
เตรียมตัวเตรียมใจไปหล่อพระประธานกันเถอะ
อีกครั้งครับจากการเดินทางกลับจากวัดป่าชนะสงคราม ซึ่งดูเหมือนจะเป็นงานหลักของผู้เขียนตลอดปี 43 ที่ผ่านมา ศาลาอเนกประสงค์ศิลปะสุโขทัยประยุกต์รุดหน้ามาได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์
เหลือเพียงปูหินแกรนิตรอบระเบียงพร้อมบันไดทั้ง 4 ทิศ กับการตกแต่งปูนปั้นเศียรพญานาคอีกเล็กน้อยก็จะจบสิ้นลงได้
จบจากศาลาใหญ่หลังนี้ยังมีงานรออีกหลายประการ เพราะวัดจะเป็นวัดได้ ไม่ใช่มีแค่ศาลาหลังเดียว หากยังต้องประกอบไปด้วย โรงฉันน้ำร้อน กุฏิสงฆ์ และบ้านพักสำหรับญาติโยมที่จะมาปฏิบัติธรรม
เรียกว่ายังต้องใช้แรงกายแรงใจและแรงศรัทธาจากเราท่านอีกเยอะครับ...
แต่ที่วางแผนเอาไว้แล้วล่วงหน้าซึ่งดูเหมือนจะเป็นงานเร่งด่วนอีกอย่างคือ พระประธานสำหรับศาลาหลังใหญ่ที่จะมีไว้ประกอบกิจการทางศาสนาของหมู่สงฆ์ มีศาลา มีโบสถ์ มีวิหาร หากไม่มีพระประธานเอาไว้กราบไหว้ สิ่งทั้งปวงนั้นจะเหลือคุณค่าอันใด
หลวงปู่เสน ปัญญาธโร ได้กำหนดฤกษ์สำหรับการหล่อพระประธานแล้วในวันเพ็ญเดือนหก ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชา เป็นวันอุดมฤกษ์ ด้วยเป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นพระศาสดาของชาวพุทธทั้งปวง
พระประธานองค์ที่จะหล่อ เป็นพุทธศิลป์แบบสุโขทัยบริสุทธิ์ มีขนาดหน้าตักประมาณ 39 นิ้ว ไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป หากเราเน้นกันที่พุทธลักษณะและเนื้อหา อีกทั้งพิธีหล่อแบบโบราณตามสูตรบังคับในอดีตกาลทุกประการ
พุทธศิลป์แบบสุโขทัยบริสุทธิ์เป็นสัญลักษณ์ของความสุขความรุ่งเรืองแห่งพุทธศาสนา และผู้มาร่วมศรัทธาในครั้งนี้
เนื้อหาเป็นแบบทองสำริด ซึ่งประกอบด้วยโลหะธาตุหลาย ๆ อย่างมาผสมกัน ซึ่งโบราณแบ่งออกเป็น ปัญจะโลหะ สัตตโลหะ และนวโลหะ คือส่วนผสมของโลหะหลัก ๆ มีตั้งแต่ 5 อย่าง 7 อย่าง และ 9 อย่าง ตามลำดับ โลหะที่นิยมนำมาหล่อพระพุทธรูปซึ่งถือเป็นตำราบังคับมาแต่โบราณก็คือ ชิน ปรอท จ้าวน้ำเงิน ทองแดง เหล็กละลายตัว ดีบุก สังกะสี เงิน และทองคำ ถือเป็นนวโลหะชั้นเลิศ มิเพียงเท่านั้น การหล่อพระพุทธรูปแบบโบราณยังมีข้อบังคับให้นำโลหะมาหลอมรวมกันแล้วนำมาตีแผ่น ให้ผู้ทรงวิทยาคุณลงด้วยพระยันต์ 108 และ นะปถมัง 14 นะ มีดังนี้
พระยันต์ประทุมจักร 5 ยันต์ พระยันต์ ภควัมติ 5 ยันต์
พระยันต์ไตรสรณคมน์ 3 ยันต์ พระยันต์นวโลกุตรธรรม 1 ยันต์
พระยันต์พระพุทธคุณ 7 ยันต์ พระยันต์นะโมพุทธายะ 5 ยันต์
พระยันต์จตุราริยสัจจ์ 2 ยันต์ พระยันต์พระรัตนตรัย 1 ยันต์
พระยันต์จักรสิรโลก 9 ยันต์ พระยันต์มงกุฎพระพุทธเจ้า 1 ยันต์
พระยันต์พระบารมี 30 ทิศ 1 ยันต์ พระยันต์มหาละลวย 2 ยันต์
พระยันต์ปถมังพระเจ้า 5 พระองค์ 5 ยันต์ พระยันต์องครักษ์ 4 ยันต์
พระยันต์โสฬสมงคล 1 ยันต์ พระยันต์ฆเฎสิ 1 ยันต์
พระยันต์นวภา 25 ยันต์ พระยันต์วิปัสสี 28 ยันต์
สิริรวม 108 พระยันต์ กับอีก 14 นะคือ...
นะปังสมุทร นะนาคบาศ นะวชิราวุธ นะทน
นะกำจาย นะปรีชาทุกทิศ นะครอบจักรวาล นะบังไตรภพ
นะบังเมฆา นะสะท้านดินไหว นะกำจัด นะปิด
นะปิดอากาศ นะล้อม
โลหะที่ลงด้วยพระยันต์และนะปถมังที่กล่าวมาข้างต้น จะเป็นหัวเชื้อส่วนผสมในการหล่อพระพุทธรูปเพื่อความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์มีอิทธิฤทธิ์ตามคติโบราณที่มีมาช้านานแต่บรรพกาล โลหะสำริดหรือสัมฤทธิ์ คือการสัมฤทธิผล ของผู้บูชากราบไหว้
ท้ายสุดคือพิธีกรรมที่เริ่มต้นตั้งแต่การหาฤกษ์ พิธีบวงสรวง และพิธีพุทธาภิเษก โดยคณาจารย์ผู้เข้มขลังในจิตสมาธิ
พิธีกรรมดังกล่าว มีขั้นตอนละเอียดซึ่งยากต่อการนำมาอรรถาธิบายได้โดยง่ายในเวลาสั้น ๆ แต่ถ้าอยากรู้และต้องการเห็น
ส่วนคติการสร้างพระพุทธรูปขึ้นในบวรพุทธศาสนานั้น ในคัมภีร์ดังกล่าวอ้างถึงสมัยพระพุทธเจ้ายังทรงดำรงพระชนมชีพอยู่ ได้เสด็จขึ้นไปโปรดพระพุทธมารดา และทรงประทับค้างแรมอยู่ ณ ดาวดึงส์สวรรค์พรรษาหนึ่ง พระเจ้าปเสนทิโกศล กรุงโกศลรัฐผู้มีศรัทธาเลื่อมใสในพระตถาคต มิได้เห็นพระบรมศาสดาช้านาน มีพระทัยรำลึกถึง จึงรับสั่งให้นายช่างทำรูปจำลองแห่งพุทธองค์ขึ้น ด้วยแก่นจันทร์แดงประดิษฐานไว้เหนืออาสนะที่พระพุทธองค์ทรงเคยประทับ เพื่อกราบไหว้สักการะแทน
ครั้นพระพุทธเจ้าทรงเสด็จกลับจากดาวดึงส์ถึงที่ประทับ พระบรมพุทธานุภาพบันดาลให้พระพุทธรูปแก่นจันทร์เลื่อนหลีกไปจากพุทธยาสน์ หากพระตถาคตเจ้าตรงตรัสให้รักษาพระพุทธรูปนั้นไว้เพื่อสาธุชนจะได้ใช้เป็นแบบอย่างสร้างพระพุทธรูปในกาลต่อไป หลังพระองค์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว นี่แหละเป็นปฐมเหตุแห่งการเกิดพระพุทธรูป จนสืบเนื่องมาถึงยุคปัจจุบัน
แต่ภายหลังเมื่อพระบรมศาสดาทรงปรินิพพานไปแล้วจากประมาณ พ.ศ.700 คติการสร้างพระพุทธรูปเป็นเครื่องแทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังไม่สู้แพร่หลายนัก
หากนิยมสร้างวัตถุต่าง ๆ อาทิเช่น พระสถูปเจดีย์ รอยพระพุทธบาท และพระธรรมจักรเป็นเครื่องรำลึกถึงพระพุทธองค์มากกว่า จนภายหลัง พ.ศ. 700 เป็นต้นมาจึงนิยมสร้างพระพุทธรูปขึ้นสำหรับบูชากันมากขึ้นตราบเท่าทุกวันนี้
ในอดีตกาลพิธีการหล่อหรือสร้างพระพุทธรูป มีกฎข้อบังคับ มีแบบแผนตามตำราเคร่งครัด ดังจะเห็นในพระตำราของสมเด็จพระนพรัตน์ป่าแก้ว แห่งกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเจ้า ทรงร้อยกรองเอาไว้ หากแต่ในปัจจุบันพิธีกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับการหล่อ หรือการสร้างพระประธานทั้งปวงได้เลือนหายไปจนเกือบหมดสิ้น
บางแห่งสร้างโบสถ์วิหารเสร็จก็ไปที่ร้านค้า เลือกหาพระพุทธรูปด้วยตนเอง นำมาประดิษฐานได้โดยง่าย ซึ่งทางโรงงานสร้างขึ้นมาจำหน่าย โดยมิได้ทำตามสูตรบังคับมาแต่โบราณ โลหะก็เป็นพวกทองเหลืองเป็นหลัก
นั่นคือเหตุ ทำไมความศักดิ์สิทธิ์จึงไม่มีในพระปฏิมากรเยี่ยงพระพุทธรูปที่มีมาในสมัยโบราณ อย่างที่เห็นอยู่หลาย ๆ แห่ง เช่น วัดพระพุทธชินราช วัดหลวงพ่อโสธร ฯลฯ
การสร้างวัดป่าชนะสงครามของผู้เขียนกับคุณทมยันตี โดยคำสั่งของพระเดชพระคุณหลวงปู่เสน ปัญญาธโรครั้งนี้ จึงเป็นความพยายามอย่างยิ่งที่จะหล่มหลอมเอาสิ่งที่ดีที่งดงามเอามารวมกันเป็น ‘วัด’ ตัวอย่าง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประดับไว้ในบวรพุทธศาสนา ให้งดงามทั้งภายนอก และภายใน อันหมายถึงความถูกต้องและความศักดิ์สิทธิ์พร้อมกัน
ผู้เขียนเคยผ่านตากับตำราเล่มหนึ่งนานมาแล้ว เป็นตำราที่รจนาโดยอาจารย์ท่านใดก็ลืมเลือนไป และนึกชื่อไม่ออก หากจำได้แม่นมั่นกับผลแห่งอานิสงส์ของการหล่อ หรือการสร้างพระพุทธรูปว่า ถ้าแม้นใครผู้ใดผู้หนึ่งได้กระทำการหล่อพระ สร้างพระพุทธรูปอย่างถูกต้องตามตำรับสักครั้ง แม้นมีขนาดเล็กเท่าต้นอ้อ ชาติหนึ่งอย่างน้อยต้องได้เกิดเป็นเทพยดาชั้นพรหม ไม่อยากยืนยันครับว่าความเชื่อนี้จริงหรือเท็จ แต่ยอมรับว่าภูเตศวรฝังใจ และตั้งมั่นมานาน อยากเททองหล่อพระประธานในแบบโบราณอย่างนั้นสักหน
เพื่อคนที่ตนรับนับถือจำนวนมากอย่างน้อยแฟน ๆ ขวัญเรือนจะได้อานิสงส์ตรงนั้นด้วยกัน
เมื่อรู้อย่างนี้ รู้กำหนดเวลาตั้งแต่ตอนนี้ รีบทำตัวให้ว่างช่วงวันวิสาขบูชาที่จะมาถึงเถอะครับ จะได้ไปปฏิบัติ และเททองหล่อพระประธานที่วัดป่าชนะสงครามด้วยกัน
เราจะปักธงชัยที่นั่น เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ของเรา สำหรับชัยชนะเหนือศัตรูหมู่มาร ดังชื่อวัดป่าชนะสงคราม!
ขอศานติจงมีแด่ท่านทั้งหลาย
ภูเตศวร
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com