
วิธีผ่านทุกข์...ทิ้งเวทนา
ภูเตศวรได้มีโอกาสกราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงปู่เสน ปัญญาธโร อีกครั้งหลังจากไม่ได้พบกับท่านมานานตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ช่วงงานทอดกฐินปีที่ผ่านมา ด้วยภารกิจที่ต้องขึ้นล่องสุโขทัยไม่ว่างเว้นอย่างที่รู้กัน
เหตุที่ได้พบได้กราบครูบาอาจารย์อีกครั้ง ก็เพราะอยู่ในช่วงเดินทางกลับกรุงเทพฯ และหลวงปู่ก็เดินทางมารักษาตัวด้วยโรคาพยาธิเบียดเบียน
พบกันครานี้หลวงปู่ดูซูบซีดไปมาก หากรอยยิ้มของท่านยังมีเมตตาเหมือนทุกครั้ง
“ปีนี้โรคสุมหลวงปู่เหลือเกิน” หลวงปู่เอ่ยคำกับลูกศิษย์ “เป็นธรรมดาของกาย มันก็เหมือนบ้านเก่า ๆ รถเก่า ๆ ที่ต้องชำรุดทรุดโทรมไปตามเวลา ซ่อมได้ก็ซ่อมไป ซ่อมไม่ได้ก็ต้องทิ้ง”
การอาพาธของหลวงปู่มีมาตั้งแต่ปี ’40 ช่วงที่ผู้เขียนบวชเรียนอยู่กับท่านนั้น หลวงปู่เคยปรารภเบา ๆ
“หลวงปู่คงตายปีนี้แล้ว!” ท่านเล่าอาการให้ฟัง “ปวดหัว กับปวดหน้าอกตลอดเวลา ทรมานมาก”
ครั้งนั้นแม้ภูเตศวรจะถือเพศพรหมจรรย์ครองผ้าเหลืองอยู่ แต่ยอมรับว่า ‘ใจหายแวบ’ น้ำตาตกด้วยความรู้สึก ‘เรากำลังหมดที่พึ่ง’ สิ่งที่ทำได้ในเวลานั้นคือกราบลงแทบเท้าของหลวงปู่พร้อมคำวิงวอน
“อย่าเพิ่งละสังขารเลยครับ ถ้าหลวงปู่ไปจากผม พวกผมจะพึ่งใครได้อีก”
ณ เวลานั้นประมาณเดือนมิถุนายน ปี 2540 จำได้ว่าพระเดชพระคุณหลวงปู่อึ้งไปนานหลายอึดใจ ท่านไม่ตอบคำถามใด ๆ จนเราต้องรุกเร้า
“หลวงปู่ต้องรับปากผมนะครับ บวชครั้งนี้ผมต้องสึกหาลาเพศเพราะหน้าที่ยังไม่จบ หลวงปู่เป็นคนบอกผมเองว่าถึงสึกไปแล้วก็ต้องกลับมาบวชอีกครั้ง หนนี้จะตายในผ้าเหลืองแน่นอน”
ท่านพยักหน้าพร้อมกับมองหน้าผู้เขียนนิ่งนาน จังหวะนั้นผู้เขียนหลุดคำออกมาอย่างไม่คาดฝัน
“รอผมก่อนให้ได้บวชมาอุปัฏฐากหลวงปู่สักระยะ จากนั้นก็สุดแท้แต่หลวงปู่เถิดครับ!”
คงเพราะประโยคนี้กับอาการพยักหน้าน้อย ๆ ของท่าน สองสามปีที่ผ่านมา ดูเหมือนการอาพาธของหลวงปู่จะคลายจางไป จนมาปีนี้อาการเจ็บป่วยเริ่มคุกคามอีกครั้ง
ไม่มีสิ่งใดทรมานชีวิตได้มากเท่าความป่วยไข้ หากหลวงปู่ยังลุกขึ้นปฏิบัติกิจวัตรได้อย่างไม่บกพร่อง
บางคาบบางคราดูเหมือนหลวงปู่จะเข้าใจ คนเป็นลูกศิษย์อย่างภูเตศวรคงนึกสงสัย
‘หลวงปู่ทนอยู่ได้อย่างไร’
ท่านเคยปรารภให้ฟัง แม้ครั้งนี้ท่านก็กล่าวย้ำ
“ผู้ผ่านการฝึกฝนด้านกรรมฐานมาจนแก่กล้าพอควร จะเข้าใจ กายมี จิตมี...ความทุกข์ความเวทนามี แต่อย่าลืมว่าทุกข์มีแต่ผู้รับทุกข์ไม่มี ความทุกข์จะมีอำนาจอะไร”
ความหมายที่หลวงปู่กล่าวหมายถึงการรู้จักแยกจิต แยกกายออกจากกัน เวทนาของกายมี แต่ถ้าคุมจิตให้วางกายได้ ทุกข์และเวทนาก็ไม่กระทบจิตกระทบใจ
ทุกคำกล่าวสั่งสอนของหลวงปู่คือ คำยืนยันถึงความมหัศจรรย์ของพระธรรมที่พระบรมศาสดาทรงค้นพบ และนำมาแนะนำสั่งสอนสัตว์โลก
‘จิต’ เป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน’ คือประโยคอันเป็นสัจจะความจริง หากต้องผ่านการฝึกฝนด้วยพระกรรมฐาน ซึ่งเป็นเครื่องมือเพาะบ่มพละกำลังแห่งจิตมาพอสมควรจน ‘สติแก่กล้า’ เสียก่อน เราท่านจึงจะทำเช่นนั้นได้
“เกิด แก่ เจ็บ และตายคือความทุกข์” หลวงปู่ทวนสัจจะให้ฟัง “เพราะเราเคยชินกับร่างกาย ตามใจกันมาตลอดจนมันกลับมาเป็นนายของจิตใจไป เราจึงรับทุกข์เพราะมัน พระกรรมฐานทำให้เรามีปัญญา ปัญญาทำให้เรารู้ว่า ที่จริงจิตกับใจของเราสำคัญ มีอำนาจมากกว่าร่างกาย และเอาชนะมันได้”
ธรรมะของหลวงปู่เรียบง่าย “จิตจะมีอำนาจมากขึ้นตามกำลังแห่งสติจากสมาธิ”
ที่กล่าวทั้งหมดก็ใช่ว่าหลวงปู่ท่านจะหนีทุกข์เช่นนั้นร่ำไป ท่านเคยกล่าวว่า “การฝึกฝนการต่อสู้กับทุกข์ก็เหมือนประจันหน้ากับข้าศึก บางครั้งต้องจี้ลงไปในกองทุกข์เวทนานั้นให้ถึงที่สุด บางครั้งก็ต้องถอยออกมาบ้าง พอค่อยยังชั่วก็ทุ่มเข้าไปใหม่ ทำบ่อย ๆ เข้า จิตของเราก็จะมีกำลังมากขึ้น”
การต่อสู้บ่อยครั้ง ทำให้เชี่ยวชาญการศึก สมาธิก็เฉกเดียวกัน ทำบ่อยครั้งทำอย่างสม่ำเสมอจะเกิด ‘วสี’ คือความชำนาญ ชำนาญในการบังคับ ควบคุม สติ และสมาธิไปเป็นลำดับ จนถึงขั้นกำหนดได้ตามใจนึก
ท้ายสุดจะผ่านทุกข์ทั้งปวงได้ในที่สุด!
ครับ นี่คือสิ่งที่ได้รับมาล่าสุดจากการได้กราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงปู่เสน ปัญญาธโร พระอาจารย์ผู้ที่ภูเตศวรวางไว้เหนือเกล้า
คงต้องทิ้งท้ายด้วยข่าวกุศลของวัดป่าชนะสงครามดังเคย กับงานเททองหล่อพระประธาน ในวันเพ็ญเดือนหกตรงกับวันวิสาขบูชาปีนี้ เราจะมีการบวชชี-พราหมณ์ที่นั่น มีการทอดผ้าป่าสามัคคีสมทบสร้างเสนาสนะกับสมทบทุนสร้างพระประธาน ในงานนั้นพร้อม ๆ กัน
ข่าวล่าสุด ทางมูลนิธิศาลเจ้าปู่เจ้าย่าแห่งจังหวัดอุดรธานี จะส่งขบวนสิงโต-มังกร ไปแห่แหนแสดงโชว์ในวันนั้นด้วย ก็ต้องขอขอบคุณมาล่วงหน้า โดยเฉพาะคุณประชา ชัยรัตน์ ประธานคณะกรรมการศาลเจ้าปู่-เจ้าย่าคนใหม่ปีนี้ ขอขอบพระคุณในความกรุณาเป็นอย่างยิ่ง
วันนี้ แม้จะยังห่างจากวันเพ็ญเดือนหกถึงสองเดือนเศษ หากคุณทมยันตีกับคณะลูกศิษย์เคลื่อนไหวกันอย่างคึกคัก
“เตรียมทุกอย่างเอาไว้แต่เนิ่น ๆ จะได้ไม่ฉุกละหุก” คุณนายทมลั่นปาก “ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบไม่มีขาดตกบกพร่อง”
เราแบ่งงานแบ่งหน้าที่ออกเป็นสองส่วน ภูเตศวรดูแลสถานที่ วางปริมณฑล ตั้งแต่ราชวัตรฉัตรธง เต็นท์พิธีที่จอดรถ ที่พักในวัด น้ำท่าตลอดจนไฟฟ้าในวัด
ทมยันตีดูแลเรื่องแขกเหรื่ออาหารการกินตลอดจนจัดหาที่พักโรงแรม-รีสอร์ตรอบนอกไว้ล่วงหน้า และท้ายที่สุดคือจัดวางเครื่องพิธี เครื่องสังเวยในงาน
ฉบับหน้า จะลงกำหนดการงานเททองหล่อพระประธานครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้งครับ
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com