
สวัสดียามเย็นค่ะ เย็นวันนี้ขิมพริ้ววววว..มีธรรมะมาฝากค่ะ คราวนี้เป็นส่วนหนึ่งของคำสอนของ พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภัทโท) เจ้าอาวาสวัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี (พ.ศ.๒๔๙๗ ถึง พ.ศ.๒๕๒๕)

ใจเหมือนใบไม้ต้องลม
ใจกับกายของเรานี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด คนเราก็บ่นว่ากายมันยุ่ง ใจมันยุ่ง ใจไม่สบาย ความเป็นจริงไม่ใช่อย่างนั้น โยมเข้าใจผิด ใจไม่เป็นอะไร กิเลสมันเป็น ใจฉันไม่สบายนั้นไม่ถูก สิ่งที่สบายที่สุด คือ ใจ ไอ้ที่ไม่สบายไม่ใช่ใจ สิ่งที่สกปรกไม่ใช่ใจ สิ่งที่มันยุ่งยากไม่ใช่ใจ มันคือ กิเลสตัณหา ให้เราเข้าใจอย่างนี้ แบ่งมันออกเสีย โยมไปโทษแต่ใจกันทุกๆ คน ใจมันจะมีอะไร? ใจมันสบายอยู่แล้ว
-----
by ขิมพริ้ววววว...
เหมือนกันกับใบไม้ในป่านั่นแหละ ธรรมดาใบไม้ปรกติมันอยู่นิ่งๆ ไม่มีอะไร ที่มันกวัดแกว่งไปมาเพราะอะไร? เพราะลมมันโกรกนี่ เข้าใจไหม? นี่ให้เข้าใจเสียอย่างนี้ ถ้าลมไม่โกรกมันใบไม้ก็นิ่งเป็นปรกติ ใจเราก็เหมือนกันเป็นของสงบอยู่แล้ว เป็นของสะอาดอยู่แล้ว ใจเดิมของเรามันเป็นอย่างนั้น ที่มันกวัดแกว่งไปมานี่มันคือใจใหม่
ใจปลอม มันถูกตัณหาชักจูงไปมาตลอดเวลา เดี๋ยวก็มีสุขบ้าง เดี๋ยวก็มีทุกข์บ้าง เดี๋ยวก็เป็นอย่างโน้นเดี๋ยวก็เป็นอย่างนี้บ้าง ทำให้เราวุ่นวาย อันนี้ไม่ใช่ใจจำไว้ ถ้ามันวุ่นขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ให้เข้าใจที่หลวงพ่อว่า อันนี้ไม่ใช่ใจ ถ้าใจไม่มีอะไรเป็นของบริสุทธิ์เป็นของสะอาดเป็นปรกติ อันนี้ใจปลอม ใจไม่ได้ฝึก อันนี้ให้เอาไปคิด เราจึงจะรู้จักสัดส่วนของการปฏิบัติ เราอย่าไปคุมแต่อย่างอื่น ไปคุมที่ใจของเรา ใจนี้มันไม่มีอะไรมันเป็นปรกติ ถ้าเราปฏิบัตินั้นก็ค้นหาเรื่องปรกติคือใจเดิมของเรานั่นแหละ
-----
by ขิมพริ้ววววว...
ถ้าเห็นจิตเดิมใจเดิมเราแล้วเป็นต้น ไม่มีอะไรวุ่นวาย เหมือนใบไม้ในป่า ค้นไปถึงปรกติมันแล้วเรียกว่าไม่มีอะไรจะตบแต่ง เพราะลมไม่ได้โกรกมัน นี้มันเป็นเพราะอารมณ์ไม่สบาย ไม่ใช่ใจ มันทุกข์ ไม่ใช่ใจ กิเลสอย่างอื่น มันเปลี่ยนหน้าเข้ามาซะ โยมก็วิ่งตามมันอยู่นั่น บางคนก็น่าสงสาร จนคิดว่าไม่มีโอกาสที่จะปฏิบัติเพราะใจมันยุ่ง บางคนจะเข้าใจเลย อย่างนี้ไม่ใช่ ใจเรามันไม่ยุ่ง ถ้าใจจริงๆ ไม่ยุ่ง ที่ยุ่งก็เพราะกิเลสทั้งหลาย
ฉะนั้น ขอสาธุชนทั้งหลายนี้จงนำคำนี้ไปพิจารณา การประพฤติปฏิบัติ หนึ่ง...ตั้งต้นออกจากใจของเรา ไม่ตั้งต้นออกจากภายนอกมาหาภายใน ตั้งต้นเริ่มจากใจของเราออกไปอันนี้ที่เป็นปรกติ ถ้ามันถึงที่ มันถึงปรกติ มันจะไม่มีอะไร เหมือนใบไม้ไม่มีลมมาโกรก มันจะเป็นปรกติอยู่อย่างนั้น ฉะนั้น วันนี้ให้การบ้านญาติโยมทั้งหลาย เอาไปเป็นการบ้านจึงไม่ขออธิบายนาน อธิบายนานไม่ได้ ศาลาหลังนี้มันง่วงนอน มันเย็นมันจะง่วงนอน อันนี้ให้โอวาสญาติโยมทั้งหลายที่มาคราวนี้ทุกคน และสถานที่นี้สถานที่ภาวนากัน ญาติโยมเดิมที่มันยุ่งยากลำบาก นานๆ ก็มาเยี่ยมซะ เรียกว่ามาธุดงค์ซะ ปีละครั้งก็ได้ มาพักอยู่ที่นี่ก็ได้ เฉยๆ แล้วก็กลับบ้าน ถ่ายทอดบรรยากาศดีมาก เปลี่ยนเสนาสนะ เปลี่ยนความรู้สึกนึกคิดมาเป็นที่บำเพ็ญทางใจ เหมือนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราท่านสอนไว้
-----
by ขิมพริ้ววววว...
ทุกคนเริ่มต้นจากใจ การประพฤติปฏิบัติตามบัญญัติก็เรียกว่า ให้ตั้งศีลห้าไว้ในใจ ให้มีศีลห้า ถ้าศีลห้ายังไม่สมบูรณ์ ยังเป็นคนไม่ครบนะ เป็นคนไม่เต็มคนใช่ไหม? ถ้าเป็นรูปก็เหมือนคนบ้าๆ บอๆ ตามถนนน่ะ เห็นไหม? ไม่เป็นปรกติ คือ คนไม่เต็มคน คือคนไม่พอ แต่เราฟังแล้วก็ไม่เข้าใจ ถ้าเห็นเราเดินไป ถ้ามีคนถามว่า “เอ๊ะ นั่นนะเหมือนคนไม่พอนั่นน่ะ” เราก็โกรธนะ ไอ้ความเป็นจริงมันคนไม่พอ ถ้าเรามันพอคนกันทุกคนมันจะสบายมากที่สุดล่ะ อันนี้ให้เริ่มจากศีลห้า เป็นที่พึ่งของเราก็คือ คุณพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์เป็นที่พึ่งของเรา
ขอให้ญาติโยมทั้งหลายจงตั้งต้นออกจากใจ มีศีลห้าประจำ จึงจะเป็นคนพอคน ถ้าขาดพลาดจากศีลห้าแล้วก็คนไม่พอคนเสียแล้วนะ อันนี้ให้ไปดูเอา ในใจของเจ้าของ อะไรมันไม่ค่อยดีเขี่ยออก ค่อยๆ เขี่ยออก กลัวคนจะเห็นก็ไปเขี่ยคนเดียวก็ได้นะ เขี่ยออกให้มันหมด ให้มันหมดไป ให้มันถึงใบไม้ที่ลมไม่โกรก ให้มันถึงจิตที่บริสุทธิ์ ตรงนั้นแหละที่พระพุทธเจ้าของเราว่า “เป็นทางที่จะพ้นทุกข์”
-----
by ขิมพริ้ววววว...
-----
by ขิมพริ้ววววว...
ขอบคุณนะคะ คุณขิมพริ้วววว....
อ่านแล้วได้ใจเลยค่ะ
-----
by ทิพยรัตน์
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com