
เป็นนายตัวเอง
มีอยู่วันหนึ่ง ขณะที่เจ้าอาวาสนั่งสมาธิภาวนานั้น ลูกศิษย์ของท่านเดินเข้ามา ท่านจึงกล่าวว่า “นี่ จะพูดอะไรก็รีบพูด! อย่ารอจนตายแล้ว คิดจะพูดก็พูดไม่ได้”
ลูกศิษย์ตอบว่า “ฉันไม่ได้บำเพ็ญเพียรแล้ว ไม่ศรัทธาแล้วไม่เอาอะไรแล้ว ยังมีอะไรพูดหรือไม่พูดอีกเล่า”
เจ้าอาวาสถามว่า “ไม่บำเพ็ญเพียรหลังจากบำเพ็ญเพียรแล้วใช่หรือไม่ ? ไม่เชื่อหลังจากเชื่อแล้วหรือไม่ ?”
ลูกศิษย์ตอบว่า “นอกจากตัวฉันแล้ว ฉันยังมีอะไรต้องบำเพ็ญเพียร? ยังมีอะไรต้องเชื่อ?”
เจ้าอาวาสถามว่า “พูดเช่นนี้เป็นพวกหินยานที่ศึกษาฌานสมาบัติเท่านั้น”
ลูกศิษย์ตอบว่า “หินยานก็หินยาน อันที่จริงฉันไม่อยากเห็นแม้แต่พุทธะด้วยซ้ำ”
เจ้าอาวาสถามว่า “ในคัมภีร์นิพพาน สี่สิบบรรพนั้นมีอยู่มากน้อยเท่าใดที่พุทธองค์ท่านกล่าว และมีอยู่มากน้อยเท่าใดที่มารมันกล่าว?”
ลูกศิษย์ตอบว่า “นอกจากที่ฉันกล่าวแล้ว นอกนั้นล้วนมารกล่าว!”
เจ้าอาวาสฟังคำตอบของลูกศิษย์แล้วรู้สึกพอใจมากจึงกล่าวว่า “จากนี้ไปจะไม่มีผู้ใดทำอะไรเจ้าได้!”
เจ้าอาวาสยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าไม่ต้องการแม้แต่ศรัทธา แล้วท่านยังต้องเชื่ออะไรอีกหรือ? ท่านบรรลุมรรคผลในระหว่างบำเพ็ญเพียร เท่ากับนั่งเรือข้ามฟากขึ้นฝั่งแล้ว ไม่จำเป็นต้องนั่งเรือย้อนกลับ
โลกนี้มีวัตถุมากมายที่ทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงไปได้ เช่น ถ้าคุณรักเงิน ก็จะถูกเงินบงการ ถ้าคุณงมงายในรัก ก็จะถูกความรักบงการ ถ้าคุณหวั่นเกรงอำนาจอิทธิพล คุณก็จะสูญเสียความ-เป็นตัวของตัวเองไป
ถ้าสามารถยืนบนลำแข้งของตัวเอง ไม่ยอมให้สภาพแวดล้อมบงการ ก็เท่ากับเป็นนายตัวเอง พาตัวเองมุ่งหน้าสู่ความสำเร็จ
------------------------------------------------------------------
หวางเฉาชง. (2536). ประกายแห่งเซน. แปลโดย วรรธนะ มโนภินิเวศ. หน้า 40-41
by อ้อย
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com