<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>        <rss version="2.0"
             xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
             xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
             xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
             xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
             xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
             xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
        <channel>
            <title>
									แก๊งขาสั้น - dhamma5minutes.com ฟอรัม				            </title>
            <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/</link>
            <description>dhamma5minutes.com กระดานสนทนา</description>
            <language>th</language>
            <lastBuildDate>Tue, 26 May 2026 19:54:13 +0000</lastBuildDate>
            <generator>wpForo</generator>
            <ttl>60</ttl>
							                    <item>
                        <title>ตอนที่ 9. สุราฮาเฮ (2) by แก๊งขาสั้น</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-9-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ae-2-by-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2/</link>
                        <pubDate>Tue, 10 Mar 2026 09:57:34 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ตอนที่ 9. สุราฮาเฮ (2)
&nbsp;
     เมื่อการแก้เซ็งนอกสถานที่ ได้รับการแก้ปัญหาโดยไม่ต้องผ่านการตีความจากศาลรัฐธรรมนูญ เราก็หายจากอาการอยากเอาชนะ เพราะไม่มีอะไรมาท้าทาย เราจึงหยุดออก ทัศนศึ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-size: 24pt;color: #008000">ตอนที่ 9. สุราฮาเฮ (2)</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>     เมื่อการแก้เซ็งนอกสถานที่ ได้รับการแก้ปัญหาโดยไม่ต้องผ่านการตีความจากศาลรัฐธรรมนูญ เราก็หายจากอาการอยากเอาชนะ เพราะไม่มีอะไรมาท้าทาย เราจึงหยุดออก ทัศนศึกษาโดยเด็ดขาด<br /><br />         “อย่าตื่นเต้น ก็กินมันในหอพักนี่แหละวะ”<br /><br />         “ผิดกฎนะ เดี๋ยวโดนซิว ถูกเด้งออกจากหอพักหรอก”<br /><br />     <span style="color: #ff0000">กฎข้อห้ามในหอพักที่สำคัญเป็นเรื่องคอขาดบาดตายมี 3 ข้อครับ ห้ามทะเลาะวิวาท ห้ามเล่นการพนัน และห้ามเสพของมึนเมา</span><br /><br />     ใครจะห้ามก็ห้ามไป กฎมีไว้แหก เฮ้ย! กฎมีข้อยกเว้นนี่นา พี่ๆ เพื่อนๆ และน้องๆ ครับ อ่านแล้วเก็บไว้เป็นอุทาหรณ์สอนใจ อย่าเอาเยี่ยงอย่างเด็ดขาด เพราะทุกอย่างที่เล่าไปแล้วในตอนแรก และจะเล่าต่อในตอนนี้ ล้วนแต่สิ่งไม่ดีทั้งนั้น ด้วยอารมณ์วัยรุ่นที่ชอบต่อต้าน ทำให้เราอยากเอาชนะกฎระเบียบ ที่เห็นว่าจุกจิก ขาดความอิสระ จึงได้เกิดวีรกรรมทำวีรเวรเอาไว้ เพื่อเก็บมาเขียนประจานตัวเองนี่แหละครับ<br /><br />     การพกพาน้ำมังสวิรัติ เข้าหอพักโดยเปิดเผย ถือว่าเป็นการกระทำที่ท้าทายอำนาจของยามยิ่งกว่าวิธีใดๆ คนอื่นไม่อยากเสี่ยงแต่นั่นไม่ใช่เรา<br /><br />         “น้องจอยไม่รับโทรศัพท์อีกแล้วว่ะ จะเซ็งดีมั้ย”<br /><br />     เมื่อไอ้เจษบ่นหงอดๆ พรรคพวกก็ช่วยกระพือ<br /><br />         “ดี… เฮ้ย! มัคทายักยอกจ๊อด ลุกมาเรี่ยไรเงินสร้างโบสถ์วิหาร สร้างถานให้ ให้เจ้าอาละวาด วัดราษฎร์เสื่อมศรัทธาธรรมหน่อย”<br /><br />     การสบทบเงินเข้ากองทุนแก้เซ็ง ในหอพักดำเนินขึ้นอย่างกระปรี้กระเปร่า มีชีวิตชีวา<br /><br />         “หัดควักกระเป๋า หย่อนลงขันซะดีๆไอ้คุณจ๊อด เรี่ยไรกี่หนต่อกี่หน ทำเป็นลืมไม่ยอมสมทบทุนเลยนะ”<br /><br />         “เออน่า เก่งกะจ๋อแน่ะ เตรียมมอ’ไซด์ไว้เลย ครบเมื่อไรจะได้รีบไป เปรี้ยวปากจังวุ้ย”<br /><br />     ที่เราเลือกเก่งกะจ๋อออกไปหาเสบียง เป็นเทคนิคส่วนตัวของก๊วน ที่ไม่ใช่เป็นครั้งแรก หากเป็นตัวเลือกทุกครั้งยามที่เราเกิดอารมณ์เซ็งดังกล่าว เหตุผลก็คือ <span style="color: #000080">สองคนนี้มีบุคลิกน่าเชื่อถือ สงบเสงี่ยม มาดไม่วอกแวก สวมแว่นตาดูมีสติปัญญา หน้าตาก็เป็นผู้ดีประมาณยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นๆ ดูซื่อๆ ไร้พิษภัย ยามติดสอยห้อยตามเกาะกลุ่มร่วมก๊วน ก็ไม่เคยประพฤติตัวเมามายเสียหายมีแต่เกื้อกูลพูนผลประโยชน์ให้ แต่อย่าเผลอไว้ใจว่าเพื่อนเกลอทั้งคู่จะซื่อเหมือนใบหน้า</span><br /><br />         “เอ้านี่เป้ สะพายให้ดี จะออกสตาร์ทรถรอ”<br /><br />         “วันนี้กองทุนเรี่ยไรทะลุเป้า การเงินสะพัดดี สมาชิกจะเอาสุรานอกหรือของไทย ช่วยโหวตหน่อย” เพื่อนเก่งเสนอไอเดีย<br /><br />         “เอามาเถอะ เอ็งกะจ๋อช่วยกันพิจารณาละกัน”<br /><br />     คู่ซี้ทั้งสองเดินทางไปแล้ว มีจ๋อเป็นสารถี ส่วนเก่งเป็นคนซ้อนท้าย ร่อนซ้ายโฉบขวา ฝ่าความมืดยามต้นราตรีออกสู่ร้านค้านอกมหาวิทยาลัย<br /><br />     และเราต่างก็เห็นภาพในใจอันชินตานั่นคือว่า เป้สองใบที่สะพายไปนั้น ใบแรกใช้บรรจุของผิดกฎหอ คือเหล้ามากกว่าหนึ่งขวด อีกใบเป็นมิกซ์เซอร์ จำพวกโซดา โค้ก น้ำเปล่า น้ำแข็ง ส่วนกับแกล้ม มันฝรั่ง ข้าวเกรียบกุ้ง และถั่วทอดทั้งหลาย วางสง่าผ่าเผยในตะกร้าหน้ารถก็ได้ ไม่จำเป็นต้องปิดบังซ้อนเร้น<br /><br />         “วันนี้ลองขับช้าๆ นิ่มๆ ดีกว่าว่ะจ๋อ ขืนร่อนฉวัดเฉวียนขวดเหล้ากระทบกระแทกกัน เสียงจะดังเป็นที่ผิดสังเกต โดนจับได้เหมือนคราวนู้นอีก ก็อดกันพอดี”<br /><br />         “ไม่เป็นไร มีวิธีละกัน จับให้แน่นๆนา ข้าจะซิ่งล่ะ”<br /><br />     เจ้าจ๋อชะลอรถทำทีเป็นขับเอื่อยๆ กินลมชมวิวไปเรื่อยๆ ไม่รู้ร้อนรู้หนาว พอเคลื่อนมาใกล้ประตูหอพักก็หยุดกึก ยามที่รอตรวจบัตรตลอด 24 ชั่วโมงเจ้าเก่า เห็นเราหยุดรถก็ขยับตัวออกจากที่มั่นเดินมาหาด้วยความสงสัยใคร่รู้<br /><br />     <span style="color: #000080">พอเห็นช่องโหว่ระหว่างแผงกั้น กับประตูที่ระยะกว้างได้ขนาด เจ้าจ๋อก็บิดคั้นเร่งดังสนั่น ขับทะยานพุ่งพรวดเดียวผ่านยามซึ่งบิดตัวหลบไปอย่างเฉียดฉิว</span><br /><br />         “เฮ้ยไอ้น้อง กลับมาให้ตรวจก่อน ผิดระเบียบหอพักนะจะบอกให้” ตะโกนไปเหอะพี่ น้องไม่ว่างกลับไปให้พี่ตรวจหรอก<br /><br />     การสรรหาหน้าม้าออกไปซื้อของต้องห้ามนั้น หากเฟ้นคนหน้าตาซื่อๆ เซ่อๆไม่ได้ ตีบทไม่แตกละก็ ของกลางทั้งหมดจะตกกับยาม พวกเราก็วืด อดทำประชาวิจารณ์ โครงการก็เป็นหมันไปตามระเบียบ<br /><br />     แล้วเรื่องอะไรจะยอมงอมืองอเท้าให้ถูกริบของกลางล่ะครับ<br /><br />     ถ้าเห็นว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ใช้ความพยายามสูงถึงสูงมากในการหยิบของต้องห้ามละก็ เราจะขับพาหนะแมงกะไซคู่ชีพ กลับออกไปตั้งหลักอีกฝั่งถนน จัดการถ่ายเทเป้บรรจุของผิดกฎหมายทั้งหลายแหล่ ให้คนซ้อนท้าย สะพายเป้ลงเดินลัดเลาะไปยืนรอตรงคูน้ำข้างหอพัก ซึ่งเคยแสดงกายกรรมไต่ท่อคราวนู้น<br /><br />     <span style="color: #000080">ส่วนคนขับก็ผิวปาก ขับรถมาหยุดให้คุณยามตรวจตรา เพื่อให้เห็นจะๆ กันไปข้างว่า ทุกอย่างที่บรรทุกมา ล้วนแต่ของขบเคี้ยวกินเล่นทั้งนั้น หามีอะไรในกอไผ่ ให้พี่ยามได้เอ่ยปากตำหนิติเตียนแม้แต่ปลายเล็บ</span><br /><br />         “เร็วซิเว้ย ช่วยกันหน่อยของมันหนัก”<br /><br />         “เอ็งก็ข้ามมาซิเล่า เข้าใกล้แล้วค่อยยื่นของมา อุตส่าห์รีบขับมารอรับริมคูอย่างเร็วแล้วนะ”<br /><br />     อย่าสงสัยเลยครับว่า การไต่ข้ามท่อยื่นหมูยื่นแมวสำเร็จสมประสงค์มั้ย โธ่…!ถามได้ สำเร็จซีครับ เพราะเรายังไม่ถึงที่ เอ้ย…ยังไม่ได้ที่กันนี่นา ขืนตกน้ำละก็ เพื่อนมันได้ด่าตายฐานทำเหล้าหกน้ำนะซี้<br /><br />     พวกเราที่เหลือไม่มีใครนิ่งดูดาย คิดเอาเปรียบเพื่อนกันเลย ต่างกุลีกุจอ ตระเตรียมเคลียร์พื้นที่ ช่วยกันล้างแก้วที่กินเอาไว้ครั้งก่อน สามัคคีสี่เหล่า หมักไว้ริมห้องครบสามวันพอดี กินทีล้างทีหยั่งงี้ประหยัดดี ก็ประหยัดน้ำกะสบู่ แถมถูกหลักสุขอนามัย ล้างปุ๊บชงเหล้าปั๊บ เชื้อโรคที่ไหนจะอาจหาญมาแพร่เชื้อได้ทัน<br /><br />         “วันนี้ให้ใครอยู่ทิศตะวันตัก” เจ้าแคตะโกนถามมาจากหน้าระเบียงห้อง<br /><br />         “ยกให้จ๊อดมันเหอะ ชอบเม้มเงินกองทุนดีนัก เฮ้ย! ใครก็ได้ช่วยให้มันไปยืม กระติกน้ำแข็งห้องไอ้ยีที กำชับมันให้ชวนยีมาด้วยล่ะ<br /><br />     <span style="color: #000080">อันว่า “ทิศตะวันตัก” นั้น รู้กันในก๊วนว่า หยามถึงตำแหน่งของคนที่เข้านั่งประจำวงเป็นคนสุดท้าย ซึ่งว่างติดกับกระติกน้ำแข็ง มิกซ์เซอร์ และสุราบาน จึงต้องทำหน้าที่ชงเหล้าให้เพื่อนจนรอบวง</span><br /><br />     การโหวตให้จ๊อดได้ทิศตะวันตักคราวนี้ เลยเกิดการรวมหัวกันแกล้งให้มันทำอะไรก็ได้พ้นๆ หน้าไปก่อน จากนั้นเราก็นั่งให้เต็มวง เว้นเฉพาะตำแหน่งสำคัญไว้ เมื่อกลับจากห้องเจ้ายี เจ้าตัวจึงโวยวาย<br /><br />         “อะไรวะ ข้าอีกแล้วเหรอ ยังงี้ทุกทีเลย”<br /><br />         “ช่วยไม่ได้ อยากมาทีหลังทำไม”<br /><br />         “ไม่ยุติธรรมนี่หว่า ไม่เอาๆ เล่นโอน้อยออกตัดสินกันใหม่”<br /><br />     เมื่อเจ้าจ๊อดเป็นเป้าหมายสำคัญของงาน มีหรือจะผ่านการเตี๊ยมกันระหว่างเรา ว่าจะคว่ำหรือหงายมือพร้อมกัน เพื่อปล่อยให้เพื่อนจ๊อดได้ออกมือต่างไปจากกลุ่ม เมื่อรู้ชะตากรรมว่าถูกกลั่นแกล้ง มันจึงออกปากยอมรับตำแหน่งแต่โดยดี<br /><br />         “ไม่ต้องโอแล้ว… ชงเองก็ได้”<br /><br />     เพราะเคยร่วมวงกันบ่อย คนชงจึงต้องรู้สูตรของแต่ละคน<br /><br />         “เอ้า ของแกไอ้เจษ เหล้าผสมน้ำเปล่า”<br /><br />         “ไอ้อุ๊ เหล้าผสมโซดา ของเอ็ง”<br /><br />         “ส่วนไอ้แม็ค เหล้าเพียวๆไม่ผสมโค้ก”<br /><br />         “ไอ้ปอ โค้กเพียวๆไม่ผสมน้ำแข็ง”<br /><br />         “ของข้าเหล้าผสมโค้กกะโซดา”<br /><br />         “ของไอ้ตั้มน้ำแดงผสมโซดา”<br /><br />         “อ๊ะเก่งกะจ๋อ โค้กเปล่าๆ ไม่ผสมเหล้า”<br /><br />     สูตรอะไรผสมอะไรไม่สำคัญหรอกครับ เพราะคนชงแอบเหยาะเหล้าลงเป็นระยะๆ โค้กเปล่าสูตรนี้แหละ ที่เก่งกะจ๋อคู่หูหมู่เฮาจึงเมาไม่เป็นท่าทุกแม็ท ตามคำขวัญของก๊วนว่า<br /><br />         <span style="color: #000080">“มีสุราอยู่ข้างกาย และสหายผู้รู้ใจ เจอกันทีไรอ๊วกแตกทุกที”</span><br /><br />     เมื่อเป็นฉะนี่แล้ว ยามสร่างเมาเราจึงมีภาระต้องทำกันทุกคน คือซักทุกอย่างที่เกิดขึ้น ด้วยน้ำมือของคนอื่น<br /><br />         “ที่นอนแกทำไมไม่ไปอ๊วก เลือกเล่นที่นอนข้าคนเดียวนี่หว่าไอ้อุ๊” เสียงคนชงเหล้าบนพรึม<br /><br />         “เออ… ซักไปเหอะ ผ้าห่มกูไอ้อัสก็อ๊วกใส่”<br /><br />         “ดูแต่เป้ข้าสิ” ผมอุทธรณ์บ้าง “เศษข้าวของไอ้แม็คเต็มเป้เลย ยังไม่บนซักคำ”<br /><br />     ทีฮูก็ทีฮู เล่นทำเลอะรอบวงอย่างนี้ รับผิดชอบกันเองละกัน ถึงอย่างไรขว้างงูก็ไม่พ้นคออยู่ดี<br /><br />     <span style="color: #000080">ความแก้ดีกรีเพิ่มขึ้นตามเข็มนาฬิกา และเวลาที่ผ่านไป เฉียดสองยามเมื่อไร อากัปกริยาก็ผิดแผกแตกต่างจากเดิม</span><br /><br />     ไอ้เจษ หรือเจษฎา คือตัวอย่างแรกของคนเมาแล้วชอบพล่าม เป็นนักปรัชญาระดับ ด็อกเตอร์ ที่วนเวียนเล่าแต่เรื่องเก่าๆ เดิมๆ ซ้ำซาก ดังนั้นถ้ามันเริ่มอ้าปากพูดว่า<br /><br />         “ไม่มีวันไหนที่กูไม่เคยโทรหาจอยเค้าเลย” ละก็ ถ้าอารมณ์ยังดีอยู่ พวกเราก็รีบต่อประโยคให้ว่า<br /><br />         “มึงรู้มั้ย จอยบอกกูว่าไง จอยบอกว่า… เจษ… เธออยากทำอะไรก็ทำไป ขออย่างเดียวเท่านั้น อย่ามายุ่งกับชั้นได้มั้ย”<br /><br />     หากอารมณ์บูดเพราะสมาชิกกั๊กเงิน ขยักลงขันแบบกระปริบกระปรอย เป็นโรคขัดเบา ขี้เหนียวลงทุนแต่แรก เราจะทำเป็นเมิน ไม่สนใจรับรู้ ไอ้เจษก็เกลือกกลิ้งคร่ำครวญน้อยใจ<br /><br />         “ไม่มีใครรักกูเลย จอยไม่รักกูแล้ว พวกมึงยังทอดทิ้งกูอีก<br /><br />     อยากรู้จังว่ามุขนี้มันคิดได้ยังไงล่ะเนี่ย<br /><br />     <span style="color: #000080">เมาแล้วรักสัตว์เป็นชีวิตจิตใจ ไม่มีใครเกินไอ้ตั้ม</span> มันเลี้ยงปลาทองไว้ในโหลคู่หนึ่ง วันไหนตั้งวง เคราะห์หามยามซวยก็มาเคาะขวดโหลของปลาทองคู่นี้ พอเมาได้ที่ มันจะเกิดความเมตตาสูงสุดขึ้นมาในหัวใจอย่างหยุดยั้งไม่อยู่ จนต้องลุกขึ้นเดินง่อกแง่ก ยกโหลปลาสาดโครมจากหอพักชั้นสี่ ลงคูน้ำที่เราเล่นกายกรรมตอนหัวค่ำก่อนตั้งวงนั่นแหละ<br /><br />         “สัพเพ สัตตา อเวราโหนตุ เมตตาธรรมค้ำจุนโลก ขอให้หมดทุกข์หมดโศก หมดโรคหมดภัย ลงไปเวียนว่ายตายเกิด ในคูน้ำนั้นเถิด… สาธุโณ ภันเต”<br /><br />     <span style="color: #000080">ขออภัยเถอะครับ อย่าถามผมเลยว่า ปลาทั้งคู่รอดชีวิตไปถึงคูน้ำข้างล่างหรือเปล่า เพราะนั่นคือคำถามที่เป็นปริศนาค้างคาใจผมเช่นกัน ผมก็อยากรู้แต่ไม่สบโอกาสที่จะถามซักที เพราะเมาแล้วก็ลืม นึกขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเห็นไอ้ตั้มสาดปลาทองคู่ใหม่ลงคูรอบหน้า แล้วผมก็ลืมถามมันอีกจนได้ แฮ่ะๆขอโทษจริงๆ</span><br /><br />         “เฮ้ย! มีปัญหาอะไรหรือเปล่า เปิดประตูออกมาคุยกันหน่อยเซ่… อารายวะ… ถามไม่ตอบ”<br /><br />    <span style="color: #000080"> นี่คือพฤติกรรมของไอ้อุ๊ เขาเรียกกันว่า เมาแล้วองค์เจ้าพ่อเข้าสิงมันเที่ยวเคาะประตูห้องอื่น ส่งเสียงท้าทายดะไปเรื่อย พอคนในห้องไม่ใส่ใจโต้ตอบ เพราะรู้นิสัยกัน มันก็หันมาแว้ง</span><br /><br />         “ดูไอ้ห้องนี้สิ กูถามแล้ว แม่ง… ไม่ยอมยื่นปากออกมาตอบซักคำ มันหยิ่ง มันยโสหยั่งเงี้ย พวกมึงยอมรับได้ไงฮึ อย่างนี้ก็ไม่แน่ซิ”<br /><br />         “เออ… มึงแน่ไปคนเดียวเหอะ พวกกูจะกินเหล้า”<br /><br />    <span style="color: #000080"> ทีเด็ดสุดๆคือไอ้โอ๊กครับผม กิตติศัพท์ของมันคือเมาแล้วชอบอวดอิทธิฤทธิ์สำแดงอภินิหาร</span><br /><br />         “เฮ้ยหลีกหน่อย ซุปเปอร์แมนจะไปชิ้งฉ่อง”<br /><br />         “ดูไอ้โอ๊กที ผีพี่ซุปเข้าสิงอีกคนแล้วโว้ย เดี๋ยวได้ตกตึกตายหอมตายกระเทียมกันหรอก เร็วเข้า”<br /><br />     เก่งกะจ๋อเมาน้อยกว่าเพื่อน ถลันออกระเบียงราวนัดไว้<br /><br />         “ยืนดีๆซีวะโอ๊ก อย่าแอ่นมากกะเดี๋ยวฉี่เปียกกุงเกง”<br /><br />     เสียงเจ้าเก่งบอกบท ส่งเสริมอุตสาหกรรมการแสดงให้ไอ้โอ๊กสาธิตการยืนบนม้านั่งริมระเบียงหอพัก แล้วปล่อยของเหลวลงจากชั้นสี่<br /><br />         “พวกที่เหลือช่วยกันพยุงหน่อย จ๋อ…มือเอ็งว่าง ช่วยประคองน้องชายไอ้โอ๊กมันด้วย เอ้า…เบ่งเข้าลูก… เล็งให้ตรงเป้านา ขืนทำองศาไซด์โค้ง โดนหน้าละก็ จะถีบให้คว่ำเลยเชียว”<br /><br />     พวกพ้องน้องพี่ ส่งเสียงเชียร์ขรมถมเถยิ่งกว่าเชียร์มวยคู่เอก วิจารณ์ พลฤทธิ์ ซะอีก อย่าหวังเลยว่าเราจะห้ามกัน<br /><br />     <span style="color: #000080">เครื่องยนต์หัวฉีด เทอร์โบแบบพวกผม ลงได้สตาร์ทเครื่องออกรอบตั้งแต่หัวค่ำจนล่วงเข้าสองยาม กำลังร้อนได้ที่ จู่ๆ น้ำมันหมดกระทันหันกลางทางเนี่ย เสียความรู้สึกชะมัด คุณว่ามั้ย</span><br /><br /><span style="color: #000080">     มัคทายักจ๊อด ผู้ตึ๋งหนืด เหนียวหนับก็เกิดอาการนี้เช่นกัน ทั้งๆที่ตอนหัวค่ำ มันชอบกั๊กเงินกองทุน ไม่ยอมควักง่ายๆ พอเครื่องยนต์สะดุด ก็เกิดอาการอั๊พ(UP) กลายเป็นเจ้าบุญทุ่มขึ้นมาเลยเชียว</span><br /><br />         “อะไรวะ กินแป๊บเดียวหมดซะแล้ว ทำไมซื้อมาน้อยจัง เอ้า… เอาตังค์ไปซื้อมาอีก เอามาเยอะๆเลย”<br /><br />         “จะตีหนึ่งแล้วนา หอปิดแล้วด้วย ไปได้ไงล่ะ” เจ้าจ๋อคัดค้าน คงเบื่อที่จะราวีกับยาม<br /><br />         “ไม่ต้องหันมามอง ข้าอีกละซีที่ต้องรับหน้าเสื่อออกซื้อน่ะ”<br /><br />         “เออซี นายกินโค้กไม่ผสมเหล้านะแหละ สมควรไปที่สุด” ผมเห็นดีด้วย เจ้าจ๊อดจึงรีบแจกบท กลัวเพื่อนเปลี่ยนใจ<br /><br />         “ตอนนี้โค้กไม่ผสมเหล้ากำลังออกฤทธิ์ เปลี่ยนโฉมตัวขาวๆ ของแกสองคนให้แดงเป็นกวนอูทั้งตัวอย่างเนี้ย เหมาะสำหรับอุ้มไปหาหมอ แถวร้านเหล้าจริงๆ แม็คเตรียมผ้าห่มให้เก่งมันด้วย”<br /><br />     เมื่อมติเป็นเอกฉันท์ การไปพบหมอยามวิกาลของเก่งจึงมาในรูปของการสะพายเป้ใบเก่า ซ้อนจักรยานยนต์คันเก่า ออกมาเจอยามคนเก่า ณ ที่กั้นหน้าประตูหอพักบานเก่า แต่มีไอ้แม็คเป็นสารถีคนใหม่ แม้จะมีไอ้เจษ ไอ้ตั้ม ไอ้อุ๊กับไอ้โอ๊กอาสาขันแข็งขอขับไปส่ง ไอ้เก่งก็หายอมไม่<br /><br />         “ขี้เกียจฟังไอ้เจษพล่ามถึงน้องจอย ไม่อยากเสี่ยงกับไอ้ตั้มถ้ามันจับข้าเหวี่ยงลงข้างทาง แล้วเกิดไอ้อุ๊กะไอ้โอ๊กองค์เจ้าพ่อกะซุปเปอร์แมนเข้าสิง ข้ามิต้องถูกเจ้าถิ่นเหยียบแบน เข้าโรงกะยาบาลหยอดน้ำเกลือเข้าจริงๆ เหรอ”<br /><br />     เหตุผลน่าฟัง น่าเข้าข้างเนาะ<br /><br />         “ไอ้น้องจะไปไหนกัน หอพักปิดแล้วห้ามออก”<br /><br />         “จะพาเพื่อนไปโรง’บาล เค้าไม่สบายมากเลยครับ”<br /><br />         “ไหนดูซิ”<br /><br />     <span style="color: #000080">แสงสว่างจากไฟแสงจันทร์ให้รายละเอียดไม่พอ แต่เมื่อแสงจากไฟฉายกระบอกโตของยาม เผยให้เห็นหนุ่มไทยร่างเล็กกระทัดรัด ตาแดงหรี่ปรือ ร่างสั่นระริกระรัว ห่อหุ้มตัวมิดชิดด้วยผ้าห่มผืนใหญ่ โผล่เฉพาะใบหน้า กับแขนขาวๆ ที่เต็มไปด้วยผื่นแดงเป็นประจักษ์พยานอันน่าเห็นใจ</span><br /><br />         “ขืนชักช้า เดี๋ยวเพื่อนผมช็อคเป็นอะไรไป พี่ยามต้องรับผิดชอบด้วยนะนี่”<br /><br />         “ครับผม ขอบคุณครับพี่”<br /><br />     เสียงแมงกะไซคำรามขึ้นอีกครั้งตอนตีหนึ่งกว่าๆ พร้อมกับพุ่งทะยานออกนอกหอพัก เลี้ยวขวามุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทาง มีคนขับกับคนซ้อนท้ายแสดงอาการลิงโลด คุณยามถึงแก่อาการเกาหัวแกรก<br /><br />         “เฮ้ยน้องโรงพยาบาลอยู่ซ้ายมือ ใช่ขวาที่ไหนเล่า ดูมันสิตกใจจนเลี้ยวผิดเลี้ยวถูก”<br /><br />     นี่ไงล่ะ เหนือจมูกยังมีตา เหนือฟ้ายังมีขี้เมฆ เหนืออานแมงกะไซ จึงมีไอ้แม็คกะไอ้เก่งปร๋อออกไปซื้อสุราเพราะตบตายามได้สำเร็จ</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/">แก๊งขาสั้น</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-9-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ae-2-by-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ตอนที่ 9 สุราฮาเฮ (1) by แก๊งขาสั้น</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-9-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ae-1-by-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa/</link>
                        <pubDate>Tue, 10 Mar 2026 09:42:15 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ตอนที่ 9. สุราฮาเฮ (1)
&nbsp;
          &quot;เฮ้ยอัส! กลับเหอะ เขาเลิกกลับบ้านกันไปหมดแล้ว นั่งเหม่ออยู่ได้ &quot;         &quot; หือ.. &quot;     ผมคงนั่งคิดย้อนชีวิตสู่วัยมัธยมปลายไปอีกนาน ถ้าเจ้าเก่งไม่กร...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-size: 24pt;color: #800080">ตอนที่ 9. สุราฮาเฮ (1)</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>          "เฮ้ยอัส! กลับเหอะ เขาเลิกกลับบ้านกันไปหมดแล้ว นั่งเหม่ออยู่ได้ "<br /><br />         " หือ.. "<br /><br />     ผมคงนั่งคิดย้อนชีวิตสู่วัยมัธยมปลายไปอีกนาน ถ้าเจ้าเก่งไม่กระตุกความคิดกลับสู่ปัจจุบัน<br /><br />         " อือ.. คิดอะไรเพลินไปหน่อยว่ะ ไอ้พี่โหน่งไปแล้วเรอะ เซ็งชิบ.. "<br /><br />         " ข้าก็เซ็ง งั้นเราไปหาอะไรกินแก้เซ็งดีกว่า ปอ..นายไปตามพรรคพวกมาก่อนเหอะ "<br /><br />     วันนั้นกลุ่มผมทั้งโขยงมี เก่ง ปอ เพื่อนจากโรงเรียนเดิมกับจ๊อด แม็ค จ๋อ และอุ๊ เพื่อนใหม่ไฟแรงสูงเพิ่งรู้จักไม่นาน เริ่มต้นรู้จักการแก้เซ็งตามประสาผู้ชาย เป็นครั้งแรกของชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยการดื่มน้ำมังสวิรัติ คือไม่กินเนื้อสัตว์ เน้นเฉพาะธัญพืชประเภทถั่ว..งา ทอดกรอบ กับ น้ำหมักยอดข้าวมีดีกรีเท่านั้น<br /><br />     <span style="color: #333399">ครั้งนั้น เรายังอ่อนหัด อ่อนประสบการณ์ และอ่อนต่อโลกยามราตรี เมื่อหายเซ็ง หายเหนื่อย เราจึงเดินเกาะกลุ่มกลับเข้าหอพักก่อนเที่ยงคืน ตามกติกา ทุกคนเดินตรงทาง ไม่มีใครเสียศูนย์ เพราะสุราฮะกึ๊นเพียงครึ่งค่อนขวด ปรับเปลี่ยนนิสัยเราได้แค่กำลังครึ้มอกครึ้มใจ อยากร้องรำทำเพลง มากกว่าพะบู๊กับยามหน้าหอพัก</span><br /><br />         "พิภพมัจจุราช ใครถึงฆาตดับชีวี สุวรรณมาเปิดบัญชี เห็นของดีให้ขึ้นซา.. หวัน "<br /><br />         "ถ้าทำดีให้ขึ้นสวรรค์ โว้ย.. ไอ้แม็คแกอย่าลามก.. ทะลึ่งไม่ดูเวล่ำเวลา เล่นกะท่านสุวรรณ เดี๋ยวเถอะแก "<br /><br />         "งั้นร้องเพลง แพ้ใจ ของใหม่ เจริญปุระก็ได้ " อารมณ์อยากร้องเพลงมีมากกว่า อารมณ์หงุดหงิด เพื่อนแม็คจึงลงทุนต่อรอง<br /><br />         "เก่งมาจากไหน … น.. ก็แพ้หัวใจอย่างเธอ.. เอ้อเฮอ เก่งมาจากหนาย… . " แม็คร้องไม่ทันจบ เจ้าเก่งก็รับลูกต่อ<br /><br />         "เก่งมาจากไหนเหรอ..ก็มาจากพิษณุโลกนะซี "<br /><br />         "ไม่ต้องบอกหรอก ใครก็รู้ว่าแกมาจากพิษณุโลก ข้าร้องเพลงโว้ย ไม่ได้ถามแก ไอ้เก่งหอกหัก "<br /><br />     ต้องห้ามทัพกันล่ะครับ มิฉะนั้นเรื่องยาว.. แน่<br /><br />     เพราะงี้แหละ หลังจากวันนั้นแล้ว เราก็บรรลุสัจธรรมว่า จะไม่ยอมให้เพื่อนรักคนใดในก๊วน เกิดอาการเซ็งเด็ดขาด<br /><br />     <span style="color: #0000ff">งานกินเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรานั้น เป็นเรื่องจริง แต่ถ้าเป็นเรื่องเราละก็ไม่มีการเลิกรา สำหรับงานกินเหล้า ขอให้ใครสักคนเอ่ยคำว่า "เซ็ง " เท่านั้น ทุกอย่างจะดำเนินไปตามครรลอง โดยมีเราเป็นตัวกระพือต่อ</span><br /><br />     เมื่อเป็นฉะนี้นี่แล อาการเซ็งจึงเป็นสิ่งจุดประกาย ให้นำไปสู่จุดหมายของงาน ชุมนุมสามัคคีกินเหล้า ตามที่เราต้องการ<br /><br />     แดดยังไม่ทันร่ม ลมยังไม่ทันตก เจอะเจอกันเมื่อไร ใครอย่าเผลอพูดเข้าเชียว เราย่อมมิอาจขัดใจสหาย เสนอมาก็สนองตอบซีครับท่าน<br /><br />         "ทำข้อสอบไม่ได้ เซ็งว่ะ "<br /><br />         "โอ๊ยเซ็ง! จักรยานยางแบน "<br /><br />         "เสียค่าปรับห้องสมุดตั้ง 3 บาท เซ็ง! "<br /><br />         "งั้นไปกินอะไรให้หายเซ็งดีกว่า "<br /><br />     แต่บางทีก็ไม่ง่ายดายอย่างที่คิด เมื่อไม่ใครเริ่มต้น เราก็พยายามหาต้นตอสมมติฐานให้ได้ คนที่ถนัดในการคะยั้นคะยอให้เพื่อนเซ็งละก็ ไม่มีใครเกินไอ้แม็ค<br /><br />         "น้องคนที่แกเหล่น่ะ มีแฟนแล้วโว้ย รวยกว่า.. หล่อกว่าอีกต่างหาก เป็นไง เซ็งรึยัง.. จ๋อ "<br /><br />         "ชั่งปะไร.. ข้าไม่เซ็ง "<br /><br />         "แกช่วยเซ็งหน่อยซี.. นะจ๋อนะ.. ไม่เซ็งเหรอ.. งั้นน้องรหัสแกหน้าตาเหมือนจิ้งจกถูกหนีบเลย " เท่านี้ไอ้จ๋อก็ตะบะแตก<br /><br />         "เออ.. ตอนนี้ข้าเริ่มเซ็งจริงๆ แล้วล่ะ เซ็งแกไงไอ้หอกแม็ค "<br /><br />     เมื่อเซ็งแล้ว ก็หาวิธีแก้เซ็งซีครับ เราจะหายเซ็งก็ต่อเมื่อมีเหล้ากิน และการกินเหล้า ถ้าเป็นแบบธรรมดาๆ มันก็ไม่ใช่พวกเราอยู่แล้ว มันต้องพิสดารเข้าว่า ถึงจะถูกสะเป็ก<br /><br />     <span style="color: #0000ff">วิธีแรกคือ ออกกินเหล้านอกสถานที่ ทำนองออกทัศนศึกษาว่างั้นแหละ ขาไปนั้นไร้ปัญหา ว่างเมื่อไรก็ไปเมื่อนั้นแต่ขากลับนี่สิ ปัญหาโลกแตกจริงๆ</span><br /><br />     เมื่อหอพักชายปิดประตูใหญ่เวลาเที่ยงคืน หากพลั้งเผลอกลับเกินเวลาคราวใด..คืองี้ครับ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ขอสารภาพซะเลยก็ได้ว่า ลงได้ออกทัศนาจร เพื่อเก็บเกี่ยววิสัยทัศน์ละก็ หายากครับที่จะกลับตรงเวลา ดังนั้นหนุ่มหอรอแร่ดทั้งหลาย จึงต้องงัดกลยุทธ์ทุกกระบวนท่า มาใช้เพื่อความอยู่รอดกันสุดฤทธิ์<br /><br />         "ไอ้น้อง หอปิดแล้ว ห้ามเข้า "<br /><br />     เมื่อยามทำหน้าที่ขันแข็ง เราก็ต้องอ่อนข้อ ยอมถอยให้หนึ่งก้าว เพื่อตั้งหลักโต้ตอบขอความเห็นใจ<br /><br />         "โธ่พี่ ผมไปทำรายงานกับเพื่อนตรงปากทางประตูมหาวิทยาลัยนี่เอง ทำเพลินไปนิด เลยกลับมาช้าน่ะ เพิ่งเป็นครั้งแรกด้วย อย่าถือโทษโกรธเคืองกันเลยน้า.. "<br /><br />     บางรายเล่นหนัก ถึงกับลงทุนแช่งบรรพบุรุษตัวเอง<br /><br />         "เห็นใจเถอะพี่ แม่ผมป่วยหนัก ไปเยี่ยมถึงโรง’ บาลจุฬา กว่าจะนั่งรถ 3 ต่อมาถึงนี่ รถรึก็ติดบรรลัยจักร..โคตรติดเลย " <br /><br />     แล้วคุณคิดว่ายามจะเชื่อคารมพวกเรามั้ย<br /><br />         " น้องครับ ช่วยไปอมหลวงพ่อโต วัดอินทร์ฯ บางขุนพรหม มาพูดเถอะไป๊ กลิ่นละมุดสุกหึ่งมาทั้งก๊กอย่างนี้ละก็ ออกไปกินเหล้ากันมาละซีท่า อย่ามาโอ้โลมหน่อยเลย ไม่เปิดประตูให้ร้อก "<br /><br />     แน่ะ! ทำเป็นใจแข็ง ไม่เป็นไร เราเปลี่ยนยุทธวิธีใหม่ก็ได้<br /><br />         "ไอ้เก่ง กะจ๋อแน่ะ ช่วยเจรจาให้ที "<br /><br />     ที่กะเกณฑ์ให้สองคนนี่เป็นหน้าม้า ก็เพราะรู้ว่าคงเมาน้อยกว่าใคร กลิ่นคงไม่ฟุ้งกระจายไปก่อนตัว อะไรนะครับ.. วุ้ย! ไม่มี๊ไม่มี..อย่าควานหาคนไม่เมาเลย เพราะไม่มีคนไม่เมาในสารบบการแก้เซ็งของก๊วนเรา<br /><br />         "แต่วันนี้ข้าเมาว่ะ กะเมาให้หายเซ็งหน้าไอ้แม็คไง " เจ้าจ๋อขอบายเอาดื้อๆ<br /><br />         "งั้นเก่งก็ได้ ตอนนี้เหลือเอ็งคนเดียวที่ดูดีสุดๆ ทรงตัวได้ตรงกว่าเพื่อน ไปเลยไป " เห็นความพยายามของเรามั้ยล่ะครับ<br /><br />     <span style="color: #0000ff">แผนนี้ไม่ประสบความสำเร็จหรอกครับ เจ้าเก่งถูกจับได้ด้วยจำนนต่อหลักฐาน แม้จะแอบไปเคี้ยวใบฝรั่งเต็มกำมือจนไร้กลิ่นแอลกอฮอล์ กับใบรับรองจากผองเพื่อนที่เห็นว่าทรงตัวได้ดีกว่าใครนั้นไม่ช่วยแก้สถานการณ์ได้เลย เนื่องจากเวลาเจรจา มันต้องเดินเข้าหายาม อาการพุ่งไปข้างหน้า 2 ก้าว แล้วถอยหลัง 5 ก้าวของมัน จึงมิอาจตบตายามผู้เคร่งครัดกฎกติกา</span><br /><br />     ปีศาจสุราแบบเรา มีทั้งเมาน้อย เมามาก และเมาที่สุด ต่างอยู่ในแฟมิลี่เมาแอ๋กันทั้งนั้น จึงรวมหัวกันคิดแก้เกมกับยาม เพื่อความบันเทิงแห่งการดวดสุรา<br /><br />     เมื่อเข้าหอพักทางประตูหน้าตามปกติ แล้วผ่านด่านอรหันต์ 18 ทิศไม่รอด เรื่องอะไรจะยอมแพ้ให้เสียฟอร์มเล่า มีทางให้เราเลือกอีกเยอะแยะ<br /><br />     ทางบกไม่เวิร์ค เราก็พุ่งเป้าไปทางน้ำซี คืองี้นะครับ รอบๆหอพักมหาวิทยาลัยผมเนี่ย เขาขุดคูน้ำเอาไว้ปลูกบัวมั่ง เลี้ยงลูกน้ำบ้าง ความลึกไม่มาก ประมาณว่าแค่เอวผู้ใหญ่นี่แหละ<br /><br />     <span style="color: #0000ff">ใหม่ๆ ผมคิดไม่ออกว่า คูน้ำที่ว่าเขามีไว้เพื่ออะไร เอาไว้กันมดขึ้นหอพักรึ ก็ออกจะลงทุนมากไปนิด อยู่ไปๆ จึงประจักษ์ว่าผู้บริหารของมหาวิทยาลัย ท่านมองการณ์ไกล สามารถรู้อนาคตว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับนักศึกษาของท่าน คูน้ำนี้จึงเป็นกับดักที่ท่านวางไว้ล่วงหน้าอย่างแนบเนียนจริงๆ</span><br /><br />     เข้าประตูหน้าไม่ได้ไม่เป็นไร ไม่เป็นอุปสรรคที่จะห้ามเราข้ามไปทางคูน้ำ บ่เป็นหยังดอกเด้อ รักจะเที่ยวต้องรักที่จะผจญภัย ชีวิตจึงมีรสชาติ<br /><br />     แม้คูน้ำจะไม่ลึก ความกว้างก็พอโดดพ้น นั่นคือ เงื่อนไขสำหรับคนสติสัมปชัญญะครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีดีกรีแอลกอฮอล์ผสมในสายเลือดอย่างก๊วนเราในขณะนี้<br /><br />         "แน่ใจนะอัส ว่าจะโดดข้ามได้พ้นฝั่ง "<br /><br />         "ไม่แน่ใจ แต่ไม่มีทางเลือกนี่หว่า "<br /><br />     เมื่อเพื่อนถามความแน่ใจ ผมก็เว้ากันซื่อๆ แบบนี้ล่ะ ใครจะรับรองใครได้ในสถานการณ์เช่นนี้ การข้ามคูน้ำ เป็นความหวังใหม่อีกทาง แต่ใช่ว่าจะได้ผลร้อยเต็มร้อย<br /><br />         " ตูม "<br /><br />     มั้ยล่ะ! ไอ้อุ๊พลาดขอบคู ลงแอ้งแม้งคนแรก<br /><br />         "บ้าเอ๊ย..เพจ..เพจหลุด ช่วยงมหน่อยโว๊ย "<br /><br />     คืนนั้น นับแล้วเปียกน้ำเกือบหมด รอดแค่ 1 ใน 8 นอกนั้นตกน้ำไม่ไหล จมโคลนหมด กว่าจะขึ้นฝั่ง ตะกายกลับหอพักได้ครบก็เกือบสว่าง นับว่าเป็นบุญพาวาสนาส่งยิ่งนัก<br /><br />     อุปสรรคคูน้ำขวางกั้นแค่นี้ คิดหรือว่าเราจะถอดใจไม่ออกไปเฮฮาปาร์ตี้กันอีก<br /><br />     เมื่อโดดไม่พ้นคูจนเปียกน้ำ เราก็หาทางใหม่ ซ้ำเล็งไว้แล้วว่า ระหว่างฝั่งต่อฝั่ง มีท่อน้ำประปา พี.วี.ซี เส้นผ่านศูนย์กลาง 5 นิ้ว สีฟ้าจัดจ้าน ตัดกับแสงจันทร์ยามราตรีชัดเจน<br /><br />     และชัดเจนแจ่มตายิ่งขึ้น เมื่อกลุ่มคนเมาพยายามประคองตัวเดินข้ามท่อ แต่ไปไม่รอดต่างลื่น รูดตกน้ำคนละตูมสองตูม<br /><br />    <span style="color: #0000ff"> คุณเอ๊ย.. การตกน้ำด้วยวิธีนี้ สุดประทับใจก็ตรงที่.. ก่อนตกกระทบน้ำ ห้องเครื่องที่มีน้องชายสุดรักของแต่ละคนซ่อนตัวอยู่ ได้บรรจงกระแทกท่อ พี.วี.ซี เป็นการสัมผัสสั่งลา แล้วไถลลงแช่น้ำเป็นทางการนั้น น้ำในคูที่ว่าเขียวด้วยตะไคร่น้ำค้างปียังไม่เขียวเท่าใบหน้าของเรา ที่ทั้งเจ็บทั้งจุก</span><br /><br />     แต่อย่าคิดนะครับว่า พวกเราจะเข็ด<br /><br />     พอเกิดอาการเซ็ง เราก็ออกไปอีก อย่างเช่นคืนนี้<br /><br />         "ข้าว่า เราต้องปรับแผนกันใหม่แล้วล่ะ ขืนดันทุรังออกไปกินเหล้านอกหอ แล้วกลับมาเจอขวากหนามอย่างนี้อีก ไม่ไหวว่ะ แค่คิดก็เซ็งชิบโผง "<br /><br />         "อ๊ะๆ อย่าเซ็งนะโว้ย เดี๋ยวได้ไต่ท่อกลับหออีกรอบหรอกเอ็ง "<br /><br />     ไอ้ปอเพื่อนเกลอ ห้ามทัพไอ้จ๊อด<br /><br />         "ทำไงถึงออกไปกินได้อย่างคล่องคอ ไม่มีประตูหอพักเป็นมารคอหอย ไม่ต้องแก้ตัวกับยาม ไม่ต้องโดดข้ามคู ไม่ต้องเล่นไต่ราวเป็นกายกรรมกวางเจายามดึก ห้องเครื่องไม่อักเสบ น้องชายไม่ระบม มือถือไม่หล่นหาย เพจไม่เปียกน้ำ "<br /><br />         "เออว่ะ ก็ช่วยๆ กันคิดเข้าซิ "<br /><br />         <span style="color: #0000ff">"ที่สำคัญคือ ข้อความที่แฟนเพจมายังอยู่ครบ ไม่งั้นเพจเปียกหน่อยเดียว หายเกลี้ยง โคตรเซ็งเลย " ไอ้จ๊อดยังคงคร่ำครวญด้วยความรันทดหดเหี่ยว</span><br /><br />         "ขืนพูดว่าเซ็งอีกที ไม่เหยียบให้แบบเป็นรองเท้าแตะละก็อย่านับถือว่า ข้า คือ ปอ ระเบิดนาปาล์ม " เจ้าปอชักหงุดหงิดเต็มที<br /><br />     ผมล่ะเห็นใจ๊ เห็นใจเพื่อนจ๊อดมัน คนกะลังตกอยู่ในห้วงเหวแห่งฟามรักเนี่ย อะไรๆ ดูหวานแหวว สะหวีดหยดจนมดขึ้นซะทุกอย่าง แฟนมันเพจข้อความมาตะละที อ่านแล้วหายเมาเป็นปลิดทิ้ง ทุกคนลงความเห็นว่า ดูบื้อๆ ชอบกล แต่มันยืนยันว่าน่ารัก น่าหยิก<br /><br />         "เดือนที่รอ พอศอที่คิดถึง อย่าลืมน้องผึ้งนะห;านใจ "<br /><br />         "อุแหวะ! "<br /><br />         "อิจฉาละซี้ไอ้ปอ ทีของเอ็งน่าอ๊วกกว่าตั้งเย้อ.. เยอะ ข้ายังไม่ขัดคอเลย.. ทองหยิบ.. ทองหยอด.. ฝอยทอง.. เม็ดขนุน.. ละมุด.. พุทรา.. หวานพอมั้ยจ๊ะด่าลิ้ง.. จากน้องแมว เหมียวๆ หง่าว.. ฮ่าๆ.. เอิ๊ก "<br /><br />     เจ้าปอ เดินหน้างอเป็นมะเหงกเข้าห้องน้ำไปแล้วล่ะครับ คงแสลงใจละมั้ง ที่ความลับถูกเปิดเผย กลายเป็นปอ ระเบิดด้านเรียบร้อยโรงเรียนเพจเจอร์<br /><br />         "ทำจะไดน้อ ช่วยกันคิดหน่อยเซ่ "</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/">แก๊งขาสั้น</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-9-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ae-1-by-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ตอนที่ 8 คนดวงเดือด by แก๊งขาสั้น</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-8-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94-by-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82/</link>
                        <pubDate>Tue, 10 Mar 2026 09:17:22 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ตอนที่ 8 คนดวงเดือด
&nbsp;
     พักเรื่องราวของเด็กมอปลายสักครู่ก่อนดีกว่า หันมาดูพฤติกรรมหนุ่มเหน้าชาวมหาวิทยาลัยกันบ้าง เป็นเมนูเด็ดใช้เรียกน้ำย่อยคุณผู้อ่าน ถือว่าเป็นการชิมลาง ชอบไม่ชอ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-size: 24pt;color: #ff0000">ตอนที่ 8 คนดวงเดือด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>     พักเรื่องราวของเด็กมอปลายสักครู่ก่อนดีกว่า หันมาดูพฤติกรรมหนุ่มเหน้าชาวมหาวิทยาลัยกันบ้าง เป็นเมนูเด็ดใช้เรียกน้ำย่อยคุณผู้อ่าน ถือว่าเป็นการชิมลาง ชอบไม่ชอบยังไง ติชมกันมานะครับ<br /><br />     คุณครับ…เคยบ้างมั้ย ที่ต้องจำใจตัดไมตรีกับใครสักคน ทั้งๆที่เขาแสนดี มีน้ำใจ ให้ความรักกับเราเต็มที่ ไม่มีเคลือบแคลง แต่คบแล้วเราจะหมดความเชื่อมั่น ไม่แน่ใจในชะตาชีวิต และอายุขัยตัวเองว่าจะรอด ปลอดภัย ยืนยาวแค่ไหน<br /><br />    <span style="color: #3366ff"><strong> นายปอ นกแสก ผู้มากับฉายา “เข้าที่ไหนทุกคนซวยหมด”</strong> </span>คือมนุษย์คนนั้น ผู้มีโทษสมบัติตามที่เกริ่นนำมาแต่ต้น ครบถ้วนทุกประการ<br /><br />     เคยมีคนถามความหมายของชื่อมัน เหมือนที่ผมกังขา แล้วก็วิพากษ์ไปต่างๆนานาว่า คงหมายถึง แมงปอ ต้นปอ หรือไม่ก็ปอเท่งทึงละมั้ง แล้วทุกคนก็ลงความเห็นว่า น่าจะเป็นความหมายประการหลังซะแน่แท้<br /><br />     แต่อย่าไปสนใจเลยครับว่าเพื่อนคนไหน มีชื่อจริงว่ากระไร เพราะเราไม่เคยจำด้วยซ้ำ ถ้าไม่เรียกชื่อเล่นจริงๆ ก็ตั้งให้เองตามแต่จะพอใจ ส่วนใหญ่หนักไปทางชื่อบิดา มารดา บางครั้งเลยเถิดไปถึงบรรพบุรุษต้นตระกูล นัยว่าเป็นเครื่องวัดดีกรีความซี้ปึ๊ก ซึ่งกันและกันดีกว่าวิธีอื่น<br /><br />     อยู่ว่างๆ ลองเอาชื่อเล่นของคนรู้จัก มาแปลเอาความหมายดูซักที เพลินดีนะครับ บางทีมีปัญหาแปลไม่ออกซะก็เยอะ<br /><br />     คนชื่อนิด คงต้องตัวเล็ก จุ๋มจิ๋ม น่ารัก<br /><br />     คนชื่อนุช นี่น่าจะหมายถึงหญิงสาวออกไปทางสวยๆ หน่อย<br /><br />    <span style="color: #3366ff"> เป้ เปเป้ ปูเป้ กล้อมแกล้มไปเลยว่า เป็นกระเป๋าสะพายหลัง หรือ ตุ๊กตาในภาษาฝรั่งเศษ</span><br /><br />     คนชื่อตุ๋ย ปิ๋ม อ๋อน จิ๊ ก๋อย เนี่ยอธิบายอย่างไรดีน้า พอๆกับชื่อไอ้คุ่ย ซึ่งเปิดพจนานุกรมจนมือหงิกงอก็แปลไม่ได้<br /><br />     คงมีกำจรเท่านั้นที่อธิบายชื่อตัวเองได้อร่อยเหาะกว่าใคร<br /><br />     กำ เก๊าะ คือ กำหรือจับให้แน่น จร เก๊าะเดินไป รวมสองคำเป็นกำจร จึงหมายถึง เดินกำไปเรื่อยๆไง “<br /><br />     คนแปลความ ทำเสียงอ่อนเสียงหวานล้อเลียน<br /><br />     กำอะไร? “ ไม่สงสัยก็บ้าแล้ว<br /><br />     อยากกำอะไรก็กำไปเซ่ ไอ้บ้า “<br /><br />     ไรวะ “<br /><br />     คนตอบตอบแบบไม่ใส่ใจ แต่คนถามยืนเกาหัว คิดไม่ตกว่าจะเลือกเอาข้างไหน ระหว่างเข้าใจหรือไม่เข้าใจ อันไหนจึงเข้าท่ากว่ากัน<br /><br />     ชื่อเล่นอันเป็นฉายา ที่มาจากเพื่อนในก๊วนตั้งให้นั้น ช่างสะทกสะเทือนความรู้สึกยิ่งนัก โดยเฉพะฉายาของอาจารย์ประจำวิชา ฟังแล้วเฮฮาอารมณ์ดีเสมอ<br /><br />     หยั่ง “ ป้าเค็ม” งิ ชื่อเล่นก็สื่อให้รู้ถึงความเหนียวแน่นเรื่องคะแนน ประมาณว่ามหาสมุทรเรียกคุณทวดนั่นเชียว<br /><br />     น้าอังโกะ “ชื่อออกญี่ปุ่น แต่สอนภาษาอังกฤษ บ่งบอกถึงความคิขุอาโนเนะ น่ารักเหมือนตัวจริง<br /><br />     แล้ว “ ยายจืด “ ล่ะ ขานี้เดาใจเธอไม่ถูกว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ยินดี หรือยินร้าย อยู่ในภาวะเป็นกลาง ไม่เป็นกรดหรือไม่เป็นด่าง เพราะสีหน้าเธอราบเรียบตลอดเวลา เห็นทีไรกลุ้มทุกที<br /><br />     อาจารย์ท่านใดทำบุญมาน้อย มีเวรมีกรรมได้มาสอนพวกผมละก็ ล้วนแล้วแต่มีชื่อนอกทะเบียนสมรส เอ้อ…ทะเบียนสำมโนครัวประชากรแห่งชาติทั้งนั้นแหละ<br /><br />    <span style="color: #3366ff"> บางรายได้ชื่อเทียบรุ่นดารา หรือนักร้อง เพราะบุคลิกไม่ใช่ก็ใกล้เคียง อาทิ “คุณยายวรนาถ” รายนี้สวยไม่ประหยัด สวยตลอดเวลา แป้งหนึ่งตลับ ลิปสติกแท่ง เธอใช้ไม่เคยครบเดือน</span><br /><br />     “เด็บบี้ บาซู” แค่ชื่อก็คงเดาออกว่า ผมเผ้าทรงอะไร ชื่นชอบเพลงประเภทไหน<br /><br />     สามารถร้องได้ทุกเวลา ที่ล้ำหน้าเด็บบี้ตัวจริงคือ เธอร้องและเต้นคล่อมจังหวะ จนนักดนตรีต้องล้มวง<br /><br />     “เจ้าแม่หกขามหาประลัย” ฉายาครูสาว เจ้าระเบียบที่บังเอิญขาเจ็บต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน แต่ยังคงไว้ซึ่งระเบียบวินัย กล้าหาญมั่นคง ตามล้วงตามเช็คบิลบรรดาศิษย์จอมขี้เกียจทั้งหลาย เห็นเธอเขยกมาทางไหนเราจะแตกกลุ่มเป็นดาวกระจายคนละทางทันที<br /><br />     ฉายาสุดท้าย เกิดใหม่ถอดด้ามไม่กี่เดือน<span style="color: #993300"><strong>คือ “ชูวิทย์”</strong> </span>เรามอบให้อาจารย์ผู้มีอุปนิสัย จูจี้ ขี้บ่น จับผิด และแน่นอน เธอติดอันดับ “จอมแฉ” พฤติกรรมลูกศิษย์ ไม่แพ้คุณชูวิทย์<br /><br />     ผมเรื่อยเปี่อย เกาเหลาหมูตุ๋น ถึงฉายาอาจารย์ที่ควรเคารพมาซะนาน ย้วยเข้าเรื่องดีกว่า<br /><br />     นายปอเพื่อนผมคนนี้ ทุกคนรังเกียจที่จะให้มันเข้ากลุ่มทำกิจกรรมทุกชนิด หลังจากที่มันทำให้พวกเราเข้าถึงสัจธรรมว่า เข้าที่ไหนทุกคนซวยหมด<br /><br />     ถ้าไม่ยกตัวอย่าง คุณก็จะหาว่าผมเป็นโรคสะตอ(แหล)ลงตับ และตัวอย่างต่อไปนี้คือต้นเหตุของฉายา <span style="color: #993300"><strong>“ปอ กุมารทอง”</strong></span><br /><br />     กาลครั้งโน้น ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติที่เราเป็นโต้โผใหญ่ จัดกิจกรรมรับน้องชมรมฯ ที่หาดวนกร จ.ประจวบคีรีขันธ์นู้น<br /><br />     ก็… คึกคักสุดขีดกันล่ะครับ ได้เปลี่ยนบรรยากาศ ได้เที่ยว ได้ใช้อำนาจบาตรใหญ่กับน้องๆ ในฐานะพี่ซีเนียร์ ที่แอบแฝงอย่างกระเหี้ยนกระหือรือคือ ได้โอกาสใกล้ชิดกับน้องที่แอบปลื้ม แอบหมาตายหมายตากันไว้ก่อนหน้า<br /><br />    <span style="color: #333399"> จุดประสงค์หลักคือ การละลายพฤติกรรมด้วยกิจกรรมหรือเกมอะไรก็ได้ ที่ทำให้ทุกคนปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปโดยธรรมชาติเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด</span><br /><br /><span style="color: #333399">     ไม่มีอะไรจะทำให้คนเป็นตัวของตัวเองได้มากที่สุดเท่ากับการเล่นเกมที่ทุกคนมีส่วนร่วม เราให้ชื่อเกมแรกว่า “การทดสอบประสาทสัมผัสด้วยปลายลิ้น”</span> อย่าคิดมากครับ พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ<span style="color: #008000"><strong> เกมการลิ้มชิมรส</strong></span>นั่นแหละครับ<br /><br />     หัวค่ำเรามีขนม ผลไม้ น้ำหวาน ลูกอมรสต่างๆ ให้น้องปิดตาแล้วเราบรรจงป้อน เพื่อบอกให้ได้ว่า สิ่งที่กำลังลิ้มรสนั้นคืออะไร ตอบถูกก็มีรางวัลเล็กๆ น้อย เป็นของที่ระลึก ตอบไม่ถูกให้ร้องเพลงบ้าง สารภาพรักพวกเราบ้าง ได้เฮฮาถูกใจบรรดาพี่หัวงูทั้งหลาย ไม่ช้าไม่นาน ที่ขัดเขิน เหนียมอาย ก็เริ่มเจรจาพาทีมากขึ้น<br /><br />     เกมดำเนินไปพอหอมปากหอมคอ ให้น้องแยกย้ายกันไปพักผ่อนเวลาข้างหน้ายังอีกหลายวัน เดี่ยวน้องจะรู้แกว การแหวกหญ้าให้งูตื่นมิสมควรทำอย่างยิ่ง<br /><br />     น้องไปพัก แต่ราตรีนี้ยังเยาว์นัก พี่จึงประชุมวางแผนที่จะทำพรุ่งนี้ไปพร้อมน้ำย้อมใจ เราไม่ต้องปิดตาบรรจงป้อนแล้ว แต่เราซดกันเพียวๆ บ้าง ผสมมิกเซอร์บ้างตามอัธยาศัย นัยว่าสมองจะได้แล่นดี<br /><br />     แต่ละคนก็แต่ละสูตร มีหลากหลายตั้งแต่<br /><br />     เหล้าผสมน้ำเปล่า เป็นของไอ้เจษ<br /><br />     เหล้าผสมโซดา ของไอ้อุ๊<br /><br />     เหล้าเพียวๆ ไม่เติมโค้ก ของไอ้แม็ค<br /><br />     เหล้าผสมโค้กกับโซดา, โซดาผสมน้ำแดง และโค้กเปล่าไม่ผสมเหล้า สุดแต่ใครจะคิดสูตร วางเงื่อนไขให้เพื่อนชง<br /><br />     ไอ้ปอก็มีสูตรของมันคือ โค้กเพียวๆ ผสมน้ำแข็ง เมื่อเป็นเช่นนี้จึงค่อนข้างนอนแน่เป็นแช่แป้งว่า มันไม่เมา ขณะที่พวกเราเมากันมิใช่น้อย ความหมายก็คือ…เมามาก… แหละครับ<br /><br />     เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพแจ่มชัด ผมให้รายละเอียดของแผนผังที่พักนิดนึง การติดตามเรื่องราวจะได้สนุกมีรสชาติมากขึ้น<br /><br />     <span style="color: #333399">ที่พักของเราเป็นเรือนแถว ยกพื้นสูงประมาณ 1 เมตร แบ่งเป็น ปีกซ้าย และขวา กั้นเป็นห้องพักโล่งกว้าง จัดเตียงสองฝั่ง หันเท้าชนกันประมาณ 20 เตียง เหมือนโรงนอนทหาร มีบันไดขึ้นลงเตี้ยๆ 3 ขั้น เรือนพักหันหน้าสู่ทะเล ด้านหลังเป็นห้องอาบน้ำรวมยาวเหยียด ข้างห้องอาบน้ำ เป็นห้องสุขาติดกันสิบกว่าห้อง</span><br /><br />     หลังห้องสุขา เป็นรั้วหนามสูงประมาณหน้าอก มองเห็นแนวสนทะเลปลูกไว้ร่มครึ้มเป็นฉากหลัง<br /><br />     ด้านซ้ายของเรือนพักห่างออกมาเป็นอาคารชั้นเดียว โล่งๆ วางโต๊ะสนาม ซึ่งเป็นโต๊ะยาวตรงกลาง สองข้างเป็นที่นั่ง ใช้เป็นโรงอาหาร หรือดัดแปลงเป็นเวที และใช้ทำกิจกรรมอื่นๆ ได้แบบอเนกประสงค์ เจ้าของร้านอาหารละแวกนั้นให้ข้อมูลว่า อาคารต่างๆ ที่เห็นเป็นที่พักเพื่อฝึกงาน ของนักศึกษาคณะวนศาสตร์มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งของรัฐ ช่วงไหนที่สถานที่ว่าง ก็เปิดบริการให้เช่าเหมือนที่เราใช้บริการคราวนี้<br /><br />     กำลังได้ที่ ไอ้ปอก็ลุกออกจากโต๊ะ ถอยมายืนหลังผม ซึ่งนั่งตรงข้ามไอ้โอ๊ก ปิดปากหาว”<br /><br />     นอนเหอะ ดึกแล้ว”<br /><br />     เออ… ดีเหมือนกัน พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า” ผมเออออ… เพราะมึนหัวเต็มแก่<br /><br />     “อ้าย…ย…ปอ…อ…มึงเปลี่ยนทรงผมตั้งแต่เมื่อหร่าย…ย…วะนั่น”<br /><br />     ไอ้โอ๊กตั้งข้อสังเกต เสียงอ้อแอ้ แก่ดีกรี<br /><br />     “อยู่ดีๆ เสือกไว้ผมจุก นุ่งเตี่ยวแดน ยืนพุงพลุ้ยเสื้อเก๊าะ…ม่ายส่าย…” เพราะ<br /><br />     ประโยคนี้ ทุกคนจึงสามัคคีเงยหน้ามงไอ้ปอพร้อมกัน<br /><br />     “ไม่เห็นมีอะไรนี่หว่า มึงเลิกอำเหอะว้า ไป…อาบน้ำนอนดีกว่า” ไอ้อุ๊สรุป<br /><br />     “เออ… นอนก็นอน… แต่ซุปเปอร์แมนจาปายชิ้งฉ่องก่อน…เอิ๊ก…”<br /><br />     การสำแดงอภินิหารของผีซุปเปอร์แมนยามเข้าสิงไอ้โอ๊กคือ ยืนบนพนักพิงม้านั่ง ริมระเบียงหอพัก แล้วปล่อยปัสสาวะลงมาชั้นล่าง<br /><br />     คืนนี้ไม่มีใครกุลีกุจอช่วยมันรูดซิป และพยุงตัวไม่ให้มันหล่นจากตึกสูงของหอพัก<br /><br />     <span style="color: #333399">อย่างที่เคยปฏิบัติ เพราะที่พักเป็นเรือนแถวชั้นเดียว อย่างที่ผมบอกแต่ต้น มันจะทำฤทธิ์ ทำเดชด้วยวิธีไหน พื้นทรายรอบบริเวณนั้น ทำมันได้อย่างมากก็แค่แผลถลอกเล็กๆ น้อยๆ หากจะแถมอาการเคล็ดยอกอีกหน่อย ทุกคนก็ยินดีสนับสนุน ป่วยการขัดใจก็เลยปล่อยไปคนเดียว เรื่องเมาแล้วซ่าของไอ้โอ๊ก ผมจะนำมาเล่าในตอนหลังนะครับ</span><br /><br />     เราช่วยกันเก็บข้าวของเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำนอนได้สักพักก็มีใครสักคนเริ่มเอะใจ<br /><br />     “ไอ้โอ๊กไปนานแล้วนะโว้ย ตามไปดูที รึตกบ้านหัวทิ่มทรายตายแล้วละมั้ง”<br /><br />     “ข้าไปเอง” ไอ้ปออาสา มิช้ามินานไอ้ปอก็เลิ่กสั่กกลับมา<br /><br />     “เฮ้ย!ช่วยกันยกไอ้โอ๊กหน่อย ข้าคนเดียวไม่ไหว”<br /><br />     เราถลันตามไอ้ปอไปติดๆ แทบไม่คิดชีวิต<br /><br />     ไอ้โอ๊กเหรอครับ ร่างกายไม่มีอะไรบุบสลาย แต่ยืนแข็งทื่อหันหน้าเข้าป่าสน มือกุมเป้ากางเกงที่เปียกโชก ตาค้างเฉยอยู่คนเดียวข้างห้องสุขาริมสุด<br /><br />     หลังปฐมพยาบาลจนฟื้นคืนสติ ไอ้โอ๊กเล่าว่า มันเห็นไอ้ปอนุ่งผ้าเตี่ยวสีแดงผืนเดียว ยืนเท้าสะเอว แก้มป่อง ตาแดงก่ำมองมันอย่างไม่พอใจ<br /><br />     “กูยังนึกในใจว่าไอ้ปอเล่นเกมแต่งแฟนซี แต่ไม่เข้าใจว่ามันโกรธกูเรื่องอะไร ไม่ทันถามก็ปวดฉี่ซะก่อน พอไปถึงกูเปิดประตูไม่ไหว กะจะปล่อยข้างส้วมซะหน่อย ผิวปาก รูดซิป กะลังสบายๆ ก็เลยกวดสายตามองผ่านรั้วลวดหนามเข้าไป มึงรู้มั้ยว่ากูเห็นอะไร?”<br /><br />     เรายักไหล่ เบะปาก<br /><br />     “พม่านุ่งโสร่งกลุ่มใหญ่ ถือดาบสองมือฟันกันสนั่นป่า กูยังไม่เก็ทโว้ย จนอีหม่องหยุดฟัน หันมาแสยะยิ้มกับกูนั่นแหละ ถึงรู้ว่าถูกผีพม่าหลอก”<br /><br />     “ทำไมไม่รีบวิ่งมาบอก จะได้ไปช่วยดูอีกแรง”<br /><br />     ฉี่กูยังเบ่งต่อไม่ไหว เอาแรงที่ไหนมาวิ่ง เพราะมึงเชียวไอ้ปอ เสื้อผ้ามีตั้งเยอะแยะไม่เลือกซะอย่าง เสือกแต่งเป็นกุมารทอง กูถึงได้ซวย”<br /><br />     แฟนซงแฟนซีอะไรของเอ็ง ไม่เห็นจะรู้เรื่อง เมาแล้วตาฝาดมั่วนิ่ม!” ไอ้ปอฉุนขาด ผมเลยไกล่เกลี่ย<br /><br />    <span style="color: #333399"> “คนเก่าแก่เขาเล่าว่า ตรงนี้เฮี้ยน เพราะเป็นสมรภูมิรบของพม่ากับไทย มีศาลเจ้าที่อยู่ตรงปากทางเข้านู้น ใครมาก็จุดธูปบอกกล่าวกันก่อน เอ็งมัวแต่กินเหล้า ยังไม่ได้ไหว้ละซีท่า”</span><br /><br />     เออ” มันสารภาพ “แต่กูสาบานได้ว่าไม่ตาฝาดชัวร์ ตอนพวกมึงยกกูมาทั้งยืน อีหม่องพม่า ยังยักคิ้วให้อีกแผล็บเลย กูรู้ตัวตลอด แต่กูพูดไม่ออกเอง ทีหลังกูไม่กินเหล้ากะมึงแล้ว ไอ้ปอ”<br /><br />     “แม่ง… ใครเป็นอะไรก็ลงมาที่ข้าทุกที” ไอ้ปอกระฟัดกระเพียด<br /><br />     เพื่อย้ำว่าไอ้โอ๊กพูดถูก และไอ้ปอแน่ๆ ที่ “เข้าที่ไหนทุกคนซวยหมด” ตัวจริงเสียงจริง ติดตามเรื่องราวต่อไปเถอะครับ แล้วจะทราบคำตอบ<br /><br />     คืนนั้นเป็นอันว่าพวกเราเกือบไม่ได้นอน กว่าจะปลอบไอ้โอ๊กให้หายพร่ำพรรณนา แสงอรุณก็ทอแสงส่องฟ้าเสียแล้ว<br /><br />     งีบไปไม่ถึงชั่วโมง ก็มีรายการข้ามเกาะ ไปปีนเขา ลอดถ้ำพระยานครกัน บ่ายกลับที่พัก น้องๆ เล่นน้ำทะเล แต่เราหมดแรง จึงหลบมุมแอบเล่นซ่อนตาดำเติมพลัง ถึงจะอดเห็นของสวยๆ งามๆ แกล้มสายตา แต่ไม่เป็นไร คืนนี้ยังมีโปรแกรมเด็ด<br /><br />     <span style="color: #333399">ตามแผนที่วางไว้ คือประมาณ 1 ทุ่ม เราจะพาน้องเล่นเกมสะกดรอย ก็เหมือนเกมเดินทางไกลของลูกเสือนั่นแหละ โดยแบ่งน้องเป็นกลุ่มเล็กๆ 3-5 คนมีเราเป็นพี่เลี้ยงกลุ่มละคน ช่วยหาสิ่งของวัตถุ ที่วางไว้ตามจุดต่างๆ จากคำสั่งในกระดาษ หรือเครื่องหมายที่วางไว้เป็นที่สังเกต จุดหมายปลายทางพบกันอีกครั้งคือ ริมหาดชายทะเลที่มีบาร์บิคิวซีฟูดร้อนๆ รอต้อนรับ พร้อมกิจกรรมสนุกรอบกองไฟ</span><br /><br />     ผมปล่อยแถว ที่จุดเริ่มต้นหน้าเรือนพัก ทุกกลุ่มเริ่มออกเดินทางตามโพย เพื่อความตื่นเต้นเร้าใจ เราตกลงกันว่า เป้าหมายที่ต้องหานั้น รู้กันเฉพาะผมกับเพื่อน 2-3 คน ที่จัดเตรียมกิจกรรมเท่านั้น<br /><br />     เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ผม… ไอ้เจษ… ไอ้โอ๊ก จึงย่างบาร์บิคิวรอเพื่อนตามจุดนัดหมาย<br /><br />     “ไอเดียมอมหน้า พลางตัวด้วยชุดร.ด.เนี่ย ใครคิดวะ?”<br /><br />     ไอ้ปอ…มันบอกว่าอยากได้บรรยากาศไปค่ายร.ด.ตอนม.ปลาย น้องๆ ดูแล้วน่าเชื่อถือ เท่าไรแล้วที่แค่ให้น้องแต่งชุดสีเข้ม ไม่ใช่ชุดร.ด.อย่างพวกพี่หัวหน้ากลุ่ม” ผมตอบไอ้เจษ มีไอ้โอ๊กออกความเห็น<br /><br />     “มันเป็นอะไรของมันวะ เดี๋ยวกุมารทอง เดี๋ยวชุดทหาร กูละเสียวสันหลัง”<br /><br />     “มันจะเป็นอะไรเล่า อยากให้สมจริงสมจังก็แค่ข่มขวัญน้องๆ มั้ง”<br /><br />     ไอ้เจษเขี่ยถ่านให้หน้าเรียบเสมอกัน โรยขี้เถ้าบางๆ แล้วพลิกไม้บาร์บิคิวที่เริ่มส่งกลิ่นยั่วน้ำลาย<br /><br />     ชิมเอาฤกษ์ก่อนสักไม้สองไม้เนี่ยผิดกฎของลูกเสือมั้ย”<br /><br />     “กินไปเถอะแม่ครัวเตรียมให้หลายร้อยไม้ ไม่พอก็มีข้าวต้มทะเล ให้อีกรอบตอนดึกๆ” ผมบอกไอ้โอ๊กเพราะเริ่มหิว<br /><br />     ภาพไม้เสียบบาร์บิคิวกินแล้วรวมกันกองโตในถาดรอทิ้ง ชามข้าวต้มทะเลซ้อนกันในกะละมัง รอแม่ครัวทำความสะอาด พวกเราเหล่าชายหญิงที่จับคู่นั่งคุยกันก็หลายคู่ ที่ไม่มีคู่ก็เล่นกีตาร์ ร้องเพลงรอบล้อมกองไฟรอไอ้ปอกับสมาชิกในกลุ่มที่ยังมาไม่ถึงไปพลางๆ<br /><br />     “สามทุ่มแล้วนะโว้ย ไอ้ปอยังไม่มาเลย ช้าชิปเป๋ง”<br /><br />     “เดี๋ยวก็มาน่า… ของกินยังมีอีกเยอะ ไม่กินก็ร้องเพลง ไม่ร้องก็โน่น ช่วยน้องก่อปราสาททรายเล่นไปก่อนไป๊ไอ้แม็ค”<br /><br />     “อย่าบอกนะว่า มันพาน้องเขาไปตกระกำลำบาก หลงทางกลับมานี่ไม่ถูก” ไอ้โอ๊กยังไม่หายระแวง แม้จะไม่ใช่แต่ก็ใกล้เคียงล่ะครับ<br /><br />     ก่อนห้าทุ่มเล็กน้อย เสียงเอะอะของคนปนเสียงเห่าของหมาดังขึ้น เมื่อแสงไฟจากหน้ารถยนต์สว่างจ้าลัดเลาะมาตามริมหาด แล้วหยุดลงใกล้พวกเรา มีเสียงไอ้ปอล้งเล้ง<br /><br />     “เห็นมั้ย ผมบอกแล้วว่ามาทำกิจกรรมกับเพื่อน ไม่ใช่สายลับสายสืบอะไร น้องๆ เขายืนยันก็ไม่ฟังเสียง”<br /><br />     <span style="color: #333399">“เอาน่า ถ้าเป็นจริงก็ไม่ว่ากัน แต่ทีหลังก็ระวังมากกว่านี้หน่อย ถึงจะเป็นการซ้อมรบของนักศึกษาวิชาทหารเค้า น้องก็ไม่ควรไปยุ่มย่ามในยามดึกดื่น ซ้ำทำร้ายครูฝึกซะอีกเนี่ย เขาไม่ยิงเอาก็บุญแล้ว”</span><br /><br />     โห… ไอ้ปอสร้างวีรกรรมอีกแล้วครับท่าน<br /><br />     เรื่องของเรื่องก็คือ กลุ่มไอ้ปอ เดินอีท่าไหนไม่รู้หลังมะงมมะงาหราไปสักพักก็เป๋ออกนอกเส้นทาง ไปแจมกับนักศึกษาวิชาทหารที่บังเอิญมาเข้าค่ายฝึกอยู่ใกล้เรือนพักโดยมิได้นัดหมาย<br /><br />     เดินมาดีๆ เจอครูฝึกออกตรวจตราตามหน้าที่เวรยาม เป็นธรรมดาที่เขาต้องถามว่า “นั่นใคร?” ไอ้ปอย้อนศรเลยครับ<br /><br />     “พ่อมึงไง”<br /><br />     “ไอ้หนู… ระวังปากไว้บ้าง ถามดีๆ ก็ตอบดีๆ มาจากไหนละนี่”<br /><br />     คนถามต้องการรู้ว่ามาจาก กองไหน ครับ เพราะคิดว่าเป็นนศท.<br /><br />     รู้แล้วยังมาถามอีก มาจากกรุงเทพฯ ด้วยกันแท้ๆ” <br /><br />     “อย่างนี้ต้องดูหน้าซะหน่อย โอหังดีนัก” ว่าพลางกดไฟฉายกระบอกเขื่องส่องหน้า เอื้อมมือดึงหมวกแบเร่ต์ออกจากหัวตัวต้นปัญหา คนทำไม่ทราบหรอกครับว่า ไอ้ปอเป็นโรคบ้าจี้ แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน คือใครตบมัน มันตบตอบ ใครจับมัน มันก็จับตอบ เมื่อเป็นอย่างนั้น มันจึงดึงหมวกฝ่ายตรงข้ามบ้าง<br /><br />     <span style="color: #333399">ผลแห่งการเข้าใจผิดกัน เลยเกิดการพันตูกันขึ้น ท่ามกลางเสียงหวีดว้าย ของน้องหนู</span><br /><br />     เฮ้ย! กองร้อยนี้มีนศท. หญิงมาด้วยเหรอวะ”<br /><br />     เป็นนักศึกษาหญิงค่ะ ไม่ใช่นักศึกษาทหารหญิง”<br /><br />     กว่าจะรู้อะไรเป็นอะไร ไอ้ปอเป็นฝ่ายน่วมอ่วมอรทัย งานนี้เข้าทางปืนไอ้โอ๊กมัน<br /><br />     “เป็นไงล่ะ ไอเดียมึงกระฉูดมั้ยล่ะ ใส่ชุดร.ด.เต็มยศไว้ข่มขวัญน้อง เกือบได้กินยำอีโอ๊บ แล้วติดคุกอีกกระทงแล้วมึง กูบอกแล้วว่า คบกะมึงจะซวยตลอด น้องๆ เข็ดมึงจนตายแหละ”<br /><br />     “เออ…ข้ามันไม่ดี เกิดมาทั้งทีเอาดีไม่ได้ ถึงได้กำพร้ามาตั้งตะเกิดไง ข้านี่แหละเว้ย เฮ้ย! คนดวงเดือด เชือดคนดวงดับ อย่างแกไง ไอ้โอ๊ก”<br /><br />     ท่าจะไม่ดีแล้วล่ะครับขอไประงับเหตุด่วนจี๋ ก่อนมีรายการ ดับดวงเดือดเพราะเพื่อนเชือดเพื่อน จบละกัน</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/">แก๊งขาสั้น</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-8-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94-by-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ตอนที่ 7 เจอดี by แก๊งขาสั้น</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-7-%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b5-by-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/</link>
                        <pubDate>Tue, 10 Mar 2026 09:04:51 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ตอนที่ 7 เจอดี
&nbsp;
     ทุกวันนี้แม้จะลืมตา หรือหลับตา ผมก็ยังเห็นไอ้โกร๋น หมาหนังกลับที่ซื่อสัตย์ รักเดียวใจเดียวของอีด่างผกโผนโจนทะยาน เตลิดออกจากวัดไปพร้อมเสียงโหยหวน ได้แจ่มแจ้ง ติด...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-size: 24pt;color: #800080">ตอนที่ 7 เจอดี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>     ทุกวันนี้แม้จะลืมตา หรือหลับตา ผมก็ยังเห็นไอ้โกร๋น หมาหนังกลับที่ซื่อสัตย์ รักเดียวใจเดียวของอีด่างผกโผนโจนทะยาน เตลิดออกจากวัดไปพร้อมเสียงโหยหวน ได้แจ่มแจ้ง ติดตาไม่ลบเลือน ป่านฉะนี้ มันปลดตัวปัญหาให้หลุดจากบั้นท้ายสำเร็จหรือยังก็ไม่รู้<br /><br />     สงสารก็แต่คู่ตุนาหงันของมัน ที่เอาแต่นอนซม โศกเศร้าไม่กินไม่เห่าอยู่จนบัดนี้<br /><br />         “กะอีแค่แปะไว้เฉย ทำเป็นใจเสาะ มันถือโอกาสไปเที่ยวน่ะไม่ว่า บอกแล้วว่ามันซื่อไม่จริง”<br /><br />     ตัวสร้างบาปก่อเวร ยังดันทุรังซ้ำเติม แบบเอาสีข้างเข้าถู<br /><br />         “งี้ดีกว่า เอาแมงกว่างของกำจายตัวที่เหลือ แปะให้มึงบ้าง แล้วอย่าเสือกวิ่งนะโว้ย กูเอาตายแน่”เสียงไอ้เป้คำราม<br /><br />         “เออ… ผมมันชั่ว ผมมันเลว ผมมันไม่รักดี ผมมัน…”<br /><br />         “แตกปลาย!นี่แน่ะๆ” เราซัดมันคนละตุ๊บ ด้วยความหมั่นไส้เต็มประดา มีนเลี่ยงบาลีได้ทุกทีซีน่า<br /><br />     ถึงเสียงมันอุบอิบบอกอาการ ยอมจำนนเพราะจนต่อหลักฐานแต่ก็ไม่วายเล่นลิ้น แต่อย่างว่า แม้กำจรจะมีพฤติกรรม “ซ่า”จนหยดสุดท้ายอย่างน้ำอัดลมยี่ห้อดัง มันก็คงไม่กล้า “คึก”ลงทุนเอาปั้นท้ายไปเสี่ยงกับอุ้งเล็บอันแหลมคมของด้วงเขากวางตัวที่เหลืออยู่แน่นอน<br /><br />         <strong>“เรื่องอะไรจะโง่ให้พวกเอ็งเล่นงาน”</strong><br />         “ชะ…ไม่ติดมาตรฐานปัญญาชนกะเค้า แต่มึงก็ฉลาดพอที่จะทำตัวเป็นคนชั้นปัญญา<br /><br />     นกได้ สอดคล้องกับสถานการณ์เหมือนกันนี้” ไอ้เป้ยังกัดไม่ปล่อย ได้โอกาสถากถางไม่ละลด <br /><br />         “อะไรของเอ็งวะ ปัญญานก?”<br /><br />     เห็นแมะ คนฉลาดยังมีวันตกเป็นคนโง่ของคนเหยื่อเลย<br /><br />         “ก็นกรู้ไงล่ะ ไอ้เซ่อ”<br /><br />     <span style="color: #333399">จะนกรู้จริงหรือไม่ ไม่มีใครกล้ารับประกัน แต่ถ้าเป็นเรื่อง “ป่วนเมือง”ละก็ คุณภาพคับโรงเรียน พวกเรากล้าพิมพ์ลายตีน เอ้ย ลายเท้าแปะไว้ให้ดูต่างหน้า บนวุฒิบัตร ประกาศกิติศัพท์ได้ทุกเมื่อ ท่านผู้ช่วยฯ ผู้อำนวยการยังโดนเลยคุณ</span><br /><br /><span style="color: #333399">         “ไอ้หมอนี่ มันก็ช่างสรรหาเรื่องมาให้ผมปวดหัวได้ทุกวัน ตัดคะแนนจนติดลบก็แล้ว ตีหน้าเสาธงก็แล้ว ประจานกันขั้นนี้แล้ว มันยังทำตัวเองมาตลอด รู้ๆ อยู่เต็มอกว่าฝีมือไอ้หมดนี่แน่ แต่ไม่รู้จะหาหลักฐานที่ไหนมามัดตัวจังๆ ได้ นอกจากความผิดซึ่งหน้าจนจับได้คาหนังคาเขาเหมือนคราวนี้”</span><br /><br />         “ไอ้ที่ไม่ไหวน่ะ คือปวดฉี่” ทีเนี้ย ย่าว่าแต่หล่อเลยครับแม้แต่ “มาด” ที่บรรจงปั้นไว้ตะแรก หายหดหมดรูปเลยแหละ<br /><br />         “ปวดก็เข้าห้องน้ำซี่ ยืนแหกปากอยู่ได้ เอ็งนี่” ขบวนตามมาดู ชัก’รมณ์บ่จอยเหมือนกัน”<br /><br />         “วันหยุดห้องน้ำลั่นกุญแจหมด เข้าไม่ได้โว้ย” คนปวดฉี่เถียง “ข้าอั้นมานานจนไม่ไหวแล้ว อย่าบอกนะว่าให้ไปกุฏิ ขืนวิ่งไปยังไงก็ไม่ถึงแน่ กระฉอกแหง ขอร้องล่ะ ช่วยหันหลังเดินไปห่างๆ หน่อยสาวๆ ด้วย อย่าหันมาเชียว ขอปลดทุกข์แถวนี้แหละ” พูดไม่พดเปล่ามันปลดกระดุมกางเกง ไม่ฟังเสียง<br /><br />         “เฮ้ยอย่านา ต้นไม้ใหญ่เขาว่าเทวดารักษานะ อย่าทำซี้ซั้วเดี๋ยวเจอดีหรอกเอ็ง”<br /><br />         “ช่างเหอะเรื่องของข้า”<br /><br />    <span style="color: #333399"> เมื่อเห็นว่ามันเอาแน่ พวกตามเชียร์อย่างเราขบวนแตก สาวทั้งหลายวี้ดว้าย หันหลังไปวิ่งตั้งหลัก ส่วนพวกผมแค่หันหลังพอเป็นพิธี ไอ้หนึ่ง,ไอ้เป้ บ่นพึมหาว่ากำจรชอบสร้างปัญหา อีกกลุ่มให้ความเห็นว่า น่าเห็นใจตรงที่ทุกข์อะไรก็ไม่เท่ากับทุกข์หนักเบาจึงไม่ควรต่อว่าเพื่อน เราถกเถียงอยู่นาน พอที่กำจรจะปลดเปลื้องทุกข์ระกำอุรา สำเร็จสมอารมณ์หมาย จึงหันไปดู</span><br /><br />     แต่… ที่ปรากฎต่อสายตา แทนที่จะเป็นภาพตัวปัญหายืนยิ้มโล่งอก กลับกลายเป็นว่า มันคุกเข่าตัวงอ พนมมือหลับตาพึมพำเสียงกระเส่า<br /><br />         “โอย…กลัวแล้วครับ เทวดาอารักษ์ทั้งหลาย ยกโทษให้ผมด้วยเถิด ผมไม่ได้ตั้งใจลบลู่ดูหมิ่น แต่มันปวดทนไม่ไหว ไปไม่ทันจริงๆ ครับ” <br /><br />     ไอ้เป้เป็นคนแรกที่ปราดเข้าไปหากำจร จับตัวเขย่า<br /><br />         “เฮ้ย!กำจรเอ็งเป็นอะไรไปหา?”<br /><br />         <span style="color: #333399">“สิ่งศักดิ์สิทธิ์ลงโทษข้าแล้ว” กำจรหลับตาพูด “นี่คงสาปข้าแน่ๆ ฐานไม่เคารพท่าน ถึงลุกไม่ขึ้นเลย”</span><br /><br />     พวกเราล้อมลงพินิจพิจารณา ทั้งๆ ที่ใจเต้นตึกตัก หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สิงสถิตอยู่ ณ ต้นโพธิ์มีจริง จึงสำแดงอิทธิฤทธิ์กำจรได้ โธ่…คุณของอย่างนี้ ไม่เชื่อก็ไม่ควรลบหลู่ เพราะมองไม่เห็น หรือเค้าทำเราได้จริงรึเปล่าก็ไม่รู้อีกแหละ<br /><br />         “ไหน… ลองยืดตัวลุกขึ้นยืนอีกทีซิ!” ผมกลัวกำจรมันเล่นเหลี่ยมหลอกเราน่ะครับ แต่อากับกิริยา ก็ไม่มีพิรุธอะไรให้จับ หน้ามันซีดเหงื่อกาฬแตก เปียกซ่ก แววตาบอกความหวาดกลัวจริงๆ<br /><br />         “นี่ไงข้าลุกไม่ขึ้นจริงๆ ลองทำดูหลายหนแล้ว”<br /><br />         “เอ๊ะ!เอี้ยวตัวมาทางซ้ายอีกนิดเงยหน้าขึ้น น่านแหละ เอ๊าะอ๋อ… เจ้าพ่อกระดุมเหล็กนี่เองที่ลงโทษเอ็งน่ะไอ้กำจร” <br /><br />     คุณครับกำจรมันเอากระดุมเสื้อเม็ดกลางอก ไปกลัดกับกระดุมกางเกงเข้าน่ะซีครับ ถึงลุกไม่ขึ้นอย่างนั้น<br /><br />         “หัวใจข้าจะวายเอาแน่ะ ทำไมถึงเฟอะฟะอย่างนี้วะตู เสื้อตัวมันใหญ่รุ่มร่ามไปหน่อย ไอ้เรารึก็รีบปลด รีบนั่งหลบทำธุระ แล้วก็รีบติดกระดุม ใคร้จะไปรู้ว่ากลัดผิด ยืดตัวไม่ขึ้นอยู่ตั้งนาน สาบานได้ว่า ไม่เคยกลัวอะไรเท่านี้มาก่อนเลย ให้ตายซีวะ”<br /><br />     เมื่อบิ้กโอ่งรู้เรื่องนี้เข้า ก็ทำหน้าปลื้มสรุปเปรี้ยงตรงประเด็นว่า<br /><br />         “เออ!โดนซะมั่งแหละดี อย่างนี้เขาเรียกว่าสวรรค์มีตาว่ะ ฮ่า…ฮ่า…”<br /><br />     สวรรค์จะมีตาหรือไม่ กำจรไม่รู้ แต่ที่รู้แน่คือแม่สาวๆ กองเชียร์ทั้งหลายได้ช่วยกระจายข่าวเด็ดนี้ ไปทั่วทุกสำนักแล้วแถมยังพยายามปิดกันให้แซดไปหมด<br /><br />     เฮ้อ… แผลหน้าแตกเนี่ย ต้องใช้เวลารักษานานมั้ยครับคุณหมอ</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/">แก๊งขาสั้น</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-7-%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b5-by-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ตอนที่ 6 จอมวางแผน by แก๊งขาสั้น</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-6-%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99-by-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2/</link>
                        <pubDate>Tue, 10 Mar 2026 08:25:18 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ตอนที่ 6 จอมวางแผน
&nbsp;
     ระยะนี้มีเหตุการณ์หลายอย่าง ที่ทำให้ผมฉุกใจคิดขึ้นมาว่า การใฝ่หาความสุข เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์โลก จะสุขยั่งยืนหรือสุขชั่วคราวก็เถอะ     คนมีสติสัมปชัญญะดี...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-size: 24pt;color: #ff0000">ตอนที่ 6 จอมวางแผน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>     ระยะนี้มีเหตุการณ์หลายอย่าง ที่ทำให้ผมฉุกใจคิดขึ้นมาว่า การใฝ่หาความสุข เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์โลก จะสุขยั่งยืนหรือสุขชั่วคราวก็เถอะ<br /><br />     <span style="color: #3366ff">คนมีสติสัมปชัญญะดีๆ ทั้งหลาย เขารู้กันทั้งนั้นว่า วิธีหาความสุขมีหลายร้อย หลายพันชนิด ที่ไม่ต้องคอยเบียดเบียนผู้อื่น</span><br /><br /><span style="color: #3366ff">     แต่กำจรอ่อนใจ มันสมัครใจที่จะเลือกมีความสุขกับการแส่ส่ายหาเรื่องระรานไปทั่วทุกสารทิศ ไม่ว่าวงการชาวบ้าน ชาวโรงเรียนหรือชาววัด แม้แต่สัตว์เดรัจฉานมันก็หาเว้นไม่</span><br /><br />     คิดดูเถอะครับ อีด่าง ไอ้โกร๋น นังจุด และนังขอด หมาแมวในวัด แค่ได้กลิ่นของกำจร มันก็หางจุกตูด ก่วยแนบที่แปลว่าวิ่งสุดฝีเท้า หนีออกไปตั้งหลักนอกเขตวัดโน่น นัยว่ากันไว้ดีกว่าแก้ เจอกำจรแล้วจะแย่จนแก้ไม่ทัน<br /><br />         “วัดเป็นเขตอภัยทานนะแก ไม่ใช่สนามประลองหนังสะติ๊ก ซักวันหนึ่งเหอะ บาปมาทันเมื่อไร มือไม่กุด ตูดไม่เน่า เข่าไม่เจ็บ เล็บไม่ถอด เข้ามั่ง ให้มายึดแฟนเราได้เลย”<br /><br />     ไอ้หงอก หรืออัครเดชผู้แสนจะขี้เกรงใจ เพื่อนเก่าแก่สมัยเรียนมอต้น สมาชิกร่วมแก๊งของเราเคยออกปากเตือน ถ้าเพื่อนเชื่อเพื่อนแล้วไซร้ มันก็ไม่ใช่วิสัยของกำจรซีครับ<br /><br />         “เออ… ช่างข้า” ความดันทุรังโรคเก่าประจำตัวออกมาการกำเริบอีกแล้วครับท่าน “กะอีแค่ยิงถากๆ จะเป็นอะไรหนักหนาเชียว อุตส่าห์หวังดีไล่ให้ไปอยู่วัดอื่นซะมั่ง เฉลี่ยให้คนทำบุญโปรดสัตว์ ยังไม่มีดีอีก”<br /><br />     มันเอาสีข้างเข้าถูหน้าด้านๆ อย่างนี้แหละ เจ้าของคำเตือนจมูกบาน หายใจฟืดฟาด บอกดีกรีว่า ชักจะมีน้ำโห<br /><br />         “ถากๆ ของแก่นี่อะนะ กระสุนตุงตูดนกพิราบ ลากปีกตุ้มเป้กๆ เรี่ยพื้น บินไม่ขึ้นมากี่ตัวแล้ว พูดแล้วยังจะมาแก้ตัว<br /><br />     ผมว่า ไอ้หงอกก็เถอะ ขืนคบกำจรต่อไปอีกหน่อย ผมที่หงอกประปรายอยู่แล้ว อาจจะขาวหมดหัวในไม่ช้านี้แน่นอน<br /><br />     <span style="color: #3366ff">ไม่มีใครที่จะไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ค้องระทมทุกข์หาความสุขบ่มิได้ นับจากการย่างก้าวเข้ามาสู่ใบบุญ อาศัยร่มเงาวัดของลูกตาก่ำ หลานท่านมหาเสริมบุญ หมูหมา กา ไก่ ต่างรู้ฤทธิ์เดชของกำจรมาแล้วทั้งนั้น โดยเฉพาะแมวตัวเมียชื่อนังจุด ดูจะไม่ต้องโฉลกกับจอมก่อกวนเอาซะเลย</span><br /><br />         “หมั่นไส้มันชิบ… แม่ง! ถ้าเป็นคน นังนี่จะต้องชื่อว่าสะอิ้งศรีถึงจะเหมาะล่ะเอ็งเอ้ย วันๆ เที่ยวเดินยั่วให้หมาไล่เห่ามันเล่น จะอ่านหนังสือ ทำการบ้านมั่ง ก็ไม่เป็นอันทำ เสียงไล่ฟัดกันดังขรมถมเถทั้งวัน น่ารำคาญจริงๆ นังแมวยั่วสวาทนี่ก็เหลือเกิ้น หมายิ่งเห่ามันก็ยิ่งนวยนาด วาดตีนค่อยๆ เดินบนกำแพง ผ่านไปช้าๆ แกว่งหางพองามอีกนะ เอ็งเคยเห็นแมวเชิดมั้ยวะ? ฮือ…ข้าเป็นไอ้โกร๋นมั่ง ก็อดไม่ได้ต้องโดดตะปบให้มันร่วงเหมือนกันแหละวะ”<br /><br />     เฮ้อ! อย่างนี้ต้องพูดได้คำเดียวว่า ขิงขึ้นรา ข่าสีแดง เอ้ย… ขิงก็รา ข่าก็แรง ไม่มีใครเกินใคร พอสมน้ำสมเนื้อทั้งคนทั้งสัตว์<br /><br />         “ไอ้โกร๋นตะปบสำเร็จมั้ยล่ะ?” ไอ้เป้นอกจากไม่คัดค้านแล้ว ยังช่วยผสมโรงอีกแรง<br />         “มือชั้นข้าแล้ว มีเรอะไม่สำเร็จ”<br />         “มึงไปเกี่ยวอะไรกับหมาจะกัดแมวด้วย?” อำนวยช่วยสงสัย<br />         “เอ็งรู้จักคำว่าเสธ. มั้ย ข้านี้แหละโว้ย เสนาธิการฝ่ายวางแผนให้ไอ้โกร๋นพิฆาตนังจุดตัวจริงล่ะ อะฮ่า…ฮ่า…ฮ่า<br /><br />     เพื่อนกลุ่มนี้ มันคงไม่มีอะไรจะทำแล้วมั้งเนี่ย<br /><br />         “ข้าก็หากระป๋องนมเปล่าพวงโต ผูกรอบเอวไอ้โกร๋นรอท่าไว้ พอนังจุดเริ่มเดินแกว่งหาง ชายตามองยั่วมาช้าๆ ข้าก็จับไอ้โกร๋นโยนขึ้นไปเลย เสียงเห่า เสียงกระป๋อง เสียงแมวประสานกันอึกทึกครึกโครม โฮ้ย…สนั่นลั่นวัดไปหมด นังจุดงิตกใจหางจุกตูด วิ่งไม่เหลียวหลังแบบลืมญาติ เลิกทำตัวยั่วสวาทได้ตั้งแต่บัดนั้น มันชิบเป๋งเลยว่ะ”<br /><br />     คงสะใจจริงเพราะคนเล่า ถูไม้ถูมือออกอาการว่ามันเขี้ยวสุดขีด<br /><br />    <span style="color: #ff0000"> ทีนี้คุณรู้สึกซาบซึ้งหรือยังว่า ทำไม หมู หมา กา ไก่ ในวัด จึงเดือดร้อน อยู่ไม่สุขกัน</span><br /><br /><span style="color: #ff0000">     แต่… อย่าถามผมเลยว่า แล้วพระกับเณรเขาอยู่ดีมีสุขกันหรือไม่ ธ่อ! ลงว่ามีกำจรอยู่ที่ไหน บอกแล้วไงว่าความบรรลัยก็อยู่ที่นั่น หลวงลุงของมันเอง ยังต้องบริหารขันติกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยคุณเอ๋ย ลงเผลสติเมื่อไร ตะบะแตกทุกที</span><br /><br />         “อาตมาก็ปลงไม่ตกเหมือนกัน จะฆ่าก็ไม่ตาย จะขายก็ไม่ขาด ทั้งตี ทั้งด่า เหลืออยู่อย่างเดียวคือ ฆ่าทิ้งแหละโยม”<br />         “เอาเรื่องขนาดนั้นเชียวหรือค่ะท่าน?” ครูประจำชั้นคนใหม่ถามแบบคนไม่รู้ฤทธิ์<br />         “ก็ขนาดอาตมาจำใจเทียวเข้า เทียวออกโรงกะยาบาลเป็นว่าเล่นแหละ เรื่องนี้ต้องถามโยมอาจารย์สมศรี ครูประจำชั้นคนเก่าเขานู่น รายนั้นเขารู้ดีที่สุด”<br />         “แค่หลวงลุงบ่นเมื่อยหน่อยเดียว กำจรมันขย่มซะจนท่านหลังเดาะ กล้ามเนื้อฉีก มันมีเหตุผลเพียงว่า อยากทำความดี แต่บังเอิญนวดไม่เป็น นี่คือตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ครับผม” “โอ้โห!” แหม… โอกาสเปิดให้ขนาดนี้แล้ว ไม่รีบสวมรอยฉกฉวยโอกาสเอาหน้า เก็บคะแนนพิศวาสไว้มั่ง ก็ไม่ใช่ผมซีครับ แล้วได้ผลเป็นที่น่าพอใจเสียด้วย<br /><br />     นี่ก็อีก<br /><br />         <span style="color: #800080">“คราวโน้นก็เหมือนกัน เต่ามันอยู่ดีๆ ดันจับผูกเชือกลากเล่นรอบสนาม เป็นข้าหน่อยไม่ได้ จะงับไม่ปล่อย ให้กินอึสามชาม กินน้ำสามโอ่ง หรือจนกว่าฟ้าจะผ่าแหละ ไม่งั้นไม่เข็ด” ไอ้คุ่ยผสม-โรง ผมจึงช่วยมันผสมสิบอีกต่อ</span><br />         “เต่าไม่งับ แต่มันก็ไม่พ้นอาญากรรมนี่ เอ็งบอกไปซิกำจรว่า วันนั้นโดนอะไรไปบ้าง บอกดิ๊… ถ้าแน่จริง”<br />         “ก็… ไม่เห็นมีอะไรนี่ กะอีแค่เอาเต่าไปคืนบ่อ” ตัวต้นเรื่องทำเสียงกระอุบกระอิบ<br />         “มึงปล่อยเองงั้นซี ฮี่โธ่ ไม่แน่นี่หว่า” น้ำเสียงเราเยอะเย้ยไยไพมันอย่างเปิดเผย และจริงใจ<br />         “เปล่า บิ๊กโอ่งเขาสั่ง” ทีงี้ละก็ทำเป็นคนพูดน้อย สงบเสงี่ยมเจียมคำ ส่วนที่มันอำพะนาไว้น่ะ มีอีกพะเรอเกวียน เรื่องอมความละก็ละก็มันถนัดนักล่ะ<br /><br />     <span style="color: #800080">เช้าวันนั้น ก็วันที่มีเรื่องซีเล่า อากาศแจ่มใสปราศจากเมฆหมอกแน่ะ ทำท่าละม้ายแม้นนักพยากรณ์อากาศ เราเตะบอลเล่นกันเหมือนทุกวัน ถ้าถามว่าทำไมต้องเตะบอลด้วย ทำอย่างอื่นไม่เป็นหรือไง ไอ้เป็นน่ะมันเป็นยู้ แต่มันเป็นน่อย ทำบ่อยนักมักไม่ดี หมู่นี้เราเลิกแกว่งปากหาเรื่องนักเรียนหญิงที่จับผลัดจับผลู เดินผ่านสามแยกแกว่งปากหาไม้หน้าสามไปชั่วคราว</span><br /><br />     ที่เลิกราไปในช่วงนี้ ไม่ใช่เป็นคนดีอะไรหรอกครับ เป็นเพราะว่ามันมีเรื่องอื่นที่น่าตื่นเต้นกว่าการแซวหญิงนะซีครับ<br /><br />     พวกผมมารู้สึกตัวว่า เด็กรุ่นน้องที่นั่งเชียร์เราเตะบอลอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ตั้งแต่ต้น เกิดจะว่างวายลุกหายไปจากอัฒจันทร์ในชั่วพริบตาเสียดื้อๆ มิหนำซ้ำยังวิ่งกรูเกรียว ห้อมล้อมดูอะไรสักอย่างตรงขอบสนามบอล<br /><br />     เรายังไม่ทันได้ขยับตัวเพื่อวิ่งตามไปดูให้จะๆ ตาเลย ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง ผู้มีฉายาว่า’บิ๊กโอ่ง’เพราะรูปพรรณสัณฐานเหมือนเครื่องปั้นดินเผาราชบุรี ก็แหวกวงล้อมนักเรียนมุง ยื่นหน้าเข้ามาพร้อมเสียงเอ็ดตะโร<br /><br />         “เฮ้ย! เอ็งเล่นอะไรพรรค์นั้นวะไอ้หนู ทรมานสัตว์นี่นา ใช้ไม่ได้เลย อ้าว… เธออีกแล้วเรอะ” การทักอย่างนี้ แสดงว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องเป็นขาประจำกันมาก่อนแน่นอนเลยครับ<br /><br />         “ผมพาเต่ามาจ๊อกกกิ้งน่ะครับ แฮ่ๆ”<br /><br />         “ไอ้ตูดหมึก เอาไปคืนลงบ่อเดี๋ยวนี้เลยไป๊ ปล่อยให้ถึงกลางบ่อนะเฟ้ย ไม่งั้นมีเรื่องแน่ ไอ้นายกำจร”<br /><br />     <span style="color: #800080">เพราะคำประกาศิตนี้แท้ๆ กองเชียร์จึงพร้อมใจย้ายวิก ติดตามไปถึงขอบบ่อ เอาแบบชนิดเกาะติดสถานการณ์ กัดไม่ปล่อยกันเชียวแหละ นำหน้าด้วยบิ๊กโอ่ง ผู้มีหลุก-คะ-ลิก อ้วนกลม พุงย้อย สวมแว่นดำกรอบหนา มีกำจรอุ้มเต่า หน้าง้ำ ปากยื่น ขมุบขมิบปากสัญญาว่ามันกะลังสวดชยันโต พรรคพวกเดินตามหลังมาต้อยๆ แถวงี้ยาวกว่าขบวนกลองยาวกับเถิดเทิงซะอีก บอกแล้วใช่มั้ย ความทุกข์ และความพินาศของผู้อื่น ย่อมเป็นความสุขสุดยอดของเรา ฮ่าๆ</span><br /><br />     คนเหลี่ยมจัด ผู้อ้างว่าจะพาสัตว์จ๊อกกิ้ง ค่อยลัดเลาะหาทางไปให้ถึงแพลูกบวบขนาดเล็ก ที่ทางวัดลอยไว้กลางบ่อ ให้เต่าและตะพาบน้ำขึ้นมา พักเหนื่อย อาบแดด นอนแทะผักบุ้งเล่น</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/">แก๊งขาสั้น</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-6-%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99-by-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ตอนที่ ๕ ลี้กิมเสริม by แก๊งขาสั้น</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%95-%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1-by-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a/</link>
                        <pubDate>Tue, 10 Mar 2026 07:32:08 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ตอนที่ ๕ ลี้กิมเสริม
&nbsp;
     คุณคงอยากรู้เป็นกำลังแล้วซิท่า ว่าท่านมหาเสริมบุญ หลวงลุงของกำธรกับกำจาย ป่านฉะนี้ยังคงอยู่ดีหรือไฉน ใครหนอใครช่างลิขิต แหม… ช่างคิดเหมือนผมเปี๊ยบเลย     ผ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-size: 24pt;color: #008000">ตอนที่ ๕ ลี้กิมเสริม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>     <span style="color: #000080">คุณคงอยากรู้เป็นกำลังแล้วซิท่า ว่าท่านมหาเสริมบุญ หลวงลุงของกำธรกับกำจาย ป่านฉะนี้ยังคงอยู่ดีหรือไฉน ใครหนอใครช่างลิขิต แหม… ช่างคิดเหมือนผมเปี๊ยบเลย</span><br /><br /><span style="color: #000080">     ผมก็งี้แหละ ได้ใหม่ลืมเก่า ได้หลังลืมหน้า ได้ผ้าขะม้าดันลืมกางเกงในไปเรื่อยเปื่อย ขออำไพที่ส่งจดหมายผิดซอง เนี่ย… เห็นมั้ยเผลอสติไปนิดเดียว ดันแจมกับพ่อมนต์สิทธิ์ คำสร้อยเข้าให้แล้วมั้ยล่ะ หมู่นี้ผมเมาน้ำหมากไปหน่อย อย่าถือสาหาความกันนะครับ</span><br /><br />     แค่แปะชื่อตอน ก็คงช่วยให้ทั้งผม และคุณผู้เป็นแฟนเก่าของท่านมหาได้หายอัดอกเสียที รับรองได้ว่าสัมผัสชีวิตน้อยๆ ที่เคยพบกับความระทวยระทม ของดารารุ่นเดอะคราวนี้แน่นอน<br /><br />         “ยังไงเซียะ ก็ยังดีกว่าตำนานดาวลูกเป็ดละว้า” กำจรช่วยวิเคราะห์ “ดีฝ่า… ตรงที่ยังไม่ถึงกะต้องโดดเข้ากองไฟ ตายตามแม่ไก่ดังกล่าว ด้วยเคยทำอนิสงค์อันประเสริฐ จึงได้มาเกิดเป็นหลวงลุง… เตรง… เตร่ง… เตร่ง… ตร๋อย ไฟไหม้หอยแมงภู่… อะ… อู้… อู้…”<br /><br />     พลั่ก !<br /><br />         <span style="color: #000080">“โอ๊ย! ถีบข้าทำไมวะกำจาย?”</span><br /><span style="color: #000080">         “ทะลึ่งนี่ มีญาติผู้ใหญ่อยู่คนเดียว ลามปามไม่รู้จักที่ลุ่มที่ดอน หลวงลุงใจดีออกจะตาย ขออะไรไม่เคยขัด”</span><br />         “ข้าไม่ใช่ทองเหลืองนี่หว่า เออ… ถ้าเป็นก้นหม้อก็ไปอย่าง จะได้คอยขัด” ลูกผู้น้องทำตาคว่ำ<br />         “เออ… อย่างเอ็งมันขัดไม่ไหวแล้ว เหมาะสำหรับดัดเท่านั้นแหละ” กำจาย ญาติผู้พี่เริ่มมีมะโห แต่กำจรหรือจะยอมละลด มันกวนกะละแมไปเรื่อยแหละ ไม่งั้นจะเป็นมันหรอกรึ<br />         “ดัดทำไม ข้าไม่ใช่บอนไซนี่”<br /><br />     กำจายยังไม่ทันโต้คารมหรอกครับ เสียงท่านมหาก็แว้ดมาขัดจังหวะซะนี่<br /><br />         “ดัดสันดานไง ไอ้เวร!” รายการเฉ่งปี๋เริ่มขึ้นแล้วละครับ “ไอ้นี่อีกคน มาตะแง้วๆ เบิกเงินซื้อสบู่ จะถามไถ่รายละเอียดรึก็ติดว่ากำลังสนทนาธรรมอยู่กับท่านสมชาย” หลวงลุงหมายถึงพระนวกะรูปใหม่ เพิ่งบวชเมื่อเข้าพรรษานี้<br />         “แล้ว<span style="color: #800000"><strong>สบู่แก้สิวอะไรของเอ็ง มันถึงได้แพงบัลลัยจักรอย่างนี้</strong></span>… ฮะ เจ้ากำจาย? นี่ถ้าข้าไม่นึกเอะใจเปิดย่ามดู ก็คงไม่รู้ว้าเอ็งล้วงไปตั้งสองพันกว่า…”<br />         “สบู่อะไรเล่า ผมไม่ได้ซื้อสบู่ซักกะหน่อย” ทั้งสีหน้าและน้ำเสียง ดูซื่อผสมเซ่อสนิทใจ นั่นซีนะ สบู่อะไรราคามหาโหดอย่างนั้น ดีแต่ผมยั้งคำถามไว้ทัน ไม่งั้นก็หน้าแตกไปกับท่านมหาอีกคน<br />         <span style="color: #000080">“เอ็งบอกว่า จะซื้อดอกเตอร์มนตรีมิใช่เรอะ?”</span><br /><span style="color: #000080">         “เอ๊า… อ๋อ… หลวงลุงฟังผิดมั้ง ใช่ดอกเตอร์มนตรีที่ไหน ผมซื้อดอกเตอร์มาตินต่างหากเล้า รองเท้าครับท่านไม่ใช่สบู่”</span><br /><br /><span style="color: #000080">     เมื่อเรื่องมันโอละพ่อซะอย่างงี้ ท่านมหาก็สั่นเป็นเจ้าเข้าซีครับ</span><br /><br /><span style="color: #000080">         “แม่เจ้าโว้ย! พ่อมหาจำเริญ ญาติของพ่อ ที่รับภาระส่งให้พ่อเรียนเจียนหัวทิ่มบ่อเนี่ย ต้องเดินตีนเปล่า หนังด้านเท่าพื้นถนนอยู่แล้ว แต่พ่อทะลึ่งใส่รองเท้าคู่ละสองพันเจ็ด… เฮอ… เอิ๊ก…”</span><br /><br />     เอาละซี <span style="color: #ff00ff"><strong>ลมรับประทานท่านมหาแบบปัจจุบันทันด่วนเข้าแล้ว</strong></span> กำจายยังมีแก่ใจยักคิ้วให้ผมกับกำจรอีกแผล็บ ก่อนพาตัวเองหายลับลงจากกุฏิ ไม่สนใจที่จะช่วยพวกผม นวดเฟ้นท่านมหาที่กลายเป็นท่านแบหลา ไปชั่วพริบตาเดียว ดูน้ำใจมันเถอะ หนำซ้ำยังส่งวาจาฝากมากับลมให้ตรมใจเล่นอีกว่า<br /><br />         “อาไรกัน! แค่นี้ก็ทำเป็นรับไม่ได้ โวยวายทำยังกะเรื่องใหญ่โต เป็นพระเป็นเจ้า เค้าต้องสำรวมมีสติกำกับนะคร้าบ”<br /><br />     ไหมล่ะ ให้มันรู้ซะมั่งว่า การมีหลานบังเกิดเกล้าน่ะมีรสชาติแต่ไหน เนี่ย.. ขนาดมันเพิ่งปรับทุกข์อยู่แหม็บๆ แว้บเดียวเลิกทุกข์ซะแล้ว<br /><br />         “ข้าว่าจะลาออกจากวิทยาลัย กลับมาเรียนมอสี่ใหม่กะเอ็งที่นี่”<br /><br />    <span style="color: #800000"> อะโห ไม่บอกไม่รู้นะนี่ โรงเรียนผมเป็นที่น่าพิสมัยอะไรจะปานนั้นเชียว</span><br /><br /><span style="color: #800000">         “ข้าพูดเรื่องจริงนา ไม่ไหวว่ะ ขืนเรียนต่อคงไม่จบแน่ เอาแค่พิมพ์ดีดเหอะ ใครๆ เขาผ่านไปหมดแล้ว มีข้าคนเดียวที่ปล้ำได้นาทีละตัว มัวแต่บรรจงหาตัวอักษร แล้วบรรจงจิ้ม บรรจงดีด นี่… รู้มั้ยตั้งแต่เรียนมา จนป่านนี้ข้ายังหาตัวฬอจุฬาไม่เจอ สงสัยเครื่องพิมพ์ดีดยี่ห้อนี้ลืมใส่ว่ะ”</span><br /><br />     อือ… ท่าทางจะเป็นพิมพ์ดีดยี่ห้อโอลิมเปียกซะละมั้ง ไอ้เจ้าตัวฬอจุฬาของกำจายมันเลยเปื่อยยุ่ยไปกับน้ำ ไม่เหลือซากเอาไว้ให้เจอะเจอ “ปะเหมาะเอาแค่จบหก” แล้วต่อรามฯ หรือไม่ก็มหา’ลัยสุโขทัย ก็ได้ไม่เห็นจะทุกข์”<br /><br />     นั่นซี ก็มันจะทุกข์ไปทำไมเล่า ในเมื่อมีศิษย์ตถาคตอย่างท่านมหาทุกข์ร้อนยิ่งกว่าอยู่ในมหาอเวจีนรก แทนมันอยู่ทั้งคนแล้วนี่<br /><br />         “ข้าก็ผู้ชายทั้งแท่ง เรื่องวาบหวามปลุกหัวใจให้กระชุ่มกระชวยมันก็ต้องมีบ้างเป็นธรรมดา” กำจายเคยปลุกม็อบ คงมีใครสักคนเคยตั้งข้อสงสัยว่าวันๆ มันไม่รู้จักไขว่คว้าหาสาระให้กับชีวิตบ้างหรือไร กี่ครั้งกี่หนก็หนีไม่พ้นเรื่องแสบๆ คันๆ สร้างเรื่องไม่เคยซ้ำ คราวนี้มันโอ่<br />         “เคยมาทั้งนั้นแหละ บู๊ ล้างผลาญ ไม่เว้นแต่เรื่องหวานแหววสะหวีดหยดติ๋ง”<br />         “ฮ้า”<br /><br />     ไม่อ้าปากร้องลั่นได้ไง ในเมื่อเท่าที่คบหากันมา เห็นมันถนัดบทบู๊ ล้างผลาญมาตลอดจริง แต่เวอร์ชั่นหรือมินิซีรี่ ชนิดทำป้อโอลิมปิก เอ้ย…โรแมนติกกะสาวๆ เนี่ย ไม่เคยได้รับรายงานจากที่ไหน ไม่ว่าจะเป็น สำนักข่าวไทยลัด(เลาะ) หรือข่าว(ไม่)สด แกมมดเท็จ</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/">แก๊งขาสั้น</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%95-%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1-by-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ตอนที่ ๔ เอ๊ะ..มันยังไง by แก๊งขาสั้น</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%94-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%8a%e0%b8%b0-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87-by-%e0%b9%81%e0%b8%81/</link>
                        <pubDate>Tue, 10 Mar 2026 07:19:53 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ตอนที่ ๔ เอ๊ะ..มันยังไง
&nbsp;
     ไอ้เป้คือเพื่อนหน้าใหม่ของผมปีนี้อีกคน ที่มีอะไรๆ น่าเอามาเล่าสู่กันฟังชนิดเปิดอกโดยไม่ต้องขยัก ไม่ต้องกลัวข้อหาหมิ่นประมาท เพราะเจ้าตัวออกปากกะผมไว้ว่า...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-size: 24pt"><strong><span style="color: #800000">ตอนที่ ๔ เอ๊ะ..มันยังไง</span></strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>     ไอ้เป้คือเพื่อนหน้าใหม่ของผมปีนี้อีกคน ที่มีอะไรๆ น่าเอามาเล่าสู่กันฟังชนิดเปิดอกโดยไม่ต้องขยัก ไม่ต้องกลัวข้อหาหมิ่นประมาท เพราะเจ้าตัวออกปากกะผมไว้ว่า<br /><br />         " กูอ่านเรื่องที่มึงเขียนแล้ว มันชิบ! มึงคิดจะเขียนเรื่องกูมั่งมั้ย อนุญาตเต็มที่เลย ขอให้สะใจอย่างเดียวเพื่อน "<br /><br />     <span style="color: #000080">มันประเมินน้ำใจผมผิดถนัดถนี่ ความจริงผมก็ไม่ได้ดีเลิศประเสริฐศรีอย่างที่มันให้เครดิตหรอกครับ เท่าที่ผ่านมา ผมพร้อมที่จะเอาเพื่อนมาขายได้ทุกเมื่อ แล้วก็ไม่เคยคิดจะถามความเต็มใจ ไม่รอขอความยินยอมด้วยซ้ำ ผมอยากเขียนผมก็เขียน แล้วอะไรล่ะที่น่าสนใจ น่าเอามาขยาย ถ้าไม่ใช่ความหน้าแตกของเพื่อนคุณเองก็เหอะ แน่ใจนะว่าไม่ชอบอ่านความหน้าแตกของคนอื่น ?</span><br /><br />     <span style="color: #008000"><strong>นายเป้ เอี่ยมสำอาง คือชื่อจริง นามสกุลจริงใน</strong></span>ทะเบียนประวัติเดินทางมาจากจันทบุรีถิ่นพลอย เพื่อหาประสบการณ์ชีวิตในเมืองหลวงอย่างที่หลายๆ คนกระทำจนเป็นประเพณีสืบต่อกันมา ก็คงเหมือนๆ กับอำนวย ฝึกความทนเพื่อนรุ่นเดอะ อันเก่าแก่ของผมผู้มาจากเชียงรายคนนั้น<br /><br />         " บ้านกูยาวกว่าเพื่อน " คือคำตอบที่ไอ้เป้ให้เมื่อถูกถามว่า ภูมิใจอะไรในบ้านเกิดเมืองนอนของตนอีกบ้าง <span style="color: #000080">นอกเหนือไปจากชื่อเสียงด้านแร่รัตนชาติ กับผลไม้</span><br />         " บ้านมึงยาวมากเหรอ กี่เมตรล่ะ " อำนวยคนบ้านไกลแสดงความสนใจ<br />         " แล้วแต่จะออกเสียง อยู่ที่การกลั้นลมหายใจได้นานเท่าไหร่ ก็ยาวเท่านั้น "<br />         “อะไรวะ?”<br />         " ก็ฮิไง "<br />         " วัท-อีส-สะ-มีน-นิ่ง-อ๊อฟ-ฮิ ? " ไอ้คุ่ยคันปาก<br />         " บ้านกูเค้าชอบพูดลงท้ายประโยค <span style="color: #993300">หรือข้อความว่าฮิ เช่น กินมั้ยฮิ ไม่กินฮิ หมายฟามว่า กินมั้ยโว้ย ไม่กินว่ะ อะไรเงี้ย</span> ทีนี้จันท์กะระยองอยู่ชิดติดกัน มีอะไรสารพัดที่ดีพอกันอีกด้วย ไม่ว่าวิวทิวทัศน์ อาหารการกิน เศรษฐกิจ อาชีพและชาวเมือง การที่จะตัดสินว่าใครจะแน่กว่าใครมันดูกันยาก คนเมืองจันท์จึงต้องค้นหาความเป็นที่สุดของที่สุดให้กับตัวเอง เก๊าะ.. มาเจอเอาสัจธรรมอันล้ำค่า จึงชนะระยองไปฉิวเฉียด ชนิดเส้นยาแดงผ่าแปดยกกำลังเท่ากับแรงโน้มถ่วง… "<br />         " กูก็ได้ชื่อว่า เป็นปรัชญาเมธีแห่งคลองโอ่งอ่างแล้วนะ ยังสู้ไอ้เวรเป้ไม่ได้เลยพับผ่า แม่น้ำทั่วประเทศไทยมึงชักมาหมดรึยัง มึงเอาชนิดย่นย่อ แบบโรงแรมรอย่นดีกว่า กูรำคาญ " ไอ้คุ่ยดักคอ<br />         " แวร์-อีส-เดอะ-โรงแรม-รอย่น ? ช่วยบอกเอาบุญที กูจะได้ไม่เฉียดกรายเข้าใกล้ ทำไมตั้งชื่ออุบาทว์หูงั้นเล่า "<br />         <span style="color: #333399">" ชื่อจริงคือ รอยัลพลาซ่า อยู่โคราชบ้านไอ้กำจรมันแหละ แต่กูสมัครใจเรียก ’ รอย่น ’ ว่ะ คิดดูละกัน หกชั้นฝ่าๆ แม่งย่นเหลือชั้นครึ่งคนเต็มคน แงะออกมาเหลือคืบฝ่าๆ โว้ยเศร้า เอ้า.. ตกลงบ้านมึงชนะระยองคู่แข่งตรงไหน ? "</span><br /><span style="color: #333399">         " กูบอกแล้วไง ก็ชนะตรงฮินะแหละ คนระยองเสียงห้วนกว่าคนจันท์ พออกเสียงระยองเลยฮิสั้น จันท์ฮิยาวกว่า เห็นแมะชนะกันแค่เส้นยาแดงผ่า… " ไอ้เป้มันเข้าใจเอามาเล่าเบิกเนตร แหกตาเพื่อน</span><br />         " พอๆ กูล่ะซาบซึ้งจริงๆ ไอ้หอกเป้ ให้ตาย! มีน้องมีนุ่งเป็นผู้หญิง กูจะไม่ให้เดินทางผ่านเข้าบ้านมึงเด็ดขาด "<br />         " ทำไมวะ ? "<br />         " กลัวฮิยาวเฟ้ย "<br /><br />     เอ๊ะ.. มันยังไงกัน<br /><br />     <span style="color: #333399">เพื่อนผมแต่ละคน มันหยดติ๋งๆ ไม่ซ้ำรอยกันหรอก ไอ้เป้นอกจากถนัดในการยอกย้อนซ่อนเงื่อนงำแล้ว ยังเป็นอีกผู้หนึ่งที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเพื่อนประเภท ’ ( พา ) เพื่อนตาย ’ ได้อีกกระทงด้วย ผมเจอกะตัวเองเชียวแหละ นึกทีไรเสียวสันหลังวาบทุกที เรื่องนี้เกิดบนรถเมล์ครับ บ่ายวันนั้น ผมมีเหตุต้องกลับบ้านพร้อมมันซะด้วย</span><br /><br />         " โว้ย ร้อน.. ร้อนจริง แม่งร้อนชิบหา.. วันนี้มีพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมกันสองดวงรึไงวะ มึงดูกูซิไอ้อัส เหงื่อโชกไหลลงท่วมง่ามตูดกูเปียกซ่กหมดแล้ว "<br /><br />     มันแกะกระดุมเสื้อ เปิดอกกระพือลม โชว์ซี่โครงเหี่ยวๆ เป็นลูกระนาดหรา เป็นการยืนยันดีกรีของอุณหภูมิ<br /><br />     ผมเห็นไม่ชอบมาพากล แอบขยิบตา ยื่นมือไปสะกิด กะส่ง ’ ซิก ’ ให้มันรู้ตัวแทนที่จะหยุดพูด ดันปัดมือผมซะอีกแน่ะ<br /><br />         " ร้อนจนกูสละสิทธิ์ ไม่อยู่ซ้อมบอลเลยนะนี่ มึงไม่ร้อนบ้างเลยเรอะ ? "<br /><br />     ถามได้ ถึงผมอยากจะตอบว่าร้อนใจจะขาด ก็ต้องหุบปากเงียบขืนรับมุข ตอบว่าร้อนกะมันอีกคน รับรองได้ ’ เดี้ยง ’ แน่ อ๋อ.. เดี้ยงเหรอครับ แบบว่า.. อยู่ดีๆ ก็มีอาการหน้ามืด เพราะโดนลูกถีบจากผู้ประสงค์ออกแรง แต่ไม่ประสงค์ออกนามไงล่ะครับ<br /><br />         " เออ.. เมื่อวานมีเรื่องจี้ว่ะ กูหัวเราะจนร้องไห้เลยมึง อำนวย ไอ้ตุลย์ ไอ้คุ่ย ไอ้หนึ่ง กะไอ้พวกห้องสองอีกทั้งโขยง เตะบอลกำลังมันเชี้ยว " น้ำลายไอ้เป้ย้อยแข่งกับเหงื่อ " ลูกบอลดันแหกโค้งออกไปถากหัวล้าน คนที่มาติดต่อธุระตรงโบสถ์เก่าเข้าจังเบอร์เลย บึ๊ก! เดียว อีตาหัวล้านคนนั้นเซแซ่ดๆ หัวงี้.. แด๊ง… ฮ่าๆ ฮิๆ ฮ่ะๆ "<br /><br />    <span style="color: #333399"> เล่าไม่เล่าเปล่า มันลืมตัวแสดงท่าทางประกอบอย่างออกรสออกชาติ ผมเห็นท่าไม่ดีแน่ เลยตัดบทเอาดื้อๆ เพราะ ’ ซิก ’ ที่เพียรพยายามส่งถึงมันจนมือหงิก เป็นหมันไปเรียบร้อยโรงเรียนวัด สู้ฝอยน้ำลายของไอ้เป้ไม่ไหว</span><br /><br />         " กูลงป้ายนี้ล่ะ มึงจะลงรึเปล่า "<br />         " ยังไม่ถึงบ้านนี่หว่า ลงไปทำไมกัน กูอยากกลับบ้านอาบน้ำเร็วๆ ร้อนจะตายชัก ทำไมร้อนจังวะ กูว่าดวงอาทิตย์ขึ้นเกินแน่ๆ " ปากมันยังวอนลูกถีบอยู่นั่น ผมชักยัวะ<br />         " ลงไม่ลงเรื่องของมึง แต่กูจะลง "<br />         " เอา.. เอา.. ลงก็ลง "<br /><br />     ผมร่ำๆ จะง้างลูกแปช่วยส่งมันลงจากรถ ถ้าไม่ติดว่ารถเมล์ยังจอดไม่สนิท ถึงกระนั้นเท้ายังเหยียบพื้นไม่เต็มดี ผมก็ตะคอกใส่อย่างเหลือกลั้น<br /><br />         " ไอ้หอกเป้ มึงดูรึเปล่าว่าไอ้ตรงที่มึงโหนอยู่น่ะ มีคนหัวล้านเหม่ง นั่งหน้าแดงสลับเขียว กัดฟันกรอดๆ จ้องหน้ามึงอยู่ กูจะอายุสั้นก็เพราะมึงซะแล้ว รู้มั้ย ? "<br />         " โอ็ย.. ตายห่.. "<br />         " ได้ตายแน่ ถ้าไม่รีบฉุดมึงลงจากรถซะก่อน "<br /><br />    <span style="color: #333399"> เป็นที่รู้กันในระหว่างพวกเราว่า บทไอ้เป้มันจะคุยล่ะก็ ฟ้าถล่มดินทลายลงต่อหน้า มันไม่มีสะดุ้งสะเทือน นึกจะทำก็ทำ ไม่คิดหน้าคิดหลัง รวมทั้งไม่เหลือบแลดูบุคคลรอบข้างด้วย จึงได้เซ่อซ่า หน้าแตกเป็นประจำ ที่สำคัญอีกอย่างคือ มันสายตาสั้น แต่ไม่นิยมใส่แว่น</span><br /><br />     พอผมเล่าให้เพื่อนร่วมแก๊งฟัง ตุลย์เพื่อนเข้าใหม่หัวเราะใส่หน้า<br /><br />         " รู้รึยังว่าทำไม เราเลิกไปไหนๆ กะนายเป้ ที่นายเจอน่ะยังน้อยไป ลุงคนนั้นคงอายุมากแล้ว โกรธยังไงก็คงหมดแรงลุกขึ้นมาฆ่าแกง แต่ที่เราเจอ บอกได้คำเดียวว่า โอนลี่วัน อีนัฟ "<br /><br />     อย่าเพิ่งหมั่นไส้นะครับว่า พวกผมออกจะสำแดงภาษาปะกิดถี่ไปหน่อย แต่เรามีเหตุผลจริงๆ ขึ้นมอปลายคราวนี้ วิชาที่ทำท่าจะพาเราม้วยมรณังคือภาษาอังกฤษ ซึ่งพื้นฐานก็กระท่อนกระแท่นมาตั้งแต่มอต้น มันง่อนแง่นขนาดไอ้คุ่ยเคยชี้ให้ดูป้าย แล้วขยายขี้เท่อลั่นถนน<br /><br />         " เฮ้ย.. กำจร กูเพิ่งรู้ว่าคนลาวมีหลายเผ่าเหมือนคนไทยด้วย "<br />         " อะไรของเอ็งวะ " น่าให้กำจรมันงงอยู่หรอก<br />         <span style="color: #333399">" อย่างไทยก็มี ไทยน้อย ไทยใหญ่ ไทยอาหมงี้ เห็นป้ายนั่นมั้ย มีลาวสีชมพูด้วยว่ะ ตลกชมัดเลย "</span><br />         " ป้ายไหน ข้าไม่เห็น "<br />         " โน่นไง เขาเขียนไว้ว่า PINKLAO ก็พิงค์ลาวไงเล้า "<br />         " ไหน.. อ๋อ.. เขาอ่านว่าปิ่นเกล้าตะหาก เวรซะจริง ไอ้คุ่ยเอ้ย พิงค์ลาว ลาวสีชมพู โฮ้ย.. อยากจะบ้า "<br /><br />     เมื่อรู้ถึงหูอาจารย์จินต์ เธอจึงวางมาตรการว่า ให้หัดพูดภาษาอังกฤษ จะมากน้อยก็ลองไปก่อน เป็นคำ หรือประโยคก็ได้ พวกเราถึงได้ฝึกฝน งูๆ ปลาๆ ไปตามมีตามเกิดนี่แหละครับ<br /><br />         " นายเจอคนหัวล้านเป็นฝูงรึไง "<br />         " หนักกว่านั้นอีก ตามนิสัยมันแหละ ขึ้นรถปั๊บ ยังไม่ทันมองซ้ายมองขวา มันก็เริ่มคุยแหลก ’ กูมีเศษตังค์ มึงไม่ต้อง ฮู้ย.. มันชิบเป๋ง วันนี้อาจารย์เบิร์ดโดนแจ๊คพ็อทเข้าเต็มก้น.. แจ๊ดๆๆ.. แว้ดๆๆ ’ มันหลับหูหลับตาพูด.. พูด.. พอเห็นเงาคนเดินผ่านมา มันยื่นค่าโดยสารให้หมับ ปากก็พ่นไปเรื่อยๆ ยื่นให้นานหนักเข้า ไม่รู้จักหยิบเงินไปซักที มันลงทุนสะกิดสะเกายัดเยียดค่าโดยสารให้อีก ไอ้กระเป๋ารถเมล์ดันหยิ่งไม่รับอีกแน่ะ ปัดมือปัดไม้เป็นพัลวัน<br />         " ให้ขึ้นฟรีก็ไม่บอก ขอบคุณครับ "<br /><br />         ไอ้เป้โค้งคำนับ ขอบคุณหน้าระรื่น<br /><br />         " กระเป๋าเป็นญาติมันเหรอ ? "<br />         " ญาติกะผีอะไร ไอ้คนที่มันคิดว่าเป็นกระเป๋ารถ แล้วเพียรพยายามสะกิดส่งตังค์ให้น่ะ คือเด็กช่างกลโคตรดุ ที่ยิงคู่อริเป็นว่าเล่น พาดหัวข่าวนอสอพออยู่บ่อยๆ นั่นไง "</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/">แก๊งขาสั้น</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%94-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%8a%e0%b8%b0-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87-by-%e0%b9%81%e0%b8%81/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ตอนที่ ๓ แม่บุญฉึ่ม by แก๊งขาสั้น</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%93-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%89%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%a1-by-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87/</link>
                        <pubDate>Fri, 27 Feb 2026 10:40:06 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ตอนที่ ๓ แม่บุญฉึ่ม
&nbsp;
     ขึ้นชื่อให้สวิงสวายเล่นไปงั้น ถึงอยากรู้คำแปลก็อย่าเสียเวลาเปิดพจนานุกรมเลยครับ เพราะไม่มีหรอก ไม่ว่าจะเป็นฉบับราชบัณฑิตยสถานอันเก่าแก่ หรือฉบับราษฎร์วิปริต...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-size: 24pt;color: #ff0000">ตอนที่ ๓ แม่บุญฉึ่ม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><br />     ขึ้นชื่อให้สวิงสวายเล่นไปงั้น ถึงอยากรู้คำแปลก็อย่าเสียเวลาเปิดพจนานุกรมเลยครับ เพราะไม่มีหรอก ไม่ว่าจะเป็นฉบับราชบัณฑิตยสถานอันเก่าแก่ หรือฉบับราษฎร์วิปริตวิตถารอันใหม่เอี่ยมอ่องที่มีผมเป็นประธานสังคายนา<br /><br />     ถึงกระนั้นก็เถอะ คำนี้มีที่มาและที่ไปแน่ๆ รับรองว่าผมไม่มั่วนิ่มอย่างกำจร ฮัดธ่อ! พูดแล้วจะหาว่าพูด<br /><br />     เมื่อตอนที่แล้ว หากคุณจำได้ กำจรอ้างเอ่ยถึงหนูขวัญฉาย ขวัญใจคนใหม่ ที่มันหว่านเสน่ห์ไว้ครั้งหลังสุด คิดจะเอาไว้คั่วคนเดียวว่างั้นเหอะ มันหลงใหลได้ปลื้มออกหน้าออกตาผิดสังเกต เราจะไม่ลองไปแอบดู ‘ เด็ก ‘ คนใหม่ของมันบ้าง ก็ออกจะใจจืดไปหน่อยนะ ผมว่า<br /><br />         <span style="color: #000080">“ ใครๆ เขาเรียกยายฉายว่า หญิงฉึ่ม กันทั้งนั้นแหละ” ยายนิดญาติผู้น้องของกำจร ซึ่งเป็นนักเรียนมัธยมปลายร่วมห้องกับขวัญฉายบอกกล่าว “ ทำอะไรก็เฉิ่มๆ เป๋อๆ เปิ่นๆ ซื่อๆ เซ่อๆ แล้วก็ขี้ลืมแต่น่ารัก อะไรอย่างเนี้ย “</span><br /><br />     คุณสมบัติส่วนตัว น่าสนใจดีนิ แก๊งพวกเราออกจะซูฮกยกนิ้วให้ด้วยซ้ำว่า เจ๋งเป้งถูกใจวัยเอ๊าะ จะต้องใช้เวลานานซักกี่มากน้อยกว่าเรา ได้เจอะเจอมนุษย์ประเภทนี้สักคน โดยไม่ต้องลงทุนแสวงหาน่ะ มันโชคดีขนาดไหน โดยเฉพาะหากจะหาคนมากำราบนิสัยเจ้าเล่ห์อย่างกำจรแล้วละก็ รู้สึกว่าเข้าล็อคพอดี<br /><br />     ว่ากันว่าพฤติกรรมของหนูขวัญฉายนั้น สมพงษ์กันกับหลานชายท่านมหายิ่งกว่าแมลงวันกับเด็กเอธิโอเปีย<br /><br />         “ นิสัยเข้ากันได้ แต่น่ารำคาญไงล่ะ เห็นแมลงวันที่ไหน ก็มีเด็กที่นั่น ตอมหน้าตอมตาน่ารำคาญ ” เจ้าตัวเคยสรุป “ ซื้อก็ไม่ได้ ขายก็ไม่ขาด อยู่ห่างๆก็น่ารักดี เข้าใกล้ๆก็หงุดหงิด เวรของข้า “<br /><br />     หนูขวัญฉายนี่แหละครับ คือแม่บุญฉึ่ม ของเราในยามลับหลัง ว่าไปแล้วเธอก็ออกจะน่ารักอย่างกำจรมันว่า ผิวขาว ตาโต ผมดำสลวย สูงโปร่ง รูปร่างกลมกลึง สะอาดสะอ้านเป็นเด็กอนามัยเลยเชียว เฮ้อ…เสียดายนิดเดียว เธอฉึ่มอย่างวายร้ายจริงๆ<br /><br />         “ ฉายเค้าขี้ลืมม้าก…มาก “ ยายนิดสาธยายต่อ “ เรื่องจัดตารางสอนนี่ไม่ต้องถามกันเลย ผิดตลอด เอะอะจัดวันจันทร์ไว้ก่อน โดนอาจารย์ทำโทษซะจนเบื่อ “<br /><br />     ปีนี้หนูนิด ขึ้นมาเรียนมอปลายเหมือนพวกเราเช่นกัน<br /><br />         “ ก็…เทอมนี้มีวันหยุดคั่นกลางสัปดาห์อยู่บ๊อยบ่อย ฉายก็ลืมซิ นึกว่าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์เรื่อย พอจับกระเป๋ามาจัดตารางเรียนก็…”<br />         “ วันจันทร์ทุกที “<br />         “ นั่นซี เผลอได้ไงไม่รู้ ลืมจริงๆ “ แม่บุญฉึ่มยิ้มซื่อๆ ยอมรับง่ายๆ กำจรพยักหน้าสนับสนุน<br />         “ ลืมแค่นั้นเรื่องจิ๊บจ๊อย ที่แสบกว่าทิงเจอร์ทาแผลคือนัดแล้วไม่เคยเจอ “<br />         <span style="color: #000080">“ โทษฉายไม่ได้หรอก พี่กำจรบอกไม่ชัดเอง “ ขวัญฉายเรียกกำจรตามยายนิด “ ฝากนิดมานัดกับฉายว่า เจอกันวันอาทิตย์สามโมง ตอนนั้นเพิ่งรู้จัก ได้คุยกันหนเดียว จะไปรู้เหรอว่าว่าสามโมงเช้า หรือบ่ายสามโมง แล้วเจอกันที่ไหน ไม่เห็นบอกด้วย “ แม่สาวต่อว่า</span><br />         “ ทำไมไม่ถามรายละเอียด “ แน่ะ ทำเป็นวางอำนาจ<br />         “ ก็ … ลืม “<br />         “ ถึงถามนิดก็บอกไม่ถูก พี่กำจรบอกแค่นั้นจริงๆ ไอ้เรารึเข้าใจว่าพูดคุยกันรู้เรื่องแล้ว เพียงแต่ฝากเตือนความจำเท่านั้น “<br />         “ แล้วฉายทำยังไง “ ผมซัก<br />         “ ฉายก็คิดว่าถ้าจะดูหนัง ก็ควรจะเป็นช่วงบ่ายมากกว่าช่วงเช้า สถานที่นั้น น่าจะเป็นอัฒจันทร์หน้าโรงเรียน “ สาวเจ้าอุตส่าห์คาดคะเนได้ถูกต้อง แต่ดูเอาเถอะ น้ำใจอย่างหนุ่มเน่า เอ้ย หนุ่มเหน้าอย่างกำจร ก็ยากที่จะล้วงลูก เอ๊ย ล้วงลึกให้เข้าใจได้ถ่องแท้<br />         “ แล้วเอ็งรอที่ไหน “ ผมซักไม่ลดละ<br />        <span style="color: #000080"> “ สามแยกแกว่งปากหาไม้หน้าสาม เอ้อ…ก็อัฒจันทร์นะแหละ “ สามแยกแกว่งปากหาไม้หน้าสาม คือบริเวณรั้วด้านหน้าโรงเรียน อันเป็นสถานที่ลับฝีปาก เป่าปาก ดีดนิ้ว ประชันฝีมือการจีบสาวของก๊วนเรา ครับผม</span><br />         “ อ้าว…ก็ถูกแล้วนี่ ทำไมถึงไม่เจอกันล่ะ “<br />         “ ข้ามารอวันอาทิตย์นั้น แต่ฉายมารอวันอาทิตย์ถัดมา “<br />         “ เวรเอ้ย… เลยแห้วไปตามระเบียบซี “<br />         “ เออซี โรคเก่ากำเริบตามเคย คือลืม! “ กำจรส่ายหัวทำหน้ายังกะซดยาหม้อ<br /><br />     ไหมล่ะ กามเทพท่าจะกินยาผิดแผง ถึงได้แผลงศรจับคู่ ได้แม่บุญฉึ่ม กะพ่อกำจรอ่อนใจได้เหมาะเหม็งปานฉะนี้<br /><br />         “ ลืมอะไรลืมได้นะ แต่ไม่เคยลืมสัตว์เลี้ยงซักวัน แล้วก็ช่างสรรหาแต่ละอย่างมาเลี้ยงซะด้วย ทุกวันนี้ทั้งเพื่อนทั้งอาจารย์ขวัญผวากันหมด “ ยายนิดปูดต่อ<br /><br />     การเป็นนักอนุรักษ์นิยมของเธอเป็นไปอย่างเหนียวแน่น เธอชอบสัตว์เลี้ยงเป็นชีวิตจิตใจ จึงได้ตำนานที่เล่ากันไม่จบ หนำซ้ำยังถือว่าเป็นวีรสตรีที่น่ายกย่องของเจ้าตัวโดยบังเอิญ<br /><br />     เรื่องก็มีอยู่ว่า อาจารย์สอนฝรั่งเศษที่แสนจะ ‘หิน‘ ไม่ว่าจะเรื่องคะแนนเก็บ หรือท่าทีที่แสนจะ ‘เฮี้ยบ’ เวลาคุมสอบ มีอันต้องตื่นเต้น ตาลุกวาว เมื่อเห็นลูกศิษย์สาวทำท่ายุกยิกใต้โต๊ะ ส่ออาการพิรุธขณะกำลังทดสอบเก็บคะแนนครั้งหนึ่ง<br /><br />         “ ขวัญฉาย เธอกำลังทำอะไร “<br />         “ เปล่าค่ะ “<br />         “ อย่าตุกติก ฉันรู้ว่าเธอคิดจะทำอะไร ดีล่ะ…หยิบหลักฐานใต้โต๊ะออกมาเดี๋ยวนี้เลยเชียว “<br />         “ หลักฐานอะไรคะ ไม่เห็นรู้เรื่อง “ แม่บุญฉึ่มเธอเข้าใจอะไรค่อนข้างช้าอย่างนี้ล่ะครับ<br />         “ งั้นลุกขึ้น แล้วออกมายืนข้างโต๊ะ “ เป็นคำสั่งที่เจ้าตัวออกมั่นใจในชัยชนะ เพื่อนร่วมห้องที่หยุดดูเหตุการณ์ตั้งแต่แรก แทบลืมหายใจ “ เอาล่ะ” อาจารย์สาวพูดพลาง ทำท่ายื่นมือล้วงเข้าใต้โต๊ะ กะจะควานหาสิ่งที่คิดว่าเป็นหลักฐานความทุจริตตามที่คาดหมายไว้<br />         “ อาจารย์ขา หนูหยิบให้ก็ได้ค่ะ ถ้าอาจารย์อยากได้ล่ะก็ มีแต่ไอ้นี่แหละค่ะ“<br />         <span style="color: #000080">“ พอ ‘ไอ้นี่’ ของยายฉายกระทบอุ้งมือที่ยื่นมารับเท่านั้นแหละ แก้วหูงี้แทบระเบิด อาจารย์นุ้ยเต้นเร่าๆ เป็นแรพผสมมูนว็อคเก้อร์ แผดเสียงกรี้ดๆ สะบัดมือที่มีงูเขียวปากจิ้งจก หางยาวเฟื้อยกระหวัดรัดรอบมือไว้แน่นอยู่ผับๆ ไอ้งูเจ้ากรรมยิ่งสะบัดก็ยิ่งรัดแน่น โฮ้ย นึกว่าวันโลกาวินาศ “ ยายนิดช่วยอรรถาธิบาย ขยายโลกทัศน์ตี่ๆ ของเราให้ถ่างกว้างออก</span><br />         “ เสียงกรี้ดคงแผดต่อไปแน่ ถ้าเราไม่ช่วยกันปลด งูเขียวปากจิ้งจกที่ขณะนั้นกลายเป็นงูเขียวปากเป็ดไปแล้ว เพราะโดนบีบปากจนแบะแบนตาถลนคามืออาจารย์ ห้อยต่องแต่งหมดรูป “ เพื่อนสาวร่วมห้องล้อมวงผสมโรง “ อาจารย์นุ้ยเป็นลบพับไปแล้ว แต่เสียงกรี๊ดยังไม่หาย มองดูอีกที่เป็นยายฉาย หลับตากรี๊ดแทน “<br />         “ อ้าว! ทำไมล่ะ “ คนฟังแปลกใจ<br />         “ ก็…ฉายตกใจเสียงกรี๊ดของอาจารย์นะซี อยากได้ ‘เจ้าซัน’ ไปเล่นก็ไม่บอกดีๆ ขู่เอ๊าขู่เอา เห็นอยากได้นัก อุตส่าห์ตัดใจยื่นให้เท่านั้นแหละ วุ้ย! ดีใจร้องกรี๊ดลั่น เล่นก็แร้ง…แรง บีบปากเจ้าซันซะเละคามือ แย่… “<br /><br />         เอ้อเฮอ… เด็ดดวงจริงๆพับเผื่อย คนเหลี่ยมจัดอย่างกำจร มันต้องเจอแม่บุญฉึ่ม แบบหนูขวัญฉาย มันถึงจะสมน้ำสมเนื้อ</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/">แก๊งขาสั้น</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%93-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%89%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%a1-by-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ตอนที่ ๒ ฝันสลาย by แก๊งขาสั้น</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%92-%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2-by-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa/</link>
                        <pubDate>Fri, 27 Feb 2026 07:30:22 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ตอนที่ ๒ ฝันสลาย
&nbsp;
     ปีหน้าผมได้เป็นพี่ว้ากหรือไม่ การรับน้องในตอนที่แล้ว ใครเป็นอย่างไร ขอผมอุปไว้ก่อน เอาไว้เฉลยทีหลัง เพื่อสีสัน และรสชาติของชีวิตไงครับ ตามผมมารู้จักกับเพื่อนเก...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-size: 24pt;color: #008000">ตอนที่ ๒ ฝันสลาย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>     ปีหน้าผมได้เป็นพี่ว้ากหรือไม่ การรับน้องในตอนที่แล้ว ใครเป็นอย่างไร ขอผมอุปไว้ก่อน เอาไว้เฉลยทีหลัง เพื่อสีสัน และรสชาติของชีวิตไงครับ ตามผมมารู้จักกับเพื่อนเก่าๆ สมัยมัธยมปลายก่อนดีกว่า ก็เพราะ <span style="color: #ff00ff"><strong>“แก๊งขาสั้น”</strong></span> ทีเดียวจึงเกิดข่าวกรองผ่านกระชอนคั้นกะทิจากสำนักพิมพ์หน้าข่าวสารบันเทิงรายงานมาว่า ผมเป็นต้นเหตุแห่งการลุกฮือของสมัชชาเยาวชน สามารถปลุกม็อบหัวใจวงการวัยสะรุ่น ให้สั่นสะเทือนไปทุกหย่อมหญ้า ลามไปถึงวงการกระโปรงบาน ใส่คอซอง แบบโรงเรียนของหนูนิด กะหนูนุชด้วยนี่สิ<br /><br />         " เพื่อนนุชเค้าอยากเห็น "<br />         " ใคร ? "<br />          " พระเอกของเรื่องไง "<br /><br />     ผมงิ…ปลื้มซะไม่มีอ๊ะ จุ๊ ! อย่าเอ็ดไปนา คุณยังไม่รู้ความจริงว่า ขนาดท่านมหาเสริมบุญ หลวงลุงของกำจร ตัวเอกแห่งหัวข้อนินทาของผมต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย หลังข่าวกระจายออกไปไม่นาน ทอ-ระ-สับ งี้รับกันไม่ว่างมือเลยเชียว<br /><br />     <span style="color: #000080">จะมีอะไรเล้า ถ้าไม่ใช่เรื่องติดต่อขอ สัม-มะ-พาด นัยว่าจะออกอากาศรายการชีวิตต้องสู้ อะไรทำนองเนี้ย เขาคงสงสัยล่ะมังครับว่า เหตุใดท่านมหาจึงมีน้ำอด น้ำทนกับพวกผมกันนัก หรือไม่ ก็คงมีพระดีแต่ " เม้ม " ไม่ให้พวกเรารู้</span><br /><br />         " ลูกหลานอย่างกำจาย และกำจรมันต้องชั้นเอง ถึงค่อยพูดกันรู้เรื่อง "<br /><br />     ยายแต๋ว แม่ไอ้ตุ๋ย หมายมั่นปั้นมือ<br /><br />     ก็ไม่เพราะฝีมือแม่หรอกเร้อ ลูกชายยายแต๋วถึงได้ " แห้ว " อยู่เป็นประจำ เพียงได้กลิ่นสาวๆ เฉียดกรายเข้าใกล้ลูกชายสุดหวงเท่านั้นจะเป็นใครมาจากไหน ยายแต๋วไม่รับรู้<br /><br />         " ฟังเหตุผลซะที่ไหนเล้า ดีไม่ทำอะไรรุนแรงให้กระทบกระเทือนพวกสาวๆ เค้าโดยตรง แต่มาตกหนักกะข้าซี อย่างคราวนั้นไง ข้าเดินผ่านเข้าประตูบ้านยังไม่หมดตัวดีเล้ย เสียงกรรไกรดังกรึ๊บเดียว แวบ…บ… ผมด้านหน้าข้าหายไปทั้งแถบ คุณนายแต๋วตั้งข้อหาหนักโทษฐานมีสาวฝากของขวัญวันวาเลนไทน์ ผ่านมือข้าไปให้ไอ้กำจรอีกหน่อยคงไม่ต้องไปไหนแล้ว "<br /><br />     คำคร่ำครวญถูกระบายยาวเหยียด เพราะอัดอั้นตันใจเหลือแสน<br /><br />     เมื่อปะหน้ากันวันคืนสู่เหย้า ไอ้ตุ๋ยผู้เดินทางไปสู่เส้นทางสายอาชีพ โดยสอบเข้ามหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง กลับมีสีหน้าเบิกบานมีความสุขเห็นได้ชัด<br /><br />          <span style="color: #000080">" ความประพฤติคุณนายแต๋วดีขึ้นมาก เป็นที่น่าพอใจ" มันออกใบรับรองให้มารดาบังเกิดเกล้า " ผู้หญิงคนไหนไปบ้านกะข้า เค้าจะซักถามคุณสมบัติจนหมดเปลือก ข้าแทบไม่ต้องทำอะไร ก็รู้ว่าเค้าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร พ่อแม่มีอาชีพอะไร พอลับหลัง คุณนายแต๋วจะบอกแต่เพียงว่า " คนนี้ใช้ได้ " หรือ " คนนี้ดี " แต่ถ้า " แย่ "ละก็อย่าพาไปให้เห็นหน้าอีกเป็นอันขาด แม่ข้าบอกว่า ขออย่างเดียวเท่านั้นคือ ขอมีส่วนในการคัดเลือกลูกสะใภ้ การที่ข้าจะคบหากับใครก็คบไป หากคิดจะแต่งงานต้องได้รับการอนุมัติจากประธานสภาแห่งครอบครัว ดีเหมือนกันข้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อย "</span><br /><br />     เพื่อนๆ ที่ยังตกคลั่กอยู่ที่เดิม มีหลายคนเหมือนกันแหละครับ อัครเดช คนขี้เกรงใจ คนหนึ่งล่ะที่ยังอยู่ เพราะตั้งเข็มสู่บันใดนายร้อยตามผู้เป็นพ่อ ส่วนนายสันติภาพ หรือไอ้หนึ่งลูกยายหนิงก็ไม่ไปไหน มันมีเหตุผลนี่นา<br /><br />         " ขืนกูไปเรียนที่อื่น มรดกจะได้ตกกะคนอื่นปะไร แม่ยิ่งหลงๆ ลืมๆ อยู่ด้วย บางวันตื่นมาจะขอตังค์ไปโรงเรียน แม่ยังยื่นกระทงขนมครกให้เฉยเลย " ห้าบาทค่ะ " ดู๊… หลงขนาดจำไม่ได้ว่าข้าเป็นลูก "<br /><br />     ตุลย์ เพื่อนเข้าใหม่สะกิดถามผม " คุณแม่ของสันติภาพเค้ารวยมากเหรออัส ? " รายนี้ไม่เคยรู้ความตื้นลึก หนาบางของแก๊งเรา<br /><br />         <span style="color: #000080"> " ยายหนิงแม่ไอ้หนึ่งนะเหรอ เป็นนักธุรกิจใหญ่ " อำนวยเริ่มอำ " ที่ว่าใหญ่เพราะน้ำหนักร้อยกว่ากิโล มีกิจการขนมครก 3 เตา กับหม้อกล้วยบวชชีอีกอย่าง "</span><br />          " ไอ้คุ่ยนั่นก็เบาซะที่ไหน พ่อยกมะ-รึ-ดก เขียงหมูให้ ก็ทำเป็นหยิ่ง เห็นเพื่อนเรียนต่อมันก็เอาบ้าง " ผมขย่มเพื่อนเก่าให้เพื่อนใหม่ฟัง<br /><br />     พวกเราส่วนใหญ่ ถูกจัดให้เรียนห้องที่เค้าให้เครดิตว่า ’ เก่ง ’ แต่มักจะถูกแปรสภาพจนน่าเกลียด<br /><br />          " เฮ่ย ! อาบน้ำรึเปล่าวะไอ้อัส " กำจรเคยถามยามเจอะเจอเพราะปีนี้หลุดไปอยู่แผนการเรียน ศิลป์ - ภาษา ซึ่งแผนการเรียนต่างๆ นี่ ผมจะเล่าให้ฟังคราวหลังนะครับ "<br />          " อาบซิ ถามทำไม "<br />          " ถึงอาบ ก็เหม็น " เอ๊ะ ไอ้นี่วอนตะเช้าเชียว<br />          " ก็… นายอยู่ห้อง ’ คิงลี่ ’ ไม่ใช่รึ "<br /><br />     แหม… ผมล่ะอยากจะลาโลก ไปส้องสุมกำลังพลอยู่กะท่านยมฯ ซะให้รู้แล้วรู้แร่ด อุตส่าห์ ’ ยืด ’ ที่ได้เป็นเด็กห้อง ’ คิง ’ กะเค้าซักทีก็…เพื่อนมันทำเสียหายหมด ไอ้ที่ยืดก็เลยต้องหุบซะแล้วซี<br /><br />     ช่วงปิดเทอมใหญ่ กำจรเวียนว่ายตายเกิด ระหว่างโรงเรียนเก่ากับโรงเรียนใหม่ที่มันไปลงทะเบียนเรียนวิชาที่ยังตกค้างและมีปัญหา เพื่อทำหน่วยกิตให้ครบตามกำหนด มิฉะนั้นมันก็หมดสิทธิ์เรียนต่อ<br /><br />     กว่าจะปลดภาระออกจากตัวได้ มันเจอมรสุม กดดันรอบด้าน โดยเฉพาะสงครามน้ำลาย อาจารย์สมศรีดูจะเดือดร้อนยิ่งกว่ามัน<br /><br />          " เห็นรึยังว่า การไม่เอาใจใส่กับตัวเองน่ะ มันเป็นอย่างไร วิชาหลักๆ<br /><br />     ทำได้แต่ศูนย์ กับ รอ อย่างนี้เมื่อไหร่มันจะจบหือ ? "<br /><br />         " ก่อนปิดเทอม ผมต้องเก็บหน่วยกิตจนครบแหละครับ อาจารย์ไม่ต้อง<br /><br />     <span style="color: #000080">ห่วง เนี่ย…ถ้าหลวงลุง อาบน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ให้ซะก่อนสอบ ก็คงไม่ต้องตก</span><br /><br /><span style="color: #000080">     อย่างนี้ ลำบากลูกหลานไม่รู้เท่าไร วันๆ เอาแต่สงเคราะห์ลูกชาวบ้าน ลูกหลานตัวละก็ไม่เคยแล " มันโทษญาติผู้ใหญ่</span><br /><br />         " ดูมันซิโยมอาจารย์ หนังสือไม่อ่าน เอาแต่ทำบ้าอะไรของมันไปวันๆแล้วจะให้สอบได้ เอางี้เลย ใกล้สอบอีกเมื่อไหร่ เอ็งบอกข้าแต่เนิ่นๆ จะช่วยสะเดาะเคราะห์ให้ ตำรานี้เพิ่งได้มาใหม่ เห็นว่าใช้ได้ผลดีชะงัด เชียวล่ะเอ็งเอ๊ย "<br />         " เห็นจะไม่รับประทานล่ะครับ คราวก่อนโน้น ไม้ตะพดบินตำรับลี้กิมเสริมก็ทีแล้ว กำจายหน้าแหกไปเกือบสิบเข็ม ขืนผมบุ่มบ่ามรับบริการโดยไม่ไกร่กรอง ท่าจะเอาตัวไม่ ’ หรอด ’ เป็นแน่แท้ "<br />         " โยมว่า อาการอย่างกำจรน่าจะถูกกันดีกับ ดินเจ็ดป่าช้า ต้มกับตะปูโลงผีตายโหง ชูรสด้วยใบหมามุ่ยพอเป็นกระสายยา รับรองหายสนิท "<br />         " หายสนิทไปจากโลกนะซีอาจารย์ โธ่ๆ เนี่ย…ว่างๆ ผมว่าจะทำงานหาเงินค่าเทอมซะหน่อย "<br />         " ดีแล้วล่ะ หาอะไรทำซะบ้าง จิตจะได้ไม่ว่าง ไม่งั้นเดือดร้อนท่านมหาอีก ติดขัดอะไรก็บอกแล้วกัน " อย่างไรเสีย กำจรก็ยังไม่พ้นอกครูประจำชั้นคนเก่าเล่ายี่ห้อ กับท่านมหาเสริมบุญ เจ้ากรรมนายเวรหน้าเก่าอยู่ดี รุ่นน้องมอหนึ่งที่สอบเข้ามาใหม่ได้ จะต้องเรียนปรับความรู้อยู่ระยะหนึ่ง ราวๆ ซักเดือนนี่แหละ เพื่อที่จะทดสอบ แล้วจัดห้องให้เรียนตามดีกรีของมันสมอง คะแนนทดสอบดีก็อยู่ห้อง ’ คิง ’ อย่างที่ผมอยู่ ไล่ไปจนถึงห้องท้ายๆ ระดับคะแนนกับดีกรีความฉลาดก็จะน้อยลงตามลำดับ ยิ่งห้องท้ายสุดละก็พยากรณ์ได้เลยว่า อาจจะเรียนไม่จบระดับมัธยมต้น เพราะถูกพักการเรียนด้วยคดีหนีเรียนเพราะเรียนไม่รู้เรื่อง จนหมดสิทธิ์สอบ บางคนเรียนไม่ไหว จึงออกเสียกลางคันก็มี ช่องว่างระหว่างมันสมองเนี่ย มีจริงๆ นะครับ จะโทษว่าคนสอนไม่ดีก็ไม่ได้ เพราะหลักสูตรเหมือนกัน เนื้อหาเหมือนกัน คนสอนก็คนเดียวกัน ทีคนอื่นทำไมเรียนรู้เรื่อง<br />         " ก็มันกินเข็มกะตะปูต่างข้าวนี่หว่า " กำจรเคยประชดผม<br /><br />     เด็กนักเรียนหน้าใหม่ เกือบทั้งนั้นที่หลงยกมือไหว้กำจรเป็นฝักถั่ว<br /><br />     <span style="color: #000080">อีกแหละ จะไม่ไหว้รึก็ดูกระไรอยู่ ด้วยไม่แน่ใจว่า ชายไทยรูปร่างได้มาตรฐานผูกไทด์ ใส่สูท เสียงดังฟังชัด มาดเคร่งครึม ไม่วอกแวก ยืนกุมวิทยุมือถือ เตร่ไปมาหน้าตึกเรียนนั้น เป็น ’ อาจารย์ ’ ด้วยหรือเปล่า เข้าทำนองออกสูงดีกว่า ออกต่ำ เอ๊ย ใฝ่สูงย่อมดีกว่าใฝ่ต่ำ เป็นการ ’ เอาตัวหรอด ’ อย่างรุ่นพี่ไว้ก่อนน่าจะปลอดภัยกว่า มิหนำซ้ำคนถูกไหว้ ยังผงกหัวรับไหว้ ได้สุขุมลุ่มลึกกว่าอาจารย์ตัวจริงเสียด้วยนี่สิ เจ็บปวด !</span><br /><br />         " วอหนึ่ง เรียกวอสอง ทราบแล้วเปลี่ยน มีเด็กมอหนึ่งแต่งตัวผิดระเบียบหลบหลังตึก อ้าว ! อาจารย์สวัสดีครับ "<br />         " อ้อ กำจรเรอะ ทำอะไรอยู่แถวนี้ล่ะ "<br />         " ทดสอบ ’ มือถือน่ะครับ เรียนซัมเมอร์อาทิตย์ละ 2 วันแค่นั้น เลยลองเป็นเซลส์ขาย ’ มือถือดูเผื่อจะรุ่ง "<br />         " เออ… ดีๆ ขอให้ขายได้มากๆ นะ "<br /><br />หลานชายท่านมหา สนุกกับงานได้ 2 วัน คราวนี้มาในมาดใหม่</p>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/">แก๊งขาสั้น</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%92-%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2-by-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa/</guid>
                    </item>
				                    <item>
                        <title>ตอนที่ ๑ เปิดตัว by แก๊งขาสั้น</title>
                        <link>https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-by-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa/</link>
                        <pubDate>Fri, 27 Feb 2026 07:26:17 +0000</pubDate>
                        <description><![CDATA[ตอนที่ 1 เปิดตัว
&nbsp;
          “หยิบแป้งขึ้นมาผัดหน้า ผัดซ้ายผัดขวา แล้วมาผัดแจ๊ะ               ผัดแจ๊ะ ผัดแจ๊ะ ผัดแจ๊ะ          หยิบกระจกขึ้นมาส่องหน้า ส่องซ้ายส่องขวา แล้วมาส่องแจ๊ะ  ...]]></description>
                        <content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-size: 24pt;color: #800080">ตอนที่ 1 เปิดตัว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>          “หยิบแป้งขึ้นมาผัดหน้า ผัดซ้ายผัดขวา แล้วมาผัดแจ๊ะ<br />               ผัดแจ๊ะ ผัดแจ๊ะ ผัดแจ๊ะ<br />          <span style="color: #000080">หยิบกระจกขึ้นมาส่องหน้า ส่องซ้ายส่องขวา แล้วมาส่องแจ๊ะ</span><br /><span style="color: #000080">               ส่องแจ๊ะ ส่องแจ๊ะ ส่องแจ๊ะ</span><br />          หยิบหวีขึ้นมาหวีผม หวีซ้ายหวีขวา แล้วมาหวีแจ๊ะ<br />               หวีแจ๊ะ หวีแจ๊ะ หวีแจ๊ะ      <br />          <span style="color: #000080">แจ๊ะสวย แจ๊ะดูดี แจ๊ะสวย แจ๊ะดูดี</span><br /><span style="color: #000080">               เรามาวันนี้ เพื่อมาโชว์แจ๊ะ โชว์แจ๊ะ...โชว์แจ๊ะ...โชว์แจ๊ะ”</span><br /><br />          ภาพสาวๆหนุ่มๆรุ่นกระเตาะ หน้าใสวัยขบเผาะ โยกย้ายส่ายตัว ทำท่าทางเข้ากับเนื้อเพลง เป็นสิ่งน่าทัศนา เป็นบุญหูบุญตา เข้ากับบรรยากาศ จนผมเผลอกลืนน้ำลายไปหลายเอื๊อก<br /><br />     <span style="color: #993300">เหตุการณ์และความเคลื่อนไหวต่างๆ ซึ่งผมกำลังจะเขียนเล่าอะไรต่อมิอะไรให้คุณอ่าน เป็นลำดับต่อไปในภายหน้านี้ เป็นช่วงที่มหาวิทยาลัย และสถาบันอุดมศึกษา เพิ่งเปิดภาคเรียนใหม่ๆหมาดๆ</span><br /><br />     กิจกรรมที่สร้างขวัญกำลังใจให้พี่ๆ คือกิจกรรมรับน้องใหม่ ส่วนน้องๆจะมีขวัญกำลังใจสนองตอบบรรดาพี่ๆหรือไม่ ต้องทำสกู๊ปพิเศษ ตามไปสัมภาษณ์เป็นรายบุคคลเอาเอง<br /><br />     ที่ตอบแทนให้ไม่ได้ มิใช่หยิ่งหรือเล่นตัว แต่เพราะผมเองกำลังตกที่นั่งลำบาก สวมบทบาทน้องใหม่ไฟแรงเช่นคนอื่นเหมือนกัน<br /><br />     <span style="color: #333399">ส่วนต่างก็อยู่ที่ว่า ผมยินดีร่วมสังฆกรรม เอ้ย...กิจกรรมทุกเมื่อ ถ้ากิจกรรมนั้นมีปัจจัยหลัก เป็นสาวรุ่นพี่ รุ่นเพื่อน เป็นยาชูใจ ส่วนหนุ่มรุ่นพี่ รุ่นเพื่อน อันเป็นปัจจัยเสี่ยงทางสายตาของสังคม ผมก็นิ่งเสีย เป็นเชิงรู้หลบเป็นหลีก รู้ปีกเป็นหาง เอ้ย...รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง เท่านั้นแหละครับ</span><br /><br />     เอ้อ!...จะน่าเกลียดมั๊ยครับ ถ้าผมจะแนะนำตัวเองสักนิด เพื่อลดอุปสรรค และความลำบากใจให้คุณๆล่วงหน้า จึงถือโอกาสเปิดตัวขอความเอื้อเอ็นดูจากคุณผู้อ่านดังนี้นะครับ<br /><br />     <span style="color: #008000"><strong>ผมชื่ออัสนัย</strong></span> <span style="color: #333399">เป็นหลานห่างๆของคุณป้าทม นักเขียนใหญ่ เป็นหลานชิดๆของน้าภู นักเขียนค่อนข้างใหญ่ และเป็นลูกชายโทนสุดหล่อของคุณนายขันทอง นักเขียนเกือบใหญ่</span> ส่วนผมกำลังพยายามเอาดีเป็นนักเขียนรุ่นเด็ก สืบทอดเจตนารมณ์ เจริญรอยตามญาติผู้ใหญ่มาอย่างกระชั้นชิด<br /><br />     “ไอ้นี่ มันเขียนหนังสือได้นี่หว่า”<br /><br />     นี่เป็นมธุรสวาจาของคุณป้าทม เมื่ออ่านต้นฉบับที่ผมยื่นให้จบลง และผลงานเล่มแรกก็เดินทางสู่ตลาดหนังสือ ด้วยชื่อที่น้าภู ตั้งให้ว่า <span style="color: #ff0000"><strong>“แก๊งขาสั้น”</strong></span><br /><br />     พูดแล้วจะหาว่า<em><strong>คุย</strong></em> เยาวชนวัยจ๊าบ วัยรุ่น วัยวุ่นๆซื้ออ่านกันทั้งเมือง วัยเก๋า วัยตกกระ แบบป้าๆน้าๆอาๆของผมที่ว่าแน่ ยังกระมิดกระเมี้ยนแอบอ่านเลยแหละครับ<br /><br />     ผมผ่านมัธยมต้น พร้อมกับหนังสือที่พิมพ์เป็นครั้งที่ห้า เมื่อขึ้นมัธยมปลาย มีคนใจถึงมาทาบทามขอซื้อไปทำภาพยนตร์ ผมเกี่ยงอย่างเดียว ขอเสียสละรับบทเป็นพระเอก ค่าเรื่องค่าออนไม่จ่ายยังไหว แต่...ที่ไหนได้ เขาตาไม่ถึงหรอกครับ ผมก็เลยเวียนว่ายตายเกิด ประพฤติตนเป็นมนุษย์ขาสั้นพันธุ์เจ๋งไปวันๆ ประจวบกับต้องเตรียมตัวสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัย ก็เลยว่างเว้น ไม่จับปากกาไประยะหนึ่ง<br /><br />     <span style="color: #993300">ปีนี้ผมเข้ามหาวิทยาลัยได้สมมาดปรารถนาของบรรดาญาติๆ พอมีเวลาวาดลวดลาย <em><strong>ขยายขี้เท่อ</strong></em> เรื่องราวต่างๆของเหล่าเพื่อนพ้องทั้งจากโรงเรียนเดิม และจากสถาบันใหม่อีกครั้ง</span><br /><br />     ปะเหมาะเคราะห์ดี เกิดเตะตากรรมการงานฝังลูกนิมิต วัดอารมณ์ดีสีมารามเข้า ถึงขั้นออกปากขอรวมเล่มตีพิมพ์จำหน่าย ถ้าดังเปรี้ยง ระเบิดปร้างละก็ ช่วยเชียร์หน่อยนะครับ<br /><br />     “เฮ้ย! อัส เหม่ออะไรอยู่วะนั่น เดี๋ยวโดนเล่นงานนะเว้ย”<br /><br />     เสียงไอ้ตุ๋ย หรือฐากูร ญาติระอา เพื่อนเก่าโรงเรียนเดิมซึ่งสอบได้คณะเดียวกันกับผม ตะโกนข้างหู จนผมสะดุ้งสุดตัว<br /><br />     “ไอ้บ้าเอ้ย คนกะลังมีความสุขกะวิมานกลางอากาศ อาหารตามาถึงที่ ก็ต้องเบิ่งมองให้เต็มจอซีวะ อิจฉารึไง?”<br /><br />     “ข้าน่ะไม่มีปัญหา ตัวปัญหา กำลังเดินมานู่น”<br /><br />     <span style="color: #000080">ตัวปัญหาของไอ้ตุ๋ย ก็คือพี่โหน่ง ตำแหน่งหัวหน้ากิจกรรมเชียร์ ซึ่งเรียกกันว่า “พี่วาก” เนื่องจากต้องส่งเสียงโว้กว้าก ผู้มีรูปร่างใหญ่โต จัดอยู่ในแฟมิลี่เดียวกันกับยักษ์ปักหลั่น เดินหน้ามุ่ย ส่งเสียงโหวกเหวก และกวักมือประกอบอำนาจ</span><br /><br />     “น้องคนนั้นน่ะ ลุกมานี่ซิ” เวรละซิ<br /><br />     “ชื่ออะไร?” เสียงเหี้ยมเชียว<br /><br />     “อัสนัยครับ”<br /><br />     “ทำไมไม่เข้าร่วมกิจกรรมกะเพื่อนๆ” อุ๊ย! ตะคอกแน่ะ<br /><br />     “ร่วมแล้วครับ แต่ตอนนี้เหนื่อย ขอพักแป๊บนึงเอง”<br /><br />     <strong>ลูกออด</strong> เท่านั้นที่ละลายพฤติกรรมเขาได้ ฮึ่ม! ทีฮูก็ทีฮิท ปีหน้าได้เป็นรุ่นพี่มั่ง จะเล่นให้แสบเชียว<br /><br />     “ออกมาร้องเพลงเร็วเข้า เอาเปรียบเพื่อนนี่หว่า”<br /><br />     “โห…เนี่ย ข้าร้องโชว์จนแจ๊ะแห้งแล้วแห้งอีก ยังไม่พอใจ โคตรเบื่อ…เลย”<br /><br />     ประโยคนี้ผมไม่อาจหาญต่อปากกับพี่ว้ากเขาหรอก นอกจากบ่นเบาๆ เป็นเชิงปรับทุกข์กะไอ้ตุ๋ย หนอย…ดันหูดีอีกแน่ะ<br /><br />     “ว่าไงนะ..เบื่อเรอะ งั้นนายร้องเพลงที่ชอบมาละกัน จะได้ไม่ต้องบ่นอีก เฮ้! พวกเรา น้องอัสนัย จะร้องเพลงให้เราฟังว่ะ เอ้า…ร้องเข้า นึง..ส่อง..ซ้าม”<br /><br />     ร้องก็ร้องซีครับ ขืนอิดออด คุณคิดเหรอว่า เรื่องจะจบได้ง่ายๆ ผมจะร้องละเน้อ<br /><br />         <span style="color: #000080"> “ไข่ใบโต๊โต เป่าปุ้นจิ้น    </span><br /><span style="color: #000080">          ไข่ใบเล็กนิดเดียว ของจั่นเจา</span><br /><span style="color: #000080">          ไข่ขนาดกลางกลาง ของท่านกงซุน</span><br /><span style="color: #000080">          หวังเฉาและหม่าฮั่น ไม่ขายไข่”</span><br /><br />     ยุคนี้ เศรษฐกิจแบบนี้ ขืนทำสำอางก็เดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า ข้าราชการศาลไคฟง เล็งเห็นความจริงข้อนี้ จึงทำมาหากินด้วยการขายไข่ เป็นอาชีพเสริมอีกแรงน่ะ มันผิดตรงไหนครับท่าน<br /><br />     หากลองทำตามแล้วไม่เวิร์ค พิจารณาไอเดียขายไก่ย่างแบบไอ้ตุ๋ย เพื่อนร่วมชะตากรรมดูอีกทีก็ได้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์<br /><br />         <span style="color: #000080"> “ไก่ย่างถูกเผา ไก่ย่างถูกเผา</span><br /><span style="color: #000080">          มันถูกไม้เสียบ(โอ๊ว!) มันถูกไม้เสียบ(โอ๊ว!)</span><br /><span style="color: #000080">         เสียบตูดซ้าย(อ๊าว!) เสียบตูดขวา(อ๊าว!)</span><br /><span style="color: #000080">         ร้อนจริงๆ ร้อนจริงๆ ร้อนจริงๆ”</span><br /><br />     ไก่ย่างสูตรนี้ ทั้งร้อนทั้งเจ็บ ไอ้ตุ๋ยจึงทั้งร้องทั้งทำท่าไก่ย่างถูกไม้เสียบบั้นท้าย เป็นรีวิววาบหวิวทรวง ที่มีคนชมส่งเสียง โอ๊ว! อ๊าว! ประกอบเป็นจังหวะ ให้ครึกโครม ครื้นเครงยิ่งขึ้นไปอีก<br /><br /></p>
<div id="wpfa-2742" class="wpforo-attached-file"><a class="wpforo-default-attachment" href="//dhamma5minutes.com/wp-content/uploads/wpforo/default_attachments/1772177177.jpg" target="_blank" title="แก๊งขาสั้น.jpg"><i class="fas fa-paperclip"></i>&nbsp;แก๊งขาสั้น.jpg</a></div>]]></content:encoded>
						                            <category domain="https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/">แก๊งขาสั้น</category>                        <dc:creator>admin</dc:creator>
                        <guid isPermaLink="true">https://dhamma5minutes.com/community/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-by-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa/</guid>
                    </item>
							        </channel>
        </rss>
		