
พอจับชื่อผู้โชคดีมาได้ครึ่งทาง น้องเอิร์เกิดความสงสัยว่า ในบรรดาฉลากรายชื่อทั้งหมดที่มีอยู่นั้น มีชื่อของน้องอยู่ด้วยมั้ย..สุดท้ายก็ยิ้มแก้มปริ เพราะด้วยแรงอธิษฐานแม่อี๊ดทำให้ครอบครัวนี้ได้รางวัล 'นาคสมพงษ์' ต้นแบบมาสมความปรารถนา

ทีมงานเซอร์ไพรส์ ดร.เบส Somwipa Puangmanee ด้วยการจัดเค้กฉลองวันคล้ายวันเกิดให้เธอพร้อมๆ กับวันแม่

ตามมาด้วยน้องเอิร์ทลูกแม่อี๊ด..ถูกปลุกให้มาเป่าเค้กรับคำอวยพรขณะกำลังหลับสบายๆ

อาจารย์ภูเตศวรนำสวดมนต์ และให้ทุกคนน้อมจิตแผ่บุญกุศลแด่ผู้เป็นมารดาเนื่องในวันแม่

#การสร้างอภิทานบารมีรอบสอง (๒)
#มูลนิธิปัญญาธโร #ชมรมธรรมะ๕นาที #หริหราศรม
ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคอีสานช่วงวันแม่
นำโดยอาจารย์ #ภูเตศวร
..........................................
#ผนึกพลังทำหน้าที่ด้วยความสมัครสมาน
สิ่งที่เราเห็นและประทับใจกับการสร้างทานบารมีอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้...คือคนทุกช่วงวัย คนที่มีตำแหน่งแห่งที่ ต่างเต็มใจมาช่วยกันอย่างเต็มพละ เราเห็นใจเกินร้อยของทุกคน..เห็นใจของทุกดวงที่ “ไม่มีเขา ไม่มีเรา” ได้วางความเป็นตัวตนลงชั่วคราว พร้อมก้าวเดินเคียงข้างผู้เป็นอาจารย์และทำหน้าที่กันอย่างมิรู้เหนื่อย
โดยเฉพาะคนที่มีสุขภาพกายไม่สมบูรณ์แข็งแรงหลายต่อหลายคน...ด้วยวัยที่ใครบางคนควรจะได้พักผ่อน ได้อยู่กับลูกกับหลานเนื่องในวันหยุดยาว กับทั้งหลายคนมีอาการท้องไส้ปั่นป่วน อาเจียน บางคนถึงกับท้องเสียระหว่างเดินทาง แม้กระทั่งดึกดื่นกว่าเที่ยงคืนอาการที่เป็นก็ยังไม่หายขาด
หากเมื่อถึงเวลาลงพื้นที่จริง...เราถามพี่ดวง ดวงดี ซุปเปอร์แวร์ คนที่มีอาการหนักสุดด้วยความห่วงใย ก็ได้รับคำตอบด้วยสีหน้าสดใสว่า “ไหวค่ะ..พี่หายแล้ว” เช่นเดียวกับรองประธานมูลนิธิปัญญาธโร พลเรือตรีสุรักษา พวงมณี NuDaeng Puangmanee ที่มีอาการอาหารเป็นพิษ ก็สามารถทำหน้าที่ได้อย่างกระฉับกระเฉงสมบูรณ์แบบ
แม้กระทั่งพี่ตุ๊ก Araanong Tuk Chenbhanich ซึ่งได้เล่าให้เราฟังว่า มีอาการไหล่ติด ต้องทำกายภาพรักษามานานพอควร แต่ก็ยังไม่หายดี แต่พี่ตุ๊กก็เสียสละเวลามาทำหน้าที่อย่างเหนื่อยหนักในครั้งนี้ ทั้งการช่วยแพ็คของ ยกน้ำและยกข้าวของไปแจกผู้ประสบภัยเหมือนคนปกติทั่วไป ด้วยใบหน้าที่แย้มยิ้มอิ่มเอิบตลอด แถมเผยความรู้สึกตอนทำภารกิจแล้วเสร็จด้วยความขำขันตัวเองว่า “พี่ลืมไปเลยว่าไหล่ติดค่ะ”
กับเหล่าบัณฑิตศิษย์อาจารย์ภูเตศวรนั้น เราเห็นหลายต่อหลายคนได้ช่วยครูบาอาจารย์ระดมปัจจัยหาศรัทธามาร่วมบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยกันอย่างมะมักเขม้น โดยเฉพาะบัณฑิต ๙ ชีวิต ที่เดินทางมาช่วยผู้เป็นอาจารย์ ต้องรับบทแผกไปจากความคุ้นชินที่มักพบเห็น...จากคนใส่ชุดจีบโจงสีขาวสง่างาม ยืนเป่าสังข์ในยัญพิธี มาใส่ชุดสีทำหน้าที่ไม่ต่างจับกังแบกของอย่างไรอย่างนั้น
นั้นเอง ที่เราเห็นถึงความเสียสละที่พวกเขามีเต็มร้อย ทั้งความอดทนต่อการทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ซึ่งเป็นคุณลักษณะประการสำคัญที่ผู้เป็นอาจารย์พยายามปลูกฝังบรรดาศิษย์อยู่เสมอ เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นบัณฑิตแท้ ที่มิได้สวยหรูดูเท่ห์ราวกับคนที่กำลังสวมใส่มงกุฎประดับประดาด้วยเพชรพลอยดังภาพที่ฉาบอยู่ภายนอกจนใครหลายคนอยากจะเป็น
ทว่า..พวกเขาต้องสวมใส่ ‘มงกุฎหนาม’ ที่หมายถึงการรู้จักข่มกลั้นขันติ อดทนต่อความเหนื่อยยาก..เจ็บปวดทั้งจากคำติฉินนินทา ทั้งยังต้องแบกรับภาระการยังประโยชน์ท่านที่เหนื่อยหนักยิ่ง (ปัจฉิมโอวาทของอาจารย์ภูเตศวรในการอบรมบัณฑิตเพื่อยัญพิธี รุ่นที่ ๓)
ในภาพที่เห็น..ยังพอจะจำหน้าบัณฑิตศิษย์อาจารย์ภูเตศวรทั้ง ๙ ท่านได้มั้ย?

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com




