ความทรงจำ สิ่งที่วอ...
 
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

ความทรงจำ สิ่งที่วอนขอ หลวงปู่พรม by ครูบาอาจารย์

2 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
7 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#61]

#ความทรงจำ
#และสิ่งที่วอนขอ

          ในอดีตเราที่เฝ้าเพียรอ้อนวอนขอ..คือการเปลี่ยนภาระหน้าที่ จากการนั่งรับฟังปัญหาของผู้คนที่ท่านหวังนำพา"กลับบ้าน " มาเป็นการนำพามวลมิตรสร้างบุญบารมี

          โดยตั้งจิตคิดอธิษฐานอย่างเดียวว่า ขอให้ได้พบพระอริยเจ้าผู้ทรงคุณที่จะเป็นครูบาอาจารย์สั่งสอน และขอให้เรามีเพียงหน้าที่ได้นำพาทุกคนเข้าวัดสร้างเสนาสนะได้พบพระอริยเจ้าได้เจ้ากราบพระอริยสงฆ์ผู้ทรงคุณที่จะเป็นพ่อแม่ครูบาอาจารย์ของเราอย่างแท้จริงดังกล่าว ขอแค่ได้ "นำพา" ที่เหลือคือการได้ "พึ่งพาอาศัย" ปัญญาบารมีของพระสงฆ์ท่านช่วยอบรมสั่งสอนบอกทางแก่มิตร

          นั่นคือเหตุผลหนึ่งที่เราใช้เป็นข้ออธิษฐานจิตเป็นปฐมในการตั้งเครื่องบวงสรวงในคราเริ่มการสร้างวัดป่าชนะสงคราม

         "ขอให้มีพระอริยเจ้าบังเกิดขึ้นในวัดที่ข้าพระพุทธเจ้าเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสร้างนี้เถิด"

          ฤาเป็นเพราะสิ่งนี่หรือไม่ ก็ยากคาดเดา หากเพราะเมื่อมีพระภิกษุมารักษาการณ์ก็มีอันประสบเหตุเพทภัยจนต้องอาศัยอยู่ไม่ได้ตลอดเวลา เนิ่นนานพอควรกับการรอคอยจนได้พบได้กราบหลวงปู่คราแรก และกราบเรียนนิมนต์ท่าน ทว่าท่านปฏิเสธด้วยน้ำเสียงและถ้อยคำที่เมตตา

         " ปู่ว่ายังไม่ถึงเวลานะ ปู่คงจะยังไม่ไปหรอก"

         แม้ท่านจะไม่รับปาก หากเราได้นำความคิดไปกราบเรียนหลวงปู่เสน ปัญญาธโร เอาไว้ตามที่คิดหวัง

          จนกาลผ่านพ้นนานพอควร วันที่วาดหวังแล้วสมหวังก็มาถึง ในเวลาที่วันใกล้เข้าพรรษาอย่างมาก เมื่อหลวงปู่เสน ติดต่อมาบอกให้เรารีบขึ้นไปวัดป่าหนองแซงเพื่อนิมนต์หลวงปู่ พรม พรหมโขโต ท่านเพิ่งจะกลับจากธุดงก์และกำลังจะไปจำพรรษาที่อื่นในอีกไม่กี่วันนี้แล้ว

         จำได้ว่า เราแทบไม่รีรอแม้นาที รีบจัดเสื้อผ้าลงกระเป๋า ขึ้นรถขับห้อตะบึงไปบนเส้นทางกว่าหกร้อยกิโลเมตร และไม่ลืมที่จะจัดดอกไม้ธูปเทียนเตรียมไว้สำหรับกราบนิมนต์ท่านล่วงหน่้า

         รุ่งเข้าหลังภัตกิจ หลวงปู่เสนเอ่ยคำนิมนต์บอกให้หลวงปู่นั่งบนอาสนะรอบนศาลาก่อน แล้วบอกให้เราเจ้ากราบอาราธนานิมนต์ท่านด้วยตัวเอง

          เรากราบลงพร้อมส่งพานดอกไม้ธูปเทียน แต่ท่านยังไม่รับ แต่เอ่ยถามขึ้นเบาๆ "ทำไมเธอจึงนิมนต์ปู่?"        

          ไม่ยากต่อการหาคำตอบ เพราะได้ผ่านการขบคิดพิจารณามานานแสนนาน เราเล่าถึงปัญหาตลอดจนคำอธิษฐานขอให้มีพระอริยเจ้ากำเนิดขึ้นในวัดป่าชนะสงครามที่กำลังสร้างจะแล้วเสร็จในอีกไม่นานข้างหน้าถวายให้หลวงปู่ฟังอย่างไม่อำพราง สุดท้ายเราย้ำคำ

         "วันนี้ลูกไม่เห็นว่าจะมีใคร นอกจากหลวงปู่เท่านั้น ขอหลวงปูเมตตาด้วยครับ"

         ขณะที่เราตอบท่าน ได้เห็นชัดเจนถึงรอยรื้นที่ฉาบทอในดวงตาของท่านเล็กน้อยก่อนหายไป

         หลวงปู่นิ่งไปนับอึดใจ สุดท้ายท้ายจึงยื่นมือทั้งสองข้างออกมาขณะที่เรารีบยกพานดอกไม้ธูปเทียนวางลงบนมือท่าน ซึ่งท่านได้กล่าวอีกประโยคข้าชัด

          " ปู่รับนิมนต์เธอ แต่มีข้อแม้ว่า จะอยู่แค่พรรษาเดียวก่อน ถ้าเกิดปู่จะไปจากวัดวันไหนห้ามขัดขวาง และถ้าไม่พอใจปู่ห้ามขับไล่แค่บอกชาวบ้านไม่ให้ใส่บาตรปู่ก็ไปแล้ว"

         จำได้ว่าเวลาค่อยๆผ่านไปจนสามพรรษา ทุกครั้งท่านจะบอกเราเองโดยไม่ต้องเอ่ยถาม "ปู่อยู่ต่ออีกพรรษานะ "

          จนวันออกพรรษาที่สาม เราขับรถขึ้นวัด มุ่งตรงไปที่กุฏิของหลวงปู่ ท่านกำลังหันหลังยืนตากสบงที่ระเบียงหน้ากุฏิ เราก้มกราบขณะท่านหันกลับมามองและเราเงยหน้าขึ้นพอดี ท่านยิ้มกว้าง เอ่ยคำ.. "อ้าวมาแล้วหรือ?"

          ต้องบอกว่าเราแทบตะลึงงันในภาพที่เห็น ต้องบอกว่าเราเห็นใบหน้าของท่านสว่างใสอิ่มเอิบมีประกายเหมือนแสงออร่าแผ่ออกมาอย่างชัดเจนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

          จากนั้นท่านก็เอ่ยวาจาด้วยรอยยิ้ม ''ปู่มีเรื่องจะบอกเธอ "

          เราน้อมหูฟัง ขณะท่านเน้นคำ..ช้าๆชัดเจน

         " ปู่จะบอกว่า.. การพิจารณาการทำอะไรตามโลกนั้นไม่มีวันจบสิ้นได้เลย แต่การปฏิบัติตามธรรมที่พระพุทธเจ้าท่านสอนนั้น ปู่รับรองว่ามีวันจบสิ้นได้แน่นอน "

          เรากราบหลวงปู่ลงด้วยอาการน้ำตาคลอ เพราะทั้งภาพที่เห็นทั้งเสียงที่ได้ยินได้ฟังมันสะท้านเสทือนให้หัวใจอย่างรุนแรง กราบในขณะที่เปล่งคำสาธุการกึกก้องอยู่ในใจ

          จากนั้นอีกหลายคราที่ท่านเอ่ยแต่กาลที่ได้สนทนากับท่านโดยลำพัง..นั่นคือท่านนั้นได้พ้นสมมติไปแล้ว เช่น.. วันนี้ปู่ไม่ฉันในบาตรก็ได้นะ แต่ปู่ไม่ทำหรอกเพราะจะทำให้พระลูกพระหลานทำตามอย่างแล้วจะเกิดโทษ

         หลังจากนั้นไม่นาน.. วันหนึ่งท่านได้เอ่ยคำกับเราว่า..

         "ปู่ไม่ไปไหนแล้วนะ ปู่จะฝากกายสังขารในมือเธอ ปู่จะทิ้งร่างวางขันธ์ไว้ที่นี่นะ"

         วันนี้.. หลวงปู่ได้ทิ้งร่างวางขันธ์แล้ว และท่านทำอย่างที่ได้ลั่นวาจากับเราทุกประการ ท่านช่วยเป็นเนื้อนาบุญในทานทั้งปวง ท่านเคยปรารภเรื่องความรู้รักสามัคคีของชาวเราที่จะชนะทุกอุปสรรค ท่านเมตตาอบรมแก่มวลมิตรให้เราตามที่ได้ตั้งจิตอธิษฐานวอนขอเสมอมา ตราบถึงวาระสุดท้ายของท่านอย่างไม่มีคำว่าบกพร่อง

         ที่เหลือคือเราทั้งหลายนั่นแหละ ควรถามตัวเอง..

         "ได้ทำตามธรรมที่ท่านพร่ำสอนมานานสิบกว่าปีนั้นแล้วหรือยัง? "

กราบหลวงปู่ด้วยรักและเคารพยิ่ง
#ภูเตศวร
........


1 ตอบกลับ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

คัดลอกจากเพจ ภูเตศวร เลอไท ทับไทฟ้า

เมื่อวันที่ 18 กันยายน เวลา 11:10 น.


ตอบ
แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com