
ใช้ทุกข์ แก้ทุกข์
เป็นชาวพุทธก็ต้องเชื่อเรื่อง ‘บุญ’ เรื่อง ‘บาป’ เชื่อเรื่องกรรมดีและกรรมชั่ว ก็เพราะบุญ-บาปและผลกรรมนั่นแหละทำให้ต้องมาเวียนว่ายตายเกิด เป็นมนุษย์เป็นสัตว์เป็นเทวดาไปเรื่อย ๆ เป็นวัฏฏะอย่างไม่จบสิ้น จนกว่าจะพ้นอาสวกิเลส สู่แดนพ้นทุกข์คือพระนิพพาน!
เมื่อเป็นอย่างที่กล่าวมาข้างต้น การเกิดมาเป็นมนุษย์ของเราจึงต้องมีทุกข์เป็นสมบัติมาทุกคน ด้วยเราคือผู้ที่ยังไม่พ้นทุกข์ จนกว่าจะถึงพระนิพพานดังกล่าว คนที่เคยอ่านพุทธประวัติจะรู้ว่า แม้แต่พระมหาโพธิสัตว์ ซึ่งเป็นเจ้าชายสิทธัตถะที่ทรงมีพระราชอำนาจ มีวังสามฤดูมีทุกอย่างอันเป็นสมบัติโลกครบถ้วน ทั้งรูปลักษณ์ สติ ปัญญา และบารมี หากก็ทรงมีทุกข์จนต้องออกบวชเพื่อแสวงหาทางพ้นทุกข์
แม้พระพุทธเจ้ายังต้องหาทางพ้นทุกข์ เราท่านเล่าจะปราศจากทุกข์ในชีวิตได้อย่างไร ฉะนั้นการเกิดมาในโลกนี้ไม่มีใครที่ไม่มีทุกข์ จะเป็นยาจก คหบดี หรือนักบวช ต่างก็มีทุกข์ของตน ทุกข์ตามแบบฉบับของตนทุกคน
ความทุกข์ของสัตว์โลก มี ๒ ประการคือ ทุกข์กาย กับทุกข์ใจ เกิดมาต้องทำมาหากิน เกิดแล้วต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย เป็นสัจจะที่ไม่มีใครสามารถหลบหลีก เป็นมรดกที่ทุกคนต้องรับ ส่วนทุกข์ใจจะเกิดกับความอยากได้อยากมีอยากเป็น และความไม่ได้ดังใจของตน ซึ่งสัตว์โลกก็มิอาจกำหนดให้เป็น อย่างที่ตนปรารถนาได้ ทุก ๆ เรื่อง
ทั้งสองประการคือความทุกข์แห่งมนุษย์ที่โบราณจารย์ท่านกล่าวไว้ว่า มาจากความยึดมั่นถือมั่นของสัตว์โลกทั้งสิ้น!
เกิดมาแล้วก็ยึดว่ากายนี้เป็นของกู สมบัตินี้เป็นของกู ลูกคนนี้คนนั้นก็คือของกู หากแท้จริง เป็นอนิจจัง เป็นอนัตตา ที่ยึดมั่นถือมั่นไม่ได้เลย
เมื่อยึดมั่นถือมั่น หากไม่เป็นไปตามคิด นั่นคือทุกข์ เป็นทุกข์ตัวเดียวกันเหมือนกันของสัตว์โลกที่มิแยกจากกันทุกกาลสมัย เป็นทุกข์ตัวเก่า แบบเก่าที่มิเคยแปรเปลี่ยน เพียงแต่หนักเบาขึ้นอยู่กับบุญบาปและบุพกรรมของแต่ละบุคคลที่มีมาต่างกันเท่านั้น
หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล พระอริยสงฆ์องค์หนึ่งในสายพระป่ากรรมฐาน ที่ได้ละขันธ์ไปแล้วกล่าวไว้ว่า
“ทุกคนต้องตาย ทุกคนต้องทุกข์ ฉะนั้นอย่ากลัวที่จะตาย ที่จะทำทุกข์ แต่เราควรเลือกการพ้นทุกข์ และกำหนดให้ความตายเป็นเส้นทางที่จะก้าวไปสู่ภพภูมิที่ดี ก้าวไปสู่พระนิพพานเป็นจุดหมายสุดท้าย”
ถึงตรงนี้อยากบอกท่านทั้งหลายว่า เราทุกคนเกิดมาต้องมีทุกข์กันทั้งนั้น ทุกข์เดิม ๆ อย่างที่เราเคยผ่านมาทุกภพทุกชาติ แต่ถ้าเรารู้จักนำทุกข์ที่มีมาสอนตัวเอง นำเอาโอสถธรรมแห่งพระพุทธเจ้ามาเยียวยาสอนตนอยู่เสมอ
ท้ายสุด ความทุกข์นั้นจะเป็นเครื่องสอนใจเราให้เกิดปัญญา ทำให้เรารู้จักโลก หน่ายโลก และไม่ปรารถนาโลกอีกต่อไป
เข้าทำนอง เอาทุกข์แก้ทุกข์ด้วยปัญญาธรรม
รู้ทุกข์...ผ่านทุกข์ด้วยการพิจารณา ที่สุดก็จะพ้นจากทุกข์ ด้วยการไม่ยึดมั่น...หมายมั่นอะไรในโลกอย่างผู้ปล่อยวางในที่สุด!
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com