
เทวตานุสติ
ผู้เขียนเพิ่งกลับจากสุโขทัย หลังจากนำคณะศีลวดีจำนวนสี่สิบชีวิตขึ้นไปปฏิบัติธรรมที่วัดอมราวาส บ้านคลองด่าน จังหวัดสุโขทัย ในงานนี้ได้ปัจจัยสมทบสร้างจัตุรมุขกลางน้ำเป็นเงินประมาณสามแสนหกหมื่นบาท
และวันสุดท้ายคือวันที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 09.39 น. คณะสงฆ์ผู้ทรงสมณศักดิ์จำนวน 16 รูป พร้อมคณะผู้มีเกียรติชาวคลองด่านร่วมกับคณะศีลวดีได้ร่วมแรงร่วมใจทำพิธีวางศิลาฤกษ์ยกเสาเอกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
อีกครั้งกับพิธีบวงสรวงเทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขณะอ่านโองการประกาศเทวดา...ได้บังเกิดปรากฏการณ์อัศจรรย์ขึ้นเหมือนทุกครั้ง...
...นั่นคือ พระอาทิตย์ทรงกลด รัศมีเป็นวงกว้างอยู่เหนือปริมณฑลพิธีอยู่นานหลายนาที
ปรากฏการณ์นั้น...คือสิ่งบอกเหตุ...เป็นนิมิตหมายอันประเสริฐกับงานบุญงานกุศลในครั้งนี้
จัตุรมุขกลางน้ำจะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางนาคปรก กระหนาบซ้ายขวาด้วยรูปเคารพแห่งมหาเทพและมหาเทวี อยู่ตรงกึ่งกลาง ส่วนบริเวณที่เหลือจะทำเป็นที่เก็บพระไตรฯ กับคัมภีร์ต่าง ๆ
เป็นหอพระไตรกับเทพมณเฑียรไปพร้อม ๆ กัน
ครับ...ปัจจัยทั้งหมดประมาณสามแสนกว่าบาทดังกล่าวจะเป็นทุนเริ่มต้นสำหรับวางรากฐานจัตุรมุขกลางสระน้ำทั้งหมด และคาดว่าจะแล้วเสร็จในกลางปีหน้า แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นขึ้นอยู่กับแรงศรัทธาของมหาชนทั้งปวง กับการหาปัจจัยสมทบกฐินหลังวันออกพรรษาในปลายปีนี้ด้วยว่าจะมีมากน้อยเท่าใด
สรุปเป็นอันว่า...ปีนี้ทมยันตี-ภูเตศวร ได้ปักกฐินลงที่วัดอมราวาส บ้านคลองด่าน จังหวัดสุโขทัย เรียบร้อยแล้ว เป็นกฐินสามัคคีที่ทุกคนมีสิทธิ์เป็นเจ้าภาพโดยเท่าเทียมกัน
จัตุรมุขกลางน้ำจะเป็นศูนย์รวมแห่งตำรับตำราโบราณ เป็นที่เก็บรักษาพระไตรฯ และเป็นที่ที่ทุกคนจะเข้ามานมัสการพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ กับกราบไหว้บูชาเทพยดาไปพร้อม ๆ กัน
บางท่านอาจสงสัย ทำไมจึงต้องมีมหาเทพและเทวดาให้กราบไหว้ ก็ต้องกล่าวถึงสักนิดว่า พุทธศาสนาไม่เคยปฏิเสธเรื่องเทวดา และเรื่องราวของเทพยดาทั้งหลายนั้นล้วนมีอยู่ในพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามาโดยตลอด
แม้แต่ในกาลสมัยที่พระบรมศาสดายังทรงเป็นพระมหาโพธิ์ก่อนจะลงมาตรัสรู้ พระองค์ยังสถิตอยู่บนวิมานสวรรค์ชั้นดุสิตาอยู่ระยะหนึ่ง
หรือแม้แต่เวลาที่พระสงฆ์จะสวดชัยะมงคลคาถาต่าง ๆ ท่านก็จะสวดบทสัคเคฯ ชุมนุมเทวดาให้มาฟังธรรมและร่วมอนุโมทนาทุกครั้ง นั่นคือสิ่งที่สามารถยืนยัน
เทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้มีจริง
ไม่เพียงมีจริง...ท่านผู้ประเสริฐเหล่านั้นยังมีส่วนร่วมพิทักษ์รักษาพระศาสนามาโดยตลอด
ในพุทธประวัติยังกล่าวไว้ชัดเจน ยามที่พระพุทธองค์ทรงประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน จะมีเทวดามาแสดงความยินดีปรีดา และโศกาอาดูรด้วยทุกครา แม้แต่ในเวลาที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบธรรม ท้าวมหาพรหมก็ทรงอาราธนาให้พระตถาคตทรงแสดงธรรมโปรดสัตว์โลก ดังจะเห็นในบทอาราธนาก่อนพระภิกษุจะขึ้นแสดงธรรมเทศนา
ท้ายสุดคือ ในการเจริญกรรมฐานเพื่อความหลุดพ้นที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติเอาไว้มากถึง 40 กอง ในหมวดอนุสติ 10 มีอยู่หนึ่งหัวข้อแห่งพระกรรมฐาน คือ...เทวตานุสติ!
การเจริญเทวตานุสติ...คือการนำเอาข้อธรรมแห่งเทวดามาพิจารณาเป็นอารมณ์
ก่อนกล่าวถึงเทวตานุสติ ขอลำดับหัวข้ออนุสติทั้ง 10 ประการให้ทราบว่า มีอะไรบ้าง ทำนองรู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม
1. พุทธานุสติ 2. ธัมมานุสติ 3. สังฆานุสติ 4. สีลานุสติ 5. จาคานุสติ
6. เทวตานุสติ 7. อุปสมานุสติ 8. มรณานุสติ 9. กายคตานุสติ 10. อานาปานสติ
ทั้ง 10 ประการ เป็นการรำลึกถึงบุคคล...หรือพระธรรม นึกถึงความจริงอันจะก่อให้เกิดความเลื่อมใส ความซาบซึ้งในเหตุผล หรือความสงบใจอันใดอันหนึ่ง เป็น ‘อุบาย’ เป็น ‘วิธี’ ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงวางไว้ให้สาธุชนทั่วไป ทั้ง บรรพชิต...คฤหัสถ์ปฏิบัติได้โดยสะดวก เป็นอุปกรณ์ที่นำมาปฏิบัติได้โดยง่ายในทุกกาลเวลาสถานที่ ยกเว้นอานาปานสติข้อเดียวที่ควรทำในที่สงัดเงียบจึงจะเห็นผล
การสร้างจัตุรมุขกลางสระน้ำของวัดอมราวาสในครั้งนี้ เท่ากับเป็นการสร้างด้วยเหตุผลที่อิงหลักดังกล่าวถึงสามหัวข้อใหญ่ ๆ
1. เป็นพุทธานุสติ โดยพระปางนาคปรกตรงกึ่งกลาง
2. เป็นธัมมานุสติ เพราะเป็นหอพระไตรฯ
3. เป็นเทวตานุสติ เพราะเป็นที่สถิตแห่งรูปเคารพแห่งมหาเทพ-มหาเทวี ท้ายสุดคือ จัตุรมุขที่สร้างขึ้นกลางน้ำ จะเป็นที่สัปปายะร่มเย็นเหมาะสำหรับผู้ที่จะหาความสงบในการค้นหาความรู้และปฏิบัติธรรมสมาธิอีกด้วย
ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคกับหนังสือทิพยอำนาจของพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสฺโส) ได้กล่าวถึงการปฏิบัติจิตเกี่ยวกับเทวตานุสติไว้ดังนี้
เมื่อใดก็ตามที่เราต้องการสอบตัวเอง จะด้วยนั่ง ยืน เดิน หรือนอน ก็สามารถทำได้ เพียงแต่น้อมใจนึกถึงเทวดา หรือบุคคลผู้ทำความดีด้วยกาย ด้วยวาจา...และใจ แล้วอุบัติขึ้นในสวรรค์ ถึงความเป็นผู้บริบูรณ์ด้วยกามคุณอันเป็นทิพย์ เลิศกว่า...ประณีตกว่ากามคุณอันเป็นของมนุษย์ แล้วนึกถึง ‘คุณธรรม’ ที่อำนวยผลให้ไปเกิดในสวรรค์ มีศรัทธาความเชื่อในกรรมดีและกรรมชั่ว ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว จากนั้นนึกเปรียบเทียบตัวของเราขณะนี้กับเทวดาทั้งหลายว่ามีคุณธรรมเหมือนกันหรือไม่ ถ้ามีก็ดำรงต่อไป ถ้าไม่มีหรือขาดพร่องส่วนไหนก็ตั้งมั่นค้นหานำมาปฏิบัติ
การเป็นเทวดาได้ โบราณาจารย์ท่านกล่าวไว้ว่า ต้องมีคุณธรรมหลักคือ มี...หิริ-โอตตัปปะ คือมีความละอาย ความเกรงกลัวต่อบาปกรรมทั้งปวง มีศีล...มีทานเป็นเครื่องรองรับจิตใจ
คำว่าเทวดานั้น เป็นคำกล่าวที่ครอบคลุมไปทั้งหมดตั้งแต่ชั้นพรหมลงมาถึงชั้นฉกามาพจรสวรรค์ ดังนั้น เมื่อนึกถึง ‘พรหม’ ก็ควรนึกถึงคุณธรรมแห่งพรหม อันมีพรหมวิหาร 4 ที่ประกอบด้วย ความเมตตา ความกรุณา ความมีมุทิตา และอุเบกขาเป็นเครื่องรองรับ
เมื่อเข้าใจดังนี้ ในข้ออื่น ๆ ของอนุสติ 10 ก็เป็นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นพุทธานุสติ ธัมมานุสติ สังฆานุสติ หรือสีลานุสติ ก็คือการน้อมเอาคุณธรรมดังกล่าวของบุคคล ของธรรมะ ของศีลเหล่านั้นมาเป็นอารมณ์พิจารณาเพื่อประโยชน์...เพื่อน้อมนำจิตสู่ความสงบในที่สุด
ครับ รู้อย่างนี้ลองปฏิบัติดูสิ...ท่านจะเห็นว่าจิตใจของตนจักสุขสงบลงได้อย่างน่าประหลาด
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com