
จากเนื้อหาในหนังสือธรรมะ 5 นาทีเล่ม 1 ในหัวข้อเรื่อง ศาสนาพุทธสอนให้ละอุปทาน เปิ้ลมีคำถามค่ะ คือว่า ที่อาจารย์ภูเตศวรบอกว่า ในขั้นอรูปพรหมเป็นขั้นที่เสพปิติเท่านั้น แต่ทำไมเราจึงยังเห็นผู้คนทำพิธีการบูชาบวงสรวงเทวะด้วยผลไม้และนมวัว หรือแม้แต่ดอกไม้ก็ยังต้องเลือกให้เป็นดอกดาวเรืองหรือดอกกุหลาบ เห็นได้บ่อยจากวัดที่สีลมที่หลายๆคนก็ยังกังวลว่าจะต้องแบบนั้น จะต้องแบบนี้ เหล่านี้ก็รวมเรียกว่าเป็นอุปทานด้วยหรือมั๊ยค่ะ และที่ผู้คนไปบนบานศาลเกล่าว่าจะถวายสิ่งนั้น ถวายสิ่งนี้มันก็เป็นแค่สิ่งที่เราเชื่อกันไปเองใช่มั๊ยค่ะ ( แต่ขอบอกความลับว่า เปิ้ลเคยแอบไปอธิษฐานขอไว้เหมือนกัน แต่สิ่งที่เปิ้ลทำให้ก็คือกินมังสะวิรัติให้เป็นกุศลแทนค่ะ ^_^ )
ขอบพระคุณที่อุตส่าห์สละเวลาอ่านคำถามนะคะ เปิ้ลคงยังมีอีกหลายคำถามที่รอคำตอบเหมือนเด็กเพิ่งเริ่มเรียนหนังสือนั่นล่ะคะ ขอบพระคุณค่ะ ^_^
สวัสดีค่ะ คุณเปิ้ล ขอแนะนำตัวก่อนเลยนะ ปูเป้ค่ะ เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ทั้งสองท่าน ช่วงนี้อาจารย์ภูเตศวรมีงานเยอะมากๆ ค่ะอาจจะตอบข้อซักถามคุณเปิ้ลช้าค่ะ
แต่คำถามนี้เป้เองเคยได้ยินหลายคนซักถามอาจารย์ไปบ้างแล้ว ยังพอจำคำตอบได้ค่ะเลยจะเอามาเล่าให้คุณเปิ้ลได้ทราบนะคะ
เทวดาในขั้นอรูปพรหมนั้นจะไม่มีแม้แต่รูปกายจะมีเพียงจิตเท่านั้น เป็นลักษณะของพลังงานค่ะ แต่เมื่อสิ้นบุญก็อาจจุติมาเกิดในภพภูมิอื่นก็ได้ วนเวียนกันอยู่เช่นนี้ไม่รู้จักจบจักสิ้น
โดยทั่วไปเทวดาชั้นสูงๆส่วนใหญ่จะเสพปิติ(สิ่งที่เป็นกุศลดี) ค่ะ ที่คุณเปิ้ลทานมังสะวิรัติตอบแทนนั้นเรียกว่าเป็นปิติได้ค่ะ แต่ที่เห็นในการทำพิธีต่างๆนั้นก็จะมีอาหารคาว หวาน
ที่มีชื่ออันเป็นมงคลมาประกอบในงาน ทั้งนี้น่าจะมากจากความเชื่อของแต่ละคนแต่ละกลุ่ม ว่าจะต้องเป็นอันนั้น อันนี้ ก็ว่ากันไปจะเรียกอุปทาน สมมุติ ได้ทั้งนั้นค่ะ
ส่วนของที่นำมาถวายนั้นก็จะเน้นที่มีนามมงคลเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ตนเองค่ะ
แม้ว่าอุปทานลักษณะนี้มีทั้งข้อดีและไม่ดีก็ตามแต่ในความเห็นส่วนตัวเป้ว่าข้อดีของอุปทานลักษณะนี้น่าสนใจมากค่ะ อย่างน้อยทำให้คนเรามีความ เชื่อว่าเทวดา นรก สวรรค์
นั้นมีอยู่จริง จากนั้นก็ต่อไปถึง บุญ-บาป กฎแห่งกรรม จนมาถึงท้ายสุด คือ การหลุดพ้น นั่นเอง เป้เคยอ่านหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง (ต้องขอโทษนะคะจำไม่ได้แล้วว่าหนังสือชื่ออะไร)
เค้าบอกว่ายุคตั้งแต่ 2500 เป็นต้นมา เป็นยุคที่เหล่าเทวดาทุกชั้นฟ้า ขอต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฯ ว่าจะช่วยดูแลและปกป้องพุทธศาสนา เพื่อให้พุทธศาสนาให้คงอยู่ไปให้ถึง 5000 ปีค่ะ
(แต่ไม่ได้คุ้มครองไปจนถึง 5000 หรอกนะคะ จะมีอีกพวกมารับช่วงต่อค่ะ)
ความจริงแล้วทุกอย่างที่เราสามารถเห็นได้ด้วยตาก็ดี ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาก็ดี เรามักจะมีชื่อให้แต่ละสิ่งนั้นๆ เสมอเพื่อแทนการกล่าวถึง แต่เคยสงสัยมั้ยคะว่าของจริง
ของแท้นั้น เป็นอย่างไร ? อาจารย์ภูเตศวรได้สอนไว้ด้วยค่ะ ติดตามได้ที่เวปไซด์เรานะคะ
by (*((^-^))*) ปูเป้
หวัดดีค่ะคุณปูเป้ ดีใจจังเลยที่วันนี้ได้อ่านคำตอบแล้วเพราะทุกวันเปิ้ลก็จะเข้ามา check นะคะว่ามีคนกรุณาตอบให้รึยัง ถึงแม้ว่อาจารย์ภูเตศวรจะงานยุ่งมากๆแต่ได้ลูกศิษย์เก่งๆอย่างคุณปูเป้ตอบให้ก็ดีใจค่ะ ^_^
เปิ้ลพอจะเข้าใจแนวทางที่คุณเป้อธิบายแล้วค่ะ คือไม่ว่าจะยังงัยสิ่งเหล่านี้ก็เป็นเครื่องโน้มน้าวใจหรือหนทางชี้นำให้คนเดินสู่หนทางแห่งธรรมะใช่มั๊ยค่ะ จริงๆเปิ้ลยังมีอีกหลายคำถามเลยที่ยังสงสัย บางอย่างก็ได้คำตอบจากในหนังสือของท่านทั้งสองแล้วแต่บางอย่างใจมันก็คิดถามขึ้นมาเอง แต่ก็แปลกนะคะก็มีบางครั้ง(แต่ไม่บ่อย)เหมือนกันที่อยู่ๆถามเองอยู่ๆก็ตอบเองในใจ เหมือนคุยกับตัวเองหรือเปิ้ลเริ่มจะคิดมากจนสับสนก็ไม่รู้ แต่ยังงัยก็ขอขอบคุณคุณปูเป้มากนะคะที่ช่วยสละเวลาตอบคำถามให้เปิ้ล และถ้ามีโอกาสเปิ้ลฝากเรียนอาจารย์ภูเตศวรหรือคุณป้าทมยันตรีได้มั๊ยค่ะว่า หนังสือและคำสอนของท่านทั้งสองทำให้เปิ้ลเปลี่ยนไปเป้นคนล่ะคน ส่วนเปลี่ยนไปยังงัยวันหลังเปิ้ลจะเล่าให้ฟังค่ะ ^__^ ส่วนตอนนี้ก็ยังเชื่อในคำอธิษฐานนะคะว่าสักวันนึงเปิ้ลจะได้พบทั้งสองท่านและเอาหนังสือให้เซ็นชื่ออ่ะคะ สุดท้ายนี้ก็ขอให้คุณปูเป้มีความสุขนะคะ ^_^
ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ ^_^
ยินดีค่ะคุณเปิ้ล อนุโมทนาด้วยนะคะ มีข้อสงสัยตรงไหน อย่างไร ก็ถามมาได้เลยค่ะ จะได้ช่วยกันคิด หลายหัวดีกว่าหัวเดียวค่ะ และอีกอย่างหนทางการปฏิบัติ กับปัญหาที่มักจะพบเจอนั้นอาจจะยาก - ง่าย
ก็แล้วแต่สติปัญญาของเราๆ ว่าจะมีวิธีผ่านไปได้อย่างไร เราจึงควรมีครู-อาจารย์ ญาติธรรม ไว้เป็นที่ปรึกษาก็ดีนะคะ ดังนั้นหากมีข้อสงสัยอย่างไรก็ถามมาได้เลยค่ะ เป้คิดว่าประสบการณ์ของคนอื่นก็ถือเป็นครูของเราได้เหมือนกัน
ทั้งนี้ก็ควรนำสติเข้ามาใช้พิจารณาให้ได้เกิดปัญญาด้วยนะคะ ระวังในเรื่องของอุปทานด้วยค่ะตัวนี้สำคัญทีเดียว มักทำให้เราสบสนเสมอ ขอเป็นกำลังใจให้คุณเปิ้ลประสบความสำเร็จในการฝึกปฏิบัติธรรมนะคะ หากอยากเจออาจารย์ทั้งสองท่านไม่ยากเลยค่ะ เดือนตุลาคมนี้ จะมีเทศกาลหนังสือที่ศูนย์ประชุมสิริกิตติ์ ค่ะหาเวลาไปสักวันนะคะ รับรองค่ะได้พบตัวจริงแน่นอน ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะคะเป้ก็ขอให้คุณเปิ้ลได้พบความสุขทั้งทางโลกและทางธรรมเช่นเดียวกันค่ะ (*((^-^))*)
by (*((^-^))*) ปูเป้
ท่านทั้งสองจะมาในงานด้วยใช่มั๊ยค่ะ แล้วถ้าเราอยากคุยกับเค้าอยากให้เค้าเซ็นหนังสือให้เค้าจะไม่รังเกียจใช่มั๊ยค่ะ เค้าจะคุยกับเปิ้ลไม่น๊า..?? แล้วเปิ้ลจะทราบได้อย่างไรว่างานมีวันไหน แล้วอาจารย์เค้าจะไปกันวันไหนบ้างอ่ะคะ...ดีใจจังเลยจะได้เจอคนที่เปิ้ลแอบ(คิดเองในใจ) ว่าเป็นอาจารย์แล้วอยากฝากตัวเป็นลูกศิษย์จริงๆจังเลย ^O^
อ้อ ! มีอีก 1 คำถามค่ะคุณปูเป้ เปิ้ลได้อ่านธรรมะ 5 นาทีเล่ม 1 เพิ่งจบวันนนี้อยากทราบว่าวัดเขาน้อยที่อาจารย์ภูเตศวรกับคุณทมยันตรีได้ไปร่วมสร้างเอาไว้อยู่ที่ไหนค่ะและถ้าเราจะไปฝึกปฏิบัติธรรมะเค้าจะเปิดให้ได้เข้าไปมั๊ยค่ะ วัดสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้วหรือยังค่ะ
ขอบคุณคุณปูเป้อีกครั้งค่ะและถ้ามีโอกาสก็อยากได้พบหน้าค่าตาคุณปูเป้เช่นกันค่ะ ^_^
by เปิ้ล ( เด็กซิ่งอิงธรรมะ)
ว้าว..ดีใจจัง ^_^
สวัสดีค่าคุณเปิ้ล(*((^-^))*)
สำหรับงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 11 (Book Expo Thailand 2006) จัดขึ้นในวันที่ 18- 29 ตุลาคม 2549 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พบอาจารย์ทั้งสองได้ที่ บู๊ธหนังสือของสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม กร๊ป จำกัด ค่ะ(ช่วงบ่ายเป็นต้นไปนะคะ) ส่วนวัด"เขาน้อย" ที่ถามมานั้น ตอนนี้ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น "วัดป่าชนะสงครามแล้วค่ะ" อยู่ที่จังหวัด สุโขทัยค่ะ ถ้าคุณเปิ้ลสนใจและมีเวลาว่าง วันที่ 14-15 ตุลาคม 2549 คณะเราจะไปทอดกฐินกันที่นั่นค่ะ(อาจารย์ทั้งสองก็ไปด้วยค่ะ) หากสนใจ สามารถคลิ๊กเข้าไปดูรายละเอียดที่ "ธรรมะยาตรา" นะคะ หรือสอบถามได้จากพี่ ชูศรี ที่เบอร์ 081-2583495 ค่ะ หวังว่าจะได้พบคุณเปิ้ลร่วมทริปทำบุญกับเราครั้งนี้นะคะ ยินดีต้อนรับค่ะ
by (*((^-^))*) ปูเป้
คุณปูเป้...ขอบอกค่ะ ขอบอก เปิ้ลโทรไปลงชื่อกับพี่ชูศรีไว้แล้วค่ะเดี๋ยวพรุ่งนี้จะโอนค่าใช้จ่ายไปให้พี่เค้าค่ะ น้องสาวกับเพื่อนซี้เปิ้ลก็สนใจทางนี้เค้าก้อยากไปด้วย พรุ่งนี้จะให้คำตอบขอเคลียร์เรื่องงานก่อน ดีใจค่ะที่คำอธิษฐานเป็นจริง ได้เจอทั้งสองท่านและที่สำคัญได้ไปวัดที่อยากไปเพิ่งจะอ่านหนังสือธรรมะ 5 นาทีเล่ม 1จบเมื่อเช้านี้เองอ่านเรื่องวัดเขาน้อยแล้วอยากไป ไม่น่าเชื่อว่าจะได้ไปจริงๆแล้วยังได้ร่วมเดินทางกับทั้งสองท่านด้วย... ^_^
ขอบคุณคุณปูเป้มากๆนะคะ ถ้าคุณปูเป้ไม่ประชาสัมพันธ์ มาให้รู้เปิ้ลคงไม่ได้ไปงานนี้แน่ๆ ขอให้คุณปูเป้มีความสุขเช่นเดียวกับที่เปิ้ลมีความสุขตอนนี้ค่ะ ยิ้มแก้มจะปริแว้วว ^O^ แล้วเจอกันนะคะคุณปูเป้..
by เปิ้ล
ไปด้วยแน่ๆค่ะ ^_^
ถ้ารสบัสมี 2 คนแล้วคันไหนที่อาจารย์ทั้งสองจะนั่งไปด้วยค่ะ เห็นว่าจะมีพลัดกันขึ้นบรรยายข้อธรรมะ แล้วปรกติแล้วไปถึงที่นั่นเค้าต้องเตรียมเงินไปสำหรับทำบุญกันเท่าไหร่หรอค่ะ รบกวนหน่อยนะคะคุณปูเป้ ^_^
by เปิ้ล
รสบัส 2 คนแล้วคันไหนที่อาจารย์ทั้งสองจะนั่งไปค่ะ
ดีใจจังเลยค่ะ ที่คุณเปิ้ลได้ร่วมทางไปทำบุญด้วยกัน คาดว่าอาจารย์ก็จะพยามนั่งทั้งสองรถน่ะค่ะ ไม่ต้องกังวลค่ะคุณเปิ้ลจะได้เจอ ได้ซักถามกับอาจารย์แบบใกล้ชิดแน่นอน เมื่อเราไปถึงวัดนะคะ ส่วนเรื่องทำบุญ แล้วแต่ศรัทธาค่ะ หากมีชุดขาวก็เตรียมไปด้วยนะคะ ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไรวัดอยู่ติดกับเขาค่ะ อาจมีแมลง ยุง บ้างนะคะ เป้ไม่แน่ใจว่าอากาศจะเย็นรึปล่าวนะ แต่ถ้าจะเตรียมตัวไว้ก่อนก็ดีค่ะ แล้วเจอกันนะคะ (*((^-^))*)
by (*((^-^))*) ปูเป้
ได้ไปเจอทั้งสองท่านแถมยังได้ไปวัดที่อยากไปอีก งานนี้ไม่พลาดค่ะให้ฝนตกฟ้าร้องน้ำท่วมก็จะไปค่ะ ว่าแต่ว่างานนี้เค้าจะมีพิธีกวนข้าวทิพย์หรือบวงสรวงเทพยดาอีกรึป่าวค่ะ เปิ้ลไปกับน้องสาว 2 คนสงสัยจะเขินๆเพราะไม่รุ้จักใครแต่ยังงัยพยายามมองหาผู้หญิงอ้วนๆขาวๆตุ้ยนุ้ยๆไว้นะคะ แล้วเจอกันค่ะ..
by เปิ้ล ^_^
เจอกันแน่นอนค่ะ ^_^
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com