
พักผ่อนนอนฝัน
ช่วงนี้อากาศร้อน ตอนบ่ายๆ ชักตาปรือ อยากเล่นเกมซ่อนตาดำติดหมัดขึ้นมาเลยเชียว ได้งีบสักหน่อยคงสบายที่สุด แต่ขืนตามใจตัวเองละก็ ต้องหางานใหม่ทำแน่นอน ซึ่งไม่เป็นผลดีกับใครเลย โดยเฉพาะคนที่อายุยาวเรศ และไม่ค่อยจะรุ่นอย่างแม่เม้าน่ะ ต้องคิดหนักล่ะค่ะ ไม่ได้นอน ไม่ได้งีบดังใจปรารถนา ก็คุยเรื่องการนอนนี่แหละ จะได้ไม่ง่วง
นักวิทยาศาสตร์พบว่า คนเราจะเกิดอาการง่วงในเวลากลางวันได้ทุก ๔ ชั่วโมงโดยเฉลี่ย ซึ่งไม่เกี่ยวกับการหลับเต็มที่แล้วในเวลากลางคืนหรือไม่ซะด้วย เมื่อรู้อย่างนี้ถ้าง่วงก็จงแอบงีบ อย่าให้เจ้านายจับได้ต่อไปจนกว่าถูกไล่ออกนั่นแหละค่ะ
เมื่อมีหลับก็ต้องมีการกรนเป็นของแถมพก คอยสร้างความรำคาญหู และทุกข์โศกวิโยคใจให้คนนอนข้างๆ อย่างแสนสาหัส
นอกจากกรนแล้ว ยังมีการกัดฟันสลับฉากให้เสียวหูเล่นอีกนะคะ บางคนทั้งกรนทั้งกัดฟัน บางคนทำกิริยาอาการเพียงอย่างเดียว คือกรนหรือไม่ก็กัดเท่านั้น คนกัดฟันดีกว่าคนนอนกรนอยู่นิดหนึ่ง ตรงที่เจ้าตัวจะได้รับผลกรรมของตนทันตาเห็น เมื่อตื่นนอนจึงมีอาการปวดเมื่อยหน้า ปวดรูหูจนร้าวไปถึงขมับ และเสียวฟันตามมา บางรายอาการหนักฟันโยก ฟันคลอน กินไม่ได้แล้วก็นอนไม่หลับ มีโอกาสเฉลี่ยความทุกข์กับเราคนละครึ่งสาแก่ใจนักเชียว
ความจริงตามหลักการแพทย์ระบุว่า คนนอนกัดฟันมักเกิดจากการเครียด คือยิ่งเครียดก็ยิ่งกัดฟันมากขึ้นเท่านั้น เมื่อรู้ความลับนี้แล้วเราก็พยายามหาเรื่องให้เขาเครียดมากเข้าไว้ เป็นการหวังผลระยะยาวเผื่ออนาคตไว้ได้เลยว่า เขาจะแก่รุดหน้าเกินเราไปแน่นอน ชัวร์ป๊าบค่ะ
สถิติบอกอีกว่า เวลานอนเราจะขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบถ คืนละประมาณ ๖๐ ครั้ง เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก ไม่เป็นตะคริว อันเป็นสาเหตุหนึ่งของการฝันซึ่งจะเขียนในตอนหลัง ซ้ำน้ำหนักจะลดลงได้อีกประมาณ ๕ ขีด (๐.๕ กก.) ข้อนี้น่าสนใจ สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักบ้างมั๊ยคะ
โดยเฉลี่ยแล้วผู้ใหญ่จะนอนประมาณวันละเจ็ดชั่วโมงกว่าๆ (๗.๓ ชม.) ในช่วงเวลาดังกล่าว เราเอาไปฝันเสียชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมงในขณะที่เด็กๆ จะฝันมากกว่าผู้ใหญ่ แล้วค่อยๆ ฝันน้อยลงเมื่อโตขึ้น ข้อมูลของนักวิจัยบอกอีกว่าชั่วอายุขัยของมนุษย์หนึ่งคนนั้น เสียเวลาไปกับการฝันรวมแล้วถึงหกปีทีเดียวเมื่อตัดการฝันออกจากชีวิตไม่ได้ ก็ลองรวบรวมการฝันจากแง่มุมต่างๆ ให้คุณเปรียบเทียบดูแล้ว จะรู้ว่าการฝันเป็นเรื่องไม่เล็กเลย มีกระบวนการสลับซับซ้อน ชวนศึกษาไม่น้อย
การฝันหรือนิมิตต่างๆ ที่เกิดขึ้นในใจเวลานอนหลับนี้ ทางการแพทย์อธิบายว่า เรารู้สึกได้ด้วยเส้นประสาทที่ควบคุมโดยไขสันหลัง และสมอง ร่างกายส่วนใดได้รับการกระตุ้นเตือน ความรู้สึกนั้นจะแล่นไปตามเส้นประสาท ซึ่งมีที่รับความรู้สึกอยู่ ระหว่างเส้นประสาทสองเส้น แล้วรายงานความรู้สึกว่าร้อนหรือเย็นรักหรือเกลียดไปสู่สมอง ทำให้เกิดความฝันขึ้น
สาเหตุของการฝัน หลักการแพทย์สรุปไว้ว่า มีดังนี้
๑. เกิดจากเหตุการณ์ภายนอกที่กระตุ้นประสาทรับความรู้สึก อันเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อม เช่น ผู้ที่ถูกน้ำแข็งสัมผัส จะฝันว่ากำลังเล่นหิมะอยู่
๒. เกิดจากเหตุภายในที่กระตุ้นประสาทความรู้สึก อาจเกิดจากการตื่นเต้นของระบบประสาทรับความรู้สึกเอง เช่น กลางวันเห็นภาพหวาดเสียวแล้วนอนหลับเห็นภาพเหล่านั้นในฝันอีกหรือเกิดจากการกระตุ้นภายในร่างกาย เช่น ท้องเสีย ปวดปัสสาวะ ก็จะฝันร้ายจนต้องตกใจตื่น
๓. เกิดจากเหตุการณ์กระตุ้นทางจิตใจโดยตรง อันเป็นปัญหาทางอารมณ์ที่แก้ไม่ตก แล้วเก็บไปฝัน เป็นการระบายอารมณ์เก็บกดอีกทางหนึ่ง
ทั้งหมดเป็นข้อมูลของวิชาการแพทย์เขา ลองดูมุมมองของจิตแพทย์ว่าเขาแยกประเภทของการฝันเป็นอย่างไร จะได้ครบถ้วนตามหลักวิชาการซะเลย ท่านบอกว่าการฝันมี ๙ ประเภทค่ะ
๑. ฝันเตือนล่วงหน้า ส่วนมากจะเป็นเหตุร้ายมากกว่าเรื่องดี เช่น ประธานาธิบดี
ลินคอล์น ฝันเห็นตัวท่านถูกฆ่าตายล่วงหน้า ๒ วัน นั่นแหละค่ะ การฝันชนิดนี้มักเกิดกับคนที่มีอำนาจพิเศษในตัวเองเท่านั้น
๒. ฝันแจ้งอนาคต ชื่อก็บอกแล้วว่า อาจเกิดเหตุการณ์ขึ้นตามที่ฝันเห็น เช่น ฝันเห็นสถานที่ใดที่หนึ่งไว้ล่วงหน้า ไม่ช้าไม่นานเราก็ได้ไป พบไปเห็นสถานที่นั้นจริงๆ คุณเคยฝันอย่างนี้บ้างหรือเปล่าคะ
๓. ฝันก่อนเกิดอาการ มักเป็นเรื่องโรคภัยไข้เจ็บที่ซ่อนอยู่ในตัวคนฝัน การฝันว่าเป็นโรคนั้นๆ จะกระตุ้นให้เกิดอาการของโรคตามมาทีหลัง เรียกง่ายๆ ว่าฝันพยากรณ์โรคก็แล้วกัน
๔. ฝันเหมือนกัน มักเกิดกับคนที่ประสบเหตุการณ์หรือถูกจูงใจ ในเรื่องเดียวกันมาก่อน แล้วเก็บไปฝันเหมือนกันทีเดียวหลายๆคน
๕. ฝันอย่างเดียวกัน และเกิดขึ้นเสมอ บางคนจะฝันอยู่เรื่องเดียวติดต่อกันไปเรื่อยๆ ไม่เปลี่ยนเรื่อง มีภาค ๑ ภาค ๒ แถมด้วยภาคพิสดาร กินเวลานานๆ ก็มีอยู่บ่อยๆ
๖. ฝันโลดโผน ถ้าคุณฝันว่าเหาะเหินเดินอาการหรือถูกไล่ต้องวิ่งจนเหนื่อยหอบแล้วละก็ เกิดจากประสาทรับรู้เกิดอาการชาค่ะ
๗. ฝันร้าย สาเหตุมาจากการถูกกระตุ้นภายในด้วยโรคภัยบางอย่าง ทำให้ฝันเรื่องน่ากลัว ชวนให้ตกใจ
๘. ฝันเกิดอาการชา ผู้ฝันจะรู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อเป็นอัมพาต เคลื่อนไหวตัวเองไม่ได้ คนโบราณเรียกว่า ผีอำ เพราะอวัยวะบางส่วนถูกทับนานเกินไปจนเกิดอาการชา
๙. ฝันถึงคนตาย ชนิดนี้คงไม่ต้องอธิบายรายละเอียด หวังว่าคุณคงมีโอกาสทำตัวเองให้ว่าง แล้วฝันถึงคนที่เดินทางกลับบ้านไปล่วงหน้าเราสักครั้งในชีวิต ถ้าฝันประเภทนี้ละก็ ขอให้มาสวยๆ หน่อย แม่เม้าไม่ชอบเห็นของเละๆ ค่ะ แบบมัดตราสังเนื้อตัวยุ่ยเป็นมะขามเปียกไม่เอานะคะ
ทางพุทธศาสนาเรียกการฝันว่า นิมิต ท่านบอกด้วยว่าเกิดจากสาเหตุใหญ่ ๔ ประการ คือ ธาตุโขภ ฝันเพราะธาตุขันธ์ในร่างกายกำเริบ อนุภูตปุพพะ ฝันเพราะอารมณ์หรือหมกมุ่นครุ่นคิดถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เทวโตปสังหรณ์ เกิดจากเทวดามาดลใจให้ฝัน และ บุพนิมิต เป็นฝันบอกเหตุทั้งดี และร้ายให้รู้ล่วงหน้า ดังปรากฏในคัมภีร์ สารัตถสังคหะ ดังนี้
"แลฝันเห็นด้วยธาตุโขภะนั้น คือธาตุอันใดอันหนึ่งในการมิดีกำเริบกระทำกาย และจิตมิให้สบาย ครั้นหลับลงจึงให้ฝันพิกลไปต่างๆ ให้สะดุ้งตกใจ ปัพพะตาปะตันโตวิยะให้เห็นปรากฏประดุจตกจากภูเขา ถ้ามิฉะนั้นให้เห็นปรากฏประดุจดังว่า พรหมมฤคราช เนื้อ แลช้าง แลโจร เป็นต้น ไล่คุกคามให้สะดุ้งตกใจดังนี้ เป็นลักษณะแห่งธาตุโขภะ ๑ แลฝันเห็นด้วยเหตุอนุภูตะนั้น คือตนได้เสวยซึ่งอารมณ์อันใดอันหนึ่งไปก่อน จิตนั้นประหวัดไปถึงอารมณ์นั้น จึงให้ฝันเป็นต้น ได้เห็น ได้ฟังซึ่งสิ่งอันใดๆ ครั้นหลับลงจึงได้ฝันเห็นสิ่งนั้นนั้นดังนี้ เป็นลักษณะอนุภูตะ ๒ แลฝันเห็นด้วย เหตุเทวโตปสังหรณ์นั้น คืออำนาจแห่งกุศล อกุศลดลใจให้ฝันบุพนิมิต เมื่อจะรู้ว่าดีหรือร้าย"
การฝันในแนวความเชื่อทางวรรณคดีไทย จัดลำดับคล้ายกับแนวทางพระพุทธศาสนา คือบุพนิมิต จิตนิวรณ์ เทพสังหรณ์ และธาตุโขภ
ส่วนใหญ่การฝันมักจะเน้นที่บุพนิมิต เพื่อเน้นให้เห็นถึงบุญญาธิการของตัวละครสำคัญให้เด่นชัดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ก่อนสูญเสียพระกัณหากับพระชาลีให้ชูชกพาไปรับใช้นางอมิตตดานั้น พระนางมัทรีมีบุพนิมิต น่าตื่นตระหนกว่า "…ยังมีบุรุษผู้หนึ่งนั้น เติบโตดำล่ำสันเห็นพิลึก…มีหัตถ์เบื้องขวานั้นถือดาบ คมเขียวเป็นมันปลาบละเลื่อมแสง แกว่งกวัดฉวัดเฉวียน วิ่งลู่จู่เข้ามาถึง ถีบทวารตึงทลายลู่…กระทืบเท้าตะคอกขู่คำรามสำราก ฉวยชฎานางกระชากฉุดให้หลุดพลัน รวบพระกรกระหวัดทั้งซ้ายขวา ให้พระนางอุตตานุภาพ (ให้หงายขึ้น-แม่เม้า) ฟาดด้วยดาบแล้วก็เหวี่ยงลงตรงพระพาหา สองซ้ายขวาขาดเป็นสิน พระกรกระเด็นดิ้นแดดาล แล้วมิหนำซ้ำแขวะคว้านควักพระเนตรทั้งสองปลิ้นให้วิ่นหวะ…เอาดาบฉะเชือดพระทรวงล้วงชำแหละ แหวะหาพระหฤทัยพระนางนั้น" พระเวสสันดรทรงแก้ฝันว่า “เจ้าเคยสถิตบรรทมเหนือแท่นทอง พระยี่ภู่อ่อนละอองสำอางองค์ ยามเมื่อเจ้าจะทรงเสวยล้วนแต่เครื่องสุวรรณภาชน์…บัดนี้เจ้ามาตกเข็ญใจไร้นิราศปราศจากที่อันเจริญ…เสวยแต่ผลไม้อันเปรี้ยวขมเฝื่อนฝาด บรรทมเหนือใบไม้ลาดล้วนละอองทราย เทพเจ้าย่อมยักย้ายซึ่งราศี ธาตุทั้งสี่จึงวิปริต” ทรงปลอบพระทัยว่าเป็นเรื่องของธาตุขันธ์ไม่ปกตินั่นเอง
เพราะคนไทยเชื่อว่าการฝันสามารถบอกเหตุต่างๆได้ ใครถอดรหัสความหมายได้ถือว่าเก่ง จึงมีตำราทำนายฝันมากมายหลายฉบับ ที่ใช้มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาก็คือ จักรทีปนี หรือ สุบินปาฐพยากรณ์ เห็นว่าเก่าแก่ และแม่นนัก เห็นทีแม่เม้าต้องรวบรวมสติให้ดีแล้ว บรรจงหลับเอาฤกษ์เอาชัยสักงีบเล็กๆ เจอเลขเด็ดแล้วจะรีบตื่นมาเขียนบอกคุณนะคะ
แม่เม้า
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com