
ช่วงวันเด็กที่ผ่านมา ผึ้งได้มีโอกาสไปธุระที่เชียงใหม่ ระหว่างทาง ต้องผ่านเมืองรถม้า หรือจังหวัดลำปาง จึงแวะเข้าไปกราบขอพรที่วัดพระธาตุลำปางหลวง ช่วงเวลา 16.30 น. ซึ่งทราบภายหลังว่า วัดนี้จะปิดในเวลา 17.00 น. ทำให้ผึ้งโชคดีที่มีโอกาสได้เข้ามากราบสักการะขอพรท่าน เลยอดใจไม่ไหวที่จะนำเรื่องราวและภาพมาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งบางท่านอาจเคยไปแล้ว บางท่านอาจยังไม่เคยไป โดยข้อมูลที่จะเล่านี้ส่วนใหญ่จะปรากฎในหนังสือตำนานพระบรมธาตุลำปางหลวง
พระธาตุลำปางหลวง เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีฉลู ด้วยเริ่มสร้างในปีฉลูและเสร็จในปีฉลู เช่นกัน ฐานเป็นบัวลูกแก้ว ส่วนองค์เป็นทรงกลมแบบล้านนาภายนอก

พระธาตุลำปางหลวง ประดิษฐานอยู่ที่วัดลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง อยู่ห่างจากตัวจังหวัด ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ ๑๘ กิโลเมตร องค์พระธาตุเจดีย์สูง ๒๒ วา ๒ ศอก ฐานกว้างด้านละ ๑๒ วา ก่อด้วยอิฐถือปูน ฉาบด้วยแผ่นทองเหลือง ทองแดง ตลอดทั้งองค์
ตามประวัติกล่าวว่า พระมหากัสสปเถระ และพระเมติยะเถระ ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ มาจากประเทศอินเดีย เมื่อครั้งพระเจ้าอโศกมหาราช โปรดให้แบ่งพระบรมสารีริกธาตุ นำไปประดิษฐานในอาณาจักรต่าง ๆ
ตามตำนานกล่าวว่า พระพุทธเจ้าทรงมอบพระเกศาธาตุให้ชาวลัวะผู้หนึ่งชื่อกอน ลั๊วะกอนได้สร้างพระสถูปเจดีย์สูงเจ็ดศอก เพื่อบรรจุพระเกศาธาตุไว้ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๑๘ ได้มีพระอรหันต์สององค์คือ พระกุมารกัสสปะ ได้นำเอาพระอัฐิธาตุพระนลาตข้างขวา และพระเมฆิยะ ได้นำเอาอัฐิธาตุลำคอ มาบรรจุไว้ในพระสถูปเจดีย์ไว้อีก พระสถูปเจดีย์องค์นี้ได้มีการสร้างเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง สำหรับองค์ที่เป็นอยู่ปัจจุบัน ได้สร้างเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๓๐๙ โดยเจ้าเมืองหาญศรีธัตถะมหาสุรมนตรี ซึ่งพระเจ้าดิลกปนัดดาเจ้านครเชียงใหม่ ได้ส่งมากินเมืองลำปางในครั้งนั้น
เรื่องราวจากศิลาจารึก พอประมวลเหตุการณ์ตามลำดับได้ดังนี้ เมื่อปี พ.ศ. ๑๙๙๒ เจ้าเมืองหาญแต่ท้อง (ราชบุตรหมื่นด้งนคร) มากินเมืองนครลำปาง ได้ขอพระราชานุญาติ จากพระยาติโลกรัตนะ เจ้านครเชียงใหม่ เพื่อทำการประดิษฐานพระเจดีย์ ไว้เหนือพระบรมสารีริกธาตุ ที่ลัมภะกัปปะนคร กว้าง ๙ วา สูง ๑๕ วา ก่อด้วยอิฐถือปูน
ปี พ.ศ. ๒๐๑๙ เจ้าหมื่นคำเป๊ก เจ้านครลำปาง ได้ให้สร้างกำแพง สร้างวิหาร และให้หล่อพระพุทธรูปองค์หนึ่ง อัญเชิญไว้ในพระวิหาร สร้างศาลา ขุดบ่อน้ำและตัดถนนในบริเวณพระมหาธาตุเจดีย์
ปี พ.ศ. ๒๐๓๙ เจ้าเมืองหาญศรีธัตถมหาสุรมนตรี มากินเมืองลำปาง ได้ชักชวนผู้คน ทั้งพระสงฆ์และฆราวาส ทำการก่อฐานพระมหาธาตุกว้าง ๑๒ วา เป็นจำนวนดินและอิฐหนึ่งล้านก้อนเศษ มีรายละเอียดประมาณปูนที่ใช้มูลค่า การก่อสร้าง และมีการนำเอาทองคำมาใส่พระมหาธาตุหลายครั้ง รวมแล้วได้ หมื่นสามพันสองร้อยหกบาท
ปี พ.ศ. ๒๐๔๐ ได้มีการหล่อพระล้านทอง ต่อมาเจ้าเมืองหาญศรีทัต ก็ให้หล่อพระทองขึ้นอีกองค์หนึ่ง ใช้ทองหนักสามหมื่นทอง แล้วอัญเชิญมาประดิษฐานในวิหารด้านเหนือ วิหารด้านตะวันตกไว้พระสีลา พระพุทธเจ้าองค์หลวง อยู่ในบริเวณด้านใต้ และได้ก่อพระมหาธาตุกว้าง ๑๒ วา สูง ๒๕ วา พระราชครูเจ้า นำฉัตรทองคำมาใส่ยอดพระมหาธาตุ
ปี พ.ศ. ๒๑๔๕ มหาอุปราชพระยาหลวงนครชัยบุรี ได้ชักชวนผู้มีจิตศรัทธา นำทองคำแสนก่ำมาบูชาพระมหาธาตุ และได้สร้างฉัตรใส่ยอดพระมหาธาตุ มหาพละปัญโญ และพระเจ้าหลวงป่าต้นกับบรรดาพระสงฆ์ รวมทั้งฝ่ายฆราวาสได้หล่อจำลอง ใส่ยอดพระมหาธาตุ
ปี พ.ศ. ๒๓๗๕ บรรดาพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า เห็นว่าฉัตร และยอดของพระมหาธาตุถูกมหาวาตภัยหักลงมา จึงได้แต่งทูตไปกราบถวายบังคมทูตกษัตริย์กรุงศรีอยุธยาทราวดีฝ่ายใต้ จึงได้พระราชทานแก้วและทองดี จากนั้นได้สร้างฉัตรในปะฐะมะ ในชั้นถ้วยทุติยะขึ้นใหม่ใหญ่กว่าเดิม เพิ่มเติมฉัตรอีกสองชั้น จากของเดิมที่มีอยู่ห้าชั้น


ความสำคัญของวัดพระธาตุลำปางหลวง
1. เป็นวัดที่มีมาแต่โบราณ เป็นต้นกำเนิดของคำว่า "ลำปาง" จึงเป็นเหตุให้นำมาใช้เป็นชื่อเมืองว่า "นครลำปาง" และจังหวัดลำปางในปัจจุบัน
2. เป็นวัดที่พระมหากษัตริย์ไทย เจ้าผู้ครองนครลำปางและภาคเหนือทั้งหมดเคยเสด็จและยกย่องว่าเป็นหลักของบ้านเมืองสืบมาทุกยุคทุกสมัย
3. เป็นวัดที่มีตำนานระบุไว้ชัดเจนว่า มีพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าส่วนสำคัญบรรจุอยู่ในองค์พระธาตุเจดีย์ที่เป็นประธานของวัด
4. เป็นวัดที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตอันล้ำค่าอีกองค์หนึ่งของประเทศไทยและยังคงประดิษฐานอยู่จนทุกวันนี้
5. เป็นวัดที่มีอนุสรณ์แห่งการกอบกู้อิสระภาพของชาติไทยในแดนล้านนาไทยไม่ให้ตกเป็นทาส (เมืองออกของประเทศอื่น)

เมื่อผึ้งเดินผ่านเข้าทางหน้าวัด จะต้องเดินขึ้นบันได ผ่านซุ้มประตูโขง ซึ่งจะสามารถสังเกต เห็น ความแตกต่างของ บันไดนาค ถ้าเปรียบเทียบกับ บันไดนาควัดอื่นๆ แล้ว ที่นี่มีความแตกต่าง กล่าวคือ จะมีนาค ทั้งหมด 4 ตัวด้วยกัน โดย 2 ตัว จะชูคอขึ้นตรงกลางบันได อีก 2 ตัว จะออกจากปากตัว มกร หรือ มะกะระ สัตว์ ที่คล้าย จรเข้ มีงวง ซึ่ง จะอยู่ตรงปลายบันได

ที่วิหารต้นแก้วจะประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งเป็นพระประจำตระกูลของเจ้านายฝ่ายเหนือ ซึ่งสร้างจากไม้มงคลยาว ตั้งแต่พระเศียรถึงพระบาท 77 นิ้ว

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานภายในวัด ซึ่งประกอบด้วย
ซุ้มพระบาท สร้างครอบพระพุทธบาทไว้ ฐานก่อขึ้นเป็นชั้นคล้ายฐานเจดีย์ สร้างเมื่อ พ.ศ. 1992 ภายในมองเห็นแสงหักเหปรากฏเป็นเงาพระธาตุและพระวิหารในด้านมุมกลับ แต่มีข้อห้ามไม่ให้ผู้หญิงขึ้น
กุฏิพระแก้ว เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต ไม่ปรากฏว่าใครเป็นผู้สร้างและสร้างเมื่อใด แต่ประมาณอายุไม่ต่ำกว่า 400 ปีมาแล้ว
วิหารพระเจ้าศิลา เป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าศิลาซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงละโว้ เมื่อ พ.ศ. 1275 พระบิดาของพระนางจามเทวีมอบให้ประดิษฐานไว้ ณ ที่นี้
พระเจ้าทันใจ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่สร้างภายในวันเดียวเสร็จคือหล่อตั้งแต่รุ่งเช้าถึงเย็นภายในวันเดียวเสร็จ เรียกว่าทันอกทันใจ
ผึ้งไม่มีโอกาสเก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ สมาชิกได้ทั้งหมด เนื่องจากเวลาน้อย และต้องรีบเดินทางเข้าเชียงใหม่ หากมีโอกาสไปเยือนลำปางอีกครั้ง ขอรับรองว่าไม่พลาดแน่นอนค่ะ

จากท้ายเล่มของหนังสือตำนานพระบรมธาตุลำปางหลวง ได้กล่าวถึงพระธาตุประจำปีเกิด ผึ้งเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับชาวธรรมะ 5 นาที จึงขอคัดลอกมาลงไว้ที่นี้ค่ะ
พระธาตุประจำปีเกิด
สิทธิการิยะ ตามตำราทางภาคเหนือได้ให้ผู้ที่เกิดในปีราศีต่าง ๆ ทั้ง 12 ราศี ในชั่วชีวิตนี้ให้ไปกราบสักการะบูชาพระธาตุประจำปีเกิด เพื่อให้เป็นสิริมงคลและความสุข
1. ปีชวด ไปกราบสักการะบูชา พระธาตุจอมทอง จ. เชียงใหม่
2. ปีฉลู ไปกราบสักการะบูชา พระธาตุลำปางหลวง จ. ลำปาง
3. ปีขาล ไปกราบสักการะบูชา พระธาตุช่อแฮ จ. แพร่
4. ปีเถาะ ไปกราบสักการะบูชา พระธาตุแช่แห้ง จ. น่าน
5. ปีมะโรง ไปกราบสักการะบูชา พระธาตุวัดพระสิงห์ จ. เชียงใหม่
6. ปีมะเส็ง ไปกราบสักการะบูชา พุทธคยา ประเทศอินเดีย
7. ปีมะเมีย ไปกราบสักการะบูชา พระธาตุเวดากอง (ตะโก้ง) ประเทศพม่า
8. ปีมะแม ไปกราบสักการะบูชา พระธาตุดอยสุเทพ จ. เชียงใหม่
9. ปีวอก ไปกราบสักการะบูชา พระธาตุพนม จ. นครพนม
10. ปีระกา ไปกราบสักการะบูชา พระธาตุหริภุญชัย จ. ลำพูน
11. ปีจอ ไปกราบสักการะบูชา พระเกศแก้วจุฬามณี จ. เชียงใหม่ (วัดเกตุ)
12. ปีกุน ไปกราบสักการะบูชา พระธาตุดอยตุง จ. เชียงราย
หมายเหตุ ไม่ควรนำรูปปั้นสัตว์ประจำปีเกิดต่าง ๆ ไปบูชาองค์พระธาตุ
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com

