ขอเชิญบริจาคทรัพย์ร...
 
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

ขอเชิญบริจาคทรัพย์ร่วมสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์มหาราชานุสรณ์ ร.๔ by กองบรรณาธิการ

2 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
2 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#957]
เรื่อง การสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์มหาราชานุสรณ์ ๒๐๐ ปี
แห่งการพระบรมราชสมภพ ร.๔
ณ วัดราชาธิวาสวิหาร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

------------------

          เนื่องในโอกาสครบ ๒๐๐ ปี แห่งพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔ ซึ่งตรงกับวันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ คณะสงฆ์วัดราชาธิวาสวิหาร ได้ร่วมกันพิจารณาเห็นว่า พระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งทรงผนวชได้เคยประทับจำพรรษา และตั้งคณะสงฆ์ธรรมยุตขึ้นที่วัดราชาธิวาสวิหาร จึงเห็นควรจัดสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์มหาราชานุสรณ์ ๒๐๐ ปี เพื่อเป็นสถานที่เก็บรวบรวมวัตถุโบราณและของมีค่าของวัด อันสมควรเก็บรักษาไว้ในที่แห่งเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนและอนุชนรุ่นหลังได้เห็น ได้ชม และได้ศึกษาค้นคว้าต่อไป อาคารพิพิธภัณฑ์มหาราชานุสรณ์ ๒๐๐ ปี เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดกว้าง ๙ เมตร ยาว ๔๕ เมตร สูงจากระดับพื้นดินถึงหลังคา ๒๒ เมตร เป็นอาคาร ๓ ชั้น ชั้นที่ ๑ เป็นห้องประชุมอเนกประสงค์ ชั้นที่ ๒ และชั้นที่ ๓ เป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับเก็บรวบรวมวัตถุโบราณและของมีค่าของวัด ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ตามกุฏิ ตามพระตำหนัก ตำหนัก หลายแห่งมาไว้ ณ ที่แห่งเดียวกัน ตัวอาคารมีหลังคาทรงไทยประยุกต์แบบพระอุโบสถ วัดราชาธิวาสวิหาร หน้าบันปูนปั้น มีมุขหน้า ๒ มุข ประดิษฐานอักษรพระปรมาภิไธย ม.ป.ร. และ จ.ป.ร. ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง ๒๕ ล้านบาท สัญญาจ้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๙ โดยทางวัดได้ขอพระราชทานเชิญสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารเสด็จฯ ทรงวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

          ในโอกาสนี้ ทางมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ได้บริจาคเงินในการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ จำนวน ๑๐ ล้านบาท อีก ๑๕ ล้านบาท เป็นภาระของทางวัด เป็นผู้จัดหาเงินทุนเพิ่มเติมโดยได้บอกบุญผู้มีจิตศรัทธาตั้งแต่เริ่มก่อสร้างเรื่อยมา จนถึงเดือน ธันวาคม ๒๕๔๘

ซึ่งการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ใกล้จะแล้วเสร็จ คาดว่าคงจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ก่อนสัญญาครบกำหนด แต่ทางวัดยังขาดปัจจัยอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย หากท่านผู้ใดมีจิตศรัทธาจะร่วมอนุโมทนา เพื่อมีส่วนเป็นเจ้าของอาคารพิพิธภัณฑ์หลังนี้ด้วยบ้าง ก็ขอเชิญติดต่อได้ที่เจ้าอาวาส

และผู้ช่วยเจ้าอาวาสทุกท่าน ทุกวัน

วัดราชาธิวาสวิหาร

๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๘

          โทร. ๐-๒๒๔๑-๔๖๗๙

          โทร. ๐-๒๖๖๘-๘๗๗๙


1 ตอบกลับ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
ประวัติพระสัมพุทธพรรณี

          พระสัมพุทธพรรณี เป็นพระพุทธรูปประจำพระองค์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ เมื่อครั้งทรงผนวช พระองค์ได้เสด็จมาประทับจำพรรษาอยู่ที่วัดราชาธิวาสวิหาร เพื่อทรงบำเพ็ญสมณธรรม และได้ก่อตั้งคณะธรรมยุตนิกายขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อประทับจำพรรษาอยู่นั้น ได้ทรงทำพิธีหล่อพระพุทธรูปขึ้นมาองค์หนึ่ง ทรงถวายพระนามว่า “พระสัมพุทธพรรณี” ต่อมาเมื่อเสด็จไปประทับที่วัดบวรนิเวศวิหาร ก็ได้ทรงอัญเชิญพระสัมพุทธพรรณีองค์นี้ไปประดิษฐานที่วัดบวรนิเวศวิหารด้วย

          ครั้นเมื่อเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติบรมราชาภิเษกแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระสัมพุทธพรรณีไปประดิษฐานไว้ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ซึ่งยังคงประดิษฐานอยู่จนกระทั่งทุกวันนี้

          ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงปฏิสังขรณ์วัดราชาธิวาสวิหาร ที่ชำรุดทรุดโทรมทั่วพระอารามเป็นการใหญ่ ทรงมีพระราชดำริที่จะประดิษฐานพระประธานในพระอุโบสถเพิ่มขึ้นอีกองค์หนึ่ง ทรงปรารภว่าพระสัมพุทธพรรณี เคยประดิษฐานอยู่ที่วัดราชาธิวาสวิหารมาก่อน สมควรจะหล่อถ่ายแบบจากองค์เดิมขึ้นอีกองค์หนึ่งเพื่อจะได้ประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถดังเดิม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ช่างปั้นหุ่นถ่ายแบบอย่างองค์เดิมขึ้นมาใหม่ และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำพิธีหล่อเมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๕๑ ตรงกับวัน ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ (ร.ศ. ๑๒๗) ซึ่งเป็นวันมหาปวารณา และตรงกับวันประสูติของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ เพื่อประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถวัดราชาธิวาสวิหารดังเดิมจนปัจจุบันนี้

          ส่วนซุ้มพระราชลัญกรในพระอุโบสถ เป็นเครื่องหมายในพระองค์ของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชวงศ์จักรี เริ่มสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ และสืบเนื่องมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน

          รัชกาลที่ ๑ พระนามเดิม “ทองด้วง” พระราชลัญกรใช้รูปอุณาโลมอยู่กลางกลีบบัวกนกเป็นเครื่องหมาย

          รัชกาลที่ ๒ พระนามเดิม “ฉิม” พระราชลัญกรใช้รูป “ครุฑ” สื่อความจาก “ฉิมพลี” ชื่อวิมานของพระยาครุฑเป็นเครื่องหมาย

          รัชกาลที่ ๓ พระนามเดิม “ทับ” พระราชลัญกรใช้รูป “ปราสาท” เป็นเครื่องหมาย “ทับ” แปลว่า “ที่อยู่ หรือปราสาท” ก็ได้

          รัชกาลที่ ๔ พระนามเดิม “มงกุฎ” พระราชลัญกรใช้รูป “เทวดา ถือพระมหามงกุฎ” เป็นเครื่องหมาย

          รัชกาลที่ ๕ พระนามเดิม “มหาจุฬาสงกรณ์” พระราชลัญกรใช้รูป “พระพิฆเณศวร์ถือจุลมงกุฎ” แปลว่า “พระเกี้ยว” เป็นเครื่องหมาย

          วัดราชาธิวาสวิหาร กำหนดประกอบพิธิเททอง “พระสัมพุทธพรรณี” เป็นพระพุทธรูปบูชาขนาด ๕ นิ้ว และ ๙ นิ้ว ในวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๔๙ เวลา ๑๓.๒๙ น. ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อสมนาคุณแก่ท่านผู้บริจาคทรัพย์ร่วมสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์มหาราชานุสรณ์ ร.๔ ซึ่งกำลังดำเนินการสร้างอยู่ขณะนี้ และยังขาดงบประมาณดำเนินการอยู่ประมาณ ๑๐ ล้านบาท เชิญท่านผู้สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ วัดราชาธิวาสวิหาร โทร. ๐-๒๒๔๑-๔๖๗๙ และ ๐-๑๙๐๙-๗๑๔๐

          คาถาอาราธนา พระสัมพุทธพรรณี

          สวดบท นะโม ๓ จบ แล้วสวดคาถาต่อไปนี้

          สุทธานันตะทะยาญาโณ โคตะโม สากะยะปุงคะโว

          พุทโธวะ ติฏฐะตุ พิมพัง สัมพุทธะวัณณินามิทัง.

          อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ.

          สฺวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ.

          สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ.

 

by กองบรรณาธิการ


ตอบ
แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com