<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									รสรื่นชื่นภาษา - dhamma5minutes.com ฟอรัม				            </title>
            <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/</link>
            <description>dhamma5minutes.com กระดานสนทนา</description>
            <language>th</language>
            <lastBuildDate>Tue, 26 May 2026 22:12:50 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>บริขารโจฬ , บริขาลโจล by แม่เม้า</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b8%ac-%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b8%a5-by-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
                        <pubDate>Fri, 27 Feb 2026 07:19:33 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[บริขารโจฬ , บริขาลโจล
&nbsp;
          บริขารโจฬ อ่านว่า บอ-ริ-ขาน-โจน, บอ-ริ-ขาน-โจ-ละ          ปกติเราจะคุ้นเคยกับคำเรียกเครื่องใช้สำหรับภิกษุสามเณรอยู่ไม่กี่คำ เช่น          กาสาวพัสตร์...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-size: 24pt;color: #800080">บริขารโจฬ , บริขาลโจล</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>          บริขารโจฬ อ่านว่า บอ-ริ-ขาน-โจน, บอ-ริ-ขาน-โจ-ละ<br /><br />          ปกติเราจะคุ้นเคยกับคำเรียกเครื่องใช้สำหรับภิกษุสามเณรอยู่ไม่กี่คำ เช่น<br />          <span style="color: #000080">กาสาวพัสตร์    คือ        ผ้าย้อมฝาด สำหรับใช้นุ่งห่ม</span><br />          ไตรจีวร         คือ        ผ้าสามผืน ที่ใช้ประจำตัว มีสบง (ผ้านุ่ง) จีวร (ผ้าห่ม) และสังฆาฏิ (ผ้าห่ม หรือ ผ้าพาดบ่า)<br />          <span style="color: #000080">อังสะ           คือ         ผ้าที่ห้อยเฉวียงบ่า อยู่ชั้นใน</span><br />          รัดประคด      คือ         ผ้าคาดอก หรือ คาดเอว<br />          <span style="color: #000080">อาบน้ำฝน      คือ         ผ้าผลัดสำหรับอาบน้ำ</span><br /><br />          แต่มีอยู่ ๑ คำ ที่น้อยคนนักจะรู้จัก นั่นคือ บริขารโจฬ ข้างต้น ความหมายของคำนี้คือ ผ้าที่ภิกษุ สามเณรใช้สอยเล็กๆน้อยๆทั่วไป เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว มาจาก บริขาร + โจฬ, โจล (ท่อนผ้า, ผ้า)<br /><br /><span style="color: #ff0000"><strong>ข้อมูล </strong></span></p>
<p>นววรรณ พันธุเมธา คลังคำ. พระนคร : สำนักพิมพ์อมรินทร์, ๒๕๔๔.<br /><br />ราชบัณฑิตยสถาน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน. พระนคร</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/">รสรื่นชื่นภาษา</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b8%ac-%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b8%a5-by-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>อาสาฬหบูชา, อาษาฒ, ปุริมพรรษาและปัจฉิมพรรษา by การเกด</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ac%e0%b8%ab%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%8a%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%92-%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e/</link>
                        <pubDate>Fri, 27 Feb 2026 07:17:38 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[อาสาฬหบูชา, อาษาฒ, ปุริมพรรษา และปัจฉิมพรรษา
          เดือน กรกฎาคม ปีนี้ มีวันสำคัญทางศาสนาพุทธอยู่ ๒ วัน คือวันอาสาฬหบูชา (ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘) ตรงกับวันที่ ๑๐ ก.ค. ๒๕๔๙ กับวันเข้าพรรษา ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #0000ff;font-size: 14pt"><strong>อาสาฬหบูชา, อาษาฒ, ปุริมพรรษา และปัจฉิมพรรษา</strong></span></p>
<p>          <strong>เดือน กรกฎาคม ปีนี้ มีวันสำคัญทางศาสนาพุทธอยู่ ๒ วัน คือวันอาสาฬหบูชา (ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘) ตรงกับวันที่ ๑๐ ก.ค. ๒๕๔๙ กับวันเข้าพรรษา (แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘) ตรงกับวันที่ ๑๑ ก.ค.๒๕๔๙</strong><br /><br />          <span style="text-decoration: underline;color: #ff0000"><strong>อาสาฬห</strong></span> (อา-สาน-หะ) เป็นคำภาษาบาลี ตรงกับคำสันสกฤตคือ อาษาฒ (อา-สาด) หมายถึง เดือนที่ ๘ แห่งเดือนจันทรคติ<br /><br />          <span style="text-decoration: underline;color: #0000ff"><strong>วันอาสาฬหบูชา</strong></span> คือการบูชาในเดือนอาสาฬห เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาเพราะ<br /><br />                  ๑. เป็นวันแรกที่ทรงแสดงปฐมเทศนา ชื่อ <span style="color: #ff0000"><strong>ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร</strong></span> (ทำ-มะ-จัก-กับ-ปะ-วัด-ตะ-นะ-สูด) โปรดปัญจวัคคีย์<br /><br />                  ๒. เป็นวันแรกที่เกิด<span style="color: #ff0000"><strong>อริยสงฆ์สาวก</strong></span> (พระอัญญาโกณฑัญญะ)<br /><br />                  ๓. เป็นวันแรกที่มีสงฆ์รัตนะ ครบถ้วนเป็น<span style="color: #ff0000"><strong>พระรัตนตรัย</strong></span><br /><br />                  วันนี้มีการเวียนเทียน เช่นเดียวกับ วันวิสาขบูชา<br /><br />          <span style="text-decoration: underline;color: #0000ff"><strong>วันเข้าพรรษา</strong></span> เป็นพุทธบัญญัติให้พระภิกษุอยู่วัดตลอด ๓ เดือนในฤดูฝน โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น นอกจากกรณีจำเป็นจริง ๆ มีคำที่เกี่ยวเนื่องกับวันเข้าพรรษาดังนี้<br /><br />                  ๑. <span style="color: #ff0000"><strong>วรรษ</strong></span> (วัด-สะ) <span style="color: #ff0000"><strong>วรรษา</strong></span> (วัด-สา) <span style="color: #ff0000"><strong>พรรษ</strong></span> (พัด หรือ พัน-สะ) <span style="color: #ff0000"><strong>พรรษา</strong></span> (พัน-สา) ทั้งหมดนี้เป็นคำภาษาสันสกฤต หมายถึง<strong>ฝน, ปี</strong> ตรงกับคำบาลีว่า <span style="color: #ff0000"><strong>วัสส</strong> </span>(วัด-สะ)<br /><br />                  ๒. <span style="color: #ff0000"><strong>จำพรรษา</strong></span> หมายถึง การอยู่วัดตลอด ๓ เดือนในฤดูฝน<br /><br />                  ๓. <span style="color: #ff0000"><strong>จำนำพรรษา</strong></span> หมายถึง ผ้าที่ทายกถวายแก่พระสงฆ์ที่จำพรรษาในวัดนั้น<br /><br />                  ๔. <span style="color: #ff0000"><strong>ปุริมพรรษา</strong></span> (ปุ-ริม-มะ-พัน-สา) หมายถึง การเข้าพรรษาตอนต้นพรรษาแรก ใช้เรียกการบรรพชา (บัน-พะ-ชา = บวชเป็นสามเณร) หรืออุปสมบท (บวชเป็นภิกษุ) ก่อนวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ของทุกปี เพื่อให้เข้าพรรษาทันตามกำหนดเวลา ไปจนถึงขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑<br /><br />                  ๕. <span style="color: #ff0000"><strong>ปัจฉิมพรรษา</strong></span> (ปัด-ฉิม-มะ-พัน-สา) หมายถึง พรรษาหลัง หรือการเข้าพรรษาภายหลัง ใช้เรียกการบวชตั้งแต่ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๙ ไปจนถึง ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ เพื่อให้คนที่เข้าปุริมพรรษาไม่ทัน หรือบวชไม่ทันในช่วงแรก เป็นการผ่อนผันให้เข้าปัจฉิมพรรษาแทน<br /><br /><br /><strong>ข้อมูล – </strong></p>
<p>๑. การใช้คำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน – วรรณ แก้วแพรก<br />๒. พจนานุกรม<br />๓. สารานุกรมไทย</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/">รสรื่นชื่นภาษา</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ac%e0%b8%ab%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%8a%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%92-%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>พ่อ by แม่เม้า</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad-by-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
                        <pubDate>Fri, 27 Feb 2026 06:59:37 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[พ่อ
&nbsp;
          ใคร ๆ ต่างเขียนถึงพ่อ ในแง่ของลูกทั้งหลายพึงทดแทนพระคุณกับข้อวัตรปฏิบัติที่ลูกควรกระทำต่อท่านด้วยความสำนึกในพระคุณ          วันนี้ ลองมาเขียนถึงพ่อ ตามแบบฉบับของแม่เม้...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-size: 24pt">พ่อ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>          <strong>ใคร ๆ ต่างเขียนถึงพ่อ ในแง่ของลูกทั้งหลายพึงทดแทนพระคุณกับข้อวัตรปฏิบัติที่ลูกควรกระทำต่อท่านด้วยความสำนึกในพระคุณ</strong><br /><br /><strong>          วันนี้ ลองมาเขียนถึงพ่อ ตามแบบฉบับของแม่เม้าดูสักนิดเป็นไร</strong><br /><br />          ท่ามกลางคำนิยามของคำว่า <span style="color: #ff0000">‘พ่อ’</span> ดูเหมือนว่าทุกคน (อันหมายถึงทั้งลูกและแม่) ต่างตั้งความหวังและสร้างภาพให้พ่ออยู่ในสถานะอันสูงส่ง ต้องแบกรับภาระทั้งในบ้าน นอกบ้านอย่างหนักหนาสาหัส<br /><br />          เราคาดหวังให้พ่อเป็นโน่นเป็นนี่มากไปหรือเปล่าหนอ<br /><br />          ถ้าพ่อเป็นโน่นเป็นนี่ให้เราไม่ได้ล่ะ อะไรจะเกิดขึ้น<br /><br />          ที่สำคัญก็คือ ให้ตระหนักเสมอว่า ลูก ๆ อย่างเราจะดีหรือเลว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของใครคนใดคนหนึ่งในครอบครัว หรือสิ่งแวดล้อมภายนอก หากขึ้นอยู่กับตัวเองด้วยว่า จะเลือกอะไรมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตให้เป็นปกติสุข จนสามารถเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับลูกในอนาคตนั้นต่างหาก จึงนับว่าเป็นคนประเสริฐสุด<br /><br />          <span style="color: #ff0000"><strong>มงคลชีวิต ๓๘ ประการ ตามหลักธรรมทางพุทธศาสนา ข้อ ๑๒ กล่าวถึงหน้าที่ของบิดามารดาพึงมีต่อบุตรอยู่ ๕ ประการ เป็นคุณธรรมที่ต้องปฏิบัติอย่างอดทนอดกลั้นอย่างยิ่ง การเป็นพ่อที่ดีของลูกจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ</strong></span><br /><br />          <strong>ข้อแรกคือ</strong> ห้าม หรือกันลูกออกจากความชั่ว ด้วยการอบรม ว่ากล่าวตักเตือน มิให้ลูกถลำลึกลงสู่ความชั่วทั้งหลาย ซึ่งมักสร้างความรำคาญใจให้ลูกด้วยสาเหตุของการไม่เข้าใจกัน พ่อแม่ควรบอกเหตุผลของการห้าม ผ่อนสั้นผ่อนยาว ใช้ความรัก ความหวังดี และเหตุผลมาพบกันครึ่งทาง คุณธรรมข้อนี้จะกล่อมเกลาให้ลูกเป็นคนดี มีเหตุผลตั้งแต่ยังเล็ก<br /><br />          เชื่อกันว่า เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดู เอาใจใส่จากทางบ้านอย่างดี จะเติบโตอย่างมีคุณภาพ เป็นกำลังของชาติบ้านเมือง ไม่สร้างปัญหาให้เกิดกับครอบครัว และสังคมในภายหน้า<br /><br />          ที่สำคัญนั้นผู้เป็นพ่อต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีและถูกต้องให้ลูกดูได้ด้วย นักจิตวิทยาเน้นว่า พฤติกรรมดี ๆ ของพ่อ เป็นแรงบันดาลใจอันวิเศษสุด สามารถพัฒนาบุคลิกภาพของลูกให้ดำเนินรอยตามอย่างมีคุณภาพ ดังนั้น พ่อที่ดื่มเหล้า เมาฝิ่น กินกัญชา ก็มีแนวโน้มที่ลูกจะนำไปเป็นแบบอย่างมากขึ้นเป็นธรรมดา<br /><br />          เมื่อให้เว้นชั่วแล้ว<strong> ข้อต่อมา</strong>ก็ต้องสอนให้ลูกทำดี แม่หรือพ่อต่างก็ทำหน้าที่นี้ได้ดีเท่าเทียมกัน หากมีเวลาให้ลูกเพียงพอ<br /><br />          แต่เท่าที่เห็น ในสังคมยุคปากกัด ตีนถีบ ดิ้นรนให้ทันค่าเงินบาทอ่อนตัวนั้น อย่าว่าแต่พ่อเลยที่ขวนขวายกันสุดชีวิต แม่เองยังต้องทิ้งลูกออกทำงานหาเงินอีกแรง ทำให้เวลาที่มีน้อยอยู่แล้วยิ่งร่อยหรอลงไปอีก<br /><br />          แนวจิตวิทยาสรุปว่า การให้เวลาแก่ลูก แม้จะน้อยแต่ขอให้น้อยแบบมีคุณภาพ พ่อจะยุ่งกับงาน ออกสังคม หรือเหน็ดเหนื่อยจากอะไรก็แล้วแต่ กลับถึงบ้านให้เยี่ยมหน้าเข้าถามไถ่ พูดคุย ลูบหลังไหล่สักนิด ด้วยท่าทีของพ่อที่เอาใจใส่ลูกอย่างจริงใจนี้ เด็ก ๆ จะไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้งให้โดดเดี่ยว มีความอบอุ่น มีกำลังใจต่อสู้อุปสรรคและปัญหา โดยไม่ต้องพึ่งพายาเสพย์ติด หรือประพฤติชั่วใด ๆ จึงเป็นคนดีศรีสังคมได้แน่นอน<br /><br />          ตำรายังบอกอีกว่า พ่อที่เอาใจใส่ลูกอย่างอบอุ่น ทำตัวน่านับถือ มีความผูกพันที่ดีต่อลูกนั้น ป้องกันปัญหาลูกผิดเพศ ชายเป็นหญิง หญิงเป็นชายได้อีกทาง<br /><br />          <strong>ข้อที่สาม</strong> ให้ลูกได้รับการศึกษา เพื่อให้มีความรู้สามารถช่วยตัวเองต่อไปในภายหน้าได้ ควรสนับสนุนให้ลูกเล่าเรียนตามที่เขาถนัดและสนใจ อย่าบังคับให้เรียนในสิ่งที่พ่อแม่ชอบเป็นอันขาด เขาจะเครียด ขาดความสุข เมื่อถูกกดดัน เด็กบางคนอาจต่อต้าน แล้วพาลไม่เรียน กลายเป็นปัญหาให้แก้ไขอีก<br /><br />          พ่อที่ดีจึงควรตระหนักเสมอว่า อันความรู้มิใช่ได้จากสถาบันการศึกษาเพียงอย่างเดียว หากได้จากทุกสิ่งรอบตัว พ่อต้องหากลวิธีที่จะให้ความรู้แก่ลูกทุกครั้งที่มีโอกาส การดึงลูกให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมของครอบครัว ไม่ว่าจะปลูกต้นไม้ เลี้ยงปลา พ่อสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับการดูแล ให้ปุ๋ย ชนิดของต้นไม้ และสัตว์เลี้ยงไปด้วย เป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างพ่อลูก พ่อจึงเป็นวีรบุรุษของลูกได้ทุกสถานการณ์<br /><br />         <strong> ข้อต่อมา</strong>เมื่อลูกมีการศึกษาในระบบจนจบแล้ว ครั้นถึงวัยครองเรือนก็หาคู่ครองที่สมควรให้ ข้อนี้ต้องประยุกต์ให้เข้าสมัย โดยเป็นฝ่ายให้คำปรึกษาและแนะนำ อย่าเข้าไปก้าวก่าย หรือบงการให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ควรให้ลูกแต่งงานกับคนที่เขารัก เว้นแต่คนที่เขารักเป็นคนเลว ชักนำให้ลูกเสียหาย เป็นทุกข์ใจ อย่างนี้ก็ต้องห้ามแล้วละค่ะ<br /><br />          ในด้านการปฏิบัติ พ่อแม่เพียงหาสินสอดทองหมั้น เป็นธุระจัดการให้ตามกำลังความสามารถ ห้ามตามใจลูก หรือเห็นแก่หน้าแล้วเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว<br /><br />          ส่วนหน้าที่ของพ่อตามนัยนี้ นักจิตวิทยาให้ข้อคิดว่า พ่อที่มีบุคลิกเข้มแข็ง อดทน หนักแน่น มั่นคงในอารมณ์สูง พฤติกรรมดี ๆ เหล่านี้ของพ่อสามารถเป็นแบบที่ดีให้ลูกจดจำ นำไปถ่ายแบบได้ทั้งลูกชาย และลูกสาว<br /><br />          ถ่ายแบบอย่างไรหรือ? ลูกชายนำความประทับใจทางบวกจากพ่อ ไปพัฒนาความเป็นสุภาพบุรุษ และลูกสาวนำแบบอย่างพ่อไปเฟ้นหาชายในฝันของเธอให้กลายเป็นพระเอกในชีวิตจริง<br /><br />          อนาคตของลูกส่วนหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมของพ่อ ดังนั้นชีวิตลูกขึ้นอยู่กับมือพ่อว่าจะปั้นเขาให้ออกมาสวยงาม ไร้ที่ติ หรือเลวทรามเหลือขอ<br /><br />          <strong>ข้อสุดท้าย</strong> ท่านว่ามอบทรัพย์สมบัติให้ดูแลเมื่อถึงวัยอันสมควร นั่นคือเมื่อเขามีความรับผิดชอบ และมีคุณวุฒิ วัยวุฒิที่พร้อมแล้ว เพื่อดำรงกิจการของวงศ์ตระกูลต่อไป<br /><br />          เสาหลักของบ้านคือ พ่อ ถ้าบ้านไหนมีพ่อเป็นศาลสถิตยุติธรรมที่ลูกสามารถพึ่งพาได้ทุกกรณี โดยปราศจากการลำเอียงใด ๆ บ้านนั้นจะมีบรรยากาศอบอุ่น พี่น้องรักใคร่สามัคคีกลมเกลียวกัน ทั้งนี้ แม่ก็ต้องแสดงบทบาทในฐานะผู้พิพากษาสมทบที่ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรมเช่นกัน<br /><br />          สมบัติ เงินทองเป็นของบาดใจ ในขณะที่ความอยุติธรรมของพ่อแม่นั้นสร้างบาดแผลชีวิต และความแตกร้าวให้ลูก ๆ มาแล้วนับไม่ถ้วน<br /><br />          บางบ้านรักลูกคนเล็ก เพราะเห็นว่าเด็กกว่า จึงเอาใจและให้มากจนพี่ ๆ คิดว่าพ่อแม่ลำเอียง<br /><br />          บางบ้านรักลูกชายมากกว่า เพราะถือว่าเป็นฝ่ายสืบสกุล พ่อบางคนจึงรักและเอาใจใส่ลูกชายจนออกนอกหน้า ก่อให้เกิดการอิจฉาระหว่างพี่น้องต่างเพศ ต่างวัย<br /><br />          จริงอยู่พี่น้องในวัยเด็ก อาจชิงดีชิงเด่น มีการอิจฉาริษยา และโต้แย้งทุ่มเถียงทะเลาะกันได้ เป็นเรื่องไม่แปลก แต่พ่อที่เป็นตุลาการตัดสินผิดถูก ต้องยุติธรรมแก่ลูกทั้งสองฝ่ายเสมอ<br /><br />          การให้สิ่งของต่าง ๆ ก็เช่นกัน สิ่งใดควรให้ใคร หรือไม่ควรให้ใคร ต้องอธิบาย ชี้แจงเหตุผลให้ลูก ๆ เข้าใจได้ทุกครั้ง เพื่อป้องกันการน้อยเนื้อต่ำใจไม่ให้เกิดขึ้นในครอบครัว<br /><br />          และเมื่อถึงเวลามอบทรัพย์มรดก ก็ควรทำให้เสร็จสิ้นก่อนตาย มิฉะนั้นอาจก่อเรื่องร้าวฉานระหว่างพี่น้อง จนแตกความสามัคคี ถึงฟ้องร้องขึ้นศาล ตลอดจนถึงขั้นประหัตประหาร แย่งชิงมรดก เป็นที่น่าสลดสังเวชใจ ข้อสำคัญคือ พินัยกรรมที่เขียนขึ้นต้องยุติธรรมต่อทุกคนด้วย จึงจะหมดปัญหา<br /><br /><br />         <strong> หน้าที่ทั้ง ๕ ข้อ ดูเหมือนน้อย แต่ยากที่จะทำให้ได้ดี</strong> มีคุณภาพสมบูรณ์ที่สุด หากไม่มีความอดทด อดกลั้น และตั้งใจจริง<br /><br />          ชายหนึ่งคนกับการเป็นพ่อของลูกในครอบครัวไม่กี่คน ยังยุ่งยากเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจเพียงนี้<br /><br />          <strong>แล้วราชบุรุษพระองค์หนึ่ง ที่ทรงเป็นทั้งพระราชบิดาของพระราชโอรส พระราชธิดา และพ่อหลวงของปวงราษฎร์แห่งชาติไทย จะทรงเหน็ดเหนื่อยพระราชหฤทัยเพียงใด ในการรับพระราชภาระทั้งสองอย่างนี้พร้อม ๆ กัน</strong><br /><br />          พระองค์ทรงให้การอบรม สั่งสอน และเลี้ยงดูพระราชโอรส พระราชธิดา ให้เจริญตามรอยพระยุคลบาทจนเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยดังที่เห็น<br /><br />          พระองค์ทรงรัก และห่วงในพสกนิกรดั่งพ่อที่มีต่อลูกดังพระราชดำรัสว่า <strong>“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”</strong><br /><br />          พระมหากรุณาธิคุณทั้งหลาย เราได้รับถ้วนหน้าทุกคนจากมหาราชผู้ทรงมีพระนามว่า <strong>“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช”</strong> ผู้เป็นที่รักของเรา<br /><br />          ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/">รสรื่นชื่นภาษา</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad-by-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%b2/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>อะไรเอ่ย? by แม่เม้า</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%a2-by-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
                        <pubDate>Fri, 27 Feb 2026 06:56:23 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[อะไรเอ่ย?
&nbsp;
          ชาติใดที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่ มีความเป็นมายาวนาน ประชาชนของชาตินั้นมักมีวิถีชีวิตกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แม้มีความแตกต่างในรายละเอียดปลีกย่อย แต่ก็อยู่บนพื้น...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-size: 24pt;color: #ff0000">อะไรเอ่ย?</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>          <strong>ชาติใดที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่ มีความเป็นมายาวนาน ประชาชนของชาตินั้นมักมีวิถีชีวิตกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แม้มีความแตกต่างในรายละเอียดปลีกย่อย แต่ก็อยู่บนพื้นฐานและจุดมุ่งประสงค์อันเดียวกันเสมอ ซึ่งกลายมาเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชาติในที่สุด</strong><br /><br />          <span style="color: #ff0000">วิสัยคนไทยอย่างหนึ่งซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันเป็นที่รู้จักกันดีก็คือ การรักความสนุกสนาน</span> บางครั้งจึงดูเหมือนว่า คนไทยช่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่รู้ทุกข์รู้โศกเอาเสียเลย สามารถสนุกครื้นเครงได้ทุกเรื่อง อย่างเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปีพ.ศ. 2538 ที่ผ่านมา ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี และแม้แต่นนทบุรีที่อยู่ในเขตน้ำท่วมหนัก ถือโอกาสที่น้ำมาเยือนเป็นแรมเดือนไม่ยอมลาจากกันง่าย จัดแข่งเรือกันให้สนุกเบิกบานใจไปเสียเลย นักข่าวโทรทัศน์ช่องหนึ่งแพร่ภาพการแข่งขันดังกล่าว พร้อมกับสัมภาษณ์ประชาชนในละแวกนั้น เธอตอบคำถามถึงสาเหตุที่ต้องหาอะไรทำอย่างนี้ ก็เพราะทุกข์ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ยอมรับสภาพแต่โดยดี แล้วทำชีวิตตรงจุดนี้ให้สนุกจะได้ไม่เครียด แม่เม้าดูแล้วก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง วิธีการอย่างนี้ คนไทยโบราณเขาทำมานานแล้ว ถือว่าเป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่ง อย่างงานศพตามวัดต่างจังหวัด จะมีการสวดคฤหัสถ์เป็นที่ครึกครื้นไปทั้งบ้านหรือศาลาสวดศพ สร้างความขบขันและคลายทุกข์ให้กับเจ้าภาพได้ดีทีเดียว<br /><br />          เ<span style="color: #ff0000">กมการชิงไหวชิงพริบ หรือทดสอบไหวพริบปฏิภาณซึ่งกันและกันของคนไทยอีกชนิด ที่สร้างความเฮฮาให้<strong>ก็คือ ปริศนาคำทาย</strong> <span style="color: #000000">ซึ่งเราคุ้นเคยอย่างดีมาแต่อ้อนแต่ออกว่า</span> <strong>‘อะไรเอ่ย’</strong></span> นั้น จุดประสงค์เดิมก็คงจะเล่นเพื่อความเพลิดเพลิน เชื่อมไมตรีต่อกัน เป็นการทดสอบเชาวน์ปัญญาว่าใครจะเฉียบแหลมกว่ากัน ฝึกให้เป็นคนช่างสังเกตอีกทางหนึ่งด้วย<br /><br />          การตั้งคำทายนั้นส่วนใหญ่มักเป็นคำที่จดจำต่อ ๆ กันมา มีแพร่หลายทุกภาคของประเทศ แต่ละภาคก็มีคำถามที่เป็นของตัวเองส่วนหนึ่ง และเป็นคำทายที่รู้จักร่วมกันทุกภาคอีกส่วนหนึ่ง เช่น<strong><span style="color: #993300"> ‘อะไรเอ่ย ตาแป๊ะหลังโกง ลงน้ำไม่ขุ่น’</span></strong> คำตอบนั้นเรามักจะรู้อยู่แล้วว่าหมายถึง <strong><span style="color: #993300">เบ็ด</span></strong> หรือไม่ก็<span style="color: #0000ff"><strong> ‘อะไรเอ่ย ต้นเท่าครกใบปรกดิน’</strong> </span>ก็คือ <span style="color: #0000ff"><strong>กอตะไคร้</strong></span> อย่างนี้เป็นต้น<br /><br />          แต่ถ้าแยกเป็นภาค ๆ ก็จะมีลูกเล่นแปลกไปอีกแบบ วันนี้ท่านผู้อ่านลองเล่นปริศนาคำทายย้อนวัยกันสักครั้งนะคะ<br /><br />          อย่างคำทายของ<span style="color: #ff0000">ชาวเหนือ</span>ถามว่า <span style="color: #ff0000"><strong>‘อะหยังเอ่ย ก้นจี้ฟ้า หน้าถะแลดดิน’</strong> </span>(ก้นชี้ฟ้า หน้าถูดิน) คำตอบคือ <span style="color: #ff0000"><strong>หอย</strong> </span>ไงคะ อีกคำถามนะคะ คำถามนี้น่ารักดี<span style="color: #ff0000"><strong> ‘ออกบ้านไค่หัวฮิ ๆ ปิ๊กมาน้ำย้อยซิก ๆ’</strong> </span>(ออกจากบ้านหัวเราะฮิ ๆ กลับมาน้ำไหลซิก ๆ) คำตอบเขาเฉลยว่า<span style="color: #ff0000"><strong> แห</strong></span> ค่ะ ปลายแหเขาถ่วงด้วยลูกตะกั่ว เวลาพาดบ่าเดินไปหาทำเลทอดแหตามตลิ่ง จะมีเสียงเหมือนคนหัวเราะจริง ๆ ด้วย เพราะลูกตะกั่วกระทบกันนั่นเอง ช่างเข้าใจสังเกตแล้วตั้งคำถามเหลือเกินเชียว<br /><br />          พี่น้องชาว<span style="color: #ff00ff">อิสาน</span>ก็ใช่ย่อย ถามว่า <span style="color: #ff00ff"><strong>‘แม่นอิหยัง น้ำพอกินแต่บ่พออาบ น้ำพออาบแต่บ่พอกิน’</strong></span> หาคำตอบได้มั๊ยคะ คำถามแรกหมายถึง <span style="color: #ff00ff"><strong>น้ำนม กับ น้ำเหงื่อ</strong></span> คือคำถามหลังค่ะ ปริศนาบางข้อก็เป็นคติธรรมสอนใจในตัว<span style="color: #ff00ff"><strong> ‘ป่าอิหยัง คนสิต้องไปทุกคน’</strong></span> สัจธรรมคำตอบคือ<span style="color: #ff00ff"><strong> ‘ป่าช้า’</strong></span> สะใจดีแท้<br /><br />          ชาวใต้ก็นิยมทายไม่แพ้กัน ‘ไอ้ไหรเอ่ย พระอินทร์หน้าเขียว พลัดตกลงมาเยี่ยวแตก’ ว๊าย! ใครนะช่างประทุษร้ายองค์อินทร์ให้หมดท่าขนาดนี้หนอ โธ่เอ๊ย... แค่มะพร้าวอ่อนร่วงจากต้นเท่านั้นเอง เข้าใจเล่นจริง ๆ<br /><br />          ปริศนาอีกประเภทเราเรียก<span style="color: #ff0000"><strong> พะหมี</strong> หรือ <strong>ผะหมี</strong></span> ค่ะ เป็นการเล่นทายกันอย่างเป็นกิจลักษณะ ค่อนข้างได้ระดับมาตรฐานอิงวิชาการเลยทีเดียว ดั้งเดิมเป็นการทายของชาวจีน มาจาก <span style="color: #0000ff"><strong>พะ, ผะ</strong> </span>หมายถึง <strong><span style="color: #0000ff">ตี</span></strong> <span style="color: #ff0000"><strong>หมี</strong></span> แปลว่า <span style="color: #ff0000"><strong>ปริศนา</strong></span><br /><br />          <span style="color: #ff0000"><strong>ผะหมี</strong> </span>แปลได้ความว่า <span style="color: #ff0000"><strong>การตีปริศนา</strong></span> เวลาตอบต้องอรรถาธิบายคือ ตีความหมายของข้อปริศนานั้นให้แตก เป็นการแสดงภูมิปัญญาทั้งของผู้ตั้งคำถามและผู้ทาย จะตั้งปริศนาด้วยร้อยกรอง เช่น<span style="color: #0000ff"> ปริศนาแรกเรียกว่า <strong>ปริศนาดอกสร้อย</strong></span> <strong>แต่งด้วยกลอนดอกสร้อย ๑ บท วรรคแรกเป็นการเชิญชวนให้ตอบปริศนา ส่วนอีก ๗ วรรคเป็นคำถาม</strong><br /><br /><strong>                          ปริศเอ๋ยปริศนา                         เลื่อยไม้ซุงออกมาเป็นแผ่นแผ่น</strong><br /><strong>                  ถิ่นแห้งแล้งอัตคัดและขาดแคลน             เกิดความแค้นแน่นใจในอารมณ์</strong><br /><strong>                  ด้วยอำนาจสิ่งหนึ่งใดดลให้เกิด              จุดกำเนิดใต้พิภพดินกลบถม</strong><br /><strong>                  ดาดเบื้องบนใต้หลังคาน่าชื่นชม             สิ่งเหมาะสมกังวานดั่งระฆังเอย</strong><br /><br />         คำตอบนั้นพยางค์ท้ายของทุกคำเป็นคำพ้องเสียงเหมือนกันคือ กระดาน กันดาร เดือดดาล บันดาล บาดาล เพดาน และกังสดาล<br /><br />         <span style="color: #0000ff">ปริศนาต่อมาเรียกว่า <strong>ปริศนาคำผวน</strong>ค่ะ</span> คำตอบจะเป็นคำผวนเสมอ เช่น<br /><br />                          <strong>แขนหนี่งเขียนแบบสร้าง              อาคาร</strong><br /><strong>                  แขนหนึ่งส้มโอหวาน                         อร่อยแท้</strong><br /><strong>                  แขนหนึ่งอยู่อิสาน                            จังหวัด</strong><br /><strong>                  แขนหนึ่งพระเอกแล้                         จากแฟ้มวรรณคดี</strong><br /><br />          โคลงปริศนาชนิดนี้บอกใบ้ไว้ว่าคำตอบคำแรกขึ้นต้นด้วยแขน มีแขนอะไรบ้างเอ่ย แขนเปลียน แขนป้าว แขนก่อน และแขนผุน ไงคะ ผวนคำออกมาก็จะเป็นคำตอบที่แท้จริง ท่านลองขยับเองนะคะ<br /><br />         ผะหมีที่ยกมาเป็นตัวอย่างสุดท้ายนี้ คำตอบก็จะเป็นลูกโซ่ต่อ ๆ กันไปคล้ายคำถามที่เด็ก ๆ เล่นกันว่า คนอะไร (คนไทย) ไทยอะไร (ไทกอ) กอไก่ ไก่ฟ้า ฟ้าแลบ แลบลิ้น ลิ้นชัก ชักว่าว ว่าวจุฬา ฯลฯ ปริศนานี้จึงเรียกว่า<span style="color: #0000ff"><strong>ปริศนาลูกโซ่</strong></span>ด้วย เสียงท้ายของคำตอบแรกจะเป็นพยางค์แรกของคำตอบต่อมาค่ะ<br /><br />                          <strong>ฝรั่งไทยใช้กินเป็นอาหาร                 ใช้ล้างผลาญกันเองน่าอดสู</strong><br /><strong>                  เปรียบความดำดำสนิทจงคิดดู                   เห็นกันอยู่ไม้ประดับประทับใจ</strong><br /><strong>                  เจรจาพาทีมีโต้ตอบ                               เครื่องทดสอบตอบว่าเวลาไหน</strong><br /><strong>                  ดอกไม้ขาวท่านทราบหรือชื่ออะไร                หนทางไปมองไม่รู้ดูงงงัน</strong><br /><br />         คำตอบจะเป็นลูกโซ่ว่า ขนมปัง ปังตอ ตอตะโก โกสน สนทนา นาฬิกา กาหลง แล้วก็หลงทางค่ะ ตอบได้กี่คำคะ ลองทำดูบ้างไหมเอ่ย<br /><br />         <span style="color: #ff0000"><strong>ปริศนาคำทายของทุกที่มักได้จากวิถีความเป็นอยู่ ความเชื่อ วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมของแต่ละท้องถิ่น</strong></span> ที่กล่าวมาทั้งหมดวัยรุ่นเขาหาว่าเป็นของเก่าแล้วค่ะ เด็ก ๆ สมัยนี้เขาทายกันแต่ละครั้งคนได้ยินงี้หัวใจหล่นไปถึงตาตุ่ม เขามีลูกเล่น ลูกล่อ ลูกชนพิสดารพันลึกกว่าของปู่ย่าตายายเยอะแยะ แต่นั่นแหละค่ะอย่างน้อยก็บ่งชี้ให้รู้ว่า เขาพัฒนาความคิดไปอีกรูปแบบหนึ่ง โดยเอาสังคมแวดล้อมรอบตัวเองมาสะท้อนเป็นคำถามร่วมสมัย คำเฉลยบางครั้งเรานึกไม่ถึงเอาเหมือนกัน อย่างปริศนาคำว่า <span style="color: #ff00ff">‘อะไรเอ่ย ถ่างขาแล้วนั่งทับ’</span> แม่เม้าเคยตอบแบบประสาคนวัยดึกว่า กระต่ายขูดมะพร้าวไงเล่า แต่พ่อลูกชายบอกว่าผิด คำตอบจริง ๆ คือ<span style="color: #ff00ff"><strong> มอเตอร์ไซค์</strong> หรือ <strong>จักรยานยนต์รับจ้างต่างหาก</strong></span> เป็นอันว่าแม่เม้าไม่รู้จักพัฒนาตัวเองให้ทันโลก ทันลูก ว่างั้นเถอะ<br /><br />          <span style="color: #ff00ff">“หมาอะไรโดนเตะแล้วไม่ร้อง”</span> ก็หมาตายไง อย่าตอบอย่างนี้นะคะ เดี๋ยวจะเสียฟอร์ม เด็กเขาตอบ <span style="color: #ff00ff"><strong>“หมาอดทน”</strong> </span>ค่ะ ตอบยังไงก็ไม่มีสิทธิถูกหรอกค่ะ<br /><br />          ปริศนาบางข้อเล่นถาม-ตอบกันเป็นเรื่องเป็นราว ยาวยืดกว่าจะจบได้เหนื่อยทั้งคนถามและคนตอบ ลองแซมเปิ้ลดูสักเรื่องนะคะ (ต้องหัดพูดทับศัพท์ไว้บ่อย ๆ จะได้ทันสมัยกับเด็ก ๆ ยิ่งกลัวตกรุ่นอยู่ด้วย)<br /><br />         <span style="color: #0000ff"><strong> “นกกระจาบบินมาบนท้องฟ้า นายพรานขึ้นไกสับนก แต่...ไม่ได้ยิงนก ถามว่าทำไมนกจึงตกลงมาตาย”</strong></span> ปัญหาอะไรช่างยาวดีแท้ สงสัยนกหัวใจวายกะทันหันมั้ง...ผิด...<span style="color: #0000ff"><strong>ก็เพราะนกตกใจเสียงปืน จึงเอาปีกปิดหู ทำให้พลาดตกลงมาตาย</strong></span> เฮ้อ! ขอถอนใจแก้กลุ้มหน่อยเถอะ แม่เม้าต้องต่อสุภาษิตเก่าให้ยาวขึ้นอีกนิดซะแล้วกระมัง<span style="color: #ff00ff"> ‘สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง สองปีกมีพลัง ก็ยังตกมาตาย’</span> แหะ ๆ....<br /><br />          <span style="color: #ff0000"><strong>‘นกพิราบที่วัดสุทัศน์ฯ หมู่นี้ไม่มีบินมาเลย ถามว่านกมันไปไหนหมด’</strong> </span>ไปหากินที่อื่นมั้ง...ก็ไม่ถูกอีกแหละ <span style="color: #ff0000"><strong>มันไปงานศพเพื่อนนกตัวที่ตกมาตายตัวนั้นไง</strong></span> โอ้โฮ! เพิ่งรู้นะนี่ว่านกก็มีงานศพกะเขาด้วย<br /><br />          <strong>เออ...แล้ว<span style="color: #ff0000">นกกะปูดทำไมถึงตาแดงล่ะจ๊ะ?</span></strong><br />          <span style="color: #ff0000"><strong>เพราะมันร้องไห้เสียใจที่เพื่อนนกตกมาตายนั่นแหละ</strong></span> เอ๊ะ! ที่ไปงานศพน่ะ มันนกพิราบไม่ใช่รึ? ขืนสงสัยอย่างนี้ก็จะถูกเอ็ดเอาว่า นกพิราบมันไม่ได้ร้องนี่ มันไปงานศพเฉย ๆ ตะหาก เอา...เชื่อ ๆ ไปก่อนละกัน<br /><br />          <span style="color: #0000ff"><strong>ทีนี้อีกาทำไมขนถึงดำ?</strong></span><br />          อย่าเผลอตอบเชียวนาว่า...ธรรมชาติมันเป็นอย่างนั้น คำตอบที่ถูกของเขาคือ<span style="color: #0000ff"><strong> เพราะมันไว้ทุกข์ให้กับเพื่อนที่ตกมาตายไงเล่า</strong></span> เอ....ไอ้ที่บินมาบนท้องฟ้าตั้งตะต้นเรื่อง มันนกกระจาบหรืออีกาหว่า แค่เปรยกับตัวเอง เจ้าของคำถามก็ค้อนขวับ เอ้า...ไม่สงสัยก็ได้ (วะ)<br /><br />          <span style="color: #ff00ff"><strong>หัวนกตะกรุมทำไมจึงไม่มีขน?</strong></span><br />          ถามได้...ถ้ามีขนก็ไม่เรียกนกตะกรุมซี เปล่าร้อก <span style="color: #ff00ff"><strong>ที่ไม่มีขนก็เพราะมันโกนผมบวชหน้าไฟให้เพื่อนมันตะหาก</strong></span> โห...สปิริตแรงไม่ใช่เล่น<br /><br />          คำถามสุดท้ายนี่สิเด็ดดวงนักเชียว<br />          <span style="color: #ff0000"><strong>นกนางแอ่นทำไมต้องรีบทำรังให้มากที่สุด?</strong></span> คุณผู้อ่านลองเดาดูซิคะว่าจะตรงกับเฉลยรึเปล่า ออดแอด ข้าวเหนียวติด...จะกินไหมเอ่ย ถ้าตอบว่า ‘กิน’ แม่เม้าจะไขปริศนาให้ค่ะ<br /><br />          คำตอบมีว่า <span style="color: #ff0000"><strong>นกนางแอ่นจะเอารังนกไปตุ๋น ช่วยงานสำหรับเลี้ยงแขกที่ไปในงานศพเพื่อนเจ้าปัญหาที่ตกมาตายตัวเดียว แต่ทำเขาป่วนกันทั้งเมืองนั่นแหละ</strong></span> ก็...เพิ่งรู้อีกนะนี่ว่า ทำไมทั้งนกพิราบ นกกะปูด อีกา และนกตะกรุมจึงต้องดั้นด้นไปงานศพเจ้านกกระจาบให้ได้ ที่แท้ก็กะจะไปฟาดรังนกตุ๋นนี่เอง<br /><br />          <strong>แหม...ทำไมประพฤติตนเหมือนแม่เม้าเปี๊ยบเลย</strong><br /><br /><strong>ที่มา : สัพเพเหระ (พ.ค. 2539) -- แม่เม้า</strong></p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/">รสรื่นชื่นภาษา</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%a2-by-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%b2/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ชักเปี๊ยะ by การเกด</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b0-by-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%94/</link>
                        <pubDate>Fri, 27 Feb 2026 06:44:58 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ชักเปี๊ยะ
&nbsp;
          คำในภาษา เกิดได้หลายวิธี เช่นเลียนเสียงเด็กทารก ก็ได้คำว่า หม่ำ, อ้อแอ้ มาใช้ หรือจะเลียนเสียงสัตว์ เหตุการณ์ทางธรรมชาติจะได้คำว่า กบ, ตุ๊กแก, อีกา, ฝนตกซู่, ลมพ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-size: 24pt;color: #ff0000">ชักเปี๊ยะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>          <strong>คำในภาษา</strong> เกิดได้หลายวิธี เช่นเลียนเสียงเด็กทารก ก็ได้คำว่า หม่ำ, อ้อแอ้ มาใช้ หรือจะเลียนเสียงสัตว์ เหตุการณ์ทางธรรมชาติจะได้คำว่า กบ, ตุ๊กแก, อีกา, ฝนตกซู่, ลมพัดดังหวือ ๆ เป็นต้น<br /><br />          <span style="color: #ff00ff">มีคำอยู่คำหนึ่งซึ่งเกิดจากการเสียดสีกันของวัตถุ เป็นคำเก่า ไม่มีที่ใช้แล้วในปัจจุบัน</span> หากแต่ที่มาของคำนี้ น่าสนใจสำหรับเด็ก ๆ สมควรรู้ไว้<br /><br />          ในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อถึงวันปีใหม่แบบเก่า (เดือน 5 ขึ้น 1 ค่ำ) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระบรมวงศานุวงศ์ เข้าไปเสวยพระกระยาหารเวลาเย็นในพระบรมมหาราชวัง บางทีก็นัดให้แต่งพระองค์ในแบบต่าง ๆ บางปีแต่งเป็นปกติ เสวยแล้วก็มีการเล่นกีฬา หรือไม่ก็ทอดพระเนตรเล่นกลบ้าง เล่นละครพูดบ้าง<br />          <br />          ในการเลี้ยงพระบรมวงศานุวงศ์นั้น <span style="color: #ff0000">มีธรรมเนียมเกิดขึ้นอย่างหนึ่ง คือจะมีห่อของพระราชทานแจกด้วย เรียกห่อของนี้ว่า <strong>“ชักเปี๊ยะ”</strong> ในห่อของจะมีโคลงแต่งเป็นเนื้อความชวนขันบรรจุไว้อีกด้วย</span> เช่นแต่งว่า<br /><br />                          งามยศงามศักดิ์พร้อม         งามสม<br />                  เป็นที่นิยมชม                         ทั่วหน้า<br />                  ถ้อยคำก็คายคม                       เปรื่องปราชญ์<br />                  กินก็เก่งกาจกล้า                      ไม่รู้กี่ชาม<br /><br />          ใจความ ทรงเย้าผู้ได้รับของพระราชทานว่า อะไร ๆ ก็ดีหมด แม้กระทั่งพฤติกรรมการบริโภค เก่งถึงขนาดรับประทานได้หลาย ๆ ชาม<br /><br /><br />          <strong>ทำไมจึงเรียกห่อของว่า <span style="color: #ff0000">ชักเปี๊ยะ?</span></strong><br /><strong>          ชักเปี๊ยะ</strong> เป็นห่อกลม ๆ ยาว ๆ ห่อด้วยกระดาษแก้วทึบคล้ายกระจกเป็นสีต่าง ๆ หัวท้ายห่อ จักกระดาษเป็นฝอย แล้วรัดหัวรัดท้าย ตรงกลางห่อทำเป็นรอยต่อสำหรับดึง หรือชัก มีหมายเลขสลากซ่อนใส่ไว้ด้วย ภายในกล่องมีวัตถุเคมีแบบระเบิดอย่างอ่อนเหมือนแก๊บปืนเด็กเล่น เมื่อชักลิ้นเลื่อนออกมา ก็จะเสียดสีกันเกิดเสียงดัง <strong>เปี๊ยะ!</strong> เป็นเหตุให้เรียกห่อของขวัญนี้ว่า <span style="color: #ff0000"><strong>ชักเปี๊ยะ</strong></span> คือชักออกมาดังเปี๊ยะนั่นเอง<br /><br /><br /><br /><strong>ที่มา :</strong> <br />1. หลักภาษาไทย – กำชัย ทองหล่อ<br />2. ร้อยแปดเรื่องไทย – ส.พลายน้อย</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/">รสรื่นชื่นภาษา</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b0-by-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%94/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>จิงโจ้ที่ไม่ใช่จิงโจ้อย่างเดียว by การเกด</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%ad/</link>
                        <pubDate>Fri, 27 Feb 2026 06:42:53 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[จิงโจ้ที่ไม่ใช่จิงโจ้อย่างเดียว
&nbsp;
          คำว่า จิงโจ้ เรามักคิดว่าหมายถึง สัตว์สี่เท้า ที่ฝรั่งเรียกว่า แกงการู (Kangaroo) เป็นสัตว์ป่า เท้าหน้าสั้น ที่ท้องมีกระเป๋าสำหรับใส่ลูก   ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="color: #ff0000;font-size: 24pt">จิงโจ้ที่ไม่ใช่จิงโจ้อย่างเดียว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>          คำว่า <span style="text-decoration: underline"><strong>จิงโจ้</strong></span> เรามักคิดว่าหมายถึง สัตว์สี่เท้า ที่ฝรั่งเรียกว่า <span style="text-decoration: underline"><strong>แกงการู</strong></span> (Kangaroo) เป็นสัตว์ป่า เท้าหน้าสั้น ที่ท้องมีกระเป๋าสำหรับใส่ลูก<br /><br />          แท้ที่จริงแล้ว <strong><span style="color: #ff0000">จิงโจ้</span></strong> มีความหมายหลากหลายยิ่งกว่านั้น คือ<br /><br />                  1. <span style="color: #0000ff"><strong>สิ่งที่ใช้ห้อย หรือแขวนเหนือเปลเด็กในสมัยโบราณ</strong></span> ทำด้วยไม้ไผ่สานเป็นรูปแมลงที่กระโดดอยู่บนผิวน้ำ ที่เรียกกันว่า แมลงจิงโจ้<br />                  2. <span style="color: #ff0000"><strong>แมลงชนิดหนึ่ง มีขายาวหลายขา วิ่งบนผิวน้ำ</strong></span> ซึ่งเป็นพันธุ์แมลงมุมชนิดหนึ่ง<br />                  3. <span style="color: #ff00ff"><strong>นกชนิดหนึ่ง ที่ร้องเสียง จี่...โจ้ะ</strong> </span>พบในภาคอิสาน วรรณคดีเรื่องอิเหนา สมัยรัชกาลที่ 1 ก็กล่าวถึงนกชนิดนี้ด้วย<br />                  4.<span style="color: #800080"><strong> เครื่องป้องกันใบจักรเรือ</strong></span> ไม่ให้สวะเข้าไปปะ และกันกระทบ กับช่วยไม่ให้เพลาแกว่ง<br />                  5. <span style="color: #ff6600"><strong>สัตว์ประหลาด ที่มีหัวและร่างเป็นคน แต่มีปีกเป็นนก</strong></span> บางท่านเรียกว่าตัว อรหัน ((ออ-ระ-หัน) ซึ่งต่างกับคำว่า อรหันต์ (อะ-ระ-หัน) ที่หมายถึง ผู้สำเร็จธรรมพิเศษสูงสุดในพระพุทธศาสนา) พบตามภาพจิตรกรรมฝาผนังวัด ภาพลายรดน้ำตามตู้พระธรรม<br />                  6.<span style="color: #ff00ff"><strong> ทหารหญิง รักษาพระองค์สมัยรัชกาลที่ 4 ได้แก่ โขลน</strong></span> ที่แต่งตัวเป็นทหาร ในงานแห่โสกันต์ฝ่ายใน หรือเจ้านายผู้หญิงที่แต่งชุดทหารตามเสด็จรัชกาลที่ 4 เวลาบอก<span style="color: #ff00ff"><span style="text-decoration: underline"><strong>วันทยาวุธ</strong></span> ทหารพวกนี้ร้องว่า <span style="text-decoration: underline"><strong>จิงโจ้กัด</strong></span> ถ้าให้ <span style="text-decoration: underline"><strong>เรียบอาวุธ</strong></span> ก็ร้องว่า <span style="text-decoration: underline"><strong>จิงโจ้นอน</strong></span> ถ้า<span style="text-decoration: underline"><strong>แบกอาวุธ</strong></span> จะร้องว่า <span style="text-decoration: underline"><strong>จิงโจ้หยุด</strong></span></span><br /><br />ทหารหญิงจิงโจ้ แต่งกายคล้ายทหารสก็อต สวมหมวก ใส่เสื้อแขนยาว นุ่งกระโปรง สวมถุงเท้าลาย และรองเท้าหนัง<br /><br /><span style="text-decoration: underline"><strong>โขลน</strong></span> น. หญิงนายประตู ซึ่งรับราชการอยู่ในพระราชวัง มีหน้าที่คล้ายตำรวจ<br /><span style="text-decoration: underline"><strong>โสกันต์</strong></span> ก. โกนจุก<br /><br /><br /><strong>ที่มา : <br /></strong>1. พจนานุกรม<br />2. แกะรอยเรื่องเก่า – อเนก นาวิกมูล</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/">รสรื่นชื่นภาษา</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%ad/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ภาษาพาชื่นบาน by แม่เม้า</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%99-by-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
                        <pubDate>Fri, 27 Feb 2026 06:36:12 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ภาษาพาชื่นบาน
&nbsp;
          มนุษย์มีความพึงพอใจที่จะได้ยินได้ฟังแต่สิ่งที่ไพเราะ ก่อให้เกิดความชื่นบานหรรษา มากกว่าคำหยาบคายกักขฬะ ภาษาที่ไพเราะต้องคมคาย กินใจ และสร้างสรรค์ ถ้าสัมผัสคล...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-size: 24pt;color: #993300"> ภาษาพาชื่นบาน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>          <strong>มนุษย์มีความพึงพอใจที่จะได้ยินได้ฟังแต่สิ่งที่ไพเราะ ก่อให้เกิดความชื่นบานหรรษา</strong> มากกว่าคำหยาบคายกักขฬะ ภาษาที่ไพเราะต้องคมคาย กินใจ และสร้างสรรค์ ถ้าสัมผัสคล้องจอง มีการเล่นคำ เล่นความได้อรรถรสจนสามารถถ่ายทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติได้ก็ยิ่งวิเศษ<br /><br />          คนไทย เป็นชาติที่ใช้ภาษาได้ประณีต ไพเราะที่สุด มีลักษณะพิเศษทางภาษาไม่เหมือนใคร หากเรียบเรียงถ้อยคำอย่างสละสลวยมีศิลปะแล้วละก็ ภาษาจะสุนทรีย์มีความหมายลึกซึ้งเกินพรรณนา<br /><br />          โดยเฉพาะการใช้คำให้สัมผัสคล้องจอง ตามวิสัยความเป็นชาติเจ้าบทเจ้ากลอนเพียงประการเดียวก็กินขาดแล้วล่ะค่ะ<br /><br />          โวหารที่สร้างภาพพจน์ สร้างจินตนาการให้เด่นชัดโดยใช้การเปรียบเทียบ เปรียบเปรยแล้วละก็ คงไม่มีชาติใดทำได้สะใจเท่าคนไทยแน่นอน แค่ถูกค่อนว่า<strong> เวลาไปเหมือนไก่จะบิน เวลามาเหมือนห่าจะกิน</strong> เด็กรุ่นแม่เม้าต้องรีบลดฝีเท้าที่ย่ำถี่ ๆ ลงเป็นอาการย่องได้ทันควันทีเดียว จะชอบอะไรนอกหน้าไม่สำรวมกิริยา จะถูกเอ็ดด้วย<strong> ระริกระรี้ยังกะปลากระดี่ได้น้ำ หรือว่า ได้ยินผู้หญิงอาไร้ เสียงเท่าฟ้า หน้าเท่ากลอง</strong> แล้วคุณไม่รีบหุบปากที่อ้าสุดจักรวาลละก็ จะเข้าข่ายความผิดฐานดื้อด้านทันที<br /><br />          ใครที่ตื่นตระหนก ตกประหม่ากับเรื่องเล็กน้อย คอยทำตัวเป็นพลเมืองไทยมุงก็จะถูกตำหนิว่า<strong> ข่าวช้างดู ข่าวหมูแล่น</strong><br /><br />          ไม่เพียงแต่ตำหนิ เปรียบเปรย หรือห้ามปรามเท่านั้น บางทีเราได้ประโยชน์ในเชิงตักเตือน อบรมสั่งสอนอยู่ไม่น้อย เช่น <span style="color: #0000ff"><strong>อย่าเอาไม้สั้นไปรันขี้</strong> </span>พอเห็นภาพว่าของเหม็นจะเปื้อนมือ เพราะใช้ไม้ขนาดสั้นมากทำความสะอาดหลังไปทุ่งขับถ่ายของเสียเสร็จ หากบอกแล้วไม่ฟังจะนั่งเหม็นมือตัวเองค่ะ<br /><br />          ผู้นำของชาติ ท่านได้ประโยชน์จากภาษาอันสุนทรมาสร้างสรรค์สร้างคำขวัญในวาระโอกาสสำคัญ ๆ ให้เด็ก ๆ ท่องจำนำไปปฏิบัติ อาทิ คำขวัญวันเด็กที่ว่า <span style="color: #0000ff"><strong>เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ</strong></span> นั้น ลูกชายแม่เม้าเคยเอาไปแปลงสาร ส่งครูเป็นการบ้าน ในโอกาสวันแม่แห่งชาติว่า<strong> แม่ดีเป็นศรีแก่ชาติ แม่อุบาทว์ชาติล้าหลัง</strong> เป็นเหตุให้แม่เม้าได้รับใบนัดพบเป็นพิเศษจากครูประจำชั้นของลูกโดยด่วน เลยได้ตัวอย่างการบ้านของเพื่อนลูกมาให้ยั่วยิ้มด้วย บางชิ้นขึ้นต้นทำท่าว่าจะดีแล้วเชียว แต่ไปไม่รอดค่ะ <strong>แม่ดีเป็นศรีแก่ลูก แม่ท้องผูกลูกท้องเสีย</strong> ไหงเป็นอย่างนี้ไปได้ล่ะหนอ เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้าก็จริงอยู่แต่ที่แน่ ๆ <strong>ผู้ใหญ่ในวันนี้คือผีในวันหน้า</strong> ครับผม ก็จริงเนาะ ฟังดูก้าวร้าวแต่ใครเถียงได้ล่ะว่าไม่จริง<br /><br />          นี่คือภาษาสร้างความบันเทิงใจ ที่แสดงให้เห็นว่าแม้แต่เด็ก ๆ ยังพลอยซึมซับความเจ้าบทเจ้ากลอน ใช้คารมโต้ตอบแบบสวนควันปืนได้ขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่มรดกทางวัฒนธรรมความคิดอย่างที่ว่า แล้ว เราจะเรียกว่ากระไรดี<br /><br />         <span style="color: #0000ff"><strong> มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท</strong></span> ของสุนทรภู่ ก็มีมือดีทำตัวเป็นสุนทรพวง แปลงโฉมเป็นหนุ่มแร็พ ผู้ไม่รู้คุณค่าของเงินต่อว่า<strong>ไปตลาดฟาดให้เหี้ยนเตียนกระเป๋า</strong><br /><br />          เด็กทำเพราะความคะนอง ผสมรูปแบบการใช้คำอันแสดงความทะเล้นให้เห็นขำ แต่ถ้าระดับกวีแล้วไซร้ ท่านถือว่าการล้อคำประพันธ์ของกวีโบราณด้วยการแต่งเลียนแบบนั้น เป็นวิธีบูชากวีกันกลาย ๆ อ่านแล้วได้ยิ้มแย้มอารมณ์ดี คลายเครียดได้ไม่เบา<br /><br />          ขอยกตัวอย่างโคลงนิราศนรินทร์ โคลงโลกนิติ และกำศรวลศรีปราชญ์ ฉบับจริงกับฉบับเลียนล้อ ชื่อนิราศสรวมรอย ของ พ.ณ ประมวลมารค ให้คุณอ่านสักนิด ถ้าชอบใจเกิดอารมณ์ชื่นบานละก็ ทำได้มากกว่ายิ้มนะคะ<br /><br />                  1.             <span style="color: #000080">อยุธยายศล่มแล้ว            ลอยสวรรค์ ลงฤๅ</span><br /><span style="color: #000080">                          สิงหาสน์ปรางค์รัตน์บรร            เจิดหล้า</span><br /><span style="color: #000080">                          บุญเพรงพระหากสรร               ศาสน์รุ่ง เรืองแฮ</span><br /><span style="color: #000080">                          ยังอบายเบิกฟ้า                     ฝึกฟื้นใจเมือง</span> <br />                 <strong>(นิราศนรินทร์)</strong></p>
<p>                                     อโยธยายศเฟื่องฟ้า         ลอยสวรรค์<br />                          ยศอยุธยาพลัน                      พลัดม้วย<br />                          ยศแม่ซิแน่ฉัน                        ขอบอก ให้ฮา<br />                          บางกอกพอกยศด้วย                 แค่นั้นสรรเสริญ <br />                  (นิราศสรวมรอย)<br /><br />                  2.             <span style="color: #000080">โฉมควรจักฝากฟ้า            ฤๅดิน ดีฤๅ</span><br /><span style="color: #000080">                          เกรงเทพไทธรณินทร์                 ลอบกล้ำ</span><br /><span style="color: #000080">                          ฝากลมเลื่อนโฉมบิน                 บนเล่า นาแม่</span><br /><span style="color: #000080">                          ลมจักชายชักช้ำ                      ชอกเนื้อเรียมสงวน</span> <br />                  <strong>(นิราศนรินทร์)</strong></p>
<p>                                     โฉมพ่อจักฝากร้าน           กาแฟ กระนั้นฤๅ<br />                          โฉมพ่อเกรงเมาแอ๋                   ที่ร้าน<br />                          โฉมพ่อลั่นกุญแจ                     ดีกว่า กระมังนา<br />                          โฉมพ่ออยู่เฝ้าบ้าน                    อย่าให้กระไดหาย <br />                  (นิราศสรวมรอย)<br /><br />                  3.           <span style="color: #000080"> สารนี้นุชแนบไว้                 ในหมอน</span><br /><span style="color: #000080">                          อย่าแม่อย่าควรเอา                     อ่านเหล้น</span><br /><span style="color: #000080">                          ยามนอนแม่เอานอน                    เป็นเพื่อน ราแม่</span><br /><span style="color: #000080">                          คืนค่ำอย่าได้เว้น                         ว่างใด</span> <br />                  <strong>(กำศรวลศรีปราชญ์)</strong></p>
<p>                                     เนื้อสันสรรค์แต่เนื้อ                      เหนียวหนับ<br />                          เนื้อพ่อเนียนราวกับ                      พี่ซื้อ<br />                          เหนียวเหนียวพ่อเคี้ยวกลับ               ไปกลับ มานา<br />                          มื้อค่ำซ้ำเช้ามื้อ                            มากมื้อฤๅเปลือง<br />                          สันนี้พี่แนบไว้                              ในหมอน<br />                          อย่าพ่ออย่าเอานอน                        แนบเหล้น<br />                          เหนื่อยเหนื่อยเมื่อยเมื่อยตอน             ดึกดึก<br />                          คืนค่ำอย่าได้เว้น                         ว่างเกี้ยวเคี้ยวกิน <br />                  (นิราศสรวมรอย) <br /><br />                  4.                <span style="color: #000080">ปลาร้าพันห่อด้วย               ใบคา</span><br /><span style="color: #000080">                          ใบก็เหม็นคาวปลา                         คละคลุ้ง</span><br /><span style="color: #000080">                          คือคนหมู่ไปหา                             คบเพี่อน พาลนา</span><br /><span style="color: #000080">                          ได้แต่รายร้ายฟุ้ง                           เฟื่องให้เสียพงศ์</span> <br />                  <strong>(โคลงโลกนิติ)</strong><br /><br />                                  เนื้อสันพันห่อด้วย                 กระดาษ<br />                          เป็นกระดาษราชการขาด                 คละคลุ้ง<br />                          ตราครุฑหยุดผงาดผาด                   ผงกพาด หัวแฮ<br />                          ไยเล่าเจ้าฟ้ากุ้ง                           กล่าวเกี้ยวกากี <br />                  (นิราศสรวมรอย)</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/">รสรื่นชื่นภาษา</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%99-by-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%b2/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ชื่อนั้นสำคัญฉะนี้ by แม่เม้า</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%89%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89-by-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
                        <pubDate>Fri, 27 Feb 2026 06:27:04 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ชื่อนั้นสำคัญฉะนี้
&nbsp;
          พูดถึงชื่อที่ใช้เรียกคน สัตว์ สิ่งของสารพัดอย่างในโลกแล้ว มันมีอะไรน่าคิดไม่น้อย บางชื่อมีที่มาน่าประทับใจ เช่น ชื่อของวัดเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนนทบุรี...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-size: 24pt;color: #800080">ชื่อนั้นสำคัญฉะนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>          <strong>พูดถึงชื่อที่ใช้เรียกคน สัตว์ สิ่งของสารพัดอย่างในโลกแล้ว มันมีอะไรน่าคิดไม่น้อย</strong> บางชื่อมีที่มาน่าประทับใจ เช่น ชื่อของวัดเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนนทบุรี รัชกาลที่ 3 ได้โปรดให้สร้างอุทิศพระราชทานพระชนกและพระชนนี ของกรมสมเด็จพระศรีสุลาไลย เพราะเหตุบ้านเดิมอยู่ที่นั่น<br /><br />          หรืออย่างที่<span style="color: #ff0000">สี่แยกคอกวัวในกรุงเทพฯ</span> เรานั่นปะไรก็มีประวัติให้จดจำว่าที่นั่น<span style="color: #ff0000">เคยเป็นที่เลี้ยงวัวของแขกตานี</span>มาก่อน จนกลายเป็นจุดบันดาลใจของมหามนตรี (ทรัพย์) สร้างตำนานรักระหว่างพ่อระเด่นลันไดอนาถา กับแม่เจ้าประคุณนางประแดะหูกลวงดวงสมร อันลือลั่นสะท้านบางกอกในยุคนั้น ไม่แพ้ท่านกบกับหม่อมลูกปลาเท่าไรนักหรอก<br /><br />          สถานที่บางแห่ง ตั้งชื่อตามเหตุการณ์สำคัญ ๆ เช่น<span style="color: #ff0000">อำเภอบางพลี อำเภอหนึ่งของจังหวัดสมุทรปราการ</span>นั้น ที่ได้ชื่อนี้เพราะสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ทรงโปรดให้ขุดคลองสำโรงกับคลองทับนาง (พ.ศ.2041) เมื่อขุดไปตามที่กำหนดไว้ จนคลองทั้งสองมาบรรจบกัน ตรงที่คลองทั้งสองร่วมกันนี้ <span style="color: #ff0000">ขุดพบเทวรูปสัมฤทธิ์ถึง 2 องค์ มีอักษรจารึกชื่อว่า พญาแสนตากับมหาสังกร สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 จึงโปรดเกล้าฯ ให้ทำพิธีบวงสรวงพลีกรรมขึ้น ณ ที่นั้น</span><br /><br />        <span style="color: #0000ff">  จะเห็นได้ชัดว่า คนไทยแยกวิถีชีวิตกับพิธีกรรมออกจากกันไม่เคยขาด </span>ตราบใดที่เรายังเชื่อว่าบาปบุญคุณโทษเวรกรรมมีจริง เราก็ต้องเชื่อว่าโลกหน้ามี โอปปาติกะก็มี อะไรที่ทำแล้วเป็นมงคลกับตัวจึงยังคงมีอยู่เสมอ แม่เม้าขออย่างเดียวว่า หากตายไปอย่าได้เป็นเทวดาจีนหรือไทยเลย เพราะเครื่องบัดพลีสังเวยงานไหนงานนั้น ไม่พ้นหัวหมู ขนมต้มแดงต้มขาว ทองหยิบ ฝอยทอง ล้วนแล้วแต่คอเลสเตอรอลสูง ๆ ทั้งนั้น ขืนเหวยบ่อย ๆ ความดันล้นแย่ ที่แน่ ๆ น่าจะเหาะไม่ไหว แค่แบกน้ำหนักพิกัดแม่หมูนี่ก็แทบลงมือคลานแล้ว หากเลี่ยงไม่ได้จริง ก่อนตายคงต้องทำเมนูหางว่าวทิ้งเป็น ‘มะรึดก’ ไว้ให้ลูกหลานดูต่างหน้าซะหน่อย ใครที่คิดจะเป็นเทวดาหลังตายอย่างแม่เม้าบ้างช่วยบอกผ่านมา จะทำเมนูเผื่อ เอาชนิดรายการไม่ซ้ำตลอดปีต้องเป็นของแพง ๆ อร่อย ๆ ด้วยนะ มิฉะนั้นจะไม่เข้าฝันบอกเลขเด็ดให้ คิดอะไรมาก็มาก เพิ่งจะคิดแบบไอเดียกุดได้ก็คราวนี้แหละ<br /><br />          ชื่อบางชื่อยังคงอยู่ในคนรุ่นหลังชื่นชมไม่หาย โดยเฉพาะชื่อของเมือง<strong>นครนายก</strong> ซึ่งเดิมเรียกว่า<strong>บ้านนา</strong>นั้น ชาวบ้านสมัยโบราณทำนาเป็นอาชีพหลัก แต่ได้ข้าวไม่พอกินด้วยภูมิประเทศไม่อำนวย ส่วนใหญ่เป็นป่าดงเนินสูง พระเจ้าแผ่นดินสมัยนั้นโปรดให้ยกเว้นอากรค่านา เพราะเห็นว่าราษฎรเดือดร้อน เมื่อยกเว้นอากร ชาวบ้านพากันมาจับจองที่ทำกิน ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนมากขึ้น จนสามารถมีฐานะเป็นเมือง จึงเรียกว่าเมืองนายกและนครนายกในที่สุด<br /><br />          เราลองมานึกถึงชื่อคนนี่ก็อีก น่าสนใจหยอกเมื่อไหร่ แม่เม้าเคยคิดอยากสะกิดถามไอ้หนุ่มผมยาว หน้าตาดี มีป้ายติดชื่อ ‘บุญตอง’ ว่าทำไมจึงชื่อนี้ แต่ต้องยั้งใจกลัวเขาจะเปลี่ยนชื่อเป็นไก่แก่แม่ปลาช่อนเข้าให้<br /><br />          <span style="color: #ff0000">บางครั้งบางคราวแม่เม้านึกย้อนถึงชื่อตัวเองว่า ทำมั้ย...(แหม...ขออำไพเถอะ) ทำไมตูต้องชื่อเม้าด้วยวะ มหาแหมวผู้เป็นทั้งครูและน้อง (บ้านนี้นิยมระบบทูอินวันเจ้าค่ะ บางทีก็ควบทรีอินวัน คือแม่เม้ายกให้เป็นบิดาผู้เป็นใหญ่อีกตำแหน่ง) ก็เอื้อนเอ่ยบอระเพ็ดวาจาว่า “หน้าตาคุณนายดูเม้า...เม้าไง ถึงได้ชื่อเม้า”</span><span style="color: #0000ff"> เอ๊ะ! ไอ้หน้าตาชนิดนี้มันอยู่ไฟลั่ม หรือแฟมิลี่ไหนหว่า</span><br /><br />          หลายครั้งหลายหนที่มีโอกาสไปทัศนศึกษากับคุณนายทม (นี่ก็อีกคน เดี๋ยวเป็น ‘จารย์ทม เดี๋ยวเป็นคุณนายทม ยังไม่เป็นอยู่อย่างคือคุณหญิงตาตั้งแหละ) หลังจากที่คุยเรื่องโน้นไปเรื่องนี้ ก็...นินทาคนขับ นินทาตัวเองจนหมดเรื่องคุย คราวนี้ก็พานหาเรื่องกับชื่อต่าง ๆ ที่ปรากฏสองข้างทางแทน<br /><br />       <span style="color: #ff00ff">   “ชั้นไม่มาอยู่หรอกบ้านนี้ ตั้งมาได้...บ้านหนองไหล มิรักษากันแย่เหรอนี่”</span><br /><br />          <span style="color: #0000ff">“นี่สิเด็ดกว่า...คุณนาย คลองควายแน่ะ คลองของควายรึว่าไม่มีน้ำมีแต่ควาย ?”</span><br /><br />          “นี่...แกรู้มั้ย” คราวนี้เธอหันมาปรารภกับท่านมหาผู้ทำหน้าที่สารถี “ถ้าชั้นกะไอ้เม้าเป็นเด็กอย่างตะก่อนน่ะนะแกเอ๊ย...ชั้นสองคนคงได้บอกให้หยุดรถ เอาสีสเปรย์พ่นป้ายเค้าวินาศหมดแหละ” แหม จะลากเราเข้าคุกท่าเดียว “แน่ะ...ชื่อสะพานนั่นน่าต่อเติม ตัดแต่งพยัญชนะให้พิลึก”<br /><br />         <span style="color: #ff0000"><strong> เราสองคนพี่น้องรีบหันขวับไปตามนิ้วที่คุณนายท่านชี้ ปรากฎตัวอักษรชื่อสะพานต้นเหตุว่า ‘สะพานพังพวย’ แม่เม้าน่ะคิดออกแล้วว่าสมควรที่จะลบและเติมตัวอะไร ถึงจะสะใจพระเดชพระคุณตัวเอง ว่าแต่ท่านผู้อ่านล่ะ คิดได้หรือยังเอ่ย?</strong></span></p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/">รสรื่นชื่นภาษา</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%89%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89-by-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88/</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		