
วันตรุษ
ตรุษ แปลว่า ยินดี หมายถึงยินดีที่มีชีวิตยั่งยืนจนถึงวันนี้ จึงจัดพิธีแสดงความยินดี ด้วยการทำบุญ เพื่อเตือนไม่ให้ประมาทในชีวิต
บางตำราบอกว่า ตรุษ แปลว่า ตัด หรือขาด ซึ่งคงหมายถึง การตัดขาดจากปีเก่าให้ขาดไปเพื่อเริ่มต้นปีที่ย่างเข้ามาใหม่ บ้างก็หมายถึง กำหนดวันสิ้นปีด้วยค่ะ จะเขียนว่า ตรุษณ์ ตรุษน์ หรือ ตรุษ ก็ได้อีกนั่นแหละ ถูกทั้งนั้นค่ะ
เดือนมกราปีนี้ เราเฉลิมฉลอง เนื่องในโอกาสครบการกำหนดสิ้นปี และต้อนรับปีใหม่สากลตามสุริยคติไปแล้ว เมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา
ต้นเดือนหน้า (กุมภาพันธ์) เรายังมีเทศกาลแสดงความยินดีที่ปีเก่าขาดไป ปีใหม่มาแทนที่ของชาวจีน ตามปฏิทินจันทรคติอีกวันที่เรียกกันว่า ตรุษจีน ไงคะ
แม้เม้าเคยสงสัยว่า ปีใหม่ กับตรุษ ต่างกันอย่างไร จึงขอนำข้อสงสัยนี้มาเขียนสักครั้ง เผื่อสำหรับท่านผู้อ่านที่อาจเคยคิดสงสัยเหมือนแม่เม้าจะได้ประโยชน์บ้าง
ปีใหม่เป็นเทศกาลที่มีความหมายสำหรับจิตใจมนุษย์มาก เพราะทุกคนมีความเชื่อสอดคล้องต้องกันเป็นสากลว่า การขึ้นปีใหม่ เป็นการสลัดของเก่าทิ้งไปเพื่อรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต ทั้งวัตถุ สิ่งของที่เป็นเรื่องภายนอก และความรู้สึกภายในจิตใจ
ชาวโรมันกับชาวเยอรมันโบราณ เชื่อกันว่า ปีใหม่เป็นวันสลัดความยุ่งยาก ความเหนื่อยอ่อนที่มีอยู่เก่าๆนั้นทิ้งไป แล้วรับเอาสิ่งใหม่ๆที่ดี เข้ามา
ชาวอิหร่านถือว่า ปีใหม่เป็นสัญญลักษณ์แห่งการเกิดใหม่ของสรรพสิ่งทั้งหลาย เป็นวันเฉลิมฉลองชัยชนะของพระสุริยเทพ ของธรรมชาติ และของมวลมนุษยชาติด้วย
ชาวเผ่าซูลในแอฟริกา นิยมกินเลี้ยงด้วยผลไม้ที่ผลิผลเป็นครั้งแรก
อินเดียนแดงแดงเผ่าจีโรกี เผาเสื้อผ้า และเครื่องใช้เก่าๆทิ้งไป ดับไฟกองเก็บกวาดขี้เถ้าทิ้ง แล้วก่อไฟกองใหม่ นุ่งห่มเสื้อผ้าชุดใหม่ กินอาหารสุกใหม่ เหมือนกับชาวอังกฤษโบราณ ที่พากันกวาดปล่องไฟให้สะอาด เพื่อต้อนรับโชคดีๆ ที่จะลงมาตามปล่องไฟในวันปีใหม่
ญี่ปุ่น จีน และประเทศแถบเอเซีย ก็มีความเชื่อในแนวเดียวกัน มีการปัดกวาดบ้านเรือนให้สะอาด ก่อไฟกองใหม่รวมความว่าทุกอย่างต้องเป็นของใหม่และสะอาดเอี่ยมอ่อง ยกเว้นข้อสำคัญคือ อย่าหาญคิดมีเมียใหม่ มิฉะนั้นคุณนั่นแหละที่ต้องไปเกิดใหม่โดยไม่ได้ตั้งใจ
วันตรุษจีนตามคติไทย ก็คือเทศกาลที่กำหนดเป็นประเพณี เพื่อทำบุญรื่นเริงในท้องถิ่นเมื่อสิ้นปี โดยนับวันตามจันทรคติ ตั้งแต่ แรม 14 ค่ำ เดือน 4 ถึงขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ติดกับวันสงการนต์ เรียกว่า ตรุษไทย ปกติจะจัด 3 วัน
วันแรก คือแรม 14 ค่ำ เป็นวันจ่าย คือ จับจ่ายซื้อของกิน ของใช้สำหรับวันตรุษ
วันกลาง คือแรม 15 ค่ำ เป็นวันทำบุญตักบาตร เลี้ยงพระ ฟังเทศน์ ตลอดจนมีการละเล่นไปจนถึงวันสุดท้ายคือ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5
ปัจจุบันเรานิยมรวบยอดมาทำบุญ และเล่นสนุกสนานในวันสงกรานต์เสียที่เดียว แล้วรวมเรียกกันว่า วันตรุษสงกรานต์
สมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ สันนิษฐานว่าเราได้แบบอย่างพิธีตรุษมาจากลังกาซึ่งเดิมเป็นพิธีในราชสำนักไทย เรียกกันว่าพระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์ (แปลว่า สิ้นปี หรือ ขาดปี)
ในวันพระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์ มีการจัดการเครื่องสักการบูชาพระรัตนตรัย นิมนต์พระสงฆ์มาสวด 3 วัน วันสุดท้ายจึงได้ประกาศเทวดา แล้วแผ่ส่วนกุศลให้ทั้งเทวดา ยักษ์ นาค กุมภัณฑ์ บรรดาอมนุษย์ทั้งหลาย ตลอดจนสัตว์เดรัจฉาน เพื่อขอพรให้บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข
กลางคืนมีการสวดอาฎานาฏิยสูตรซ้ำๆ กันตลอดคืน ที่ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่าสวดภาณยักษ์นั่นแหละค่ะ
จุดประสงค์ก็เพื่อระงับภัยอันตรายแก่ราษฎรทั่วราชอาณาจักร เชื่อกันว่าสวดเป็นการขู่ตวาดผีให้ตกใจกลัว แล้วยิงปืนสำทับอีกที
พิธีตรุษจีนของไทยถือปฏิบัติสืบเนื่องมาแต่สุโขทัย ผ่านการวิวัฒน์ ดัดแปลง แก้ไข จนถึงรัชกาลที่ 5 มีทีท่าว่าจะเลิกไป แต่พระองค์ทรงมีพระราชดำริว่ายังมีคนเชื่อถือ และเกรงฤทธิ์อำนาจภูตผีกันอยู่มาก ถ้าเกิดเหตุเภทภัยขึ้น ประชาชนก็จะกล่าวโทษรัฐบาลได้ จึงทรงระงับไว้ชั่วคราว
ต่อมาเมื่อเห็นกระแสความเชื่อลดลง พิธีตรุษของหลวงก็ลดลงและยกเลิกไปในปี พ.ศ.2480 แล้วกลายมาเป็นพิธีตรุษของราษฎรไป ที่รู้จักกันดีก็คือ การสวดภาณยักษ์ในปัจจุบันซึ่งไม่จำเป็นต้องทำในวันตรุษเหมือนเดิม แต่มักจะขึ้นอยู่กับความสะดวก และเหมาะสมของทางวัดมากกว่าอย่างอื่น
สำหรับปีใหม่ของชาวจีน ตามที่เกริ่นมาแต่ต้นนั้นตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือนอ้าย ตามจันทรคติ อันเป็นช่วงของวันย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิที่สดชื่นแจ่มใสของปี
วันสิ้นปี เรียกว่า ตื่อเส็ก (แรม 14 หรือ 15 ค่ำ เดือน 12) เป็นวันสุกดิบอันเป็นวันก่อนวันตรุษจีน 1 วัน ถือว่าเป็นวันไหว้ เพราะสมาชิกในครอบครัวจะจัดอาหารหวานคาว ไหว้เจ้าและเซ่นบรรพบุรุษ
คืนวันไหว้ ทุกคนนั่งล้อมวงรับประทานอาหารร่วมกัน เรียกว่า อุ่ยโล้ว แปลว่ารอบกองไฟ เนื่องจากเป็นช่วงของฤดูหนาวต่อฤดูใบไม้ผลินั่นเอง
คืนนั้นทุกคนจะไม่ยอมนอน เพื่อเฝ้าดูปีเก่าที่ค่อยๆจากไป แล้วต้อนรับปีใหม่เข้ามา
เด็กๆกับลูกจ้างชอบวันนี้มาก ผู้ใหญ่เตรียมซองแดง หรือกระดาษแดงบรรจุเงิน คือ อั่งเปา แจกลูกหลานกับแจก แต๊ะเอีย เพื่อบำเหน็จรางวัลแก่ลูกจ้างทุกคนตามความขยันขันแข็ง เป็นการอวยพรให้มีโชคลาภในวันปีใหม่ เพราะสีแดงของซองเป็นสัญญาลักษณ์แห่งการมีอายุยืน และโชคลาภ
รุ่งขึ้นคือวันปีใหม่ ชิวอิก ( ชิวอิด ) ตรงกับขึ้น 1 ค่ำ เดือนอ้าย ทุกคนช่วยกันประดับกระดาษแง เขียนคำอวยพรสำหรับปีใหม่ เรียกว่า ตุ้ยลิ้ง มีการไหว้เจ้าเว่นบรรพบุรุษ แต่งกายด้วยชุดใหม่ที่สวยงาม
วันนี้เรียกอีกอย่างว่า วันถือ ใครพบใครต้องอวยชัยให้พรแก่กันและกัน ห้ามกล่าวคำอัปมงคล มีการเฉลิมฉลองด้วย ประทัด ดอกไม้ไฟ เต้นสิงโต และแห่เทวรูป
ผู้ใหญ่ไปอวยพร เยี่ยมเยียนญาติมิตร ผู้เยาว์กล่าวคำมงคลให้แก่ผู้ใหญ่แต่ละครั้ง ก็จะได้รับ อั่งเปา เป็นเงินของขวัญวันตรุษจีนตอบแทนเสมอ
วันที่ 2 คือ วันชิวหยี่ ยังคงมีการเยี่ยมเยียนอวยพร ไหว้ศาลเจ้า และบรรพชนอย่างต่อเนื่อง
วันที่ 3 คือ วันชิวซา เรียกกันว่า เป็นวันส่งความยากจน จึงยุติการไปมาหาสู่กัน แล้วอยู่บ้านปัดกวาดทำความสะอาดบ้านเรือน
วันที่ 4 คือ วันชิวสี่ นั้นหญิงที่แต่งงานมีครอบครัวแล้ว จะพาลูกหลานกลับไปบ้านพ่อแม่ตัวเองเพื่อเยี่ยมเยียนพร้อมของขวัญให้ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายตน
วันที่ 5 คือ ชิวโหงว ถือกันว่า เป็นวันเทวาเสด็จลงมาเยี่ยมเยียนให้พรมนุษย์ จึงมีการตั้งหัวหมู หัววัว หัวแกะ ส้มสูกลูกไม้มาเซ่นไหว้ ต้อนรับเทวดา
วันตรุษจีน เป็นวันเริ่มต้นชีวิตใหม่อันสดชื่น โดยมีความหวังอันเต็มเปี่ยมว่า นับแต่ปีใหม่เป็นต้นไป เราจะพบแต่ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง และร่ำรวยกว่าปีที่ผ่านมา ตามคำอวยพรที่ว่า “ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้” กันจริงๆ
ปีนี้ถือว่าเป็นปีดี เป็นปีแห่งการเริ่มศตวรรษรอบใหม่ และเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ปีครบรอบนักษัตร คือปีกุน อันเป็นสัญญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ ดังนั้นตรุษจีนปีนี้
ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่าน มีความรู้ใหม่ๆ นำมาปรับตัวเองให้ทันเทคโนโลยีชนิดใหม่กว่า เพื่อต้อนรับความสุข ความเจริญรุ่งเรือง และร่ำรวยด้วยแนวทางการดำเนินชีวิต แบบใหม่ที่สุด อย่างสงบสุขให้ได้
สวัสดีปีหมูทอง

คำอวยพรภาษาจีน 8 คำที่นิยมใช้อวยพรกันในช่วงวันตรุษคือคำว่า ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ (ต้องอ่านจากด้านขวามือไปทางซ้ายมือ)แปลว่า สวัสดีปีใหม่ ขอให้เจริญรุ่งเรือง

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้
ให้สุขี..มีทรัพย์..รับวันตรุษ
โชคดีสุด..ทั้งยศศักดิ์..รัก..หรรษา
สุขภาพ..ลาภมี..ทวีมา
แด่บรรดา..ญาติสนิท..มิตรธรรมเทอญ
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com

