
นาคสมพงษ์ทำไม ?
ทำไมจึงเป็นนาคสมพงษ์ ? (5)
........
ความจริงเราเคยคิดเอาไว้ ตั้งแต่ก่อนวันที่คิดรูปแบบนาคสมพงษ์ออกและนั่งสเก็ตซ์ออกแบบจนสำเร็จแล้วว่า..
มาดแม้นได้ทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับนาคราชอีกครั้ง เราจะทำด้วยความบริสุทธิ์ใจที่สุด ทำอย่างทุ่มเทเต็มที่ จะลงทุนทำด้วยแรงกายแรงใจของตนและนำพาเหล่าบัณฑิตที่เป็นศิษย์ให้ร่วมแรงรักสามัคคีทำงานแบบที่ไม่เคยได้ทำให้ที่ไหนมาก่อน
อีกทั้งสถานที่สำหรับทำพิธีนั้น ก็ต้องเกี่ยวพันกับนาคราชอย่างแท้จริงเท่านั้น !
จุดแรกสถานที่แรก ไหนเลยจะขาดพระธาตุนาดูนไปได้ เพราะได้สร้างความอัศจรรย์แก่เราตั้งแต่ครั้งนำบ่วงนาคบาศไปขอพรมาแล้ว ร้อยเล่าขานพันตำนานหมื่นคำพูด หรือจะเท่ากับตนพบเห็นด้วยตนเพียงครั้งได้?
หากก็มีเรื่องผิดแผกไปจากความตั้งใจเดิมไปบ้าง..นั่นคือสถานที่ทำพิธีนั่นเอง !
#อีกอัศจรรย์แห่งจิตของครูบาอาจารย์ที่บังเกิดขึ้นกับนาคสมพงษ์
ถึงตรงนี้จึงขออนุญาต วกไปย้อนเล่าเรื่องราวอันเป็นสาระสำคัญที่มิอาจก้าวข้ามไปได้สักเล็กน้อย นั่นก็คือ..
ในวันที่ช่างผู้ผลิตนาคสมพงษ์ได้นำตัวอย่างมาส่งให้..คุยกันจบ ช่างลากลับไปขึ้นรถและยังไม่ทันจะขับออกไป เสียงโทรศัพท์ของเราก็ดังขึ้น มองดูเห็นหมายเลขแปลกๆแต่ก็รับสาย..กลายเป็นเสียงเสียงของพระอาจารย์ ณรงค์ โกวิทสาโร ซึ่งเป็นครูบาอาจารย์อีกรูปของเรา ร้อยวันพันปีไม่เคยได้ติดต่อกัน แต่ไฉนวันนี้เวลานี้ท่านกลับติดต่อมา..ยิ่งกว่านั้น..ประโยคแรกของท่านกลับน่าประหลาดใจยิ่งกว่า..
"โยมพี่ไม่สบายหรือเปล่า?"
"เปล่าครับ..มีอะไรหรือครับ?" เราทั้งตอบทั้งย้อนถามในประโยคเดียวกัน และท่านจึงกล่าวต่อ..แบบเนิบๆตามสไตล์ของท่าน รวมความคือ..
เมื่อคืนที่ผ่านมา ท่านได้เข้าที่นั่งภาวนาเหมือนทุกๆวันของนักบวชสายวิปัสสนาธุระ และได้เกิดนิมิตขึ้นในสมาธิจิต
คือ..ปรากฎภาพว่าท่านเห็นเรากำลังเดินออกไปกลางแม่น้ำโขง เป็นการเดินบนผิวน้ำ แถมยังหันมานิมนต์ท่านให้เดินตามหลังออกไปด้วย ซึ่งท่านก็เดินตามออกไป แล้วจู่ๆก็มีเรือยาวแบบที่เขานำมาแข่งพายเรือยาวทั่วๆไปแล่นมารับ ท่านว่าแต่เป็นเรือสีทองนะ
พอเรากับท่านก้าวขึ้นเรือๆก็ค่อยๆแล่นทวนกระแสน้ำขึ้นไป เราอยู่หัวเรือ ส่วนท่านนั่งอยู่กลางเรือทั้งๆที่เราบอกให้ท่านไปนั่งท้ายเรือท่านเล่าปนหัวเราะว่า..
" ไม่ไปเพราะกลัวตกน้ำ เราว่ายน้ำไม่เป็นน่ะ "
เรือทวนน้ำไปสักพักก็ไปหยุดนิ่งตรงโขดหินที่มีสีสันสวยงาม..พร้อมๆกับจิตท่านขานว่า " เป็นสะดือแม่น้ำโขง "
ซึ่งท่านเองก็ยืนยันว่าท่านไม่เคยไปที่นั่นมาก่อน แต่ในจิตมันรู้สึกคุ้นเคยมาก ท่านว่าพอถึงตรงนั้น ก็เหมือนโยมพี่ได้ทำพิธีอะไรสักอย่าง สวดภาษาอะไรก็ฟังไม่ออก ตัวท่านอาจารย์เองก็เหมือนนั่งอยู่กลางเรือทำสมาธิแผ่เมตตาไปด้วย
ภาพสุดท้ายในนิมิตที่ท่านเห็นคือ หลังจบพิธีเรือก็เคลื่อนเข้าฝั่ง พร้อมกับเสียงสาธุๆๆดังอื้ออึงขึ้นบนฝั่ง เห็นญาติมิตรของเราถือธงพญานาคโบกสะบัดอยู่ไหวๆ ท่านว่าที่แปลกใจตอนนั้นคือ..
"ทำไมนาคไม่เป็นเหมือนที่เคยเห็น แต่เป็นนาคหัวตั้งขึ้นและยืนด้วยหาง แค่นั้นจิตก็ถอนออก แต่เหมือนได้ยินเหมือนเสียงโยมมาบอกว่า นิมนต์อาจารย์ไปฉันอาหารค่ะ ?"
ท่านสรุปว่า..ถ้าโยมพี่สบายดีไม่ป่วยไม่ไข้ ก็น่าจะเป็นนิมิตว่า กำลังทำงานอะไรอยู่แน่นอนและจะประสบผลสำเร็จด้วยดี !
เราแม้ประหลาดใจระคนอัศจรรย์ใจ แต่ก็ลำดับเรื่องเล่าภารกิจที่กำลังดำเนินการอยู่ให้ท่านฟังตามความจริง ซึ่งท้ายสุดต้องยอมรับว่านิมิตของท่านแม่นยำมาก เพราะในความตั้งใจแรกๆไม่มีคำว่าสะดือแม่น้ำโขงในความคิดเลย หากต่อมาก็มีเหตุให้เป็นไปตามนิมิตของท่านจนได้
อะไรคือเหตุ และเหตุจากอะไร ?
โปรดติดตามตอนต่อไป..นะจ๊ะๆ

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com




