พระอาจารย์ ฝั้น อาจ...
 
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

พระอาจารย์ ฝั้น อาจาโร by ภูเตศวร

9 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
10 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#58]

หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

นามเดิม ฝั้น สุวรรณรงค์ เป็นบุตรของเจ้าไชยกุมาร(เม้า) และนางนุ้ย สุวรรณรงค์

ท่านเกิดเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๔๒ ตรงกับวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๙ ปีกุน ณ บ้านม่วงไข่ ตำบลพรรณา อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร

บรรพชา

ประมาณ พ.ศ. ๒๔๖๑ ตรงกับปีมะเมีย อายุ ๑๙ ปี ที่วัดโพนทอง บ้านบะทอง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร มีท่านอาญาครูธรรม เป็นพระอุปัชฌาย์

อุปสมบท

พ.ศ. ๒๔๖๒ อายุ ๒๐ ปี ณ วัดสิทธิบังคม บ้านไฮ่ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร โดยมีพระครูป้อง เป็นพระอุปัชฌาย์

ญัตติเป็นพระธรรมยุต

วันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๖๘ ณ วัดโพธิสมภรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โดยมีพระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระรถ เป็นพระกรรมวาจา พระมุก เป็นพระอนุสาวนาจารย์


8 ตอบกลับทั้งหมด
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

          ท่านมีอุปนิสัย สุขุม เยือกเย็น กว้างขวาง มีความขยันหมั่นเพียร อดทนต่ออุปสรรค หนักเอาเบาสู้ มีความแตกฉานในการเขียนจาร อ่านหนังสืออักษรตัวธรรม มีความเฉลียวฉลาด กิริยามารยาทเรียบร้อย ท่านเล่าว่า หนังสือนวโกวาท ท่านท่องจบสวดปากเปล่าได้ทั้งเล่ม ท่านเป็นศิษย์องค์สำคัญแห่งกองทัพธรรมของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร ท่านได้บูรณะวัดและซ่อมแซมกุฏิที่วัดป่าธาตุนาเวง (วัดป่าภูธรพิทักษ์) จังหวัดสกลนคร และสร้างพระพุทธรูปบนหน้าผาร่วมกับพระอาจารย์อ่อน ญาณสิริ และพระครูอุดรมธรรมคุณ ที่สำนักสงฆ์ถ้ำพระ พ.ศ. ๒๔๙๖ ท่านได้ค้นหา “ถ้ำขาม” ตามนิมิต ตั้งแต่พรรษาที่ ๔๐ – ๕๒ เป็นต้นมา (พ.ศ.๒๕๐๗ – ๒๕๑๙) ได้จำพรรษา ณ วัดป่าอุดมสมพร อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

          เมื่อพระภิกษุฝั้น อาจาโร ได้อุปสมบท และได้ศึกษาปฏิบัติอยู่กับท่านพระอาญาครูธรรม เป็นเวลา ๒ ปี ครั้นถึงเดือน ๓ ข้างขึ้น ปีพุทธศักราช ๒๔๖๓ อาญาท่านพระอาจารย์มั่นภูริทตฺตเถร พร้อมด้วยพระภิกษุสามเณรหลายรูป ออกเที่ยววิเวกเดินธุดงค์มาถึงบ้านม่วงไข่ ตำบลพรรณา จังหวัดสกลนคร ได้เข้าไปพักปักกลดอยู่ในป่า อันเป็นป่าช้า ข้างบ้านม่วงไข่ (ปัจจุบันที่ตรงนั้น ได้สร้างเป็นวัดแล้ว ชื่อว่า วัดป่าภูไทสามัคคี) ส่วนญาติโยมชาวบ้านม่วงไข่ คอยฟังธรรมคำอบรมจากท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร สำหรับพระภิกษุที่ไปร่วมฟังด้วยในคราวนั้น มีพระอาญาครูดี พระภิกษุฝั้น อาจาโร พระภิกษุกู่ ธมฺมทินฺโน ได้มีใจเลื่อมใสศรัทธา ชวนกันออกไปฟังพระธรรมเทศนาอบรมธรรมปฏิบัติด้วย

          ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร ท่านได้แสดงธรรมเทศนาสั่งสอนเริ่มตั้งแต่ “การให้ทาน การรักษาศีล ตลอดถึงการภาวนา ว่ามีผลานิสงส์มาก แต่การที่ผู้ให้ทาน รักษาศีล ไหว้พระฟังธรรม กระทำเจริญกัมมัฏฐานการภาวนา ที่ไม่ได้อานิสงส์ผลมากขึ้น เพราะพวกเรายังมีความเห็นผิด มีความนับถือ และเชื่อถือผิดจากทางธรรมที่พระพุทธองค์นำพาสาวกประพฤติปฏิบัติมา


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

          พระอาจารย์มั่นได้กล่าวถึงคุณของพระรัตนตรัยว่า “เชื่อมั่นในคุณพระรัตนตรัย คือ คุณพระพุทธเจ้า คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ แล้วกราบไหว้บูชาทุกวันทุกเวลา อย่างนี้เราก็พึ่งได้ เพราะที่พึ่งของเรามีแล้ว เราทำบุญให้ทานการกุศลใดๆ ย่อมได้ผลอานิสงส์มาก เราอยู่ในชาติใด ภพใด เราก็ได้อาศัยซึ่งบุญกุศลที่ตนได้ทำไว้แล้ว เป็นที่พึ่งอาศัย บำรุงตกแต่ง คุ้มครองรักษา กาย วาจา ใจ ให้พ้นภัยอันตราย มีแต่ความสุขกายสบายใจ เราจะปรารถนาสิ่งใด ก็ย่อมได้บรรลุถึงซึ่งความสำเร็จ เพราะมีผู้ได้รับความสำเร็จมากต่อมาก นับจำนวนไม่ได้ ทั้งในอดีตและปัจจุบันมาแล้ว อย่างนี้พวกเราต้องการไม่ใช่หรือ เมื่อเราต้องการแต่เราไม่ทำ เราจะได้หรือไม่ได้ถ้าเราไม่ทำ ได้จำเพาะผู้ที่ได้ทำไว้แล้วเท่านั้น ข้อนี้ควรจำไว้ให้ดี”

          พระอาจารย์มั่น ยังอบรมต่อ “ไป๊ ไปผู้เดียวนั่นแหละจะได้กำลังจิต จักได้ฝึกจิตให้มีความกล้าหาญให้เป็นนักต่อสู้ เพื่อเอาชัยชนะกับกิเลสตัณหา สัญญาพญามารที่มีสันดานบาปหยาบช้าทารุณ ก่อกวนจิตใจให้หมกมุ่นลุ่มหลงอยู่ในใต้อำนาจของมัน โน้นภูเขา ป่าช้า ป่าชัฏ เป็นที่สงบสงัด มีน้ำใสสะอาดเป็นที่ปราศจากคนไปมาพลุกพล่าน ไปเถอะไปคนเดียวเที่ยวอยู่วิเวกประกอบความเพียร เจริญสติ สมาธิ ปัญญา ศรัทธา วิริยะ อันเป็นพละของใจให้เข้มแข็ง จิตใจจะได้มีกำลังกล้าหาญ องอาจ ชาญชัย ขับไล่พญามารพร้อมทั้งลูกสาวและเสนามาตย์ให้หมดอำนาจพินาศขาดสูญไป จิตใจก็จักได้มาซึ่งความสงบสุขอย่างยิ่ง หมดจดสงบระงับดับจากสิ่งก่อกวนอย่างนี้แล


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

          พระอาจารย์ฝั้น ได้ฟังธรรมคำชี้แจงแสดงสอนแนะแนวทางปฏิบัติ ให้เห็นชัดจะแจ้งเจาะจงตรงถึงจิตใจ ของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร ในคราวครั้งนั้นทำให้ท่านได้เพิ่มกำลังใจในความเชื่อมั่นต่อธรรมะปฏิบัติ ท่านจึงได้ปรารภในใจตัวเองว่า “ต่อไปนี้เราจะต้องปฏิบัติอย่างเอาจริงเอาจัง เอาชีวิตเป็นเดิมพัน เป็นเครื่องประกันการปฏิบัติเพื่อให้ได้ถึงอรรถถึงธรรม ด้วยความเพียรพยายามอย่างถูกต้อง ตามทางพระอริยะที่ท่านได้พาดำเนินมา”

          พระอาจารย์ฝั้นท่านได้พักอยู่ทำความเพียร ที่ถ้ำพระบดอย่างยิ่งยวดเต็มตามกำลังศรัทธาที่ได้ลาท่านพระอาจารย์มั่นมาเพื่อการปฏิบัติ ได้รับความสงบสงัดขจัดสิ่งก่อกวนชวนให้ใจไม่สงบได้อย่างสมภูมิ อยู่ที่นั้นประมาณกึ่งเดือนจึงได้พาสามเณรน้อยออกเดินธุดงค์ ข้ามแม่น้ำโขงไปสู่เขตแดนประเทศลาว ครั้นได้ข้ามไปอยู่ฝั่งดินแดนประเทศลาวแล้วเกิดการขัดข้อง เพราะไม่มีหนังสือสุทธิและหนังสือเดินทาง ฝรั่งเศสผู้เป็นนายปกครองประเทศลาวกำลังเข้มงวดกวดขันคนเข้าเมืองมาก ท่านจึงคิดเปลี่ยนทางกลับประเทศไทย เดินธุดงค์ตรงไปหาท่านพระอาจารย์มั่น เมื่อพระอาจารย์ฝั้น เข้าไปกราบท่านพระอาจารย์มั่น เรียบร้อยแล้วได้ปราศรัยให้เป็นเหตุระลึกนึกถึงกันแล้ว ท่านพระอาจารย์มั่น ได้พูดเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่พระอาจารย์ฟั่นและสามเณรว่า “ดีแล้วที่พวกท่านได้ผีและเสือมาเป็นอาจารย์ สอนให้รู้เท่าจิตที่มันหลงผลิตความกลัวขึ้นมาหลอกตัวเอง เห็นความโง่เขลาของจิตที่คิดปรุงหลงงมงายหมายมั่นสำคัญผิด คิดว่าเป็นความจริงหลอกตัวเองให้กลัว ไม่กล้าที่จะประกอบความพากความเพียรเหมือนอย่างบางคนที่เขากลัวกัน ผีกับเสือ ถ้าเราเชื่อกรรมดีที่มีอยู่ในตัว ความกลัวก็ไม่มีปัญหา แต่ความกลัวก็มีประโยชน์อยู่บ้างเหมือนกัน ถ้าเรากล้าต่อสู้กับมันแล้วก็จะกลับมาอบรมจิตใจ ให้สงบแน่วแน่ตั้งมั่นเป็นสมาธิเกิดปีติขึ้นมาฆ่าความกลัวดับลงอย่างราบคาบ จากนั้นเราก็จักได้เร่งเจริญดำเนินความเพียรติดต่อโดยไม่หยุดยั้ง เพื่อบรรลุถึงธรรมที่เรายังไม่ได้บรรลุ เพื่อให้ได้ถึงธรรมที่เรายังไม่ถึง”


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

          ท่านอยู่กับพระอาจารย์มั่น พอได้อุบายจากการฟังธรรมจดจำนำออกไปปฏิบัติได้แล้ว จึงได้กราบลาท่านพระอาจารย์มั่น ออกเดินธุดงค์ไปทางอำเภอวาริชภูมิแต่เพียงลำพังผู้เดียว พอไปถึงบ้านหนองแสง เกิดป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ อาการหนักมาก ทำให้จิตใจกระสับกระส่าย

          ขณะกำลังเดินธุดงค์อยู่นั้น ท่านได้มองไปเห็นหมาแทะกระดูกควายตายด้วยโรคระบาดอยู่ พอท่านเดินเข้าไปใกล้หมาก็วิ่งหนี พอท่านออกไปยืนดูอยู่แต่ไกลมันก็กลับเข้าไปแทะอีก ท่านได้ยืนพิจารณายกเอาเรื่องหมาหวงกระดูกควายตายด้วยโรคระบาดมาวิจารณ์ตัวเองว่า เรานี้ก็มาหลงยึดถือหวงแหนท่อนกระดูกในตัวเองนี้ ยิ่งมากกว่าหมาที่มันหวงกระดูกควายตายนี้เป็นไหนๆ เสียอีก หมาที่มันแทะกระดูก มันยังได้กลืนน้ำลายของมันที่ได้ประสมกับรส กลิ่น ของกระดูกอยู่บ้างพอให้เกิดความชื่นใจ ส่วนเราได้อะไรบ้างจากโครงกระดูกที่เราหวงแหนแบกหามอยู่ตลอดเวลา นี่ชาติ นี่ชรา นี่พยาธิ นี่มรณะ เห็นไหม สิ่งเหล่านี้ มีมาจากไหน อาศัยอะไรเป็นที่เกิด ไม่ใช่มันมาจากโครงกระดูกและมันอาศัยเกิดอยู่ที่โครงกระดูกนี้เองมิใช่หรือ ใจเราที่ได้รับทุกข์ โทมนัส ฟุ้งซ่าน ไม่เป็นอันอยู่ อันกิน หลับนอน ที่เรากำลังได้รับอยู่เวลานี้ มันมาจากไหนเล่า ไม่ใช่มาจากชรา พยาธิ มรณะที่มีอยู่เต็มทั่วไปในโครงกระดูกของร่างกายอันนี้ดอกหรือ หมามันหลงหวงซากกระดูกควายตายจากโรคห่ามันก็ยังวางปล่อยทิ้งวิ่งหนีได้ แต่เรานี่หนา ยิ่งโง่กว่าหมาเสียอีก หลงรักหลงหวงแหน หลงนอนกอดนอนซมงมอยู่ตลอดเวลา นอกจากทุกข์แล้วเราไม่เห็นว่าเราได้อะไรจากการแบกโครงร่างอันเป็นภาระอันหนักนี้เลย อย่างไรเราจำต้องรีบเร่งประกอบความเพียงอย่างหนักต่อสู้ หัวเด็ดตีนขาดไม่ถอยหนี

          ท่านได้ทำความเพียรค้นคว้าพิจารณาอยู่ไม่นานจิตรวมสงบลงอย่างแน่นหนา จากนั้นมาอาการป่วยด้วยไข้หวัดก็หาย ร่างกายกลับปกติ

          การป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ของพระอาจารย์ฝั้น ในคราวนั้น ทำให้ท่านได้รับผลประจักษ์เป็นกำลังใจอย่างน่าอัศจรรย์ ท่านได้บำบัดทุกขเวทนาอันกล้าแข็งด้วยธรรมโอสถ มีสติ วิริยะ ธัมมวิจยะ มาเป็นองค์ประกอบ เพ่งภาวนาบำเพ็ญความเพียรและอุบายที่ได้จากการไปเห็นหมาแทะกระดูกควายตายด้วยโรคระบาดมาเป็นเครื่องมือเตือนสติอบรมจิต จึงได้ความสลดสังเวชเบื่อหน่ายคลายความลุ่มหลง ปลงอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จิตมีกำลังกล้าโดยปัญญาอันแหลมคม สามารถตัดสิ่งก่อกวนกีดกันทางลงอย่างราบคาบ ได้มองเห็นฝั่งทางดิ่งตรงไปอย่างถูกต้องสิ้นสงสัย ท่านได้คิดรำพึงระลึกถึงท่านพระอาจารย์มั่นว่า เราควรจะอยู่ใกล้ชิด เป็นลูกศิษย์ติดตามฝึกหัด ปฏิบัติตามท่านไปอย่าได้ออกห่าง จึงได้เดินธุดงค์กลับไปนมัสการพระอาจารย์มั่นอีกครั้ง เมื่อไปถึงกราบท่านอาจารย์มั่นเสร็จ ท่านก็เกิดความอัศจรรย์ใจอีกครั้ง เพราะท่านพระอาจารย์มั่นได้หัวเราะก้ากขึ้นมาทันใด แล้วกล่าวกับพระอาจารย์ฝั้นว่า “ท่านฝั้น ครั้งก่อนได้ยินเสือร้อง จิตใจถึงสงบ มาครั้งนี้ได้หมาแทะกระดูกเป็นอาจารย์เข้าอีกแล้ว จึงมีสติรอบรู้ในอรรถในธรรม ท่านฟั่นถือเอาหมาแทะกระดูกเป็นอุบายอันแยบคาย สำหรับเปลี่ยนจิตใจให้สงบจนสามารถทำให้เห็นแจ้งในธรรมนั้นได้ถูกต้อง ชื่อว่าศิษย์ของพระพุทธองค์โดยแท้ การเห็นอะไรแล้วน้อมนำเข้ามาพิจารณาภายในจิตเช่นนี้เป็นการกระทำที่ชอบแล้ว”


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

          ต่อมาภายหลังพระอาจารย์ฝั้นดำริว่า เรายังเป็นพระนานาสังวาส ไม่อาจร่วมสังฆกรรม ทำสังฆกิจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ ถ้าพระอาจารย์มั่นมีความเมตตารับเราเอามาเข้าญัตติ เป็นพระในคณะธรรมยุตินิกาย เราก็จะได้มีสังวาสเสมอเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับท่านและคณะของท่าน จะได้อยู่ใกล้ชิด ออกธุดงค์ติดตามไปกับท่านด้วย คิดดังนี้จึงกราบเรียนกับพระอาจารย์ขอญัตติเปลี่ยนเป็นพระธรรมยุต พระอาจารย์มั่นตกลงรับ เพราะทราบนิสัยอันมีศรัทธาเลื่อมใสของพระอาจารย์ฝั้นเป็นอย่างดี

          ในที่สุดพระอาจารย์ฝั้นได้ญัตติเป็นพระธรรมยุต ในปีพ.ศ. ๒๔๖๘ และได้จำพรรษาอยู่กับพระอาจารย์มั่น ที่วัดอรัญวาสี จังหวัดหนองคายในระยะหนึ่ง จากนั้นก็ออกแสวงหาธรรมด้วยความเพียรพยายาม เพื่อก้าวสู่ความพ้นทุกข์ จากการที่พระอาจารย์ฝั้นได้รับการอบรมสั่งสอน จากพระอาจารย์มั่นอย่างละเอียดลออ อีกทั้งยังเป็นพระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ปฏิบัติตรงอย่างยิ่ง ท้ายสุด ท่านได้ก้าวสู่ความเป็นพระอริยสงฆ์จบสิ้นพรหมจรรย์ ถือเป็นพระอรหันตเจ้าอีกรูปหนึ่ง ในสายพระกรรมฐาน และยังได้รับการยกย่องจากหลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถร ผู้เป็นอาจารย์ใหญ่ว่า พระอาจารย์ฟั่นเป็นผู้มีจิตที่เข้มแข็งและว่องไวที่สุดในบรรดาศิษย์ของท่าน


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

          พระอาจารย์ฝั้น ถึงกาลมรณภาพ ดับขันธ์สู่นิพพาน ในวันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๐ ณ วัดป่าอุดมสมพร อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร สิริรวมอายุได้ ๗๗ ปี ๔ เดือน ๑๕ วัน พรรษา ๕๒


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

หลวงปู่เป็นพระภิกษุสงฆ์รูปแรกที่ภูเตศวรกราบ และแอบคิดเองว่าท่านเป็นพระอาจารย์องค์แรกในชีวิตด้วยศรัทธา


ตอบ
แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com