การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

กฐินวิบัติ...ไม่ควรทำ by ธรรมะโดนใจ

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
3 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#505]

กฐินวิบัติ...ไม่ควรทำ

 

         อีกไม่กี่วันข้างหน้า ก็จะถึงวันออกพรรษา จากนั้นเทศกาลสำคัญของเราชาวพุทธตามธรรมเนียมปฏิบัติอันมีมาอย่างยาวนานนับแต่ครั้งโบราณกาลก็จะเริ่มต้นขึ้น...นั่นก็คือ... ‘ประเพณีทอดกฐิน’ อันมากด้วยกุศล

         ‘การทอดกฐิน’ ย่อมเป็นที่รู้กันของพุทธบริษัททั้งหลายว่าในหนึ่งปีจะสามารถกระทำได้เพียงครั้งเดียว ต่างกับการ ‘ทอดผ้าป่า’ ที่พระพุทธเจ้าบัญญัติให้ทอดได้ตลอดเวลาโดยไม่จำกัด

         โดยธรรมเนียมปฏิบัติที่รู้กันโดยทั่วไป...การทอดผ้ากฐินนั้น ผู้ทอดจะต้องเลือกวัดที่ตนศรัทธาและขอจองเอาไว้ตั้งแต่แรกในระยะเข้าพรรษา และต้องดูด้วยว่า พระภิกษุที่ปวารณาอธิษฐานเข้าพรรษา ณ วัดแห่งนั้นครบองค์หรือไม่ โดยปกติแล้วภิกษุครบ ๔ รูป จึงถือว่าครบองค์สงฆ์ ทว่าในธรรมเนียมของการรับกรานกฐิน วัดที่จะครบองค์กฐินได้ควรมีพระภิกษุจำพรรษา ตั้งแต่ ๕ รูปขึ้นไป

          จึงถือว่าเป็นอานิสงส์กฐินเต็ม!

          ในปัจจุบัน การทอดกฐินในความรู้สึกของเราชาวพุทธทั้งหลาย ดูเหมือนจะเข้าใจผิดเพี้ยนไปจากอดีตอย่างมาก ดังนั้นภูเตศวรจึงขออนุญาตเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนสักนิด ท่านที่รู้แล้วหรือรู้มากกว่าก็อย่าหัวร่อเลยครับ เพราะบางท่านที่ยังเข้าใจผิด ๆ ก็ยังมีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ที่ต้องยกเรื่องพื้น ๆ อย่างนี้มากล่าวก็เพราะผู้เขียนถือว่า...

          เรื่องเล็กน้อยที่ผิดพลาด หากมองข้ามจะเสียประโยชน์ใหญ่ อีกทั้ง ‘พุทธ’ สอนเราเรื่องปัญญา ถ้าเรื่องของศาสนาที่ว่าง่าย ๆ ยังเข้าใจผิด เรื่องยากกว่านี้จะคิดออกได้อย่างไร จริงไหมครับ

          ถึงหน้าเทศกาลออกพรรษาทุกครั้ง ภูเตศวรมักได้ยินผู้คนเชิญชวนกันเป็นเจ้าภาพกฐินร่วมกันเสมอ ลงท้ายทุกครั้งดูเหมือนทุกคนจะปลื้มปีติกับยอดปัจจัยที่ได้จากการเก็บซองเรี่ยไรมากกว่าอย่างอื่น...เจ้าภาพงานไหนได้ยอดเงินเป็นล้านหน้าบานเป็นจานเชิง เจ้าภาพไหนได้ปัจจัยเข้าวัดน้อยก็ยิ้มแห้ง ๆ ไป

          ความจริงแล้ว ‘กฐิน’ เป็นเรื่องของ ‘ผ้า’ ที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติเอาไว้ และทรงพรรณนาถึงอานิสงส์ของการทอดผ้ากฐินแด่สงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ในอาณาเขตที่ได้อธิษฐานเอาไว้จนครบกำหนดอย่างนั้น เป็นทานที่มากและส่งผลเร็ว ทั้งนี้เพราะตลอดเวลาของการเข้าพรรษาที่ต้องใช้เวลาหลายเดือนนั้น ภิกษุมักตั้งอยู่ในความเพียร อีกทั้งยังมิได้สัญจรไปที่ใดด้วยติดข้องกับพระวินัยซึ่งพระบรมศาสดาทรงบัญญัติไว้ ด้วยเกรงเหล่าสาวกจะท่องเที่ยวเหยียบย่ำลงไปยังพืชพันธุ์ธัญญาหารที่ชาวบ้านปลูกเอาไว้

          ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจกันสักนิดว่าในยุคพุทธกาลนั้น โดยส่วนใหญ่การประกอบอาชีพของมนุษย์คือการทำเกษตรกรรม (โดยเฉพาะในประเทศอินเดีย) ฉะนั้น ทุกเขตคามจึงดารดาษมากมายไปด้วยเรือกสวนและไร่นา ซึ่งเป็นที่รู้กันว่างานกสิกรรมนั้น ช่วงที่หนักหนาสาหัสคือหน้าฝน ชาวบ้านทุกคนต่างต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจอยู่กับเรือกนามากกว่าวัดวาอาราม นั่นคือเหตุอันจะเกิดความขาดแคลนขึ้นในหมู่ภิกษุได้โดยง่าย โดยเฉพาะเครื่องนุ่งห่มที่จะนำมาทดแทนของเก่าที่ขาดวิ่นลงไปตามกาลเวลา

          ประการสำคัญดังกล่าวข้างต้น พระบรมศาสดาจึงบัญญัติให้ญาติโยมสามารถถวายผ้ากฐินแด่ภิกษุได้ปีละหนึ่งครั้ง โดยให้คณะหมู่สงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ด้วยกันทำการเลือกภิกษุที่มีความเหมาะสมกว่ารูปอื่น ๆ มาเป็นเจ้าของ ‘ผ้า’ ที่ชาวบ้านนำมาทอดถวายด้วยการแสดงญัตติในหมู่สงฆ์ตามพระวินัยเสียก่อน

           ครับ...ที่กล่าวมาข้างต้นก็คือความหมายของคำว่า ‘ผ้ากฐิน’ อย่างโดยย่อพอสังเขป ที่กล่าวแค่นั้นก็เพื่อเพียงยืนยันให้ท่านทั้งหลายทราบว่า อานิสงส์โดยแท้ของกฐินมิได้อยู่ที่ปัจจัยมากน้อย หากอยู่ที่ ‘ผ้า’ มากกว่า

           อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้เขียนมักจะเห็นอยู่บ่อย ๆ ด้วยอาการขมวดคิ้วก็คือ...ในช่วงหน้าทอดกฐินของทุก ๆ ปี มีฎีกาออกมาเรี่ยไรปัจจัยสมทบโดยแจ้งเป็นงานทอดกฐิน ทั้ง ๆ ที่วัดหรือสำนักสงฆ์นั้น ๆ มีภิกษุจำพรรษาอยู่ในช่วงเข้าพรรษาไม่ครบองค์สงฆ์...อันถือเป็นการผิดระเบียบข้อบังคับแห่งพระวินัย

           โดยปกติแล้ว สิ่งใดก็ตามถ้าแย้งกับพระวินัย แย้งกับพุทธบัญญัติ สิ่งนั้นครูบาอาจารย์ทั้งหลายท่านจะไม่กระทำ โดยเฉพาะครูบาอาจารย์ฝ่ายพระป่ากรรมฐาน ที่มักจะยึดพระวินัยเป็นบรรทัดฐานในการเจริญรอยตามสมเด็จพระบรมศาสดาอย่างเคร่งครัด

          “โยมไม่รู้ยังพอทำเนา แต่พระรู้แล้วยังทำนี่สิมันแย่” เป็นประโยคของครูบาอาจารย์ที่ผู้เขียนนับถือกล่าวไว้เกี่ยวกับกฐินเมื่อปีกลาย กรณีศิษย์ของท่านฝ่าฝืนรับกราบกฐินจากโยมทั้ง ๆ ที่ในปีนั้นมีพระจำพรรษาอยู่เพียงสองสามรูป

           “ทำอย่างนี้มันเป็นกฐินวิบัติ!” ท่านกล่าวชัดเจนเต็มปากเต็มคำ

           “อะไรที่มันเกินครูบาอาจารย์มันวิบัติ อะไรที่มันขัดแย้งกับพระวินัยถ้าพระยังขืนคือทำมันก็วิบัติ ถ้าทำแล้ววิบัติจะทำไปเพื่ออะไร?”

           ปัญหาเยี่ยงนี้เกิดขึ้นทุก ๆ ปี เหตุเพราะโยมไม่รู้ พระอยากได้ปัจจัยไปซ่อมแซมวัด ไอ้จะบอกว่า “ขอเป็นผ้าป่าได้ไหมโยม?” ก็กลัวโยมจะไม่ยอมช่วย เพราะโยมก็ยึดติดตรงที่ว่าอานิสงส์ของกฐินมากกว่าผ้าป่ามาก ท้ายสุดพระก็นิ่งไม่บอกความจริง โยมก็เลยไม่รู้อยู่กับความหลงผิดตลอดไป

           บางท่านอาจจะบอกว่า ‘เวลาที่ไปทอดก็เห็นว่ามีพระอยู่ตั้งหลายรูป’

           ครับ เวลาทอดผ้า พระวัดนี้นิมนต์พระวัดนั้นมามากอย่างไรก็ได้ แต่กฐินก็จะเป็นกฐินได้ ก็ต่อเมื่อวัดที่เราจะไปทอดต้องมีพระจำพรรษาตั้งแต่ ๕ รูปขึ้นไป...

           จึงจะเป็นเรื่องถูกต้อง...

           ถ้าไม่ถูกต้อง...ก็คือกฐินวิบัติ กฐินวิบัติ อานิสงส์ไม่ได้ทั้งผู้ถวายและผู้รับ เท่ากับทำแล้วสูญเปล่า หรือได้ก็ไม่เต็มอย่างที่ควรเป็น

           มิหนำซ้ำอาจจะเกิดโทษด้วยซ้ำ เพราะภิกษุในพุทธศาสนาล่วงละเมิดต่อคำสั่งสอน ไม่ดำเนินตามวินัยแห่งพระบรมศาสดา ความก้าวหน้าแห่งเพศพรหมจรรย์จะบังเกิดได้อย่างไร?

           ครูบาอาจารย์สายวิปัสสนาล้วนกล่าวกันเป็นเสียงเดียวว่า...ภิกษุที่ล่วงละเมิดธรรม...ผิดศีลบ่อย ไม่อยู่ในร่อยรอยแห่งพระวินัย...

           เป็น ‘โมหะบุรุษ’

           ไม่เจริญในศีล สมาธิ ปัญญา ว่ากันตรง ๆ ตามภาษาชาวบ้านก็คือ ภาวนาหรือปฏิบัติไม่ขึ้นนั่นเอง!

           ท่านผู้อ่านที่รักครับ เคยบอกเสมอว่า ‘ธรรมะ’ แบ่งออกสองสายธารใหญ่ คือ โลกุตตรธรรม และ โลกียธรรม คอลัมน์ ‘ธรรมะ ๕ นาที’ ของภูเตศวร มิหาญกล้ากล่าวถึงธรรมอันลึกซึ้งแห่งโลกุตตระ ทว่าขอเดินบนความเรียบง่าย บนความพื้น ๆ อย่างนี้ล่ะครับ ของง่าย ๆ พื้น ๆ แต่ถ้าเราใส่ใจให้ความสำคัญ สิ่งนั้นจะเป็น ‘พื้นฐาน’ ที่ดีสำหรับก้าวไปสู่สิ่งที่สูงขึ้นอย่างมั่นคง โดยไม่ล้มครืนลงมาให้รู้สึกว่า ‘น่าเสียดาย’ ในวันข้างหน้า

           พุทธสอนเราให้มีปัญญา การมีปัญญาได้ต้องรู้จักพิจารณาสิ่งที่ตนกระทำ...และกำลังจะกระทำให้รอบคอบเสียก่อน

           อย่าให้การลงทุนด้วยความเหนื่อยยากเป็นการลงทุนที่สูญเปล่า

           การเป็นพุทธบริษัทที่ดี
           มิใช่รู้จักทำบุญทำทานอย่างเดียวโดยไม่ใช้ปัญญา

           อย่าเป็นชาวพุทธที่มีเจตนาดี แต่ท้ายสุดกลายเป็นเครื่องส่งเสริมให้พระภิกษุล่วงละเมิดต่อวินัยอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์

           เท่ากับผลักพระภิกษุเข้าสู่ความวิบัติอย่างไม่รู้ตัว!


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com