
สาส์นจากภูเตศวร
ขอแจ้งข่าวมหากุศลอันสำคัญยิ่งถึงญาติมิตรญาติธรรมทุกท่าน
ด้วยปัจจุบันวัดป่าชนะสงครามกำลังอยู่ในช่วงดำเนินการก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุแห่งพระบรมศาสดา และอัฐิธาตุของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ในฝ่ายพระวิปัสสนากรรมฐานเอาไว้ให้เหล่ามหาชนและเหล่าพุทธบริษัท ได้กราบไหว้สักการบูชา อีกทั้งยังเป็นศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานไว้ในบวรพระพุทธศาสนายิ่งยืนนานตลอดพุทธสมัยแห่งพระบรมศาสดา
ในกาลนี้จะมีพระพุทธปฏิมากรอันเป็นสัญลักษณ์องค์สมมุติแห่งสมเด็จพระบรมศาสดา ขนาดหน้าตัก ๔๙ นิ้ว ประดับจัตุรมุขซุ้มคอระฆังทั้งสี่ทิศ ปางมารวิชัยจำนวน ๔ องค์กับพระประธานประดิษฐานประจำโถงองค์พระเจดีย์ในพุทธลักษณะประทับยืนประทานพร ขนาดสูง ๒ เมตร ๕๙ เซนติเมตร ซึ่งมีพระนามอันเป็นมหามงคลนิมิตหมายแก่ผู้ที่ได้มากราบไหว้สักการว่า “พระพุทธนิราโรคันตราย”
เพราะประการสำคัญในชีวิตมนุษย์ การนิราศร้างจากโรคภัยอันตรายทั้งหลายทั้งปวงคือลาภอันประเสริฐยิ่งนั่นแล
ฉะนั้น ในวารแห่งวิสาขปุรมีสมัย วันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๖ อันเป็นคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่จะมาถึง จึงอุดมด้วยมหาฤกษ์มหามงคลสำหรับพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อสถาปนาองค์พระมหาพุทธปฏิมากรดังกล่าวยิ่งนัก
จึงใคร่ขอเชิญชวนท่านพุทธบริษัทและญาติมิตรญาติธรรมทั้งหลาย มาร่วมงานมหาพิธีในครั้งนี้ เพื่อประโยชน์ตน-ประโยชน์ท่าน โดยพร้อมเพรียงกันเถิด
ด้วยแรงอธิษฐานนี้ ขอให้ผู้เป็นมิตรทั้งปวง ผู้มุ่งหน้าสู่ความพ้นทุกข์ ผู้ปรารถนาในพระนิพพานเป็นจุดหมายทั้งหลายในทุกทั่วสารทิศได้มาร่วมสร้าง ร่วมอนุโมทนากับผลบุญผลกุศลนี้ด้วยกันเถิด
โอมศานติ
ภูเตศวร
๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
จึงใคร่ขอเรียนเชิญพี่ ๆ น้อง ๆ ญาติมิตรญาติธรรม พุทธศาสนิกชน และชาวธรรมะ 5 นาทีทุก ๆ ท่านร่วมงานทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อนำปัจจัยที่ได้จัดสร้างพระเจดีย์ธาตุซึ่งได้ดำเนินการก่อสร้างมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่แล้วเสร็จ และร่วมงานพิธีบวงสรวง เททองหล่อพระพุทธปฏิมากรอันเป็นสัญลักษณ์องค์สมมุติแห่งสมเด็จพระบรมศาสดา ขนาดหน้าตัก ๔๙ นิ้ว ปางมารวิชัยจำนวน ๔ องค์ กับพระประธานประดิษฐานประจำโถงองค์พระบรมธาตุเจดีย์ในพุทธลักษณะประทับยืนประทานพรขนาดสูง ๒ เมตร ๕๙ ซ.ม.
ณ วัดป่าชนะสงคราม บ้านภูแก้ว อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ในวันอาทิตย์ที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๔ – วันอังคารที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๔
by กองบรรณาธิการ
โดยมีกำหนดการเดินทางคร่าว ๆ ดังนี้
วันอาทิตย์ที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๔
-เวลา ๐๗.๐๐ น. ออกเดินทางโดยรถบัสปรับอากาศ จากบริเวณข้างโรงเรียนหอวัง (ในซอยข้างห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาลาดพร้าว) บริการของว่าง น้ำชา กาแฟ บนรถ
-เวลา ๑๑.๓๐ น. บริการอาหารกลางวันบนรถ
-เวลา ๑๕.๐๐ น. โดยประมาณ เดินทางถึงวัดป่าชนะสงคราม ให้ท่านได้เข้าที่พักที่ได้จัดเตรียมไว้ให้เฉพาะผู้ที่เดินทางไปกับทางคณะ ซึ่งจะแยกต่างหากจากผู้ที่ไปร่วมงานที่เดินทางไปเอง (จะมอบเข็มกลัดให้ท่านได้กลัดที่เสื้อตลอดงาน) จากนั้นให้ท่านได้อาบน้ำพักผ่อนตามอัธยาศัย
-เวลา ๑๘.๐๐ น. รับประทานอาหารเย็น ณ บริเวณที่จัดให้เฉพาะคณะ
-เวลา ๑๙.๓๐ น. พร้อมกันบนศาลาอุโบสถ เพื่อกราบนมัสการหลวงปู่พรม พรหมโชโต เจ้าอาวาสวัดป่าชนะสงคราม และร่วมสวดมนต์ทำวัตรเย็น ฟังพระธรรมเทศนาจากองค์หลวงปู่ สนทนาธรรมและปฏิบัติธรรม จากนั้นให้ท่านได้พักผ่อน หรือปฏิบัติธรรมต่อตามอัธยาศัย
by กองบรรณาธิการ
วันจันทร์ที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๔
-เวลา ๐๖.๐๐ น. รับประทานขนมปัง น้ำชา กาแฟ
-เวลา ๐๗.๓๐ น. ร่วมใส่บาตรหลวงปู่ และพระภิกษุสงฆ์ จากนั้นพร้อมกันบนศาลาอุโบสถเพื่อถวายภัตตาหารพระภิกษุสงฆ์ เมื่อพระสงฆ์อนุโมทนาและให้พรแล้ว ขอเชิญรับประทานอาหารเช้า ณ สถานที่จัดให้เฉพาะคณะ
-เวลา ๑๐.๐๐ น. พร้อมกันบนศาลาอุโบสถ เพื่อรวบรวมปัจจัย ทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อนำปัจจัยจัดสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ และพระปฏิมากรสำหรับประดิษฐานองค์พระเจดีย์
-เวลา ๑๑.๓๐ น.รับประทานอาหารกลางวัน
-เวลา ๑๔.๐๐ น. พร้อมกันบนศาลาอุโบสถ เพื่อสนทนาธรรม ตอบข้อซักถามและฟังการบรรยายธรรมจากแม่อี๊ด หรืออาจารย์ภูเตศวร
-เวลา ๑๘.๐๐ น. รับประทานอาหารเย็น
-เวลา ๑๙.๓๐ น. พร้อมกันบนศาลาอุโบสถ เพื่อร่วมสวดมนต์และทำวัตรเย็น จากนั้นรับฟังการบรรยายธรรมและปฏิบัติธรรมต่อตามสมควร และให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย
by กองบรรณาธิการน
วันอังคารที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๔
-เวลา ๐๕.๓๐ น. รับประทานขนม น้ำชา,กาแฟ
เวลา ๐๗.๐๐ น. ร่วมใส่บาตรพระภิกษุสงฆ์ จากนั้นพร้อมกันบนศาลาอุโบสถเพื่อถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ เมื่อพระสงฆ์อนุโมทนาและให้พรแล้ว เชิญท่านรับประทานอาหารเช้า เก็บสัมภาระข้าวของเครื่องใช้ของท่านนำไว้บนรถบัสให้เรียบร้อย
-เวลา ๐๘.๓๐ น. พร้อมกัน ณ บริเวณมณฑลพิธี ร่วมพิธีบวงสรวงเทพยดา
-เวลา ๑๐.๐๐ น. พระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ และสวดเจริญพระธรรมจักรกัปปวัตนสูตร
-เวลา ๑๑.๐๙ น. เททองหล่อพระพุทธปฏิมากรทั้ง ๕ องค์
-เวลา ๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน
-เวลา ๑๓.๐๐ น. พร้อมกันที่ศาลาอุโบสถ เพื่อร่วมเวียนเทียนเพื่อเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชาเนื่องในวันวิสาขบูชา จากนั้นขึ้นบนศาลาเพื่อกราบนมัสการลา และรับฟังโอวาทธรรมจากหลวงปู่พรม พรหมโชโต เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
-เวลา ๑๔.๐๐ น. พร้อมกันบนรถบัส เดินทางออกจากวัดป่าชนะสงคราม เพื่อมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ
-เวลา ๒๑.๐๐ น. โดยประมาณ เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมด้วยความสุขและบุญกุศลเต็มเปี่ยม
by กองบรรณาธิการ
ท่านที่สนใจเดินทางไปกับทางคณะ สามารถติดต่อสอบถามและสำรองที่นั่งได้โดยตรงที่ คุณชูศรี วโรภาษ หมายเลขโทรศัพท์ 081-258-3495 โดยมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่านละ 1,500.- บาท ด่วนนะคะ เพื่อจะได้จัดเตรียมสถานที่และอาหารล่วงหน้าค่ะ
สำหรับท่านที่ประสงค์จะเดินทางไปร่วมงานเอง ท่านสามารถไปได้นะคะ แต่ใคร่ขอความกรุณาแจ้งให้ทางคณะทำงานได้ทราบล่วงหน้าด้วยค่ะ ว่าคณะท่านไปจำนวนกี่ท่าน เพื่อที่จะได้จัดเตรียมที่พักและอาหารให้พอเพียงกับจำนวนคนที่ไปร่วมงานค่ะ
ขอให้แจ้งที่คุณชูศรี โทร. 081-258-3495 แจ้งล่วงหน้าด้วยนะคะ และเมื่อไปถึงให้ติดต่อเพื่อจะได้นำไปพักยังสถานที่จัดเตรียมไว้ให้ค่ะ (หากท่านไม่ได้แจ้งล่วงหน้าท่านอาจจะไม่ได้รับความสะดวกค่ะ ซึ่งจะต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย)
by กองบรรณาธิการ
ขออนุญาต “แม่อี๊ด” นำบทความสนธยากาล โดย “มายาวดี” บางตอนจากเรื่อง ‘ดาวเจ้าชาย’ ทางหนังสือนิตยสารขวัญเรือน ฉบับล่าสุดนี้มาเป็นความรู้สำหรับชาวธรรมะ 5 นาที และผู้ที่สนใจจะร่วมเดินทางไปร่วมงานในครั้งนี้ด้วยค่ะ เป็นประโยชน์อย่างมากเลยค่ะ...ติดตามอ่านได้เลยนะคะ (เมื่ออ่านจบแล้วอย่าลืมรีบสำรองที่นั่งไปร่วมงานโดยด่วนนะคะ)
by กองบรรณาธิการ
...ในการไปวัดวันมาฆบูชาคราวนี้ พระเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุของภูเตศวร เพิ่งเริ่มวางศิลาฤกษ์เมื่อเพ็ญเดือน 12 พุทธศักราช 2553 พอเพ็ญมาฆะก็เริ่มก่อผนัง 4 เดือนเท่านั้นเอง! และเขาก็กำหนดว่า
พอเดือนเพ็ญผ่านดาวสีเขียวดวงเดียวบนท้องฟ้า
เราจะเททองหล่อพระพุทธรูปพร้อมกัน 5 องค์
รู้จักดาวสำคัญดวงนี้ไหม?
เราไม่ใช่ ‘ขงเบ้งดูดาว’ หรอกน่า เป็นแค่คนชอบกินขนมเข่งแล้วนั่งดูดาวนั้นแหละ ดาวสีเขียวดวงเดียวบนท้องฟ้า คือดาวซูบี-เนล-ซะมาลี (Zube-Nel-Shamali) จำยาก เราเรียกแค่ดาวมาลีเฉย ๆ เป็นดวงดาวที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวคันชั่ง คือดาวตุล หากลากเส้นระหว่างดาวดวงนี้ มายังดาวหัวกลุ่มดาวแมงป่องและมีเพ็ญผ่าน
จะเป็นฤกษ์สำคัญที่สุด คือ วิสาขฤกษ์
และ วันวิสาขบูชา
ในกลุ่มดาวแมงป่อง จะมีดาวสำคัญอีกดวง
คือ ดาวปาริชาต ไง รู้จักดอกปาริชาตไหม
คู่แข่ง คือดอกจิถิตปาตลี หรือดอกทองหลางแหละ
แค่เล่าสองเรื่องนี่ก็สนุกแล้ว
แต่เล่าแค่ดาวเขียวของอาจารย์เขาแล้วกัน เขาไม่ใช่ ดาวแดง ดาวเหลือง (มีจริงซิน่า ทั้งสองดาวแหละ แต่อย่าเพิ่งฟังเลย เชื่ออาจารย์เข่งเหอะ...แล้วจะเล่า...หากไม่เคยเล่าสักที เพราะมีเรื่องเล่าเป็นเข่งเหมือนกัน)
by กองบรรณาธิการ
พระพุทธรูปที่อาจารย์เขาจะเทในวันดาวเขียวสว่าง
คือพระปางมารวิชัย บนซุ้มประตู 4 ทิศ
กับองค์กลางในโถงพระเจดีย์ คือ ปางเปิดโลก
ดาวคันชั่ง หรือกลุ่มดาวตุล มีดาวฤกษ์ขนาดเล็ก 4 ดวง ถ้าลากเส้นจะคล้ายรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ฉะนั้นที่ ‘จารย์เขาวางดาวคือพระพุทธรูป 4 มุม ก็ถูกต้อง
ใครเข้าสู่พระเจดีย์ พระมารวิชัยจะปกป้องขับไล่ศัตรู
เหมือนเข้าพิธี ในวงสายสิญจน์ไง
(เขาอ่านพบ จะว่าไงไหมนี่?)
ส่วนองค์กลางในพระเจดีย์ เป็น ปางเปิดโลก คืออยู่ในพระอิริยาบถยืน ห้อยพระหัตถ์ขวา-ซ้าย แต่แบฝ่าพระหัตถ์ทั้งสองหันออกไปเบื้องหน้า เป็น กิริยาเปิด
by กองบรรณาธิการ
พระพุทธรูปที่มีตำนานเกี่ยวข้องกัน
มีอยู่ 3 ปางคือ ปางเสด็จลงจากดาวดึงส์
ปางลีลา และปางเปิดโลก
กล่าวกันว่าเมื่อพระพุทธองค์เสด็จไปจำพรรษาเพื่อโปรดพุทธมารดา ณ ดาวดึงส์แล้ว เมื่อจวนใกล้ออกพรรษา พระโมคคัลลานะได้ขึ้นไปเฝ้าพระพุทธองค์เพื่อทูลเชิญเสด็จกลับ
พระบรมศาสดารับสั่งว่า “โมคคัลลานะ บัดนี้สารีบุตรพี่ชายเธออยู่ ณ ที่ใด”
พระโมคคัลลานะกราบทูลว่า “เวลานี้พระสารีบุตรเถระเจ้า จำพรรษาอยู่ที่เมืองสังกัสสะนครพระเจ้าข้า”
ครั้นถึงวันปุรณมี อัสสยุชมาส เพ็ญเดือน 11 พระผู้มีพระภาคเจ้า ปวารณา พระวัสสาแล้ว จึงเสด็จลงจากดาวดึงส์ โดยมีบันไดทิพย์ 3 บันได ทอดจากภูเขาสิเนรุราช จรดปฐพีใกล้ประตูเมืองสังกัสสะนคร
บันไดแก้ว ตรงกลางเป็นที่พุทธดำเนิน
บันไดทอง เป็นที่แห่งเทพเจ้าเสด็จ
บันไดเงิน เป็นทางแห่งพระพรหมเสด็จ
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จถึงฐานศีรษะบันได ได้ทรงกระทำ ‘โลกวิวรณปาฏิหาริย์’ เปิดโลกโดยทรงทอดพระเนตรไปยังทิศต่าง ๆ รวมทั้งเบื้องบน-ล่าง รวม 10 ทิศ พร้อมเปล่งฉัพพรรณรังสี 6 ประการ
ยามนั้นเทวดาจะมองเห็น มนุษย์โลก ยมโลก นรก
มนุษย์จะมองเห็นเทวดา สัตว์นรก
สัตว์นรกจะมองเห็นมนุษย์ เทวดา
นี่คือ ตำนานพระพุทธรูปปางเปิดโลก
จากนั้นได้เสด็จลีลาลงจากดาวดึงส์ ฉะนั้นปางเสด็จลงจากดาวดึงส์จึงเป็นพระอิริยาบถยืน ยกพระหัตถ์ทั้งสองเสมอพระอุระ คล้าย ๆ ปางห้ามพระญาติที่พิพาทกันเรื่องน้ำ เพียงจิบนิ้วพระหัตถ์ทั้งสองแสดงธรรม
หากปัจจุบันเคยเห็น ปางนี้มีบันไดเบื้องพระปฤษฎางค์ คงจะ ‘แสดงให้ชัด’ ว่าเป็นปางเสด็จลงจากดาวดึงส์ และครั้นเสด็จถึงเชิงบันได พระลีลาอันงามก่อให้เกิดพระปางลีลา
by กองบรรณาธิการ
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com