
พระใสหรือพระสายน์
เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อ ซึ่งชาวลาวนับถืออยู่ที่เมืองเวียงจันทน์มานาน เป็นพระพุทธรูปหล่อแบบปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๑ ศอก ๑ นิ้ว ประดิษฐานอยู่บนชุกชี ๔ ชั้น ข้างหลังองค์พระมีซุ้มประทับส่องให้เห็นองค์พระงามเด่นยิ่งขึ้น ได้ถูกอัญเชิญมาไว้ที่วัดเขมาภิรตาราม ตั้งแต่รัชกาลที่ ๓ ต่อมาในรัชสมัยของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้อัญเชิญพระใสมาประดิษฐานไว้ ณ พระอุโบสถวัดปทุมวนาราม เมื่อวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนอ้าย ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๐๐ ซึ่งพระองค์ได้ทรงพระราชนิพนธ์ถึงตำนานประวัติความเป็นมาและความศักดิ์สิทธิ์ของพระใสเป็นภาษาบาลีไว้ ณ หลังซุ้มที่ประทับด้วย
องค์ท้าวมหาพรหมนั้นปั้นด้วยปูนพลาสเตอร์ปิดทองออกแบบและปั้นโดยนายจิตร พิมพ์โกวิท ช่างกองหัตถศิลป์กรมศิลาปากร อัญเชิญมาประดิษฐานเมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๙ องค์ที่เห็นนี้เป็นองค์ที่ได้รับการก่อสร้างใหม่ หลังจากที่เมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๔๙ เวลาประมาณ ๐๑.๐๐ น. ได้ถูกหนุ่มนิรนามควงค้อนบุกเดี่ยว ปีนรั้วเข้าไปทุบ “ท้าวมหาพรหม” จนพังทลายหมดทั้งองค์

ป้ายที่อยู่ด้านหน้า ซึ่งจะให้ความหมายของพระตรีมูราติ อันมีความหมายว่า "รูปสาม" ซึ่งหมายถึง การรวมเทพทั้ง ๓ ที่ได้รับการนับถือ ทั้งศาสนาฮินดูและศาสนาพราหมณ์ คือ พระพรหม พระศิวะ พระวิษณุ (พระนารายณ์) รวมอยู่ด้วยกันเรียก "ตรีมูราติ" มีสถานภาพและฐานะเป็นหนึ่งเดียว ที่เรียกว่า ตรีอานุภาพ
องค์พระพรหม เป็น พระผู้สร้างสรรพสิ่ง และประทานพรอันเป็นมงคล
องค์พระศิวะ เป็นพระผู้ทำลายล้างความอัปมงคล และเสนียดจัญไร
องค์พระวิษณุ (พระนารายณ์) เป็นพระผู้ปราบศัตรูหมู่มาร อุปสรรคอันตรายทั้งปวงให้หมดไป
และด้านล่างของป้ายจะแนะนำให้บูชาพระพิฆเณศก่อน แล้วจึงไหว้พระตรีมูราติ

จากนั้น พวกเราก็มุ่งหน้าสู่สามชุก สุพรรณบุรี โดยวิ่งไปตามเส้นทางบางบัวทอง ซึ่งเป็นเส้นทางที่สะดวก และจะวิ่งเป็นเส้นตรงไปจนถึงอำเภอศรีประจันต์ ก็จะมีป้ายบอกทางไปสามชุกตลอดทาง ซึ่งระยะทางก็ไม่ไกลนัก ประมาณ ๑๒๐ กิโลเมตร ใช้เวลาชั่วโมงเศษก็ถึงแล้วค่ะ

“ตลาดสามชุก” ตั้งอยู่ที่ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ก็นับเป็นอีกหนึ่งในตลาดเก่าแก่ ที่เป็นตลาดห้องแถวไม้ ๒ ชั้นขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสุพรรณบุรี(ท่าจีน) และรายล้อมด้วยบรรยากาศของบ้านเรือนรวมถึงเรื่องราวของผู้คนในอดีต โดยแทบไม่มีการดัดแปลงเสริมแต่ง

ของที่ขายภายในตลาด ก็มีมากมาย ให้เลือกซื้อ ทั้งของกิน ของใช้ ซึ่งราคาก็ไม่แพงมาก แถมผู้คนที่นี่ก็มีอัธยาศัยดี คอยเรียกให้ซื้อและลองชิมตลอดเวลา อย่างเช่นขนมไข่ปลาโบราณ ซึ่งเมื่อได้ซื้อมาทาน ก็มีรสชาดอร่อย แถมแม่ค้าก็กำลังสาธิตการทำให้ดูด้วย

หรือหมี่กรอบที่นำมาทำเป็นรูปหมี เห็นแล้วก็น่ารักดี แต่ทำให้ไม่นึกอยากทาน น่าเก็บไว้ดูมากกว่า จริงมั้ยค่

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com


