
ผลานิสงส์แห่งบุญกุศล
มีบางคนเคยถามผู้เขียนว่า ‘บุญ’ เป็นอย่างไร? ‘กุศล’ มีจริงหรือ? ด้วยเหตุที่ พุทธศาสนาสอนเราให้รู้จักระวังรักษา ‘จิตใจ’ ให้สะอาดบริสุทธิ์เป็นเรื่องสำคัญ
“เรารักษาจิตอย่างเดียวได้หรือไม่ ?” คำถามอย่างนี้มีให้ได้ยินได้ฟังบ่อย ๆ “ถ้ารักษาจิตได้แล้วไม่ต้องทำบุญทำทานได้ไหม?”
กับคำถามอย่างนี้ ‘ง่ายที่จะเข้าใจ’ ทว่า ‘ยากที่จะให้คำตอบ’ เพราะคำถามสั้น แต่ต้องใช้เวลาตอบนานพอสมควร เช่นเดียวกับคำกล่าวที่ว่า
ทำจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์นั้น พูดง่ายแต่ทำยาก!
เพราะถ้าทำง่าย...พระอริยเจ้าคงเต็มบ้านเต็มเมือง โลกมนุษย์ก็คงไม่ร้อนรุ่มอย่างนี้แน่
ถ้าวันไหนเหนื่อย ผู้เขียนก็จะตอบคำถามของท่านเหล่านั้นว่า... ‘ถ้ารักษาใจให้สะอาดบริสุทธิ์ได้จริง อย่างอื่นก็ไม่จำเป็น’ หากก็ต้องมีคำถามต่อท้าย
‘แล้วคุณแน่ใจหรือว่าจะทำได้อย่างนั้นจริง ?”
ครับ...ก็บอกแล้วว่า พูดกับทำ ฟังยากง่ายต่างกัน เหมือนกับเราที่เป็นคนธรรมดาแต่นึกอยากเป็น ‘แชมป์มวยโลก’ นั่นแหละ เป็นได้ยังไงถ้าไม่หมั่นฝึก หมั่นซ้อม เหมือนกับคนต้องการให้จิตสะอาดบริสุทธิ์ปราศจากกิเลส โดยไม่รู้จักความเพียรพยายามขัดเกลา...
และถ้าวันไหนว่า...มีเวลามาก เราจะอธิบายให้ผู้ฟังถามอย่างนี้ ‘ธรรมะ’ มีขั้นหยาบขั้นละเอียดต่างกัน แต่โดยหลักแบ่งออกเป็นสองขั้นใหญ่ ๆ คือ
‘ขั้นโลกิยธรรม กับโลกุตรธรรม’
แต่ละขั้นก็จะมีหยาบ มีละเอียดแยกย่อยออกไปอีก ยกตัวอย่างง่าย ๆ แม้แต่สมาธิหรือปัญญาก็ยังมีหยาบ มีละเอียดต่าง ๆ กันไปอีกเยอะ ซึ่งถ้ามาแยกย่อยฝอยให้ฟัง (อ่าน) คงต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงจะทำให้เสียเจตนารมณ์ ธรรมะ 5 นาทีไป
ท่านผู้อ่านเคยสังเกตไหมครับ ทำไมเราจึงใช้คำว่า ‘ศีล ทาน ภาวนา’ กับคฤหัสถ์ ใช้ ‘ศีล สมาธิ ปัญญา’ กับสงฆ์ เพราะผู้ที่จะก้าวเข้าสู่มรรคผลนิพพานได้นั้น ต้องอาศัย ‘ศีล’ ครอบคลุมให้ตนเองบริสุทธิ์อย่างยิ่ง สงฆ์มีศีล 227 ข้อ แต่พวกเราท่านแค่ 5 ข้อก็ยังหย่อนอยู่ทุกวัน
‘ศีล’ เป็นเครื่องขจัดกิเลสอย่างหยาบ ‘สมาธิ’ ขจัดกิเลสอย่างกลาง และ ‘ปัญญา’ ใช้รื้อถอน ‘อาสวกิเลส’ ให้สิ้น
หลายท่านยังเข้าใจผิดกับสมาธิอยู่มาก คำว่า ‘สมาธิ’ นั้นเรามักจะใช้กันสับสน อย่างเวลาเรานั่งขัดสมาธิลงหลับตาแล้วบริกรรมพุทโธ ๆ ๆ พวกเราล้วนบอกว่า ‘นั่งสมาธิ’ แต่ช่วงที่ผู้เขียนบวช ครูบาอาจารย์ท่านบอกว่า นั่งภาวนา ครับ
ที่เรียกว่า ‘ภาวนา’ เพราะท่านรู้ว่า พวกเรานั้นยังห่างไกลจากสมาธิมาก ต้องอาศัยการภาวนาอีกนาน คำว่า ‘สมาธิ’ จึงใช้กับผู้ได้ภูมิธรรมแล้ว...และสมาธินั้นสามารถบังเกิดกับผู้ปฏิบัติได้ทั้งอิริยาบถ...นั่ง เดิน ยืน นอน และทุกขณะ ขอเพียงมี ‘สติ’ มั่นคง รู้เท่าทันในทุกอากัปกิริยาของจิตอยู่ทุกอิริยาบถของกาย
อย่างนี้เราทั้งหลายฤๅจะสามารถทำได้?
ครับ...ถ้าเราท่านสามารถนำเอาสมาธินั้นมาครองจิตได้ ทุกเวลานาทีโดยไม่มีเผลอ กิเลสตัณหาก็จะก้าวเข้ามาปรุงแต่งใจมิได้...รู้เท่าทันกิเลส รู้เท่าทันอุปาทานทั้งหลายทั้งสิ้นทั้งปวง นั่นคือผู้มีจิตใจสะอาดบริสุทธิ์ ซึ่งสำหรับพวกเรา กิเลสตัณหาเข้ามาตบหน้าฉาด ๆ ๆ อยู่ทุกวี่ทุกวันทุกเวลา
...แล้วจะเข้าสู่โลกุตรธรรมได้อย่างไร?
เพราะแค่โลกิยธรรมที่ต้องพึ่งอุบายพึ่งอุปาทาน ก็ยังพร่องแล้วพร่องอีก!
บุญกุศลจากการให้ทาน บุญกุศลที่กระทำต่อมนุษย์ต่อพระศาสนา จึงเป็นอุบายเป็นอุปาทานให้จิตสามัญชนอย่างเรายึดถือ เป็นการกล่อมเกลา เป็นการสร้างพื้นฐานทางจิต...และที่สำคัญดังหลวงปู่บัว สิริปุณโณกล่าวไว้
‘อะไรที่กระทำวันนี้ จะเป็นเหตุ เป็นปัจจัย เป็นอุปนิสัยต่อไป ในภายภาคหน้า!
อุปนิสัยและปัจจัยดังกล่าว จะทำให้เราขยับเข้าใกล้พระนิพพานไปเรื่อย ๆ เป็นผลานิสงส์ตัดทอนชาติภพให้สั้นลงโดยไม่หลงทางสู่อบายภูมิ...’ มีเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งของผู้เขียน ด้วยความที่เธอเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เธอจึงได้รับความไว้วางใจจากผู้ให้กำเนิด เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ด้านทรัพย์สินทั้งหมด ทั้ง ๆ ที่เธอเป็นผู้หญิง
ปัญหาของเธอจึงอยู่ที่ว่า พี่ชายขู่อาฆาตเอาชีวิตเพราะต้องการสมบัติ เธอผู้นั้นกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะคุณพ่อซึ่งชราภาพมากแล้วยืนยันมั่นเหมาะ
ไม่ยอมให้พี่ชายเธอข้องเกี่ยวกับมูลมรดกทั้งหมด ด้วยเหตุผลสั้น ๆ ‘มันผลาญเงินทอง ทรัพย์สมบัติ มามากพอแล้ว !’
เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่รักพ่อแม่ แต่ก็ไม่สามารถสู้รบตบมือกับใครได้ วันหนึ่งเธอเจอผู้เขียนและปรารภเรื่องนี้ให้ฟัง เราจึงแนะนำ...
สร้างหลังคาโบสถ์-วิหาร รับทำกำแพงวัด!
และเธอก็ทำตามที่บอกทุกประการ
ในที่สุด...ท่ามกลางข่าวคุกคามเอาชีวิตที่หนาหูขึ้นทุกวัน พี่ชายของเธอพลันเสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน ด้วยโรคเส้นโลหิตในสมองแตก
ศพเพิ่งเผาไปได้ไม่ถึงเดือน!
หลายวันที่ผ่านมา เธอบริจาคกระเบื้องมุงหลังเมรุเผาศพ อุทิศส่วนกุศลไปให้พี่ชายพร้อมอโหสิกรรมต่อเขา โดยถวายปัจจัยให้หลวงปู่เสน ปัญญาธโร ไป 5 หมื่นบาท
ผู้เขียนปรารภให้หลวงปู่ฟังเกี่ยวกับเรื่องนี้...หลวงปู่ยิ้มตอบสั้น ๆ
“นี่แหละ อานิสงส์แห่งบุญกุศล... หลังคาโบสถ์รั้ววัดเป็นเครื่องกางกั้นภยันอันตรายให้”
คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากใช่ไหมครับ ว่าบุญกุศลทั้งหลายมีจริงหรือไม่ เพราะมีประโยคหนึ่งกล่าวไว้
จริงหรือไม่จริงก็...จริง!
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com