ไปนมัสการพระบรมธาตุ...
 
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

ไปนมัสการพระบรมธาตุเขี้ยวแก้วที่ศรีลังกา (๒) by ศรีลังกา

7 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
9 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#182]
ไปนมัสการ
พระบรมธาตุเขี้ยวแก้วที่ศรีลังกา (๒)

          หลังจากนั่งรถบัสแล่นวนชมรอบ ๆ เมืองโคลอมโบ เป็นที่พอใจแล้ว เจ๊แดงทัวร์ลีดเดอร์จึงบอกกับไกด์ชาวศรีลังกา ให้มุ่งหน้าไปยังวิหารกลางน้ำวัดคงคาราม

          วิหารกลางน้ำนั้น แรกเมื่อเห็นนึกถึงศาลาวัดแถบเหนือ หรือ ‘ล้านนา’ บ้านเราดี ๆ นี่เอง

          ศาลาสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง หลังคามุงกระเบื้อง มีเค้าของศิลปะธิเบตปนอยู่เล็กน้อย ที่บริเวณยอดแหลม จากลานสู่วิหารกลางน้ำเป็นสะพานปูน แข็งแรง กึ่งกลางของสะพานมีรอยพระบาทกับพระพุทธปางไสยาสน์แกะจากหินอ่อนสีขาวตั้งอยู่ แต่แค่กวาดตามองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นของสร้างขึ้นใหม่ไม่กี่ปีมานี่เอง

          พอก้าวผ่านประตู ผู้เขียนอดเหลียวมองหมู่พระพุทธรูปที่วางประดิษฐานรายรอบวิหารด้านนอกไม่ได้ เผอิญตัวเองเป็นคนศึกษาศิลปะด้านนี้มาบ้าง ทำให้รู้ว่าพระพุทธรูปทั้งหมดเป็นศิลปะยุคสุโขทัย

          “เอ๊ะ แล้วไหงมาอยู่ที่ศรีลังกาได้ล่ะ?” เรานึกสงสัยอยู่ในใจ ก็เลยชะโงกหน้าไปดูอย่างละเอียด จึงรู้ว่า

          เป็นพระหล่อใหม่ ที่คณะศรัทธานำมาถวาย

          “รู้ได้ไง?” บางท่านอาจถามอย่างนั้น แต่ตอบไม่ยาก เพราะที่ฐานพระทุกองค์เขาแกะชื่อคนถวายเอาไว้น่ะสิครับ

          เมื่อก้าวเข้าไปข้างในเราจะเห็นพระพุทธรูปแกะจากหินสีขาววางเด่นเป็นพระประธานอยู่ในตู้กระจกแบบโบราณ...คิ้วของเราก็ขมวดอีกครั้งเพราะดูยังไง ๆ ก็เป็นพระศิลปะพม่า และไม่ใช่พระศิลปะลังกาแน่นอน ภายหลังจึงได้รู้ว่า เมื่อประมาณปี ๒๔๐๐ เศษ ๆ ชาวพม่าได้มาบูรณะวิหารกลางน้ำแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ แล้วนำพระประธานองค์ดังกล่าวมาประดิษฐานไว้

          ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงทำให้เรานึกขัน...วิหารกลางน้ำของวัดคงคารามที่มีชื่อพอสมควร กลายเป็นสถานศักดิ์สิทธิ์ที่ผสมผสานศิลปะทั้ง ไทย พม่า และลังกาจนหาจุดเด่นหรือสัญลักษณ์อะไรไม่ได้ แต่ถ้าไม่นึกอะไรมากก็ถือว่าสวยดีไปอีกแบบ...เป็นสถานที่เงียบสงบเย็น เหมาะสำหรับมานั่งไหว้พระสวดมนต์ภาวนา

          หากที่แย่ที่สุดก็เห็นจะเป็นน้ำในสระน่ะแหละ ที่ส่งกลิ่นรุนแรงรบกวนจมูก เพราะ ‘เน่า’ สนิท!

          จากวิหารกลางน้ำที่อยู่ในบริเวณเดียวกันในวัดไปอีกเล็กน้อยก็ถึงตัวอุโบสถ ภายในมีพระพุทธรูปปูนปั้นศิลปะลังกาตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลาง สิ่งที่ผิดแผกจากบ้านเราก็คือ มีภาพพุทธประวัติและภาพเทวดารายรอบผนังโบสถ์แต่แทนที่จะเป็นภาพจิตรกรรมเขียนด้วยสี กลับเป็นรูปปูนปั้นแบบลอยตัวทั้งหมด

          ต้องยอมรับครับว่า...ฝีมือช่างเขาฝีมือชั้นครูจริง ๆ

          นอกจากนั้นในพระอุโบสถยังมีพระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ ศิลปะพม่าวางอยู่อีกจำนวนหนึ่ง คาดว่าเป็นพระที่ชาวพม่านำมาถวายมากกว่า สิ่งที่น่าสังเกตอีกอย่างคือ ที่ถวายเครื่องบูชาหน้าพระของศรีลังกา มักจะเป็นงาช้างตั้งอยู่เป็นคู่ ๆ กับเศษผ้าที่เย็บแบบพรมบ้านเรา แต่ทำเป็นรูปกลม ๆ แทนดอกไม้วางไว้ที่พระบาท พระหัตถ์ เป็นการแสดงความเคารพ หรือถ้าใครมีอะไรจะถวายก็ให้นำไปวางบนพรมที่เย็บจากเศษผ้านั้น

          ณ อุโบสถวันนั้นเราทั้งหลายที่มีท่านเจ้าคุณพระสุทาวุธวิสิฐ กับหลวงพ่อธรรมงาม เป็นผู้นำพร้อมญาติโยมได้สวดมนต์สรรเสริญคุณพระรัตนตรัยกันตรงนั้น

          คงเป็นอีกครั้ง ในหลาย ๆ ครั้งของคนไทยที่เคยแวะเวียนมาที่นี่พร้อมกับเปล่งเสียงสวดมนต์ กึกก้องสะท้อนสะท้านไปทุกอณูบรรยากาศของโบสถ์วัดคงคารามแห่งนี้

          ก่อนก้าวออกจากโบสถ์ เราทุกคนได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์เพื่อซื้อกระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์วิหารร่วมกัน ได้ปัจจัยสำหรับถวายเยอะพอควร แต่เราจารึกชื่อบนกระเบื้องแค่สองแผ่น แผ่นแรกเป็นชื่อคณะผู้มาแสวงบุญ กับอีกแผ่นเราทำหน้าที่เสนอพี่น้อย (คุณพนิดา)

          “ลงชื่อในนามขวัญเรือนกับศรีสยามการพิมพ์เถอะพี่” เราบอกอย่างนั้นก็เพราะอานิสงส์ของการบริจาคทรัพย์มุงหลังคาโบสถ์ หลังคาวิหาร คือความ ‘ร่มเย็น...เป็นสุข’ และ ‘ปลอดภัยจากความวินาศทั้งปวง’ อย่างน้อยขวัญเรือน ศรีสยามการพิมพ์เจริญรุ่งเรือง อีตาภูเตศวรก็ไม่ตกงานแหละ จริงไหมครับ?

          มางานนี้ ตามฟอร์มมหาแหมวทำหน้าที่ถ่ายรูป คุณนายทมจดบันทึก ส่วนคุณคะนอง บ.ก.ใหญ่โลกทิพย์ ถ่ายวิดิโอ รูปถ่าย กับบันทึก มีเอาไว้ให้ภูเตศวรทำมาหารับประทาน ส่วนวิดิโอเอาไว้สำหรับย้ำเตือนความทรงจำเมื่อเวลาผันผ่านในกาลข้างหน้า

          ความโชคดีของเราชาวคณะก็คือ คุณวิจิตรที่เป็นหัวหน้าทัวร์ เธอมีความสนิทสนมกับท่านเจ้าอาวาสวัดคงคารามเป็นพิเศษ จึงสามารถขออนุญาตให้ท่านเปิดตู้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ถือว่าเป็นสมบัติชิ้นสำคัญที่สุดของวัดให้เราได้ชมบารมีกัน

          ไม่เพียงแต่เท่านั้น ท่านเจ้าอาวาสยังมีเมตตากับชาวคณะของเราอย่างสุดซึ้ง ด้วยการนำเอาพระบรมธาตุซึ่งบรรจุอยู่ในเจดีย์ทองคำเล็ก ๆ ทั้งแก้วแหวนเพชรนิลจินดาสารพัดวางอยู่ในถาดทองคำทั้งหลาย นำมาเทินบนศีรษะพวกเราทุกคน ขณะที่วางสิ่งอันเป็นมงคลลงบนศีรษะเรา ท่านจะสาธยายมนต์ไปด้วยทุกครั้ง

          เราใช้เวลาอีกประมาณสามสิบนาทีที่วัดคงคาราม กับการเดินชมความงดงามอลังการของวัด โดยเฉพาะภาพแกะสลักนูนต่ำนูนสูง บรรยายถึงพุทธประวัติอันงดงามประณีตด้วยศิลปะชั้นสูงของศรีลังกา...

          เราออกเดินทางอีกครั้งเมื่อดวงอาทิตย์เริ่มลอยสูง จุดหมายปลายทางคือเมืองแคนดี้ อดีตเมืองหลวงของศรีลังกาเพื่อไปนมัสการพระบรมธาตุเขี้ยวแก้วแห่งองค์พระบรมศาสดา หากบนเส้นทางผ่านยังมีพุทธสถานอีกหลายอย่างให้เราเยี่ยมชม

          สิ่งแรกก็คือ พระโอกะนะพุทธะ หรือ เอาว์กะนะ ซึ่งความจริงแล้ว องค์ที่เราจะได้เห็นเป็นเพียงองค์จำลองที่อยู่ในกรุงโคลอมโบเท่านั้น ส่วนองค์จริงท่านอยู่ไกลไปถึงเมืองอนุราธปุระ แล้วต้องเดินทางต่อไปอีก ๕๔ กิโลเมตร

          พระเอาว์กะนะพุทธะ เป็นพระพุทธรูปประทับยืนอยู่บนดอกบัวตั้งแต่ปลายพระบาทถึงยอดพระเมาลี สูงประมาณ ๔๓ ฟุต พระปฤษฎางค์ติดกับหน้าผา เพราะช่างได้แกะสลักจากหน้าผา เป็นปางประทานพร (ในสายตาของผู้เขียน) แต่คนลังกาเชื่อว่าเป็นปางที่ท่านเสด็จสู่เกาะลังกาเป็นครั้งแรก และทรงห้ามปรามมิให้พวกยักษ์กับพวกนาค ซึ่งเป็นชนเผ่าดั้งเดิมของลังการบกัน

          พุทธลักษณะของพระเอาว์กะนะ พระหัตถ์ซ้ายจับจีวรเป็นริ้วจีบเลื่อนลงมาเป็นระเบียบ ซึ่งเป็นเค้าเดิมของศิลปะยุคต้นแห่งพระพุทธปฏิมากรที่เรียกว่า ‘ยุคคุปตะ’ ของอินเดีย หัตถ์ขวายกสูงคล้ายประทานพร หากมิได้แบพระหัตถ์ออก แต่เป็นลักษณะตั้งเป็นสันแทน คล้ายกับการยกห้ามการรบราฆ่าฟันของคนสองกลุ่มจริง ๆ

          ตามประวัติกล่าวไว้ว่า ราวปี พ.ศ. ๑๐๐๓-๑๐๒๑ พระเจ้าธาตุเสนะ ได้เสด็จขึ้นเสวยราชย์ ครองเมืองอนุราธปุระ พระองค์เป็นที่เคารพรักของปวงประชาราษฎร์อย่างมาก ทรงเสด็จนำปวงชนไปขุดขยายอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่ที่สุดในสมัยนั้น พร้อมกับขุดคลองขนาดใหญ่ยาวถึง ๕๔ กิโลเมตร ส่งน้ำไปยังเมืองหลวงอนุราธปุระที่กำลังขาดแคลนน้ำอย่างหนัก เมื่องานสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายทุกประการ พระองค์จึงเกิดแรงบันดาลพระทัยให้หานายช่างผู้ชำนาญงานแกะสลักมาสลัก...พระพุทธรูปเอาว์กะนะขึ้นที่หน้าผาของภูเขาที่ไม่ไกลไปจากคลองส่งน้ำ และอ่างเก็บน้ำนั้นเท่าใดนัก

          โอกะนะหรือเอาว์กะนะ แปลทางศัพท์สิงหลต่าง ๆ คือ ‘โผล่ขึ้นทันที’ ตามประวัติเล่าว่า เมื่อพระพุทธองค์ทรงบรรลุธรรมด้วยการตรัสรู้ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์แล้วประมาณเก้าเดือน พระองค์ทรงเสด็จมาที่เกาะลังกาเป็นครั้งแรกมาในลักษณะปรากฏพระกายแบบกะทันหันต่อหน้าพวกยักษ์นั่นเอง (มีบางตำรากล่าวว่า อาการยกหัตถ์ขึ้น เป็นอาการกวักเรียกพวกยักษ์มาฟังธรรม) ท่านผู้อ่านลองดูรูปเองก็แล้วกันว่า ลักษณะการยกพระหัตถ์อย่างนั้นเป็นการกวักหรือการห้าม?

          พระเอาว์กะนะองค์จำลองที่เราเห็นและตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองโคลอมโบ มีขนาดเล็กกว่าองค์จริง ๆ ประมาณหนึ่งในสามเท่านั้น ปั้นจากปูนซีเมนต์ ส่วนองค์จริงของจริงสลักจากภูเขาเป็นหินทรายสีแดง ว่ากันว่าสวยงามมาก เสียดายที่เราไม่มีโอกาสไปเห็น

          เหลือเวลากว่าชั่วโมงก่อนเวลาถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ร่วมคณะ เจ๊แดงทัวร์ลีดเดอร์จึงนำชาวคณะไปช็อปปิ้งด้วยการแวะร้านขายของที่ระลึกร้าน CAKMEDURA ซึ่งเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าคนไทยน่ะจอมซื้อของขนาดไหน เห็นควักเงินจ่ายกันคนละหนุบละหนับกันทั่วหน้า

          เราตบท้ายในกรุงโคลอมโบด้วยอาหารไทยรสเด็ดที่ร้านสยามเฮาส์ไทยเรสเตอรองท์ ซึ่งเจ้าของเป็นคนบ้านเดียวกับเรา ด้วยบรรยากาศที่ร้อนอบอ้าวเป็นพิเศษ เหตุผลหรือครับ มีแอร์คอนดิชั่นแต่เปิดบ่ได้ ด้วยรัฐบาลศรีลังกาประกาศหยุดส่งกระแสไฟฟ้าบางช่วงเวลา ด้วยปีนี้ปริมาณน้ำที่จะผลิตไฟฟ้ามีน้อย

          ถ้าจะว่ากันตรง ๆ ก็คือ ปีนี้น้ำแล้งน่ะแหละ!

          หลังจากอิ่มหมีพีมันกันถ้วนหน้า พวกเราต่างก้าวขึ้นรถบัสเพื่อเดินทางต่อ กับเวลาบนรถที่เหลือ ท่านเจ้าคุณสุทาวุธวิสิฐ อดีตเจ้าคณะอำเภอเมืองกระบี่ ได้เมตตาให้ความรู้กับชาวคณะเพื่อเป็นการฆ่าเวลา

          ท่านเล่าให้เราฟังถึงความผิดแผกแตกต่างของพระสงฆ์ศรีลังกา กับพระไทยของเราให้ฟัง โดยเริ่มต้นเปิดเทปสวดมนต์ของพระศรีลังกาให้ได้ยินกันทั่วหน้า

          ต้องยอมรับครับว่า ฟังดูแค่คล้ายกับพระที่บ้านเราสวดเท่านั้น คล้ายที่บทสวด แต่แผกกันมากที่สำเนียง

          เพราะพระศรีลังกาสวดสำเนียงบาลี หรือภาษามคธได้ชัดเปรี๊ยะ! เรียกว่าชัดจนเราฟังแทบไม่เข้าใจแหละ ที่ไม่เข้าใจเพราะเราชินกับวิธีสวดมนต์แบบบ้านเราที่เพี้ยนเสียงไปจากรากเหง้าเดิมไปเยอะมาก

          ตรงนี้ไม่แปลกครับ เพราะศรีลังกากับอินเดียห่างกันไม่มาก เกาะลังกาจริง ๆ แล้วอยู่ใต้แผ่นดินชมพูทวีปแค่ปลายจมูก ดังนั้นการซึมซับประเพณีวัฒนธรรมจึงรวดเร็วแม่นยำกว่าเราซึ่งอยู่ห่างออกไปคนละฟากอย่างแน่นอน
         
          หลังจากจบบทสวดในเทป ท่านเจ้าคุณพระสุทาวุธวิสิฐ กล่าวกับเราด้วยอาการหัวเราะเบา ๆ

          “พระศรีลังกาใจดีกว่าพระไทย”

          ทำเอาเรานึกสงสัยอยู่ครามครันว่าทำไม แต่ท่านก็เฉลยได้เดี๋ยวนั้น

          “เพราะพระลังกาจะให้ศีลโดยที่ชาวบ้านไม่ต้องขอ พอขึ้นนะโมสามจบ ท่านจะบอกศีลเลย”

          เป็นความรู้ใหม่ครับ บ้านเราถ้าไม่อาราธนาศีล พระก็จะไม่บอกศีล ผิดกับศรีลังกาแค่กราบลงแล้วขึ้นนะโมสามจบเป็นได้แจกศีลให้ทันที

          ก็ดีไปอย่าง ให้บ่อย ๆ ช้าเร็ว ก็นึกได้

          นึกได้ทั้งวัน ก็ถือว่ามีสติทุกวัน วันละนิดก็ยังดี

          เราผ่านถนนหลายสายในโคลอมโบที่หนาแน่นด้วยรถราพอสมควร นอกจากรถยนต์อื่นที่คล้าย ๆ บ้านเราแล้ว สิ่งหนึ่งที่เห็นกันหนาตาก็คือ รถตุ๊กตุ๊กรับจ้างแบบบ้านเรามีให้เห็นเกลื่อนไปหมด เพียงแต่รถตุ๊กตุ๊กบ้านเราทาสีฟ้าแต่ของที่นี่เป็นสีขาวเท่านั้น

          สภาพที่เห็นในศรีลังกาทำให้เรานึกถึงอินเดียที่ไปเยือนมาเมื่อปลายปีที่แล้ว คือความเป็นอยู่เรียบง่าย ต้นไม้ยังเขียวขจีไปทั้งสองข้างทาง ที่นี่มี ‘อีกา’ มากเหมือนที่อินเดียไม่มีผิด อีกทั้งหน้าตาของคนที่นี่มองยังไงก็ไม่เห็นแตกต่างกับคนอินเดียตรงไหน

          ยกเว้นเครื่องแต่งกาย ที่ดูจะทันสมัยกว่าเท่านั้นเอง

          พ้นจากเมืองโคลอมโบออกไป คือความสวยงามแบบชนบท กับเส้นทางเล็ก ๆ ที่มีความร่มรื่นสงบสุขแยกกับความวุ่นวายในเมืองหลวงที่มีกลิ่นอายของสงครามอวลอยู่โดยรอบ ดูได้จากบังเกอร์กระสอบทรายตั้งสูงตามจุดสำคัญต่าง ๆ ในตัวเมือง

          สัญลักษณ์จากความขัดแย้งระหว่างพวกทมิฬ กับชาวสิงหล กับคำว่า ประเทศนี้เป็น ‘ของกู’ ประการเดียว!


6 ตอบกลับทั้งหมด
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

วัดคงคาราม (ยามค่ำคืน)


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

อีกมุมหนึ่งของวัดคงคาราม


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

ภายในวัดพระเขี้ยวแก้ว


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

หลังคาของศาลชั้นใน ก่อนจะเข้าไปนมัสการพระเขี้ยวแก้ว


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

รูปภาพสีเฟรสโก้ ที่สิกิริยา


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
ตอบ
แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com