การเสื่อมในศาสนา เพ...
 
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

การเสื่อมในศาสนา เพราะเสื่อมจาก ๗ สิ่ง by ธรรมะโดนใจ

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
3 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#498]

การเสื่อมในศาสนา เพราะเสื่อมจาก ๗ สิ่ง

          เคยกล่าวไว้แล้วหลายครั้งว่า พระบรมศาสดาทรงตรัสไว้ในครั้งยังดำรงพระชนม์ชีพว่า ‘ศาสนาของเรา ตถาคตมิได้เสื่อมเพราะภัยจากภายนอก แต่จะเสื่อมเพราะภัยจากภายใน ซึ่งมาจากพุทธบริษัทเองที่เสื่อมลง’

          แม้แต่พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร พระอริยสงฆ์แห่งที่ราบสูง ซึ่งองค์ท่านได้ละสังขารสู่นิพพานไปแล้วยังยืนยันว่า ‘พระพุทธเจ้า ท่านบัญญัติศาสนาในพุทธบริษัทนี่แหละ ท่านไม่ได้บัญญัติที่ไหน บริษัททั้ง ๔ คืออะไร คือภิกษุ...ภิกษุณี แต่เวลานี้ภิกษุณีไม่มีแล้ว มีแต่ภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ในสี่เหล่านี้แหละ (ที่พระพุทธเจ้าบัญญัติ) พระพุทธศาสนา (คือเป็นศาสนทายาท) ศาสนาจะเจริญได้ก็อาศัยสี่เหล่านี้ ศาสนาจะเสื่อมก็อาศัยสี่เหล่านี้เหมือนกัน’

          ศาสนาเสื่อมเพราะเหตุใด?

          คำตอบที่ถูกต้องตรงเผงเลยก็คือ เพราะเราชาวพุทธบริษัทไม่ประพฤติและปฏิบัติ ไม่เคารพในคุณธรรม ๗ ประการดังนี้

          ไม่เคารพในคุณพระพุทธเจ้า ๑

          ในคุณพระธรรมก็ไม่มีความเคารพ ๑

          ในคุณพระอริยสงฆ์เราก็ไม่มีความเคารพ ๑

          ในศีลก็ไม่มีความเคารพ ๑

          ในภาวนาก็ไม่มีความเคารพ ๑

          ในการปฏิสัณฐานการต้อนรับซึ่งกันและกันก็ไม่มีความเคารพ ๑

          การไม่เคารพในทานไม่กระทำการจาคะ ๑

          เมื่อไม่เคารพใน ๗ สถานนี้ จึงเป็นเหตุให้ศาสนาเสื่อม ถ้าพวกเรายังมีความเคารพในสิ่ง ๗ สถานนี้แล้ว ศาสนาจะเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป

          ถึงตรงนี้ อยากให้ท่านทั้งหลาย ลองพิจารณาดูความจริงจุดเสื่อมที่จะบังเกิดขึ้นในสิ่ง ๗ สถานนั้น สามข้อแรกเป็นคุณแห่ง พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ อันเป็นแก้วสามประการ เป็นหลักชัยของพระศาสนาที่เราท่านต่างรู้แจ้งกันอยู่แล้ว อีกสามข้อเป็นไตรสิกขาสำหรับคฤหัสถ์ทั่วไป คือศีล...ทาน...ภาวนา และข้อสุดท้ายคือ การต้อนรับ การปฏิสัณฐาน เป็นคุณธรรมในหมู่คณะ ซึ่งหมายถึงการสมัครสมานสามัคคีที่จะป้องกันการแตกแยกร้าวรานนั่นเอง

          โดยสรุป จงเชื่อมั่นศรัทธาในพระรัตนตรัย ยึดพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นสรณะ เป็นที่พึ่งที่เคารพ จงประพฤติตนในศีล ทาน และภาวนา ซึ่งจะนำพามรรค ผล นิพพานมาสู่ตน

          ท้ายสุดคือการสมัครสมานรักใคร่กลมเกลียวกันในหมู่ชาวพุทธด้วยกัน เข้าทำนอง

          ‘อย่าทะเลาะกันเอง!’

           สุดท้ายที่อยากทำความเข้าใจกับท่านทั้งหลายก็คือ

           พระพุทธเจ้ามิเคยเสื่อม

           พระธรรมคำสั่งสอนของพระตถาคตเจ้าก็ไม่เคยเสื่อมสูญ เพราะ ‘ธรรมะ’ ที่ทรงตรัสรู้ด้วยพระองค์เองเป็น ‘อมตธรรม’ เป็นธรรมที่ไม่ตาย

           พระสงฆ์อันเป็นอริยเจ้าผู้พ้นจากกิเลส ก็ไม่มีวันเสื่อมสูญ แต่ที่เสื่อมสูญคือเสื่อมสูญจากหัวใจของเรา เพราะเราขาดการประพฤติปฏิบัติดำรงตนอยู่นอกไตรสรณคมน์ อยู่นอกไตรสิกขาบทที่เป็น ‘หน้าที่’ ของพุทธบริษัทเองมากกว่า

            ฉะนั้นวันนี้...วันที่ยังอยู่ในช่วงวันเข้าพรรษา จนกว่าจะกรานกฐิน เราชาวพุทธลองหันกลับมาพิจารณาตนดูบ้างปะไร...

           ว่าวันนี้ขณะนี้ เราได้ทำหน้าที่ของพุทธบริษัทอย่างเต็มกำลังหรือยัง?

            เราเป็นผู้หนึ่งซึ่งเคารพในสิ่ง ๗ สถานนี้หรือไม่

            หรือเราเป็นผู้ละทิ้ง...เป็นผู้ละวางสิ่ง ๗ สถาน อันเป็นเหตุแห่งความเสื่อมสูญแห่งพระศาสนานั้นด้วยตัวตนของตน!

            และเรื่องดังกล่าวไม่ต้องถามใครหรอกครับท่าน เรานั่นแหละจะเป็นคนตอบตัวเองได้ดีที่สุด


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com