การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

อาหารเพื่อสุขภาพ by แม่เม้า

16 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
22 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#336]

อาหารเพื่อสุขภาพ

 

          ก่อนหน้านี้แม่เม้าเขียนถึงประโยชน์ของผลไม้ในแง่สรรพคุณทางฟื้นฟูสุขภาพเป็นการเกริ่นความ เพื่อที่จะคุยกันต่อว่า นอกเหนือจากผลไม้แล้ว เรายังมีอาหารหลายชนิดที่มีแร่สำคัญต่างๆ อาหารเหล่านี้เมื่อเรารับประทานเข้าไปแล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีภายในร่างกายของเราอย่างไรบ้าง และอะไรที่สามารถจัดเป็นอาหารสุขภาพ มีประโยชน์ต่อร่างกายจริงๆ ซึ่งอาหารที่ว่านี้เขาเรียกขานกันว่า อาหารชีวจิตค่ะ

          ระยะนี้ถ้าใครไม่พูดถึงอาหารชีวจิต ดูจะล้าสมัยอย่างไม่น่าให้อภัยเลยทีเดียว แม่เม้ากลัวตกยุค จึงขอนำสาระสำคัญจากหนังสือชุดชีวจิตของ ดร.สาทิส อินทรกำแหง ที่มียอดขายสูงเฉียดแสนเล่มแล้วขณะนี้มาขยายต่อให้คุณผู้อ่านที่สนใจ ลองไปปฏิบัติดูบ้าง

          ดร.สาทิส ให้ข้อคิดว่าการบริโภคอาหารใดๆ ก็ตามขอให้เรายึดหลักสายกลาง และคงความเป็นธรรมชาติไว้ให้มากที่สุด การใช้ชีวิตแบบคืนสู่ธรรมชาติได้มากเท่าใดร่างกายของเราก็จะปรับสภาพให้มีความสมดุลได้มากเท่านั้น เมื่อร่างกายไม่ขาดสมดุล การเจ็บไข้ได้ป่วยตลอดจนสุขภาพที่ทรุดโทรม เสื่อมสภาพก็จะเกิดขึ้นได้ช้า คนยุคคอมพิวเตอร์ครองเมืองอย่างเราจึงเสียสภาพสมดุลในร่างกายไปทุกวัน ก็เพราะอยู่กับสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ หนึ่งในสิ่งแวดล้อมนั้นก็คืออาหารที่เราท่านบริโภคนี่เอง

          อาหารประจำวันที่ควรบริโภคตามรูปแบบของชีวจิตนั้นมี ข้าวซ้อมมือ จมูกข้าว รำข้าว ข้าวโอ๊ต ข้าวหอม ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง เห็ดทุกชนิด ปลา ตับไก่จากไก่ที่เลี้ยงตามธรรมชาติ เมล็ดธัญพืชทุกชนิดรวมไปถึงน้ำจากผัก ผลไม้ที่คั้นด้วยวิธีธรรมชาติ หากเรารับประทานทุกอย่างได้ครบถ้วน และได้สัดส่วนจริงๆ นอกจากทำให้เราอิ่มแล้ว อาหารเหล่านี้ยังสามารถสร้างเซลล์ในร่างกายที่กำลังเสื่อมให้กระปรี้กระเปร่าเป็นหนุ่มสาวขึ้นมาได้ เพราะอาหารที่ว่า ประกอบด้วย DNA ปละ RNA อันเป็นสาระสำคัญของนิวคลีโอลัส ที่จะควบคุมการทำงานของนิวเคลียสซึ่งเป็นหัวใจของเซลล์ ทำให้เซลล์ที่เกิดใหม่แข็งแรง กระชุ่มกระชวยขึ้นได้ ต่อไปนี้คือสูตรอาหารสุขภาพตามแนวแมคโครไบโอติกส์ และชีวจิตของดร.สาทิสค่ะ


15 ตอบกลับทั้งหมด
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

1. อาหารประเภทแป้งซึ่งไม่ได้ขัดขาว หรือที่เรียกว่า Whole Grains เช่น ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง ข้าวโพดทั้งเม็ดทั้งฝัก ถ้าเป็นแป้งขนมปังก็ควรเป็นขนมปังโฮลวีท อาหารประเภทนี้ให้รับในปริมาณ 50% ของแต่ละมื้อ


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

2. ผัก ควรเป็นผักดิบ ผักสุกอย่างละครึ่ง บริโภคในรูปสลัดผักสด หรือผักสุกจิ้มน้ำพริกก็ได้ เน้นว่าต้องเป็นผักปลอดสารพิษ สารเคมี ก่อนรับประทานให้แช่น้ำ หรือด่างทับทิมนานๆ หน่อย ปริมาณประมาณ 25% ของแต่ละมื้อ


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

3. โปรตีนจากถั่วต่างๆ ที่ต้องบริโภคให้ได้ปริมาณประมาณ 15% ของแต่ละมื้อ คือ ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วเหลือง ถั่วดำ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์จากถั่ว จำพวกเต้าหู้โปรตีนเกษตร และดัดแปลงในรูปต่างๆ ส่วนโปรตีนจากสัตว์ อนุญาตให้รับได้เป็นครั้งคราว ประมาณอาทิตย์ละครั้งก็คือปลา และอาหารทะเล


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

4. แกงหรือซุปให้เป็นแกงจืด แกงเลียง หรือซุปที่ปรุงด้วยมิโซ่หรือเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น ที่ไม่ควรขาดคือสาหร่ายทะเล งาสด งาคั่วโรยอาหารเป็นเครื่องปรุงรส เพิ่มเติมด้วยเมล็ดพืชกินเล่น จำพวกถั่วคั่ว เมล็ดฟักทอง เมล็ดแตงโม ผลไม้ควรเป็นผลไม้เขียว และไม่หวาน อย่างเช่น ฝรั่ง และมะม่วงดิบ อาหารประเภทนี้ปริมาณต่อมื้อประมาณ 10%


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

อาหารที่ควรงด ก็คือเนื้อสัตว์ประเภท เนื้อ หมู ไก่ น้ำตาลขาวทุกชนิด ขนมหวาน เครื่องดื่มที่ผลิตจากน้ำตาลประเภท ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ไอศกรีม น้ำหวาน เค้ก อาหารมันๆ นม เนย กะทิ น้ำมัน สุดท้ายคือห้ามแป้งขาวทุกชนิด ไม่ว่าข้าวขัดขาว ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน และแม้แต่ขนมปังขาวค่ะ


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

          นอกจากนี้ท่านยังแนะนำอาหารมังสวิรัติอันเป็นตำรับอาหารบริสุทธิ์ของพระเซน ชื่อชุด เจ็น ไหม (Gen Mai) ที่ง่ายๆ ประกอบด้วยข้าวซ้อมมือแช่ค้างคืน 3 ½ ส่วน สงให้แห้ง ผัดไม่ใส่น้ำมันให้เหลือง หุงใส่น้ำ 8 เท่า ผสมน้ำมันงานิดหน่อย กับผักแครอทหั่นเป็นลูกเต๋า 2 ส่วน หัวไชเท้า 1 ส่วน และต้นหอมอย่างผอม (Leek) อีก 2 ส่วน เคี่ยวไปจนแห้ง โดยไม่ต้องปรุงรส เวลาจะกินก็โรยงาคั่ว และเกลือคั่วนิดหน่อย หรือจะเป็นซีอิ้วญี่ปุ่นก็ได้

          หากใครเป็นโรคหัวใจ ก็ลองเมนูอาหารสูตรของนายแพทย์ดีน ออร์นีช อีกตำรับ ท่านบอกว่าในแต่ละมื้อ เราควรรับไขมันจากพืช 10% คอเลสเตอรอลจากไข่ขาว 1 ฟอง ข้าวต่างๆ 70-75% โปรตีนจากพืชประเภทถั่วต่างๆ 10-15% อนุญาตให้คนที่เคยดื่มไวน์อยู่แล้ว ดื่มได้วันละ 1 แก้ว ห้ามกาแฟ ผงชูรส นมสดทุกอย่าง ยกเว้นโยเกิร์ต และนมพร่องไขมัน

          สูตรนี้ขาไวน์คงตีปีก เพราะถูกใจสุดๆ เป็นที่สังเกตว่าในไวน์แดงมีสารควิซิทิน (Quercetin) ซึ่งช่วยรักษาโรคหัวใจ และต่อต้านมะเร็งได้ เราคนไทยในยุคประหยัดไม่ต้องขวนขวายดื่มไวน์ให้เปลืองงบ เพราะสารชนิดนี้มีอยู่มากมายใน หัวหอม คะน้า และบร็อคโคลี่ ซึ่งสามารถรับประทานได้ทั้งสด และสุก มีใยอาหารหล่อลื่นกระเพาะแถมให้อีก สบายกระเป๋า สบายทั้งท้องดีจริงๆ


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

          ประเด็นสำคัญอีกประการที่จับได้จากข้อเขียนของดร.สาทิส คือ อาหารที่เป็นกุญแจไขความลับสู่สุขภาพที่ดีของชีวิตมนุษย์นั้น ต้องเป็นอาหารที่ได้จากวิธีธรรมชาติไม่ผ่านการปรุงแต่ง ขัดสีเลยจะดีที่สุดที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือ สัดส่วนของอาหารสุขภาพทุกตำรับ ทุกสูตรต่างเน้นที่พืชผักผลไม้มากกว่าเนื้อสัตว์ค่ะ

          พืชผักสุขภาพของไทย ที่ใช้ประโยชน์ได้ทั้งการปรุงกลิ่น และเป็นสมุนไพรในตัวมีมากมายหลายชนิดให้เลือก เช่น


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

          พริก มีสารแคปไซซิน ช่วยกระตุ้นให้มีการหลั่งของเอนไซม์ ตลอดจนการบีบรัด และคลายตัวของกระเพาะอาหาร

          พริกไทย ใช้ขับลม แก้เสลด เสมหะ หอบอ สะอึก บำรุงธาตุ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย

          หัวหอม บำรุงธาตุ ขับปัสสาวะ เสริมสมรรถภาพทางเพศ หัวหอมสดใช้รักษาโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดเนื่องจากหัวหอมมีกรดลีโนลีนิค (Linolenic acid) เป็นสารช่วยลดปริมาณไขมันในเลือด และช่วยขยายเส้นเลือดให้กว้างขึ้น ลดระดับน้ำตาลกลูโคสได้ดีกว่ากระเทียมเสียอีก

          โหระพา แมงลัก กะเพรา และมินต์หรือสะระแหน่ ต่างมีสรรพคุณด้านแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม แก้ไอ แก้หวัด โดยเฉพาะใบโหระพา ทำให้อุจจาระไม่เกาะผนังลำไส้จึงทำให้ถ่ายสะดวกยิ่งขึ้น


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

          นี่คือตัวอย่างผักปรุงกลิ่นเพื่อสุขภาพแบบไทยๆ ที่เราคุ้นเคยกันมานาน คราวนี้ลองหันมาดูพืชผักปรุงกลิ่นเมืองหนาว ที่ปลูกได้ผลดีทางภาคเหนือของไทยในโครงการหลวง แม่เม้าขอคัดจากหนังสือพืชผักโครงการหลวง มาให้ชื่นชมสักนิดว่า พืชเมืองหนาวเหล่านี้ได้กลายมาเป็นพืชเศรษฐกิจของไทยที่มีเค้าว่า เรามีศักยภาพในการผลิตได้หลายชนิด ซึ่งอาจจะกลายเป็นธุรกิจการค้าส่งออกได้ในอนาคตข้างหน้า


ตอบ
หน้า 1 / 2
แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com