
พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี)
นามเดิม * เทสก์ เรี่ยวแรง เป็นบุตรของนายอุส่าห์ และนางครั่ง เรี่ยวแรง
เกิด * วันเสาร์ที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๔๕ ตรงกับวันแรม ๔ ค่ำ เดือน ๕ ปีขาล ณ บ้านนาสีดา ตำบลกลางใหญ่ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี

บรรพชา * ก่อนที่หลวงปู่เทสก์จะบรรพชานั้น ท่านได้อยู่ปฏิบัติอุปัฏฐาก หลวงปู่สิงห์ ขนฺตฺยาโน เมื่อคราวที่หลวงปู่สิงห์ได้เดินธุดงค์ มายังวัดบ้านนาสีดา อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ท่านก็ได้ชวนหลวงปู่เทสก์ไปด้วย จนถึงเมืองอุบลราชธานี จึงได้ บรรพชาเป็นสามเณร เมื่ออายุได้ ๑๘ ปี ที่บ้านเค็งใหญ่ จังหวัดอุบลราชธานี มีพระอาจารย์หลุยเป็นพระอุปัชฌาย์
อุปสมบท * วันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ ณ วัดสุทัศนาราม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีพระมหารัตน์ รฏฐปาโล ( ป.ธ. 4 ) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระมหาปิ่น ปญฺญาพโล เป็นพระกรรมวาจาจารย์

พรรษา แรก หลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาโน ได้พาท่านและพระภิกษุอีกหลายรูปออกเดินทางไปนมัสการกราบท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร ที่บ้านค้อ อำเภอบ้านผือ ขณะนั้นท่านพระอาจารย์เสาร์ก็อยู่พร้อม ทำให้ท่านและพระภิกษุที่มาพร้อมกันนั้นได้กราบนมัสการท่านทั้งสองเป็นครั้งแรก

พรรษา ๑๑ ปี พ.ศ. ๒๔๗๖ หลวงปู่เทสก์ เทสก์รํสี และหลวงปู่อ่อนสี สุเมโธ พากันออกเดินทางไปพบท่านพระอาจารย์มั่น ซึ่งอยู่ที่ป่าเมี่ยง แม่ปั๋ง หลวงปู่เทสก์ได้กราบเรียนท่านพระอาจารย์มั่นว่า “ ที่ต้องตามหาท่านพระอาจารย์มั่นในครั้งนี้ ด้วยจุดประสงค์อยากจะมาขอความกรุณาให้ท่านพระอาจารย์ได้ช่วยแก้อุบายภาวนาให้ เพราะกระผมได้คิดและได้ศึกษาจากหมู่คณะมามากแล้ว เห็นว่านอกจากท่านแล้ว คงไม่มีใครแก้อุบายนี้ของกระผมได้” ซึ่งท่านพระอาจารย์มั่นได้เล่าถึงการที่ท่านได้อบรมสานุศิษย์มาแล้ว เป็นทำนองให้ หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี และ หลวงปู่อ่อนสี สุเมโธ ทบทวนดูหมู่เพื่อนที่ท่านอบรมมาว่า “ถ้าองค์ไหนดำเนินตามรอยของผมจนชำนิชำนาญมั่นคง องค์นั้นย่อมเจริญก้าวหน้า อย่างน้อยก็คงตัวอยู่ได้ตลอดรอดฝั่ง ถ้าองค์ไหนไม่ดำเนินตามรอยของผม องค์นั้นย่อมอยู่ไม่ทนทาน ต้องเสื่อมหรือสึกไป ผมเองหากมีภาระมากยุ่งกับหมู่คณะ การประกอบความเพียรไม่สม่ำเสมอ เพ่งพิจารณากายคตาไม่ละเอียด จิตใจก็ไม่ค่อยจะปลอดโปร่ง การพิจารณาอย่าให้จิตหนีออกนอกกาย อันนี้จะชัดเจนแจ่มแจ้งหรือไม่ก็อย่าได้ท้อถ่อย เพ่งพิจารณาอยู่ ณ ที่นี่ละ จะพิจารณาให้เป็นอสุภะหรือให้เห็นเป็นธาตุก็ได้ หรือจะพิจารณาให้เห็นเป็นขันธ์ หรือให้เห็นเป็นไตรรัตน์ได้ทั้งนั้น แต่ให้พิจารณาเพ่งลงมาเฉพาะในเรื่องนั้นจริงๆ ตลอดอิริยาบถทั้งสี่ แล้วก็มิใช่ว่าเห็นแล้วก็จะหยุดเสียเมื่อไร จะเห็นชัดหรือไม่ชัด ก็พิจารณาอยู่อย่างนั้นแหละ เมื่อพิจารณาอันใดชัดเจยแจ่มแจ้งด้วยใจตนเองแล้ว สิ่งอื่นนอกนี้จะมาปรากฏชัดในที่เดียวกันดอก” ท่านบอกว่าอย่าให้จิตมันรวมเข้าเป็นภวังค์ได้

พรรษา ๑๓ จำพรรษาที่หมู่บ้านมูเซอ ( บ้านปู่พญา พ.ศ. ๒๔๗๘ ) จน พ.ศ. ๒๔๘๒ ท่านได้ย้อนมาจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าอรัญญาวาสี อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ๙ พรรษา ได้อบรมพระเณรอุบาสกและอุบาสิกา อย่างเต็มกำลังความสามารถ จากนั้นย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ๒ พรรษา พอออกพรรษา ท่านได้ข่าวเรื่องการอาพาธของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร จึงได้ลาญาติโยมไปเยี่ยมท่านพระอาจารย์มั่นที่บ้านหนองผือ อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร และได้อยู่ปฏิบัติพยาบาลรักษาท่านจนถึงวันที่ท่านมรณภาพ หลังจากการถวายเพลิงศพท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร สำเร็จลงด้วยความเรียบร้อยแล้ว ท่านได้เดินทางไปเผยแผ่ธรรมะทางจังหวัดภาคใต้ และได้ตั้งวัดธรรมยุตขึ้นเป็นครั้งแรกที่จังหวัดภูเก็ต ท่านจำพรรษาอยู่ที่นั้นนานถึง ๑๕ ปี จึงเดินทางกลับมาจำพรรษาอยู่ที่ภาคอีสาน โดยได้แวะเยี่ยมพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ที่อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร ท่านได้จำพรรษา ณ วัดถ้ำขามของพระอาจารย์ฝั้นนาน ๑ พรรษา หลังจากออกพรรษาแล้ว ใน พ.ศ. ๒๕๐๘ ท่านได้เดินทางไปจำพรรษาอยู่ที่วัดหินหมากเป็ง เป็นการถาวร จนกระทั่ง วันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ ท่านได้ ตัดสินใจลาหมู่คณะและญาติโยมออกจากวัดหินหมากเป้ง เพื่อไปพำนัก ณ วัดถ้ำขาม บนเทือกเขาภูพาน จังหวัดสกลนคร หลังจากมาอยู่พำนักที่นี้แล้ว สุขภาพของท่านค่อยฟื้นตัวดีขึ้นเป็นลำดับ ท่านจึงตัดสินใจอยู่จำพรรษา ณ วัดถ้ำขามต่อไป

สมณศักดิ์ * วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ยติคณิสสร บวรสังฆาราม อรัณยวาสี

มรณภาพ * ท่านอาพาธหนักครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ และได้ถึงแก่มรณภาพด้วยอาการสงบ เมื่อเวลา ๒๑ นาฬิกาเศษของวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ ณ วัดถ้ำขาม อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร สิริรวมอายุได้ ๙๒ ปี ๗ เดือน ๒๑ วัน พรรษา ๗๑
“ธรรมทั้งหลายมีอยู่ที่ตัวเราทุกคน ผู้รู้ธรรมคือใจ ที่จะรู้มาก รู้น้อย หยาบ ละเอียด ก็แล้วแต่ความสามารถ บุญบารมี หรือการอบรม ของแต่ละบุคคล”
“ผู้ใดทำใจให้ถึงความเป็นกลางได้ ผู้นั้นจะพ้นจากทุกข์ทั้งปวง”
( พระราชนิโรธรังสี)

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com
