
คำทำนายของหลวงปู่
วันวิสาขบูชาปีนี้ 2545 เป็นโอกาสอันสำคัญยิ่งสำหรับภูเตศวรกับทมยันตี เพราะกับภารกิจอันสำคัญในการสร้างวัดป่าชนะสงครามที่ยาวนานมา กว่าสองปี
กำลังจะสิ้นสุดลงด้วยการถวายเสนาสนะทั้งหมดแก่พระสงฆ์ เพื่อประดับไว้ในบวรพุทธศาสนาตลอดชั่วกาลนาน
เสนาสนะที่ถวายในวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานแห่งองค์สมเด็จพระบรมศาสดาเจ้าครั้งนี้คือ
1. ศาลาใหญ่อเนกประสงค์จำนวน 1 หลัง
2. ศาลาโรงฉันน้ำร้อนจำนวน 1 หลัง
3. ศาลาที่พักโยมจำนวน 1 หลัง
4. กุฏิที่พักสงฆ์ขนาดปกติ 5 หลัง กับกุฏิหลังใหม่สำหรับเจ้า อาวาส 1 หลัง
5. ห้องน้ำโยมขนาด 5 ห้อง จำนวน 2 หลัง กับห้องน้ำขนาด 10 ห้อง อีก 1 หลัง
6. ห้องน้ำรวมสำหรับภิกษุ-สามเณร ขนาด 5 ห้อง จำนวน 1 หลัง
7. ศาลาปฏิบัติธรรมสำหรับญาติโยม 1 หลัง
8. โรงครัวพร้อมโรงเก็บข้าวของอุปกรณ์ทั่วไปจำนวน 1 หลัง
9. แท็งก์น้ำคอนกรีตบรรจุน้ำ 300 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 1 แท็งก์
10. พระประธาน พระรัตนพุทธะชัยะสงคราม หน้าตักขนาด 39 นิ้ว 1 องค์
11. ที่ดินที่ญาติโยมบริจาคซื้อจำนวนเกือบ 30 ไร่
ครับ ทั้ง 11 รายการโดยรวมนี้จะทำการถวายในคราเดียว ซึ่งจะมีหลวงปู่เสน ปัญญาธโร กับครูบาอาจารย์สายพระกรรมฐาน 99 รูป มารับมอบในวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำตรงกับวันวิสาขบูชาปีนี้
จึงขอบอกกล่าวกับญาติมิตรญาติธรรมและผู้ร่วมบุญสร้างวัดป่าชนะสงครามมาด้วยกันตั้งแต่ต้น ให้รู้โดยทั่วกัน จะได้เตรียมตัวเตรียมใจสละเวลามาถวายแด่พระสงฆ์ร่วมกันพร้อม ๆ กับอนุโมทนาบุญอันเป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่นี้โดยพร้อมเพรียง
หลวงปู่เสน ปัญญาธโร ได้ขึ้นมาเยี่ยมเยือนวัดป่าชนะสงคราม ในการนี้ ญาติโยมในอำเภอทุ่งเสลี่ยมได้มีโอกาสกราบนมัสการหลวงปู่โดยทั่วหน้า เพราะท่านได้มาจำวัดที่นี่นานถึง 2 คืน
สองวันสองคืนที่ผู้เขียนมีโอกาสสวดมนต์ทำวัตรกับครูบาอาจารย์ รวมทั้งมีโอกาสสนทนากับหลวงปู่อย่างใกล้ชิด จึงได้ความรู้ใหม่ ๆ เพิ่มเติมอีกไม่น้อย
มีอยู่ช่วงจังหวะหนึ่งหลวงปู่ปรารภให้ภูเตศวรในฐานะศิษย์ฟัง ท่านกล่าวถึงอำนาจแห่ง ‘จิต’ ท่านพูดถึงความมหัศจรรย์ของภาวนาปัญญาที่ปรากฏขึ้นกับตัวของท่านเอง
จากความรกร้าง จากที่ดินอันว่างเปล่าในอดีต วันนี้กลายเป็นวัดวาอารามในระยะเวลาเพียง 2 ปี
ทุกอย่างตรงตาม ‘นิมิต’ ที่บังเกิดในสมาธิอย่างไม่ผิดเพี้ยน
“ตรงนี้...วัดนี้จะกลายเป็นโบราณสถาน ในสมัยพระศรีอริยเมตไตรย” คือประโยคของหลวงปู่ในวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา ท่านยังหันไปกล่าวกับพระอาจารย์ประดิษฐ์ โชติโก เจ้าอาวาสวัดป่าบึงงาม ด้วยว่า...
“ผมทำอะไรมองอะไร ผมมองไปในอนาคต มองไปจนถึงยุคพระศรีอริยเมตไตรยเลยละ”
เพราะประโยคดังกล่าว ทำให้ภูเตศวรนึกไปถึงคำกล่าวของหลวงปู่ในอดีตเมื่อประมาณปี 2540 ครั้งที่มีโอกาสไปนมัสการสังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่งอินเดียหลังจากที่เข้าไปนั่งภาวนาในพุทธคยา ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์หนึ่งคืน
เช้าวันถัดมาหลวงปู่กล่าวกับผู้เขียนด้วยใบหน้ายิ้ม ๆ “ถ้าพวกเราไม่สิ้นทุกข์ในชาตินี้ ก็คงแบกทุกข์ในสมัยพระศรีอริยเมตไตรยแน่ ๆ”
กับอีกประโยคที่ภูเตศวรจำฝังใจจนวันนี้
“ญาติมิตรญาติธรรมของแม้วอย่างน้อยก็ต้องได้พบพระศาสนาของพระศรีอริยเมตไตรยกันพร้อมหน้า”
ภูเตศวรไม่เอ่ยถามหลวงปู่ แต่จะรับฟังเท่าที่ท่านกล่าวหรือบอก หากเราก็มีสิทธิ์อธิษฐาน ขอให้คำพูดของหลวงปู่เป็นจริง วาจาของผู้ทรงศีลจารวัตรบริสุทธิ์คือวาจาสิทธิ์ ผู้เขียนเชื่ออย่างนั้น
ก็ได้แต่หวังครับ เพ็ญวิสาขบูชาจะได้พบญาติมิตรญาติธรรมทุกท่าน โดยพร้อมหน้าที่วัดป่าชนะสงคราม เพื่อถวายวัดร่วมกัน
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com