
ต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา บัวตองและพี่ ๆ มีโอกาสไปเที่ยวพักผ่อนที่เชียงราย ซึ่งเป็นทริปสั้น ๆ เพียง 3 วัน วันแรกที่เดินทางถึงเชียงราย ก็ถือโอกาสแวะไปที่วัดร่องขุ่น ซึ่งเป็นวัดที่ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ได้สร้างขึ้น

สำหรับแรงบันดาลใจในการสร้างวัด ข้อมูลจาก ระบุไว้ว่า
ผมปรารถนาอยากจะสร้างวัดให้เหมือนเมืองสวรรค์ เป็นวิมานบนดินที่มนุษย์โลกสามารถสัมผัสได้

สีขาว แทนพระบริสุทธิ์คุณของพระเจ้า
กระจกขาว หมายถึงพระปัญญาคุณของพระพุทธเจ้าที่แปล่งประกายไปทั่วโลกมนุษย์และจักรวาล

สะพานหมายถึง การเดินข้ามวัฏสงสารมุ่งสู่พุทธภูมิ
ก่อนขึ้นสะพานครึ่งวงกลมเล็กหมายถึง โลกมนุษย์
วงใหญ่ที่มีเขี้ยวเป็นปากของพญามาร หรือพระราหูหมายถึง กิเลสในใจแทนขุมนรกคือทุกข์ ผู้ใดจะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าในพุทธภูมิต้องตั้งจิตปลดปล่อยกิเลสตัณหาของตนเองทิ้งลงไปในปากพญามาร เพื่อเป็นการชำระจิตเราให้ผ่องใสถึงจะเดินผ่านขึ้นไป

บนเส้นของสะพานจะประกอบไปด้วยอสูรอมกัน ๑๖ ตัว ข้างละ ๘ ตัว หมายถึง อุปกิเลส ๑๖ จากนั้นก็จะถึงกึ่งกลางสะพาน หมายถึงเขาพระสุเมรุ เป็นที่อยู่ของเทวดา ด้านล่างเป็นสระน้ำ หมายถึงสีทันดรมหาสมุทร มีสวรรค์ตั้งอยู่ ๖ ชั้น แทนด้วยดอกบัวทิพย์ ๑๖ ดอกรอบอุโบสถ ดอกที่ใหญ่สุด ๔ ดอก

ตรงทางขึ้นด้านข้างโบสถ์ หมายถึงซุ้มพระอริยเจ้า ๔ พระองค์ ประกอบด้วยพระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระนาคามี และพระอรหันต์ เป็นสงฆ์สาวกที่เราควรกราบไหว้บูชาก่อนขึ้นบันไดครึ่งวงกลม หมายถึง โลกกุตตรปัญญา บันไดทางขึ้น ๓ ขั้น แทน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ผ่านแล้วจึงไปสู่แผ่นดินของอรูปพรหม ๔ แทนด้วยดอกบัวทิพย์ ๔ ดอก และบานประตู ๔ บาน บานสุดท้ายเป็นกระจกสามเหลี่ยมแทนความว่าง (ความหลุดพ้น) แล้วจึงจะก้าวข้ามธรณีประตูเข้าสู่พุทธภูมิ

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com



