
สวัสดีค่ะ ญาติมิตรญาติธรรมชาวธรรมะ 5 นาที ทุกท่าน..ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อย่างไรก็รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ..อีกไม่กี่วันก็จะเป็นวันสารทไทยแล้วนะคะ วันนี้สัตตบงกชจึงขอนำเรื่องเกี่ยวกับวันสารทไทยมาฝากค่ะ..
สารทเป็นการทำบุญกลางปีของไทยตรงกับวันสิ้นเดือน ๑๐ หรือวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ซึ่งเป็นฤดูที่พืชพันธุ์ธัญชาติและผลไม้สุก ข้าวและต้นผลไม้ที่ปลูกไว้กำลังให้ผลเป็นครั้งแรกในฤดูนี้ โดยวันสารทไทยในปี ๒๕๔๙ นี้ ตรงกับวันศุกร์ที่ ๒๒ กันยายน ค่ะ..
สารทเป็นนักขัตฤกษ์ ถือเป็นประเพณีนิยมมาแต่โบราณกาลว่าเทศกาลทำบุญสิ้นเดือน ๑๐ คือ วัน เวลา เดือน และปีที่ผ่านพ้นไปกึ่งปี และโดยที่มนุษยชาติดำรงอยู่ได้ด้วยเกษตรกรรมเป็นหลักสำคัญ เมื่อถึงกึ่งปีเป็นฤดูกาลที่ข้าวออกรวงเป็นน้ำนม จึงได้มีกรรมวิธีปรุงแต่งที่เรียกกันว่า กวนข้าวทิพย์ หรือ ข้าวปายาส ข้าวยาคู และขนมชนิดหนึ่งเรียกว่า กระยาสารท แล้วประกอบการบำเพ็ญกุศลถวายพระสงฆ์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ข้าวในนาทั้งอุทิศส่วนกุศลให้บรรพชนผู้มีพระคุณ และ
แจกสมนาคุณญาติมิตรตามคติที่ชาวไทยเป็นพุทธศาสนิกชน แม้จะเป็นประเพณีที่มีส่วนมาจากลัทธิพราหมณ์ ชาวไทยก็นิยมรับเพราะเป็นประเพณีในส่วนที่มีคุณธรรมอันดีพึงยึดถือปฏิบัติ
นอกจากนี้ ในวันสารทไทยยังมีประเพณีที่สำคัญทางศาสนาอันเก่าแก่ประเพณีหนึ่ง คือ “ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ” ที่ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ที่เพิ่งรื้อฟื้นขึ้นใหม่จากความเชื่อดั้งเดิมว่า "พระพุทธมหาธรรมราชา" ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญประจำจังหวัด จะต้องกลับคืนสู่วังน้ำวนที่ค้นพบพระพุทธรูปองค์นี้ครั้งแรกทุกปี โดยประชาชนจะร่วมกันอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชา
ลงเรือในแม่น้ำป่าสัก จากบริเวณหน้าวัดไตรภูมิ เพื่อไปกระทำพิธีอุ้มพระดำน้ำ จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ จะเป็นผู้อุ้มพระพุทธมหาธรรมราชาลงดำน้ำ 6 ครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นสิริมงคลแก่ผู้เข้าร่วมพิธีทุกคน หลังจากเสร็จพิธีชาวบ้านจะตักน้ำในแม่น้ำป่าสักไปอาบหรือดื่มกิน เนื่องจากเชื่อว่าเป็นน้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์ด้วยพุทธานุภาพบารมีแห่งองค์พระพุทธมหาธรรมราชา โดยชาวเพชรบูรณ์ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาจนเกิดเป็นประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์และเชื่อกันว่ามีปฏิบัติเพียงแห่งเดียวในโลกค่ะ.

ผู้ร่วมพิธีกำลังล่องเรือนำ "พระพุทธมหาธรรมราชา" มาตามแม่น้ำป่าสักค่ะ..

สำหรับความเป็นมาของประเพณีอุ้มพระดำน้ำ มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อประมาณ 400 ปีก่อน เมื่อถึงวันสารทไทย “พระพุทธมหาธรรมราชา” พระพุทธรูปสำคัญของเมืองเพชรบูรณ์ได้หายไปจากวัดไตรภูมิที่ประดิษฐานอยู่ ชาวบ้านจึงออกตามหาและได้ไปพบเข้าที่วังน้ำวนที่ซึ่งเคยพบ
“พระพุทธมหาธรรมราชา” เป็นครั้งแรก และได้อัญเชิญมาประดิษฐานเป็นพระพุทธรูปสำคัญประจำจังหวัด ดังนั้นในวันสารทไทยของทุกปีชาวเมืองเพชรบูรณ์จึงพร้อมใจกันจัดพิธีอัญเชิญ”พระพุทธมหาธรรมราชา” เข้าขบวนแห่แหนไปรอบเมือง และทำพิธีอุ้มพระดำน้ำที่วังน้ำวนนั้น เพื่อเป็นสิริมงคล
แก่จังหวัด โดยถือคติว่า ผู้ที่จะเป็นผู้อัญเชิญองค์พระพุทธรูปลงดำน้ำนั้นจะต้องเป็นเจ้าเมือง หรือผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์เท่านั้นค่ะ..
สำหรับญาติมิตรญาติธรรมท่านใดได้มีโอกาสไปร่วมสืบสาน “ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ” ก็อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ…แล้วก็ขอให้อิ่มบุญในวันสารทไทยที่จะถึงนี้ด้วยค่ะ…(@^o^@)/..
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com
