การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

จงอย่าเป็น ‘บุคคลเปล่าประโยชน์’ by วัดป่าชนะสงคราม

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
7 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#421]

จงอย่าเป็น ‘บุคคลเปล่าประโยชน์’

 

          วันนี้ที่กำลังลงมือเขียนต้นฉบับ เมฆฝนบนฟ้าเหนือวัดป่าชนะสงครามหนาทึบมาแล้วหลายวัน หากน่าแปลกที่ยังไม่มีเม็ดฝนปรายโปรยลงมาแม้แต่เม็ดเดียว หลวงปู่บุญเรือง ที่ผู้เขียนนิมนต์มาครองวัดกล่าวกับภูเตศวรเบา ๆ

          “แม้วทำอะไรหรือเปล่า ฝนจึงไม่ยอมตก?”

          ผู้เขียนได้แต่อมยิ้ม เพราะนับตั้งแต่วันที่เดินทางมาถึง นึกบ่นอยู่ในใจเหมือนกัน งานทอดกฐินใกล้เข้ามา แม้ศาลาจะยังไม่แล้วเสร็จ แต่ภายในศาลาจะเรียบร้อยกว่านี้ งานเร่งด่วนคือปูพื้นศาลาด้านใน เริ่มตั้งแต่อาสนะสงฆ์ กับพื้นสำหรับญาติโยมที่กำหนดให้ปูด้วยหินแกรนิต

          ช่างวิ ไล (หัวหน้าช่าง) บอกกับผู้เขียนว่า ‘หลังจากตีฝ้าเพดานเสร็จ ต้องทาสีข้างในก่อน เวลาปูพื้นจะได้ไม่เลอะ’

          ภูเตศวรเองสมัยเด็ก ๆ เคยเป็นช่างทาสีมาก่อน รู้ว่าถ้าฝนตกการทาสีน้ำมันจะมีปัญหาหลาย ๆ อย่าง ประการสำคัญคือ แห้งช้า และไม่เงางาม

          เพราะประการดังกล่าว เลยบ่นกับเทวดาอารักษ์

          “จะเร่งงานให้ได้มาก เวลาทอดกฐินก็จะได้ใช้ประโยชน์จากศาลามากขึ้น”

          ฝนก็เลยไม่ตก ทั้ง ๆ ที่เมฆฝนหนาทึบเต็มท้องฟ้า! พอฝนไม่ตกชาวบ้านก็บ่น

          “ปีนี้จะได้ข้าวไหมหนอ ฝนไม่ยอมตกแบบนี้จะทำยังไง?”

          นี่แหละครับ บางครั้งประโยชน์ของฝ่ายหนึ่ง ก็ทำให้ฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนได้เหมือนกัน

          งานนี้ผู้ปวดหัวเห็นทีจะเป็นเทวดา เพราะไม่รู้จะตามใจใคร?

          ขึ้นมาวัดป่าชนะสงครามเที่ยวนี้เป็นปลื้ม ศาลาศิลปะสุโขทัยประยุกต์รุดหน้าไปได้มาก ผ้ากฐินที่ชาวบ้านช่วยกันทอช่วยกันทำ เหลืออีกไม่กี่ฟุตก็เสร็จ เรื่องป้ายสำหรับปักบอกระยะทางเข้าวัดก็มีผู้ขันอาสาทำ ทั้งฝ่ายชาวบ้าน ฝ่ายโรงเรียน พร้อมใจร่วมแรงกันพร้อมพรั่งเหลือเกิน กับท้ายสุดที่โทรศัพท์กลับกรุงเทพฯ คุณทมยันตีท่านแจ้งข่าวดีให้ทราบ...

          ศรัทธาจากท่านผู้อ่าน ที่จะจัดรถบัสเดินทางมาสมทบจะมีมากมายหลายสาย

          ตรงนี้ภูเตศวรปลื้มและไม่มีปัญหาครับผม เพราะท่านพระครูพิพัฒน์ฯ เจ้าอาวาสวัดพิพัฒน์มงคล เจ้าคณะอำเภอทุ่งเสลี่ยม ท่านเมตตาจัดเตรียมที่พักให้มากมายหลายอาคาร

          ทาง ‘โรงเรียนบ้านโชกม่วง’ ก็เตรียมอาคารไว้สำหรับพักแสวงบุญไว้เพียบ

          ล่าสุด ‘โรงเรียนทุ่งเสลี่ยมชนูปถัมภ์’ โรงเรียนใหญ่ประจำอำเภอทุ่งเสลี่ยม แสดงความจำนงมา...มีอะไรให้ช่วยขอให้แจ้งมา!

          ภูเตศวรขอกราบขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ ขอบพระคุณจริง ๆ ครับ กฐินสามัคคีหาทุนสมทบสร้างศาลาอเนกประสงค์และเสนาสนะในวัดป่าชนะสงครามปีนี้ เราได้รับเกียรติจากท่านผู้พิพากษาน้ำทิพย์ อ่อนชด ท่านจะนำทีมคณะท่านผู้พิพากษาในแวดวงของท่านมาร่วมบุญด้วย นับเป็นความกรุณาต่อผู้เขียนอย่างยิ่ง

          บอกแล้วไงครับ กฐินปีนี้ ครั้งนี้ ที่ทมยันตีกับภูเตศวรและคณะตั้งใจจัด

          อาจเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่มีโอกาสจัดให้ใหญ่แบบนี้ เพราะมีทั้งสมโภชองค์กฐิน มีบรรยายธรรม มีกวนข้าวทิพย์ถวายสงฆ์ ถวายเทวดา เสร็จสรรพ

          ครับ...ถึงตรงนี้จึงมากราบเรียนเชิญทุกท่าน ให้มาร่วมสร้างบุญสร้างทานบารมีกันโดยพร้อมหน้า แสดงให้เห็นพลังศรัทธาของชาวพุทธที่มีต่อสงฆ์ต่อพระศาสนา ว่ายังคงเหลืออยู่อีกมากมาย

          มิได้เป็นดังที่ถูกกล่าวหาว่า...ศาสนาพุทธได้ก้าวสู่ยุควิกฤตแห่งศรัทธาอย่างที่ใคร ๆ เขาว่ากัน!

          วันนี้คงต้องจากกันด้วยธรรมะของหลวงปู่จันทา ถาวโร แห่งวัดเขาน้อย จ.พิจิตร ในหนังสือ ‘ธรรมพเนจร’ ที่ผู้เขียนได้รับมาจากมือของหลวงปู่โดยตรง ในวันที่นำคณะสงฆ์วัดป่าชนะสงครามไปกราบท่านมาเมื่อเร็ว ๆ นี้

          ดังครั้นพุทธกาลโน้น สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสเทศนาแก่อนาถบิณฑิกะเศรษฐีว่า...

          “เอสา เทวะมนุสสานัง นิธิ ดูกรมหาบดีเศรษฐี ขุมทองกองบุญกองกุศล อันมนุษย์และเทวดาทั้งหลายที่สะสมอบรมใส่ตนไว้เต็มเปี่ยมแล้วนั้น แม้จะปรารถนาใด ๆ ในสมบัติมนุษย์ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ และทุกขสารสมบัติได้นั้น ก็จะสำเร็จได้ นอกจากนั้นจะเป็นสะพานไต่เต้าสู่มรรคผล นิพพาน เว้นเสียซึ่งอำนาจและมารอันธพาล

          นั่นแหละ ต่อแต่นี้ไป ขอให้ตั้งใจประพฤติตัวอยู่เป็นนิตย์ มีพุทโธ ธัมโม สังโฆ วัตรเป็นเครื่องปิดอบายพายะโตเป็นผู้นำโลกออกจากหมู่สัตว์ไปถึงพระนิพพานได้สะสมทานศีลภาวนา บุญกุศลน้อยใหญ่ บำเพ็ญศีล สมาธิ ปัญญา มรรคมีองค์ 8 โพชฌงค์ 7 สมถะวิปัสสนาเป็นเครื่องกลั่นกรองกิเลสอย่างหยาบ อย่างกลาง อย่างละเอียด ให้ขาดจากใจ ทำความเห็นให้เป็นผู้ไม่มีภัยและเวร เป็นเหตุให้ใจได้ดื่มรสของความสงบเป็นลำดับ นับว่าเป็นผู้ทำให้ชีวิตให้เป็นไปด้วยประโยชน์สูงสุด ด้วยความเห็นที่ดี เรียกว่า ‘สัมมาทิฐิในองค์มรรค’ อันเป็นเครื่องยั้งมารและเสนามาร ให้ลุ่มหลงและเป็นที่ไม่ค้นพบแห่งพญามัจจุราช

          อันบุคคลที่มีสัมมาปฏิบัติเช่นนี้ ได้ชื่อว่า เป็นผู้ยังสมบัติชั้นดีเลิศ คือบุญกุศลมรรคผลธรรมวิเศษให้เจริญตามกาลและขั้นแห่งวัย แม้กาลเวลาจะล่วงไปเท่าใด ความดีงามจะเจริญไปตามนั้น ถึงแม้จะมีชีวิตเป็นอยู่เพียงวันเดียว”

          สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสอีกว่า

          “ผู้มีราตรีเดียวอันเจริญแล้ว...อะโมฆัน ตัสสะ ชีวิตัง ความเป็นอยู่ของบุคคลนั้น ไม่เปล่าประโยชน์เลย”

          ครับ...ธรรมะสั้น ๆ ของหลวงปู่จันทา ถาวโร คือคำตอบชัดว่า การทำคุณงามความดี ปฏิบัติตนใน ทาน...ศีล ภาวนา แม้ผู้มีอายุสั้นเพียงวันเดียวก็ยังได้รับการยกย่อง...เป็นบุคคล

          ไม่เป็นโมฆะ เป็นคนไม่เปล่าประโยชน์


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com