
ฝากคำไว้ ในแผ่นดินธรรม
’ อานิสงค์..สร้างวิหารเป็นทานอันวิเศษสุด ’
โดย..ภูเตศวร
..........
มีหลายคนเคยถาม.." ทำไมจึงใช้เวลายาวนานเกือบทั้งชีวิต ทุ่มเทในงานสร้างวัดขนาดนั้น ?"
เราอธิบายสาเหตุแรกสั้นๆว่า " เป็นเพราะปณิธาน..ที่ฝังลึกในจิตวิญญาณมาโดยตลอด เพียงแต่ผู้ที่เปิดทางผู้ที่ไขความมืดมนในจิตใจให้คือเทพยดา "
แต่เราจะไม่ขอพูดถึงตรงนี้..เพราะเคยเขียนไว้ใน ’โอษฐ์เทวะ’ แล้ว
สำหรับคำตอบที่สองนั้น เป็นเพราะเราแน่ชัดในจิต ว่าการสร้างวิหาร และเสนาสนะ ถวายไว้ในพระศาสนา จะเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลที่จะเป็นพละปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการนำพามวลมิตรทุกคนที่เคยมีบุพเพวาสนาต่อกันทั้งอดีตชาติและปัจจุบันให้ไปสู่เส้นทางแห่งความพ้นทุกข์ตามปณิธานได้อย่างแน่นอน !
เราเคยเชื่ออย่างนั้น..ทั้งๆที่ตอนนั้นยังไม่มีประจักษ์พยานอะไรอย่างเป็นรูปธรรม..แต่ทว่าเมื่อไม่นานมานี้..หลวงปู่ครูบาอาจารย์ท่านย้ำมา..
" พวกเธอมาถูกทางแล้ว !"
มิเพียงเท่านั้น..ท่านยังบอกด้วยสีหน้าจริงจังอีก..
" บุญมีจริงนะ บุญคือวาสนาที่จะพาพวกเธอพ้นทุกข์โดยไม่หลงทางไปไหนได้อีก "
ครับ..ทำไม..เพราะเหตุใด..เรามาหาคำตอบกัน..
..........
ครั้งนั้น..พระเจ้าพิมพิสาร ราชาแห่งกรุงราชคฤห์ ผู้มีความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า ได้ก่อสร้างกุฎีวิหารให้เป็นพระอารามแรกถวายไว้ในพุทธศาสนาและเมื่อถวายแล้ว ทรงทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าดังนี้
" ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สาธุชนที้งหลายเมื่อมีศรัทธา ปสันนาการเลื่อมใสในการก่อสร้างกุฎีวิหารถวายเป็นสังฆทานแล้วนั้น จักมีผลานิสงค์ประการใด ขอพระองค์ทรงแสดงพระธรรมนี้แก่ข้าพระพุทธเจ้าพร้อมเหล่าบริษัททั้งหลายด้วยเถิด "
กาลนั้น..สมเด็จพระชินสีห์ผู้ทรงมีชัยะเหนือกิเลสตัณหามาร ทรงตรัสแสดงธรรมเทศนาเช่นนี้..
" ดูก่อนมหาบพิตร บุคคลผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระรัตนตรัยแล้วก่อสร้างกุฎีวิหารน้อยใหญ่ถวายเป็นทาน จักประกอบด้วยผลานิสงค์มากเป็นเอนกประการนับได้ถึงสี่สิบกัลป์ "
จากนั้นพระผู้มีพระภาคได้ทรงยกอดีตกุศลกรรมครั้งสูญญกัป ที่โลกยังมิได้มีพระพุทธเจ้าบังเกิดมาแสดงดังนี้...
ครั้งนั้น..เมื่อพระปัจเจกโพธิเจ้าที่อาศัยในป่าหิมพานต์มีความปรารถนาจะมาอยู่ใกล้เขตคามแคว้นกาสิกราช มาอาศัยอยู่ในราวป่าใกล้บ้านนายช่างผู้หนึ่ง..เมื่อนายช่างกับบุตรได้ไปตัดไม้ก็แลเห็นพระปัจเจกโพธิเจ้าประทับอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ จึงเข้าน้อมกายถวายนมัสการแล้วทูลถาม..
" ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าจะไปหนใด จึงมาอยู่ในสถานที่นี้ ?"
พระปัจเจกโพธิเจ้าจึงตรับตอบว่า " ดูก่อนอาวุโส..บัดนี้จวนจะถึงฤดูเข้าพรรษาแล้ว อาตมากำลังเที่ยวแสววหากุฎีวิหารที่จะจำพรรษา "
ด้วยความเลื่อมใส นายช่างกับบุตรชายได้อาราธนาพระปัจเจกพุทธเจ้าให้อยู่จำพรรษา ณ ที่นั้น มิเพียงขออาราธนาเข้าสู่เรือนถวายบิณฑบาตทานเท่านั้น..สองพ่อลูกได้เที่ยวตัดไม้มาสร้างกุฎีวิหารที่ริมสระน้ำ จัดทำที่ทางเดินจงกรมเสร็จก็ถวายเป็นทานแต่กาลนั้น และพระปัจเจกโพธิเจ้าก็รับอนุโมนาซึ่งบุญนั้นโดยดุษฎี
เหตุนี้เมื่อนายช่างสองคนพ่อลูกเมื่อสิ้นอายุขัยทำกาลกิริยา..ก็ไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีวิมานทองรองรับ ทั้งมีบริวารจำนวนมาก เสวยทิพยสมบัติอยู่ยาวนาน
เมื่อจุติจากสวรรค์ ก็ไปบังเกิดเป็นราชบุตรของพระเจ้าสุโรธิบรมกษัตริย์ในเมืองมิถิลานคร ทรงพระนามว่า มหาปนาทกุมาร เมื่อเจริญวัยขึ้นก็ได้เสวยราชย์เป็นจักรพรรดิราช
ครั้นสวรรคต ก็เวียนว่ายตายเกิดในมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ แล้วมาเกิดเป็นเศรษฐีมีทรัพย์ แปดสิบโกฏิในเมืองภัททิยนคร ชื่อว่าภัททชิ มีปราสาทสามหลังสามฤดู ครั้นเจริญวัยจึงได้บวชในศาสนาสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ในศาสนาของตถาคตดังนี้แล !
ส่วนเทพบุตรองค์ผู้เป็นบิดานั้น ยังเสวยทิพยสมบัติอยู่ในสวรรค์อีกยาวนานจนถึงศาสนาพระศรีอริยเมตไตรย์ลงมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงจุติลงสู่ครรภ์พระมารดาพระมเหสีสมเด็จพระเจ้ากรุงเกตุมวดี ทรงพระนามว่าสังขกุมาร เมื่อเจริญวัยก็ขึ้นครองราชย์ มีพระนามว่า พระเจ้าสังขจักรบรมกษัตริย์ ภายหลังจึงสละราชสมบัติออกบรรพชาในสำนักพระศรีอริยเมตไตรย์ทั้งบริวารหนึ่งโกฏิ ได้เป็นถึงอัครสาวกเบื้องขวา ทรงพระนาม อโสกเถระ ทั้งปวงก็ด้วยอานิสงค์การสร้างกุฎีวิหารให้เป็นทานนั่นแล..
อันจักเป็นบุญกุศลให้ถึง ความสุขทั้งสามประการ คือ มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ !
........
เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้แล
........
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com