
วัดป่า สร้างป่าก่อนสร้างศรัทธา
ขณะที่เขียนต้นฉบับอยู่นี้ ข่าวน้ำป่าทะลักท่วมหมู่บ้านน้ำก้อ จังหวัดเพชรบูรณ์กำลังแพร่ภาพอยู่ในจอโทรทัศน์ ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นถึงหนึ่งร้อยเจ็ดศพ และยังเหลือผู้สูญหายที่คาดว่าเสียชีวิตแล้วอีกจำนวนนับสิบ ๆ ราย
ปีนี้โศกนาฏกรรมจากอุทกภัยบังเกิดขึ้นซ้อน ๆ กันในระยะสองสามเดือนมีผู้เสียชีวิตทั้งหมดหลายร้อยคน เหตุเพระน้ำป่าหลากลงมาคร่าชีวิต ทั้งปวงมาจากการตัดไม้ทำลายป่าของมนุษย์ด้วยกันนั่นแหละครับ
วันนี้ภูเตศวรยังอยู่ที่วัดป่าชนะสงคราม ความจริงมีกำหนดเดินทางกลับกรุงเทพฯแล้ว หากเมื่อเช้า ข่าวน้ำทะลักท่วมสวรรคโลก และตัวจังหวัดสุโขทัยสูงถึงระดับเอวมาถึง จึงต้องรีรอเพื่อเช็กเส้นทางกลับ กลัวจะไปค้างคาระหว่างการเดินทางเพราะเส้นทางถูกน้ำท่วม
ความจริงเท่าที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันก็คือป่าไม้ในเมืองไทยกำลังจะหมดสิ้นลง สาเหตุก็อย่างที่รู้ ๆ กันแหละครับ นักการเมือง ข้าราชการ และผู้มีอิทธิพลทั้งหลายคือตัวการผลาญป่าตัวยง
มนุษย์ทำลายธรรมชาติ ที่สุดธรรมชาติก็จะทำลายมนุษย์เช่นกัน นั่นคือกฎแห่งสัจจะที่เราท่านกำลังประจักษ์อยู่ในขณะนี้!
‘สร้างแหล่งน้ำ ปลูกป่า’ คือนโยบายของครูบาอาจารย์สายพระกรรมฐาน ‘วัดป่า’ ต้องอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้ ป่าไม้จึงเป็นที่อยู่ของพระสงฆ์นักปฏิบัติมาโดยตลอด
บัดนี้วัดป่าชนะสงครามบนเนื้อที่ 76 ไร่ พื้นที่เป็นป่าเสื่อมโทรมมาตั้งแต่ต้นกลายเป็นป่าไม้ถาวรแล้วถึง 50 ไร่ เป็นโครงการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขื่อนภูมิพลฯ จังหวัดตาก และในอนาคตข้างหน้า พื้นที่ที่เหลือเราจะนำกล้าไม้มาลงอีกให้ได้ป่าอีกประมาณ 10 ไร่
นั่นแหละครับ คือวัดป่าที่เน้นการปลูกป่ามากกว่าทำลายป่า อย่างที่ใครก็ตามเคยไปเยี่ยมเยือนวัดวาของครูบาอาจารย์สายพระกรรมฐาน จะเห็นความร่มรื่นร่มเย็นของต้นไม้อยู่ในสายตาเสมอ
และนี่คือคำตอบที่ใคร ๆ เคยถามภูเตศวร ทำไมต้องสร้างวัดป่า และทำไมจึงต้องปลูกป่าสร้างวัด เพราะวัดป่าเป็นวัดป่าได้ก็ต้องรักษาป่าให้ดำรงอยู่ตลอดไปก่อนสร้างศรัทธาให้ญาติโยม
วันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันแม่แห่งชาติผ่านพ้นไปพร้อม ๆ กับการเทพระพุทธรูปจำลองขนาดหน้าตัก 5 นิ้วและ 9 นิ้ว ณ วัดป่าชนะสงครามลุล่วงไปด้วยดี
ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายเป็นระยะ ๆ ท่ามกลางความชุ่มฉ่ำเย็นของบรรยากาศ อุทกธารโลหะไหลรินลงสู่เบ้าหลอม ขณะเสียงสาธยายมนต์ของพระสงฆ์กังวานก้องอาณาบริเวณหลังพิธีบวงสรวงเทพยดา และการประกาศโองการเทวดาจบลง
อีกครั้งกับปรากฏการณ์ปาฏิหาริย์ที่บังเกิดอย่างน่าพิศวง!
หลังจากการสวดสัคเคฯ ชุมนุมเทวดาเพื่อทำการบวงสรวง ฟ้าที่ครึ้มด้วยเมฆฝนหนาทึบพลันเปิดเป็นช่อง ทอดลำลงบนโต๊ะสังเวยสว่างเรืองอยู่เฉพาะจุดนั้นจุดเดียวยาวนานประมาณ 10 นาทีจึงหายไป
ตลอดการเททองมีละอองฝนพร่างพรมบางเบาขณะที่รอบ ๆ อาณาบริเวณฝนกระหน่ำแทบลืมหูลืมตาไม่ขึ้น ว่ากันว่าในอำเภอทุ่งเสลี่ยมและบริเวณใกล้เคียงฝนตกหนักเหมือนฟ้ารั่วจนหลายคนคาดการณ์
‘งานเททองหล่อพระที่วัดป่าชนะสงครามล่มอย่างแน่นอน’
แต่การคาดการณ์นั้นผิดคาด ทุกอย่างเสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์งดงาม แถมเมื่อเช้า นายช่างอาจารย์เสรี เกษมสุข ท่านโทรศัพท์มารายงานด้วยความภาคภูมิใจ
“ทุกอย่างสมบูรณ์เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ พระที่เททองมีชำรุดเพียงองค์เดียว”
ทั้งปวงเพราะอานุภาพแห่งพระเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทรงอวยฤกษ์อวยชัยแก่เรา
ครับ ทั้งปวงจึงคือเหตุผลว่า ‘ ทำไม’ เราจึงบากบั่นยอมทุ่มเทกายใจลงที่นี่ ก็เพราะทุกคราที่เราจัดเราทำ ราประจักษ์ในอำนาจของสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนแผ่นดินสุโขทัยแห่งนี้ตลอดมา
ทุกครั้งอาจลำบากยากเย็น แต่เราก็ผ่านพ้นมาได้ทุกครั้งด้วยชัยชนะ
ดุจดังชื่อ ‘วัดป่าชนะสงคราม’ ที่หลวงปู่เสน ปัญญาธโร เมตตาตั้งชื่อให้
ขอตบท้ายด้วยพุทธโอวาทก่อนเสด็จสู่ปรินิพพานของพระบรมศาสดาเจ้าที่ว่า
“จงยังประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน และจงถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด”
พุทธโอวาทประโยคนี้คงไม่ต้องแปลนะครับว่า การยังประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านนั้นควรทำอะไร
ทานของท่านเพื่อศาสนาคือบุญของผู้ให้และบุญของผู้ได้รับอยู่ในศีล ทาน และภาวนา ย่อมเป็นบุคคลที่อยู่ในความไม่ประมาทอย่างแท้จริงใช่ไหมครับ
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com