
..สวัสดีค่ะ..ญาติมิตรญาติธรรมชาวธรรมะ 5 นาที ทุกท่านค่ะ..สบายดีกันไหมคะ..ช่วงนี้เริ่มย่างเข้าฤดูฝนอย่างเป็นทางการแล้ว บางวันฝนก็ตก บางวันเดี๋ยวแดดออก เดี๋ยวฝนตก ถ้ายังไงอย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ ..\(@^-^@)/..
..เมื่อช่วงปลายเดือนเมษยานที่ผ่านมา ขิมได้มีโอกาสเดินทางไป จ.หนองคาย ค่ะ..นับเป็นโอกาสอันดีมากๆ เลยค่ะ ที่ได้แวะไปกราบไหว้ขอพรหลวงพ่อพระใส ที่วัดโพธิ์ชัย ..ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดหนองคายด้วยค่ะ..เค้าว่ากันว่าถ้ามาหนองคายแล้วไม่แวะไปกราบไหว้หลวงพ่อพระใสเหมือนมาไม่ถึงหนองคายค่ะ... >_________<
..วัดโพธิ์ชัย เป็นพระอารามหลวง และเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระใส ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดหนองคาย ตั้งอยู่ที่ถนนโพธิ์ชัย เขตเทศบาลเมืองหนองคาย อ.เมือง จ.หนองคาย..

..หลวงพ่อพระใส เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสีสุก มีพระรูปลักษณ์งดงามมากค่ะ ขนาดหน้าตัก กว้าง 2 คืบ 8 นิ้ว ส่วนสูงจากพระชงฆ์เบื้องล่างถึงยดพระเกศ 4 คืบ 1 นิ้ว ของช่างไม้ ..
..หลวงพ่อพระใส เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดหนองคาย ซึ่งชาวหนองคาย จังหวัดใกล้เคียง และประชาชนชาวลาว นับถือว่าศักดิ์สิทธิ์มากและเป็นที่เคารพอย่างยิ่งด้วยค่ะ..

..สำหรับประวัติของหลวงพ่อพระใสนั้นนะคะ สมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ลงความเห็นไว้ในหนังสือตำนานพุทธเจดีห์สยาม หน้า 102 ว่า พระพุทธรูปล้านช้างที่งามยิ่งกว่าองค์อื่น คือ พระสุก พระเสริม พระใส โดยมีพระราชธิดา 3 พระองค์แห่งกษัตริย์ล้านช้างเป็นเจ้าของศรัทธา..
..ในพิธีหล่อนั้น เล่าขานกันว่ามีคนสูบเตาหลอมทองอยู่ไม่ขาดระยะนับเป็นเวลา 8 วัน 7 คืน จนถึงวันที่ 8 เวลาเพล เหลือแต่หลวงตากับสามเณรน้อยรูปหนึ่งทำการสูบเตาอยู่ ปรากฎมีชีปะขาวคนหนึ่งมาขอสูบเตาช่วยหลวงตาและสามเณรน้อยขึ้นไปฉันเพล และแล้วสิ่งที่เป็นอัศจรรย์ที่ทุกคนเห็นก็คือ ทุกคนแลเห็นคนสูบเตามากกว่าปกติ ท่อเตาก็มีมาก แต่ละคนก็เป็นชีปะขาวหมด และทองได้ถูกเทลงในเบ้าทั้ง 3 เบ้า เรียบร้อย และไม่ปรากฎเห็นชีปะขาวนั้นอีกเลย..
เดิมทีนั้นหลวงพ่อพระใสได้ประดิษฐาน ณ เมืองเวียงจันทน์ ต่อมา เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๑ สมัยกรุงธนบุรีได้อัญเชิญไปไว้ที่เมืองเวียงคำ และถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดโพนชัย เมืองเวียงจันทน์อีก ต่อมาในรัชกาลที่ ๓ เจ้าอนุวงศ์ เมืองเวียงจันทน์เป็นกบฎ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพย์ เป็นจอมทัพยกพลมาปราบ จึงได้อัญเชิญพระสุก พระเสริม และพระใส ลงมาด้วย โดยอัญเชิญมาจากภูเขาควายขึ้นประดิษฐานบนแพไม้ไผ่ ซึ่งผูกติดกันอย่างมั่นคงล่องมาตามลำน้ำงึม เมื่อล่องมาถึงตรงบ้านเวินแท่นในขณะนั้น เกิดอัศจรรย์แท่นของพระสุกได้เกิดแหกแพจมลงไปในน้ำ โดยเหตุที่มีพายุพัดแรงจัด และบริเวณนั้นได้นามว่า "เวินแท่น"

..การล่องแพก็ยังล่องมาตามลำดับจนถึงน้ำโขง (ปากน้ำงึม) เฉียงกับบ้านหนองกุ้ง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ได้เกิดพายุใหญ่ เสียงฟ้าคำรามคะนองร้องลั่น ในที่สุดพระสุกได้แหกแพจมลงไปในน้ำ ซึ่งอาการวิปริตต่างๆ ก็ได้หายไปเป็นอัศจรรย์ยิ่ง บริเวณนั้นจึงได้ชื่อว่า "เวินสุก" และพระสุกก็จมอยู่ในน้ำตรงนั้นมาจนถึงปัจจุบันนี้..
..ก็ยังเหลือแต่พระเสริม พระใส ที่ได้นำขึ้นมาถึงเมืองหนองคาย พระเสริมนั้นได้ถูกอัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดโพธิ์ชัย ส่วนพระใสได้อัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดหอก่อง (ปัจจุบันคือวัดประดิษฐ์ธรรมคุณ)
..ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้ขุนวรธานีและเจ้าเหม็น (ข้าหลวง) อัญเชิญพระเสริม จากวัดโพธิ์ชัย หนองคายไปกรุงเทพฯ และอัญเชิญพระใสจากวัดหอก่องขึ้นประดิษฐานบนเกวียนจะอัญเชิญลงไปกรุงเทพฯ ด้วย แต่พอมาถึงวัดโพธื์ชัย หลวงพ่อพระใสได้แสดงปาฏิหาริย์จนเกวียนหักจึงอัญเชิญลงไปไม่ได้ ได้แต่พระเสริมลงกรุงเทพฯ ประดิษฐาน ณ วัดปทุมวนาราม ส่วนหลวงพ่อพระใสได้อัญเชิญประดิษฐาน ณ วัดโพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย จนถึงปัจจุบัน ความอัศจรรย์ของหลวงพ่อพระใสจนได้สมญาว่า "หลวงพ่อเกวียนหัก" ค่ะ..
ที่วัดโพธิ์ชัยแห่งนี้ นอกจากจะเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อพระใสแล้ว..ยังเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุอีกด้วยค่ะ

คำอธิษฐานหลวงพ่อพระใส
ว่า นะโม 3 จบ
อะระหัง พุทโธ โพธิชะโย เสยยะคุโณ
โพธิสัตโต มะหาลาโภ ปิยัง มะมะ
ภะวันตุ โน โหตุ สัพพะทา ฯ
..หากญาติมิตรญาติธรรมท่านใดได้แวะเวียนไปจังหวัดหนองคาย อย่าลืมแวะไปกราบไหว้หลวงพ่อพระใส เพื่อเป็นสิริมงคลด้วยนะคะ..
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com