษาการทำมีดหมอ รวมแล้วท่านใช้เวลาในการศึกษาวิชาการด้านต่างๆเป็นเวลานานถึง ๑๒ ปี<br /><br />          ในระยะแรกของการอุปสมบท หลวงพ่อเดิมท่านปฏิบัติตนเป็นพระนักเทศน์ ทั้งเทศน์สอนและเทศน์ทำนองเสนาะอยู่หลายปี แต่ต่อมาท่านก็เลิกรับนิมนต์ไปเทศน์ หากขัดไม่ได้ ท่านก็จะให้พระรูปอื่นไปแทนท่าน โดยท่านได้ให้เหตุผลที่ไม่รับนิมนต์ไปเทศน์ว่า “มัวไปสอนคนอื่นมามากแล้ว ไม่เคยได้สอนตัวเองสักที ต้องหันมาสอนตัวเองบ้าง” หนังสือใบลานที่ท่านชอบอ่านอยู่เป็นประจำในยามว่างตั้งแต่หนุ่มจนชราภาพเป็น “คัมภีร์ปริศนาธรรม” สำนวนเก่า มีทั้งปุจฉา วิสัชนาว่าด้วยคำสอนของพระชินสีห์ มี๖๒ลาน และจากที่ท่านเลิกรับกิจนิมนต์ทางเทศน์ท่านก็ได้มานะพยายามศึกษาวิชาวิปัสสนากรรมฐาน และวิชาคาถาอาคม จนมีความรู้ความสามารถเป็นเลิศองค์หนึ่งเลยทีเดียว<br /><br /><br /><br /><span style="color: #800080"><strong>เป็นพระนักพัฒนา</strong></span><br /><br />          หลวงพ่อเดิมท่านเป็นพระนักพัฒนา และนักก่อสร้าง ท่านจะไม่จอมเป็นผู้อยู่นิ่งเฉย ท่านชอบงานก่อสร้างหรือบูรณะวัดวาอารามทั่วไป วัดไหนมานิมนต์ท่านไปเป็นประธานในการก่อสร้างวัด ท่านจะไม่ขัดข้องเลย ก่อนที่ท่านจะเข้ารับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหนองโพนั้น สภาพของวัดหนองโพอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมมาก เมื่อท่านเข้ามาเป็นเจ้าอาวาสแล้ว ท่านก็เริ่มทำการก่อสร้างปรับปรุงวัดหนองโพเป็นการใหญ่ เช่น สร้างกุฏิ สร้างศาลาการเปรียญ และสร้างพระอุโบสถแล้วเสร็จใน พ.ศ.๒๔๕๘ ครั้นต่อมาท่านก็ยังเห็นความสำคัญของการศึกษา ท่านจึงได้ก่อสร้างโรงเรียนขึ้นที่วัดหนองโพ แล้วเสร็จเมื่อปี ๒๔๘๒ ซึ่งทางราชการได้ตั้งชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลนิวาสานุสรณ์”<br /><br />          นอกจากวัดหนองโพแล้ว ท่านยังได้ก่อสร้างวัด หรือปฏิสังขรณ์วัดต่างๆเป็นจำนวนมากมาย ที่พอจะนับได้ มีประมาณเกือบ ๓๐ วัด ซึ่งนับว่าเป็นการยากลำบากอย่างยิ่งในสมัยนั้น <br /><br /><br /><br /><span style="color: #800080"><strong>หลวงพ่อได้รับสมณศักดิ์</strong></span><br /><br />          หลวงพ่อเดิม เมื่อเข้ารับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหนองโพ ราวปี พ.ศ.๒๔๓๕ ท่านก็ได้เป็นเจ้าอธิการเดิม ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหนองโพ ครั้นวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๔๕๗ ซึ่งตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่๖) ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นสัญญาบัตร “พระครูนิวาสธรรมขันธ์) ซึ่งท่านก็มิได้เดินทางไปรับพัดยศด้วยตัวของท่านเอง หากแต่บรรดาลูกศิษย์ของท่านไปรับกันมาถวายท่านเอง โดยทางขบวนรถไฟ และจากสถานีรถไฟบ้านหนองโพ ก็ยังจัดให้มีขบวนแห่แหนพัดยศอย่างยิ่งใหญ่ไปจนถึงวัดหนองโพ<br /><br />          อำเภอตาคลีในขณะนั้นก็ยังมีฐานะเป็นเพียง กิ่งตาคลี อำเภอพยุหะคีรี วัดหนองโพก็ยังอยู่ในเขตการปกครองของคณะสงฆ์อำเภอพยุหะคีรี เมื่อเจ้าคณะแขวงพยุหะคีรี (เจ้าคณะอำเภอ) ในขณะนั้นได้มรณภาพลง หลวงพ่อเดิมท่านจึงได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าคณะแขวงพยุหะคีรีอีกตำแหน่งหนึ่ง ต่อมาปี ๒๔๖๒ ท่านก็ได้รับตราตั้งให้เป็นเจ้าคณะแขวงพยุหะคีรี และได้รับตราตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ แม้กระนั้นท่านก็ยังวางเฉยต่อตำแหน่งเหล่านั้น ทั้งยังชอบให้ผู้อื่นเรียกท่านว่า “พระครูเดิม” หรือ “หลวงพ่อเดิม” เช่นเคย<br /><br /><br /><br /><span style="color: #800080"><strong>หลวงพ่อชอบสัตว์เลี้ยง</strong></span><br /><br />          หลวงพ่อเดิมท่านชอบเลี้ยงสัตว์พาหนะจำพวก ช้าง ม้า วัว เป็นต้น เวลาที่ท่านเดินทางไกล ท่านจะไปโดยใช้วัวเทียมเกวียน หรือช้าง แต่สัตว์เลี้ยงที่หลวงพ่อเดิมท่านชอบและโปรดปรานมากเป็นพิเศษเห็นจะเป็นช้างมากกว่าสัตว์อย่างอื่น หลวงพ่อเดิมท่านมีช้างอยู่หลายเชือก ท่านดูลักษณะช้างเป็น ว่าดีหรือไม่ดี เลี้ยงไว้แล้วจะให้คุณหรือให้โทษ ท่านเคยไปโพนช้างป่ากับพวกควาญช้าง หลวงพ่อเดิมท่านชอบนั่งช้างไปงานบวช ไปงานสร้างวัด ไปต่างบ้านต่างตำบลท่านจะไปด้วยช้างเป็นส่วนมาก<br /><br /><br /><br /><span style="color: #800080"><strong>ชอบเล่นแร่แปรธาตุ</strong></span><br /><br />          มีอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง หลวงพ่อเดิมท่านได้หันมาสนใจวิชาการเล่นแร่แปรธาตุ ซึ่งวิชานี้เป็นวิชาที่อาจารย์ยุคนั้นนิยมกันมาก กรรมวิธีการเล่นแร่แปรธาตุคือจะต้องรู้จักว่านยาชนิดต่างๆ สำหรับทำเป็นน้ำยาขัดใส่โลหะ โลหะชนิดต่างๆ เตาหลอมโลหะ และที่สำคัญคือ สมาธิและพระเวทย์อันศักดิ์สิทธิ์ของผู้ศึกษาวิชา หลวงพ่อเดิมท่านสร้างเตาหลอมขึ้นมาแล้วนำตะกั่วมาใส่เบ้าหลอมให้ละลาย แล้วขัดด้วยน้ำยา สูบไฟจนตะกั่วกลายเป็น เงิน นาก หรือทองคำ มีอยู่วันหนึ่ง ท่านแปรตะกั่วให้กลายเป็นทองคำ มีน้ำหนักประมาณหนึ่งบาท ท่านทดลองทำจนมั่นใจแล้วจึงนำมาให้ลูกศิษย์ของท่านดู ลูกศิษย์ของท่านก็แสดงอาการอยากที่จะได้เป็นเจ้าของ แต่หลวงพ่อเดิมท่านกลับนำมาโยนลงสระน้ำ พร้อมกับทุบทำลายเตาหลอมและเครื่องมือในการเล่นแร่แปรธาตุ แล้วท่านก็นำไปทิ้งลงสระน้ำเช่นกัน</p>
<div id="wpfa-6339" class="wpforo-attached-file"><a class="wpforo-default-attachment" href="//dhamma5minutes.com/wp-content/uploads/wpforo/default_attachments/1775637520.jpg" target="_blank" title="หลวงพ่อเดิม.jpg"><i class="fas fa-paperclip"></i>&nbsp;หลวงพ่อเดิม.jpg</a></div>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/">ครูบาอาจารย์</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%a1-by-%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%81/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ประวัติพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล by กองบรรณาธิการ</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c/</link>
                        <pubDate>Thu, 12 Feb 2026 03:48:52 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ประวัติพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล
          ท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล ถือกำเนิดเมื่อวันจันทร์ เดือนสิบสอง ปีระกา พ.ศ. ๒๔๐๔ (ตามบันทึกของท่านพระครูพิบูลธรรมภาณ วัดภูเขาแก้ว) หรือ วันจันทร์ ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-size: 24pt;color: #ff0000"><strong>ประวัติพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล</strong></span></p>
<p><br />          ท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล ถือกำเนิดเมื่อวันจันทร์ เดือนสิบสอง ปีระกา พ.ศ. ๒๔๐๔ (ตามบันทึกของท่านพระครูพิบูลธรรมภาณ วัดภูเขาแก้ว) หรือ วันจันทร์ แรม ๑๔ ค่ำ เดือนยี่ ปีระกา ตรงกับวันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๐๔ (ตามหนังสือที่ระลึกในงานฌาปนกิจศพพระอาจารย์เสาร์ฯ โดย สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ สังฆนายก) ที่บ้านข่าโคม (ชื่อเดิม “บ้านท่าโคมคำ”) ต.หนองขอน อ.เมืองอุบลราชธานี (ปัจจุบันคือ ต.ปะอาว อ.เมือง จ.อุบลราชธานี)<br /><br />          นามเดิมของท่าน ชื่อเสาร์ นามสกุล สมัยนั้นยังไม่มี ภายหลังมีญาติสืบสายกันมาในตระกูล อุปวัน และ พันธ์โสรี <br /><br />          เป็นบุตรของ พ่อทา และ แม่โม่ (ส่วนพ่อใหญ่คำดี ชารีนะ ชาวบ้านข่าโคม กล่าวไว้ว่า ชื่อบิดาของพระอาจารย์เสาร์นั้นไม่ทราบชื่อ มารดาชื่อแม่บัวศรี)<br /><br />          ท่านมีพี่น้องรวมกัน ๕ คน ตามลำดับดังนี้<br /><br />                ๑. ท่านพระอาจารย์เสาร์<br />                ๒. นางสาวแบ (อยู่เป็นโสดตลอดชีวิต)<br />                ๓. แม่ดี<br />                ๔. แม่บุญ<br />                ๕. พ่อพา อุปวัน<br /><br /><br /><span style="color: #800080"><strong>ชีวิตเมื่อวัยเยาว์</strong></span></p>
<p><br />          ท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล มีรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาผิวพรรณดีมาก สมัยเมื่อยังเป็นเด็ก ท่านมีความพึงพอใจ ศรัทธา เลื่อมใส ในบวรพุทธศาสนาเป็นอย่างสูงยิ่ง กอปรกับนิสัยสนใจใฝ่ศึกษาหาความรู้ของท่าน ดังนั้น เมื่อท่านอายุได้ ๑๒ ปี จึงได้ตัดสินใจเข้าวัด โดยได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์วัด เพื่อเตรียมตัวบรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดใต้ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี<br /><br /><br /><span style="color: #800080"><strong>บวชเณร</strong></span></p>
<p><br />          พระอาจารย์เสาร์ได้เข้าไปพำนักรับใช้เป็นศิษย์วัดใต้ ตั้งแต่อายุ ๑๒ ปี จวบจนกระทั่งอายุ ๑๕ ปี ใน พ.ศ.๒๔๑๗ ก็ได้บรรพชาเป็นสามเณรโดยสมบูรณ์ ในคณะมหานิกาย<br /><br />          ด้วยความยึดมั่นแน่วแน่ในพระพุทธศาสนา เมื่อบวชเณรแล้ว ท่านมีความอุตสาหะขยันขันแข็ง พากเพียรเรียนศึกษา หมั่นท่องมนต์บทสวด เรียนมูลกัจจายนะ ศึกษาพระวินัยทั้งห้าคัมภีร์ พระธรรมบท ทศชาติ มงคลทีปนี วิสุทธิมรรค อภิธัมมัตถสังคหะ อีกทั้งอักษรไทยน้อย ไทยใหญ่ “ตัวธรรม” อักษรขอม ก็ล้วนชำนาญการ แตกฉานไปทุกอย่าง<br /><br /><br /><strong><span style="color: #800080">บวชพระ</span></strong><br /><br />          หลังจากบรรพชาเป็นสามเณรอยู่ ๕ ปี จวบจนอายุของท่านได้ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ครบเกณฑ์ที่จะอุปสมบทเป็นพระภิกษุได้ตามพระวินัยบัญญัติ ในปี พ.ศ. ๒๔๒๒ ท่านก็ได้ตัดสินใจอุปสมบทเป็นพระภิกษุโดยสมบูรณ์ ในคณะมหานิกาย<br /><br />          ท่านพำนักจำพรรษาอยู่ที่วัดใต้ ในเพศบรรพชิต ปฏิบัติกิจพระพุทธศาสนามาถึง ๑๐ พรรษา ได้เป็น <strong>“ญาคู”</strong> เป็นครูผู้อบรมหมู่คณะสืบต่อ ซึ่งชาวบ้านเรียกท่านว่า <strong>“ญาคูเสาร์”</strong><br /><br />          ในสมัยที่ท่านบวชได้สิบกว่าพรรษา ณ วัดใต้นี้ เป็นช่วงเวลาที่ท่านมีความคิดอยากจะลาสิกขาเป็นกำลัง ท่านเตรียมสะสมเงินทอง อีกทั้งวัตถุข้าวของเป็นจำนวนมาก บนกุฏิของท่านเต็มไปด้วยสิ่งของเครื่องใช้ มีทั้งผ้าไหม แพรพรรณ ท่านเตรียมตัวที่จะเป็นพ่อค้าวาณิชไปทางน้ำ เพราะท่านมีความชำนาญในการดำรงชีวิตตามลำน้ำตั้งแต่วัยเยาว์ สมัยอยู่ที่บ้านข่าโคม อันเป็นบ้านเกิดนั้น ก็ใช้เส้นทางสัญจรทางลำน้ำเซบาย – ลำน้ำชี - ลำน้ำมูล เป็นสายใยเส้นทางชีวิต<br /><br />          จากคำบอกเล่าของชาวบ้านข่าโคม ปรากฏว่ามีลุงของท่านทำการค้าประสบผลสำเร็จ มีกิจการเดินเรือใหญ่โต อันเป็นแนวทางแห่งจินตนาการของท่านที่วาดไว้ว่า เมื่อลาสิกขาแล้วจะใช้ชีวิตเป็นพ่อค้า ขายเสื้อผ้า ของกินของใช้เบ็ดเตล็ด บรรทุกเรือล่องไปค้าขายตามลำแม่น้ำชี ลัดเลาะออกแม่น้ำมูลเรื่อยไปจนจรดแม่น้ำโขง – จำปาศักดิ์ – เมืองโขง – สีทันดร ถึงบ้านไหนก็แวะบ้านนั้น ซื้อสินค้าบ้านนี้ไปขายบ้านนั้น เอาของบ้านนั้นไปขาย พอกะว่าค้าขายได้เงินพอสมควรแล้ว จึงจะหวนกลับมาบ้านเกิด สร้างครอบครัว - แต่งงาน ตั้งหลักปักฐาน ทำไร่ทำนา – ค้าขายหาเลี้ยงครอบครัวไปตามวิถีชีวิตของชาวโลกต่อไป<br /><br />          ในระยะนี้เองเป็นช่วงที่<strong>โยมมารดาของพระอาจารย์เสาร์เสียชีวิต</strong> ที่บ้านข่าโคม(บ้านเกิดของท่าน) ข่าวนี้ยังความเศร้าสะเทือนใจอย่างใหญ่หลวงมาสู่ท่าน ความคิดฟุ้งซ่าน แผนการทุกอย่าง จำเป็นต้องถูกระงับไว้ ท่านต้องรวบรวมกำลังใจอย่างเต็มที่ แล้วจึงเดินทางไปร่วมทำศพของโยมมารดาที่บ้านเกิด เป็นการแสดงกตัญญูกตเวทิตาคุณต่อมารดาผู้ให้กำเนิดเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากเสร็จงานฌาปนกิจศพโยมมารดาแล้ว ท่านก็เดินทางกลับมาพำนักที่วัดใต้เหมือนเดิม<br /><br />          หลังจากงานปลงศพโยมมารดาของท่าน ทำให้ท่านต้องรวบรวมจิตให้เป็นสมาธิ ปลงธรรมสังเวช แผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศลแด่โยมมารดาของท่าน จนกระทั่งในที่สุดความคิดที่จะลาสิกขาก็ค่อยๆ ผ่อนคลาย...เลือนราง...จางหาย...มลายไป...ในที่สุด<br /><br />          เมื่อพระอาจารย์เสาร์ตัดสินใจได้แน่นอน มั่นคง เด็ดขาว ว่าจะไม่สึกเช่นนั้นแล้ว ท่านมีความสุขสงบใจและมั่นใจในตัวเองอย่างเต็มที่ เพราะท่านได้ปลดเปลื้อง ปล่อยวาง ซึ่งห่วงพันธนาการ ที่ผูกรัดมัดคาจิตใจท่านมาเป็นเวลาช้านาน ดังนั้นพอรุ่งเข้าวันใหม่ ท่านจึงประกาศให้หมู่คณะและญาติโยมทั้งหลายที่คอยฟังข่าวได้ทราบทั่วกันว่า<strong> ต่อไปนี้ท่านจะไม่สึกอย่างเด็ดขาด</strong> ใครต้องการอะไรขอให้มาเอาไปได้เลย พวกสิ่งของเครื่องใช้ ของมีค่าต่างๆที่ท่านอุตส่าห์เก็บสะสมไว้นาน ท่านจะสละให้เป็นทานจนหมดสิ้น ญาติมิตรทั้งหลายเมื่อได้ทราบข่าวต่างก็อนุโมทนาสาธุการ แล้วทยอยกันมารับแจกสิ่งทานเหล่านั้น เป็นเวลาหลายวันจึงหมด โดยท่านไม่อาลัยอาวรณ์ใดๆทั้งสิ้น กลับยินดีที่ได้แจกทานจนหมดในครั้งนี้<br /><br />          หลังจากที่ญาคูเสาร์ ได้สละเครื่องเกี่ยวพันทุกสิ่งทุกอย่างจากตัวท่านแล้ว ท่านได้มีเวลาพิจารณาดูจิตของท่าน พร้อมกับได้เสาะแสวงหาท่านผู้รู้เพื่อที่จะคอยชี้แนะแนวทางดำเนินเพศบรรพชิตต่อไป<br /><br />          สมัยนั้นได้ทราบว่า <strong>ญาท่านม้าว เทวธมฺมี</strong> ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ตรงต่อพระธรรมวินัย ตรงต่อมรรคผลพระนิพพาน “ญาคูเสาร์” จึงได้ละทิ้งความเป็น<strong> “ญาคู”</strong> ของท่าน แล้วจึงมุ่งตรงไปยัง <strong>วัดศรีทอง</strong> (วัดศรีอุบลรัตนาราม) ที่พำนักของญาท่านม้าว เทวธมฺมี ทันที ได้รับฟังเทศน์ที่ท่านอบรมสั่งสอนพระภิกษุ สามเณร ให้เลิกแนวทางการประพฤติปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตรงตามพุทธวินัยบัญญัติ เลิกเส้นทางดำเนินใดๆก็ตามอันที่จะทำให้ศีลด่างพร้อย ให้ห่างเครื่องสั่งสมกิเลสให้พอกพูน ติดหล่มโลกโลกีย์ต่างๆเหล่านั้นมันไม่ใช่แนวทางของพระพุทธองค์ ให้ละเลิกเสียโดยเด็ดขาด<br /><br />          ให้หันมาประพฤติปฏิบัติในพระธรรมวินัยอย่างแท้จริง <strong>ทรงศีลให้บริสุทธิ์ เจริญสมาธิให้แน่วแน่ เดินปัญญาให้เต็มรอบบริบูรณ์</strong><br /><br />        <strong>  นี่คือแนวทางขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าประทานไว้</strong> ให้ผู้เป็นสาวกทั้งหลายได้ประพฤติปฏิบัติตามนั้นแล<br /><br />          ญาคูเสาร์นั้นหลังจากได้รับฟังโอวาทจาก<strong> ญาท่านม้าว เทวธฺมมี</strong> แล้วน้อมนำมาพิจารณาประพฤติ ปฏิบัติจนเห็นจริง <strong>ตามกระแสธรรม</strong>ที่ได้สดับรับฟังมา แล้วต่อมายังได้ชักชวนสหธรรมิกผู้รู้ใจ คือ<strong> ท่านเจ้าคุณปัญญาพิศาล</strong> <strong>(หนู ฐิตปญฺโญ)</strong> ครั้งเมื่อยังอยู่วัดใต้ด้วยกัน พร้อมหมู่คณะ ติดตามไปรับฟังเทศน์ฟังธรรม ที่วัดศรีทองด้วยเป็นจำนวนมาก และได้พากันมุ่งหน้าปฏิบัติธรรม ปฏิบัติจริง ปฏิบัติชอบ ประกอบความเพียรอย่างเข้มแข็งต่อมา<br /><br /><br /><br /><span style="color: #800080"><strong>ญัตติกรรม</strong></span><br /><br />          ในระยะต่อมา ท่านคงมองเห็นว่าการปฏิบัติของท่านยังมีอุปสรรคอยู่ อย่างเช่น ท่านไปฟังธรรมจาก ญาท่านม้าว เทวธมฺมี แล้วเกิดความเลื่อมใส จึงขอมอบตัวเป็นศิษย์ ท่านก็ยอมรับ แต่ว่าไม่ได้เข้าอุโบสถร่วมสังฆกรรมด้วยกับท่าน แม้ของใช้ของฉัน จะไปจับต้องของท่านไม่ได้ จะต้องถวาย(ประเคน)ท่านใหม่ ประกอบกับทางหมู่คณะนิกายเดิมของตนเอง ยังไม่เลื่อมใสในการถือปฏิบัติตามครรลองแบบธรรมยุต จนในที่สุดท่านได้ตัดสินใจ พร้อมด้วยพระเณรลูกวัดทั้งหมดในวัดใต้ ซึ่งเข้าใจว่าในครั้งนั้น จะมีพระอาจารย์ หนู ฐิตปญฺโญ (ต่อมาได้เป็นเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ มีสมณศักดิ์เป็นเจ้าคุณปัญญาพิศาลเถระ) ร่วมประกอบพิธี <strong>“ทัฬหิกรรม”</strong> หรือ <strong>ญัตติกรรม</strong> ใหม่ในคณะธรรมยุตินิกายด้วยกัน เป็นการบวชครั้งที่ ๒ ณ อุโบสถ วัดศรีทอง (วัดศรีอุบลรัตนาราม) โดยมีพ<strong>ระครูทา โชติปาโล</strong> เป็นพระอุปัชฌาชย์ <strong>เจ้าอธิการสีทา ชยเสโน</strong> เป็นพระกรรมวาจาจารย์<br /><br /><br /><br /><span style="color: #800080"><strong>บำเพ็ญเพียร</strong></span><br /><br />          หลังจากท่านพระอาจารย์เสาร์ พร้อมด้วยหมู่คณะได้ประกอบพิธีญัตติกรรมใหม่แล้ว ที่วัดใต้ เมืองอุบลราชธานี วัดนี้จึงกลายเป็นวัดธรรมยุตไปโดยปริยาย ท่านพระอาจารย์เสาร์ไม่ได้นิ่งนอนใจแม้แต่น้อย ท่านรีบเร่งประกอบความเพียรทุกขณะจิต ไม่มีลดละ ไม่เห็นแก่นอน ไม่เห็นแก่ปากท้อง ไม่เห็นแก่ลาภสักการะ และสิ่งสรรเสริญเยินยอ สิ่งเหล่านี้ท่านสละโดยเด็ดขาดแล้ว ท่านครองศีลครองธรรม ยึดมั่นเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ในหลักธุดงควัตร ๑๓ ประการ ไม่ว่าท่านไปที่ใด อยู่ที่ใด ใจท่านมิได้เหินห่างจากความเพียร แม้แต่ไปบิณฑบาต ปัดตาด กวาดลานวัด ขัดกระโถน เย็บผ้า ย้อมผ้า เดินไปเดินมาในวัดและนอกวัด ตลอดจนการขบฉัน ท่านทำความเท่าทันอยู่กับความเพียรทุกขณะที่เคลื่อนไหว ไม่ยอมให้อารมณ์ภายนอกมากระทบกระทั่ง ให้จิตใจวอกแวกไปตามอารมณ์ปรุงแต่งโดยเปล่าประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น จิตของท่านก็ได้รับความสงบสุขโดยสม่ำเสมอมา<br /><br />อุปนิสัยเป็นผู้ชอบความวิเวกนั้นแสดงออกให้เห็นตั้งแต่ท่านออกปฏิบัติธรรมสมัยโน้น คือ หลังจากที่ท่านตัดโลก ตัดเป็น ตัดตาย ไม่ยอมสึกตลอดไป ตั้งจิตอธิษฐาน มุ่งประพฤติพรหมจรรย์ ครองศีล ทรงธรรม เสาะแสวงหาที่สงบปฏิบัติธรรม กรรมฐาน ท่านหลวงตาพระมหาบัว ญาณสมฺปณฺโณ บันทึกไว้ในหนังสือประวัติท่านอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ว่า “ท่านไม่ชอบพูด ทั้งวันไม่พูดอะไรกับใครมากมายหลายประโยค เวลานั่งสมาธิ ก็ทนทานนั่งอยู่ได้เป็นเวลาหลายชั่วโมง เวลาเดินจงกรมก็ทำนองเดียวกัน ลักษณะท่าทางของท่านมีความสง่าผ่าเผย เยือกเย็น <strong>เปี่ยมล้นด้วยเมตตา</strong> น่าเคารพเลื่อมใสยำเกรงมาก มองเห็นท่านแล้วก็เย็นตา เย็นใจไปหลายวัน ทั้งพระเณรและประชาชน ต่างพากันเคารพเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านมาก<br /><br /><br /><br /><span style="color: #800080"><strong>ศิษย์เอกของพระอาจารย์เสาร์</strong></span><br />          <br />          <strong>ศิษย์เอกของพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล คือ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต</strong> เมื่อกล่าวถึงองค์ใดองค์หนึ่งจะขาดเสียอีกองค์หนึ่งไปมิได้<br /><br />          ท่านหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปณฺโณ กล่าวไว้ในหนังสือประวัติท่านอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ว่า <br /><br />          พระอาจารย์และศิษย์ทั้งสององค์นี้รักและเคารพกันมาก ไปที่ไหนท่านชอบไปด้วยกันทั้งในพรรษาและนอกพรรษา จนหลายๆปีต่อมา กระทั่งลุล่วงถึง มัชฌิมวัย จึงแยกห่างกันอยู่ ช่วงเวลาพักจำพรรษา แต่ก็ไม่ห่างไกลกันมากนัก พักอยู่พอไปมาหากันได้สะดวก มีน้อยครั้งที่จำพรรษาอยู่ร่วมกันในวัยกลาง ระยะนี้อาจเกี่ยวกับบรรดาลูกศิษย์ลูกหา ซึ่งต่างก็มีมากและเพิ่มขึ้นมากด้วยกัน ถ้าจำพรรษาอยู่ร่วมกัน ถ้ารวมศิษย์พระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล และ ศิษย์พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต จะเป็นการยากลำบากในการจัดที่พักอาศัย จึงต้องแยกกันอยู่จำพรรษา เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระในการจัดที่พักอาศัยไปได้บ้าง กอปรกับ พระอาจารย์เสาร์และท่านพระอาจารย์มั่น ขณะที่แยกกันอยู่จำพรรษาหรือนอกพรรษาก็ตาม จะรู้สึกคิดถึงกันมากและเป็นห่วงกันมาก เวลามีพระที่เป็นลูกศิษย์ของแต่ละฝ่ายมากราบนมัสการ ต่างจะต้องถามถึงความสุขทุกข์ของกันและกันก่อนเรื่องอื่นๆ จากนั้นก็ฝากบอกข่าวคราวและฝากความเคารพคิดถึงไปกับพระลูกศิษย์ที่มากราบเยี่ยมตามสมควรแก่ “อาวุโสภันเต” ในทุกๆครั้งไป<br /><br />          พระอาจารย์ทั้งสององค์ท่านมีความเคารพคุณธรรมของกันและกันมาก ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือห่างไกลกัน เวลาท่านพระอาจารย์ทั้งสอง องค์ใดองค์หนึ่งพูดปรารภถึงกันและกันให้บรรดาลูกศิษย์ฟังนั้น จะมีแต่คำที่เต็มไปด้วยความเคารพยกย่องสรรเสริญ โดยสุดหัวจิต หมดหัวใจ ความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์และศิษย์สายนี้ นับวันยิ่งผูกพันแน่นแฟ้น เป็นที่น่าเคารพยิ่ง เป็นแบบอย่างให้ศิษยานุศิษย์ได้ยึดถือสืบทอดปฏิบัติกันต่อๆมา<br /><br /><br /><br /><span style="color: #800080"><strong>หลวงปู่มั่นถวายคำแนะนำ</strong></span><br /><br />          พ.ศ.๒๔๕๙ ท่านพระอาจารย์เสาร์ พำนักจำพรรษาอยู่ที่ถ้ำภูผากูด ต.หนองสูง อ.คำชะอี จ.นครพนม อยู่มาวันหนึ่ง ท่านพระอาจารย์เสาร์ได้ทราบถึงวาระจิต ท่านหลวงปู่มั่น ว่าได้เดินทางติดตามมาหาท่าน และจวนจะถึงภูผากูดนี่แล้ว ท่านก็ได้เตรียมตัวคอยรับศิษย์รักที่จากกันมานานอย่างยินดียิ่ง เมื่อหลวงปู่มั่นเดินทางมาถึง ได้ผ่านลำธารก่อนขึ้นถ้ำ เข้ากราบนมัสการท่านพระอาจารย์เสาร์ทันที ทั้งสองท่านได้สนทนาปราศรัยไต่ถามทุกข์สุขซึ่งกันและกัน สมกับที่ได้จากกันเป็นเวลานาน แล้วท่านพระอาจารย์เสาร์ก็ได้ให้ท่านหลวงปู่มั่นพำนักจำพรรษาอยู่ด้วยกัน ซึ่งตลอดพรรษานี้ทั้งสองท่านก็ได้ปรึกษาสนทนาธรรมปฏิบัติร่วมกันแทบทุกวัน<br /><br />          ความละเอียดตอนนี้ ท่านหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร เขียนถึงในประวัติพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตว่า อยู่มาวันหนึ่งท่านหลวงปู่มั่นเห็นว่า เป็นโอกาสอันดีจึงเอ่ยขึ้นว่า <br /><br />“ท่านอาจารย์ได้พิจารณาอริยสัจธรรมหรือไม่ ?”<br /><br />ท่านพระอาจารย์เสาร์ตอบว่า “เราก็ได้พิจารณาเหมือนกัน”<br /><br />ท่านหลวงปู่มั่นถามต่อ “ได้ผลเป็นอย่างไรบ้าง ? ”<br /><br />ท่านพระอาจารย์เสาร์ “ได้ผลเหมือนกัน แต่มันไม่ชัดเจน”<br /><br />ท่านหลวงปู่มั่น “เพราะเหตุอะไรครับ ? ”<br /><br />ท่านพระอาจารย์เสาร์ “เราได้พยายามอยู่ คือพยายามพิจารณาถึงความแก่ ความตาย แต่ว่าบาง<br /><br />คราวมันก็แจ่มแจ้ง และบางคราวมันก็ไม่แจ่มแจ้ง”<br /><br />ท่านหลวงปู่มั่น “ถ้าเช่นนั้น คงมีเรื่องอะไรเป็นเครื่องห่วงอยู่”<br /><br />ท่านพระอาจารย์เสาร์ “เราพยายามพิจารณาอยู่เหมือนกัน แต่ก็หาสิ่งขัดข้องไม่ได้ ความจริงความ<br /><br />สว่างของดวงจิตก็ปกติอยู่ แม้มันจะดีบ้าง ไม่ดีบ้าง มันก็เป็นธรรมดาของสมาธิ <br /><br />แต่ว่าเมื่อจิตพิจารณาทีไรรู้สึกว่าไม่ก้าวไป”<br /><br />ท่านหลวงปู่มั่น “กระผมคิดว่าคงมีเรื่องอะไรเป็นเครื่องห่วง”<br /><br />ท่านพระอาจารย์เสาร์ “และเธอรู้ไหมว่า เรามีอะไรเป็นเครื่องห่วง ? ”<br /><br />ท่านหลวงปู่มั่นเห็นเป็นโอกาสที่จะถวายความรู้ครั้งอยู่ที่ถ้ำสาลิกาโน้น ที่ท่านได้ทราบวาระจิตของท่านพระอาจารย์เสาร์</p>
<div id="wpfa-2026" class="wpforo-attached-file"><a class="wpforo-default-attachment" href="//dhamma5minutes.com/wp-content/uploads/wpforo/default_attachments/1770868132.jpg" target="_blank" title="พระอาจารย์เสาร์.jpg"><i class="fas fa-paperclip"></i>&nbsp;พระอาจารย์เสาร์.jpg</a></div>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/">ครูบาอาจารย์</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ครูบาอาจารย์ กองบรรณาธิการ</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b4/</link>
                        <pubDate>Thu, 12 Feb 2026 03:37:05 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ครูบาอาจารย์ เป็นการรวบรวมประวัติ ข้อวัตรปฏิบัติ และหลักธรรมของครูบาอาจารย์ทั้งในอดีตและปัจจุบันที่ควรแก่การบูชาเป็นสังฆานุสติ]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #993300"><strong>ครูบาอาจารย์</strong></span> เป็นการรวบรวมประวัติ ข้อวัตรปฏิบัติ และหลักธรรมของครูบาอาจารย์ทั้งในอดีตและปัจจุบันที่ควรแก่การบูชาเป็นสังฆานุสติ</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/">ครูบาอาจารย์</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b4/</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		