ไหว้พระและสถานที่ศั...
 
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

ไหว้พระและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 9 แห่ง ในกรุงเทพมหานคร by สัตตบงกช

11 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
4 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#881]

..ไหว้พระและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 9 แห่ง ในกรุงเทพมหานคร..

            ...ชาวพุทธมักมีความเชื่อว่า หากได้ไหว้พระขอพรครบ 9 วัด ภายในวันเดียวจะทำให้เกิดสิริมงคลต่อตนเอง...รวมทั้งเป็นการสร้างกำลังใจอีกวิธีหนึ่ง ชาวพุทธจึงมักจะหาโอกาสในช่วงวันสำคัญๆ เช่น เทศกาลวันขึ้นปีใหม่ วันสงกรานต์ หรือวันสำคัญทางศาสนา เดินทางไปไหว้พระพุทธรูปสำคัญที่ประดิษฐานตามวัดต่างๆ หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจัดหวัด...

            ...บางท่านที่มีถิ่นพำนักอยู่ในกรุงเทพฯ อาจคิดว่าการไหว้พระ 9 วัด เป็นเรื่องที่จะกระทำได้ยาก...เนื่องด้วยปัญหาการเดินทางที่ติดขัดในกรุงเทพฯ ...กองบรรณาธิการ มีวัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในกรุงเทพฯมาแนะนำ...ซึ่งสะดวกในการเดินทาง เนื่องจากแต่ละสถานที่อยู่ในบริเวณเขตพระนครใจกลางกรุงเทพฯ เช่นเดียวกัน...

1. ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร

คติ "ตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมวาสนา บารมี"

เครื่องสักการะ ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ทองคำเปลว ดอกบัว 2 ดอก พวงมาลัย 2 พวง
และผ้าแพร 3 สี 1 ชุด

ประวัติ/ความเป็นมา

            รัชกาลที่ 1 ได้โปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีฝังเสาพระหลักเมือง เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2325 เวลา 06.45 น. ณ ชัยภูมิใจกลางพระนครใหม่ที่พระราชทานนามว่า "กรุงรัตนโกสินทร์อินท์อโยธยา" ต่อมาในรัชกาลที่ 4 ได้โปรดเกล้าฯ ให้ขุดพระหลักเมืองเดิม เนื่องจากดวงพระชะตาเป็นอริแก่ลัคนาดวงเมือง โดยแปลงรูปจากรูปศาลาเป็นรูปปรางค์และทรงบรรจุดวงเมืองเดิมลงบน เสาพระหลักเมืองใหม่ เพื่อเป็นการแก้เคล็ดดวงเมือง เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2395 เวลา 08.48 น. ตัวเสาหลักเมืองสร้างด้วยไม้ ชัยพฤกษ์ปิดทองทึบทั้งต้น ยอดเสาเป็นรูปบัวตูมมีแผ่นทองคำจารึกดวงชะตากรุงเทพมหานครบรรจุอยู่ ฐานเสาทำด้วยไม้สักเป็นรูปบัวหกเหลี่ยมปิดทองประดับกระจกลวดลายสูงเหนือดิน 108 นิ้ว ฝังอยุ่ใต้ดิน 79 นิ้ว เส้นผ่าศูนย์กลางที่โคนเสา 29 นิ้ว ต่อมาในปี พ.ศ. 2525 ได้เริ่มมีการปรับปรุงศาลหลักเมืองครั้งใหญ่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ เสด็จพระราชดำเนิน ทรงประกอบพิธีสมโภชพระหลักเมือง เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2529ในบริเวณนี้ยังมีหอพระพุทธรูป เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปต่างๆ และพระเสี่ยงทาย มีศาลเทพารักษ์ประดิษฐานพระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าพ่อหอกลอง และเจ้าพ่อเจตคุปต์


10 ตอบกลับทั้งหมด
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

         ขั้นตอนของการสักการะ คือ ไหว้พระที่หอพระพุทธรูป จากนั้นไหว้และปิดทองผูกผ้าแพร 3 สี ที่องค์หลักเมืองจำลอง และนำพวงมาลัยเข้าไปถวายที่องค์หลักเมืองจริง จากนั้นไปไหว้และถวายพวงมาลัยองค์เทพารักษ์ทั้ง 5 แล้วเติมน้ำมันพระประจำวันเกิด และสะเดาะเคราะห์ เป็นอันเสร็จสิ้นการสักการะ

การเดินทางไปยังศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร

สถานที่ตั้ง - บริเวณมุมด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของสนามหลวงตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง บริเวณมหาไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร

การเดินทาง - โดยรถประจำทาง สาย 3 6 9 25 32 59 60 70 82 91 201 203

รถประจำทางปรับอากาศ สาย ปอ. 2 3 6 32 59 60 70 82 91 201 203


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

2. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)

คติ "แก้วแหวน เงินทอง ไหลมาเทมา"

เครื่องสักการะ ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกไม้

ประวัติ/ความเป็นมา

          วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) เป็นพระอารามที่อยู่ในบริเวณพระบรมมหาราชวัง รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2326 เพื่อความสะดวก เวลาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระบำเพ็ญพระราชกุศลตามราชประเพณี และเพื่อเป็นที่บรรจุพระอัฐิอายุของพระเจ้าแผ่นดิน เจ้านายในราชสกุล

          ภายในวัดพระแก้วมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ มีพระอุโบสถอันเป็นที่ประดิษฐาน "พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร" (พระแก้วมรกต) ที่พระระเบียงมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ที่วิจิตรสวยงาม และยาวที่สุดในโลก มีประสาทพระเทพบิดร เป็นปราสาทยอดปรางค์ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 1 - รัชกาลที่ 8 มีพระศรีรัตนเจดีย์ประดับกระเบื้องสีทองทั้งองค์ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ มีหอพระราชพงศานุสรณ์เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีหอระฆังที่มีระฆัง ซึ่งเวลาตีจะมีเสียงกังวานดี มีพระบรมราชานุสาวรีย์ประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และยังมีรูปยักษ์ 6 คู่ เป็นรูปยักษ์ตนสำคัญจากเรื่องรามเกียรติ์ เป็นปูนปั้น ทาสี ประดับกระเบื้องเคลือบสีต่างๆ สูงประมาณ 6 เมตรตั้งอยู่ที่ช่องประตูพระระเบียง

การเดินทางไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)

สถานที่ตั้ง - บริเวณสนามหลวง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร

หนึ่ง- โดยรถประจำทาง สาย 1 3 25 32 33 59 60 70 82 91 200 203

สอง- รถปรับอากาศ สาย ปอ. 2 3 6 25 32 59 60 70 82 91 201 203 512


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

3.วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)

คติ "ร่มเย็นเป็นสุข"

เครื่องสักการะ ธูป 9 ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว 11 แผ่น

ประวัติ/ความเป็นมา

          วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือที่รู้จักกันในนาม "วัดโพธิ์" เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก เดิมชื่อ "วัดโพธาราม" พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงบูรณะ และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระเจดีย์เพื่อบรรจุพระพุทธรูปศรีสรรเพชญ์ซึ่งอัญเชิญมาจากกรุงศรีอยุธยา ต่อมาใน พ.ศ. 2377 รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะพระเจดีย์ แล้วพระราชทานนามว่า "พระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชญดาญาณ" และทรงสร้าง "พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกนิธาน" เพื่ออุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 และทรงมีพระราชประสงค์ให้วัดโพธิ์เป็น "มหาวิทยาลัยสำหรับประชาชน" จึงโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมสรรพวิชาความรู้มาจารึกบนแผ่นศิลาติดไว้บริเวณพระอุโบสถ เพื่อให้ประชาชนมาศึกษาหาความรู้

ที่วัดโพธิ์มี "พระพุทธเทวปฏิมากร" ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ ใต้ฐานชุกชีบรรจุพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 1 มีพระวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ที่สวยงามที่สุด และองค์ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ในประเทศไทย เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน พื้นพระบาทประดับมุก เป็นภาพมงคล 108 ประการ นอกจากนี้วัดโพธิ์ยังมีเจดีย์ทั้งสิ้น 99 องค์ ถือว่าเป็นวัดที่มีเจดีย์มากที่สุดในประเทศไทย และมีพระมหาเจดีย์ 4 รัชกาล คือ รัชกาลที่ 1 - รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

           ในปัจจุบันวัดโพธิ์เปิดอบรมเผยแพร่วิชาแพทย์แผนโบราณ โดยผู้ผ่านการอบรมจะได้รับใบประกอบโรคศิลป์จกากระทรวงสาธารณสุข

การเดินทางไปยังวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)

สถานที่ตั้ง - ด้านหลังพระบรมมหาราชวัง ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร

การเดินทาง- โดยรถโดยสารประจำทาง สาย 12 44 82 91

           รถปรับอากาศ สาย ปอ. 12 32 44 91 512


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
 
4. วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
 
คติ " ไหว้พระวัดสุทัศนฯ วิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป "
 
เครื่องสักการะ ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม
 
ประวัติ/ความเป็นมา
 
          วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก และเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 8 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เดิมชื่อ "วัดมหาสุทธาวาส" วัดนี้เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2350 เสร็จสมบูรณ์ เมื่อปี พ.ศ. 2390 ในสมัยรัชกาลที่ 3 และได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า "วัดสุทัศนเทพวราราม" ที่พระวิหารมี "พระศรีศากยมุนี" เป็นพระประธานซึ่งอัญเชิญมาจากสุโขทัยเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วยสำริดถอดแบบมาจากพระวิหารพระมงคลบพิตร กรุงศรีอยุธยา บานประตูใหญ่ของพระวิหารสลักไม้สวยงาม รอบพระวิหารมี ถะ หรือเจดีย์ศิลาแบบจีนตั้งอยู่บนฐานทักษิณ เป็นถะ 6 ชั้น จำนวน 28 องค์ หมายถึงพระพุทธเจ้า 28 องค์ มีพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน "พระพุทธตรีโลกเชฏฐ์" เป็นพระประธานปางมารวิชัย ใหญ่กว่าพระที่หล่อในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์องค์อื่นๆ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันเป็นฝีมือช่างชั้นครูในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่งดงามมาก พระอุโบสถนี้นับว่ายาวที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีศาลาการเปรียญที่มี "พระพุทธเสรฏฐมุนี" เป็นพระประธานที่หล่อด้วยกลักฝิ่น เมื่อ พ.ศ. 2382 ในสมัยรัชกาลที่ 3 เช่นกัน
 
การเดินทางไปยังวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
 
สถานที่ตั้ง -            บริเวณเสาชิงช้า ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร
 
การเดินทาง-          โดยรถประจำทาง สาย 10  12  42
 
                   รถปรับอากาศ สาย 10  12  42

ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

5. วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร

คติ "มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง"

เครื่องสักการะ ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอก สำหรับพระประธานในโบสถ์

ธูป 5 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอก

สำหรับรูปเคารพสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท

ประวัติ/ความเป็นมา

       วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท สร้างสมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ทรงสถาปนาวัดขึ้นมาใหม่ และรัชกาลที่1 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นวัดพระสงฆ์ฝ่ายรามัญ เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ทหารรามัญในกองทัพของสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ต่อมาเมื่อมีชัยชนะต่อกองทหารข้าศึกถึง 3 ครั้ง จึงพระราชทานนามใหม่ ว่า "วัดชนะสงคราม"

วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร มีพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง ปางมารวิชัยเป็นพระประธาน มีพระนามว่า "พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์ มเหธิศักดิ์ปูชนียะชยันตะโคดม บรมศาสดา อนาวรญาณ" ประดิษฐาน ณ พระอุโบสถ

การเดินทางไปยังวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร

สถานที่ตั้ง - ถนนจักรพงษ์ แขวงบางลำพู เขตพระนคร

การเดินทาง - โดยรถประจำทางสาย 33 64 65

        รถปรับอากาศสาย ปอ. 3 32 33 64 65


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

6. ศาลเจ้าพ่อเสือ

คติ "เสริมอำนาจบารมี"

เครื่องสักการะ ธูป 18 ดอก เทียนแดง คู่

ประวัติ/ความเป็นมา

ศาลเจ้าพ่อเสือหรือคนจีนเรียกกันว่า "ตั่วเล่าเอี้ย" เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ เดิมตั้งอยู่ริมถนนบำรุงเมือง เป็นศาลขนาดใหญ่ ภายในเคยมีเทพจีนทำด้วยทองคำหนัก 120 บาท แต่ถูกโจรปล้นในสมัยรัชกาลที่ 2 ต่อมาในรัชกาลที่ 5 ขยายถนนได้โปรดให้ย้านศาลมาไว้ที่ถนนตะนาว ในปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐาน "เจ้าพ่อเสือ" "เจ้าพ่อกวนอู" "เจ้าแม่ทับทิม" ฯลฯ เป็นที่เคารพนับถือของชาวจีน ชาวไทยเป็นอย่างมาก

การเดินทางไปยังศาลเจ้าพ่อเสือ

สถานที่ตั้ง - ถนนตะนาวเยื้องกับวัดมหรรณพาราม แขวงเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร

การเดินทาง - รถประจำทาง สาย 10 12 42

รถปรับอากาศ สาย ปอ. 10 12 42


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

7. วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

คติ "มีคนนิยมชมชื่น"

เครื่องสักการะ ธูป 3 ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว

ประวัติ/ความเป็นมา

วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร หรือที่รู้จักกันในนาม "วัดระฆัง" เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เดิมชื่อ "วัดบางว้าใหญ่" เป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา พระอุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมในสมัยรัชกาลที่ 1 มีลายหน้าบันเป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่พระอุโบสถนี้ เป็นที่ประดิษฐานของพระประธานซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงเรียกว่า "พระประธานยิ้มรับฟ้า" นอกจากนี้ยังมีหอไตรเป็นรูปเรือนสามหลังแฝด ภายในมีภาพจิตรกรรมที่สำคัญหลายแห่งทั้งบานประตู และฝาผนังรวมทั้งตู้พระไตรปิฎกสมัยอยุธยา วัดระฆังเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สมเด็จพระราชาคณะในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นพระเถระผู้ทรงเกียรติคุณ วิทยาคุณโด่งดังมากแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน การไปสักการะสมเด็จพระพุฒาจารย์ เพื่อขอพรโดยการสวดคาถาชินบัญชร เมื่อสวดจบแล้วปักธูปที่กระถางและปิดทองที่รูปปั้น แล้วอย่าลืมพรมน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล

การเดินทางไปยังวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

สถานที่ตั้ง - ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย

การเดินทาง - โดยรถประจำทาง สาย 19 57

ทางเรือ - โดยเรือด่วนเจ้าพระยาแล้วลงเรือที่ท่ารถไฟหรือท่าวังหลัง

         หรือข้ามฟากที่ท่าช้างแล้วขึ้นเรือที่ท่าเรือวัดระฆัง


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

8. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง)

คติ "ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน"

เครื่องสักการะ ธูป 3 ดอก เทียนคู่

ประวัติ/ความเป็นมา

         วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ "วัดมะกอก" เมื่อ พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (พระเจ้ากรุงธนบุรี) เสด็จทางชลมารค จากกรุงศรีอยุธยามารุ่งเช้าที่หน้าวัดมะกอก จึงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "วัดแจ้ง" ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้ทรงปฏิสังขรณ์และพระราชทานนามใหม่ว่า "วัดอรุณราชธาราม" และได้กลายมาเป็นวัดประจำรัชกาลด้วย ต่อมารัชกาลที่ 4 ทรงพระราชทานนามใหม่ว่า "วัดอรุณราชวราราม" ในสมัยกรุงธนบุรี วัดอรุณราชวราราม เป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต ก่อนที่จะอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระแก้ว นอกจากนี้ยังมียักษ์ปูนปั้นขนาดใหญ่ 2 ตน ตั้งอยู่หน้าประตูซุ้มยอดพระมงกุฎ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในนาม "ยักษ์วัดแจ้ง"

         ภายในวัดอรุณราชวรารามนี้มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ มีพระปรางค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูง 33 วาเศษ ประดับด้วยชิ้นกระเบื้องเคลือบสีต่างๆ ยอดพระปรางค์เป็นนภศูล ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีปรางค์ทิศทั้ง 4 ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประสูติ เทศน์พระธัมมะจักร ตรัสรู้ นิพพาน การเดินเวียนทักษิณาวัดรอบพระปรางค์ 3 รอบ โดยเดินเวียนขวา (ตามเข็มนาฬิกา) เพื่อความเป็นสิริมงคล มีพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน "พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก" ซึ่งรัชกาลที่ 2 ทรงปั้นหุ่นและพระพักตร์ด้วยฝีพระหันถ์พระองค์เอง และยังมีพระวิหารที่มีพระบรมสารีริกธาตุที่เกศ พระพุทธรูปชมภูนุชฯ มีพระอรุณหรือพระแจ้ง ที่รัชกาลที่ 4 ทรงอัญเชิญมาจากเวียงจันทร์

การเดินทางไปยังวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง)

สถานที่ตั้ง - ข้างกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่

การเดินทาง - โดยรถประจำทาง สาย 19 57

          เรือโดยสารข้ามฝากท่าเตียน ขึ้นที่ท่าวัดอรุณ


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

9. วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

คติ "เดินทางปลอดภัยดี มีมิตรไมตรีที่ดี"

เครื่องสักการะ ธูป 3 ดอก เทียนแดงคู่ ดอกไม้ พวงมาลัย

ประวัติ/ความเป็นมา

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) ได้อุทิศที่ดิน ซึ่งบริเวณดังกล่าวเดิมเรียกว่า "หมู่บ้านกุฎีจีน" วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2368 ในสมัยรัชกาลที่ 3 และได้ถวายเป็นพระอารามหลวง ได้รับพระราชทานนามว่า "วัดกัลยาณมิตร" พร้อมกับทรงสร้างพระวิหารหลวงเพื่อเป็นที่ประดิษฐาน "พระพุทธไตรรัตนนายก" (หลวงพ่อโต) ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับพระราชจากรัชกาลที่ 4 หรือที่เรียกตามแบบจีนว่า "ซำปอฮุดกง หรือ ซำปอกง"


ตอบ
หน้า 1 / 2
แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com