คนเสื่อมหรือศาสนาเส...
 
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

คนเสื่อมหรือศาสนาเสื่อม by ธรรมะโดนใจ

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
3 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#496]

คนเสื่อมหรือศาสนาเสื่อม

 

           วันก่อนได้มีโอกาสนั่งดูทีวีรายการหนึ่ง เป็นรายการเฝ้าติดตามพฤติกรรมของคนกระทำผิดในสังคม

           โดยปกติจะไม่ให้ความสนใจอะไรนัก หากแต่วันนั้นเป็นการจับผิดการกระทำที่ผิดวินัยสงฆ์ของพระระดับเจ้าอาวาสรูปหนึ่งแถวภาคอีสาน ก็เลยสนใจดูจนจบรายการ

           เรื่องของเรื่องก็คือ หลวงพ่อเจ้าอาวาสเป็นพระหมอดูที่ทำนายทายทักโชคชะตาราศีให้กับญาติโยม โดยเฉพาะเหล่าสีกาทั้งหลาย ซึ่งลงท้ายด้วยการมีเคราะห์มีโศกต้องทำการสะเดาะเคราะห์เสริมชะตา เสียเงินค่าครูจำนวนหลายร้อยบาท อันเป็นรายได้เข้ากระเป๋าพระไปตามระเบียบ

           ที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือพฤติกรรมของหลวงพ่อที่เชิญชวนเหล่าสีกาสาว ๆ ทำพิธีเสริมเสน่ห์ด้วยเวทมนต์คาถาตามแบบฉบับเดรัจฉานวิชา หลายรายหลงผิดคิดทำ ท้ายสุดลงเอยที่การถูกลวนลามทางเพศ

           เป็นปกติสำหรับการทำรายการทีวี ก็ต้องมีกลวิธีจับผิด ฉะนั้นภาพอันไม่ควรปรากฏของบุคคลที่นุ่งห่มผ้าเหลืองอาศัยจีวรก่อความชั่วจึงปรากฏต่อสายตาของประชาชนทั่วประเทศ โดยมีคำสัมภาษณ์ของเหยื่อสอดแทรกอยู่อย่างต่อเนื่องเป็นระยะ ๆ อีกทั้งความเห็นของชาวบ้านในพื้นที่ก็ถูกนำมาแพร่ภาพอย่างร้อนแรง

               เรื่องราวเยี่ยงนี้มิได้เป็นของแปลกใหม่ในสังคมวงการพระสงฆ์ ทว่าเรื่องฉาวโฉ่ของพระอลัชชีมีมายาวนานยิ่ง เพียงแต่ยุคนี้เป็นยุคของสื่อที่ทันสมัย เป็นยุคที่เทคโนโลยีการสื่อสารเจริญรุดหน้าถึงขีดสุด ภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายในวงการสงฆ์จึงปรากฏออกมาอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน

               “ศาสนามันถึงจุดเสื่อมแล้ว”

               เป็นประโยคที่ผู้เขียนได้ยินชัดเจนจากปากของชาวบ้านคนหนึ่งที่ให้สัมภาษณ์รายการนั้นด้วยสีหน้าท่าทางเหนื่อยหน่าย

               นั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ต้องหยิบยกเรื่องราวนี้ขึ้นมาเขียนถึงในวันนี้

               ในปัจจุบันมีภิกษุบวชเรียนในพระศาสนาประมาณสามแสนรูปต่อจำนวนประชากรเกือบเจ็ดสิบล้านคนในประเทศ พระสามแสนรูปย่อมมีดีและไม่ดีปนเปอยู่เป็นของธรรมดา เหตุเพราะก่อนเข้าบวช พระเหล่านั้นย่อมเป็นบุคคลธรรมดา ๆ ที่ประกอบด้วย กิเลส ตัณหา ราคะ เช่นมนุษย์ทั่วไป

                อีกทั้งพุทธศาสนายังเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าอุปสมบทเป็นภิกษุได้โดยง่าย ไม่ว่าใครคนไหนเคยผ่านการทำผิดถึงขั้นติดคุกติดตารางมาแล้วก็ตาม

                เหตุเพราะพุทธศาสนามุ่งเน้นให้ละชั่วหันมาทำความดี ให้โอกาสในการทำความดีโดยเท่าเทียมกัน

                ดังเรื่องราวขององคุลีมาล โจรร้ายในสมัยพุทธกาลที่พระบรมศาสดาทรงอนุญาตให้บวช จนท้ายสุดสำเร็จเป็นพระอรหันต์
 
                เคยกล่าวมาแล้วหลายครั้งว่า พุทธศาสนามุ่งเน้นการสอนการหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวงด้วยปัญญา โดยมีเหตุแห่งทุกข์ และการดับทุกข์ โดยอาศัยมรรคแปดองค์แปดที่เป็นอริยมรรคเป็นเครื่องมือ เป็นทางสู่ความดับทุกข์

                มรรคแปด เริ่มตั้งแต่ความคิดชอบ เพียรชอบ พูดชอบ ทำงานเลี้ยงตนโดยชอบ ลงท้ายที่สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คือการปฏิบัติจิตสู่ภูมิธรรมด้วยสมาธิอันมีสติระลึกรู้โดยชอบ ทั้งแปดประการเป็นหัวใจของการปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์ ย่อลงเป็นไตรสิกขาบทสาม คือ ‘ศีล สมาธิ ปัญญา’

                ฉะนั้นพระภิกษุกับญาติโยมก็ควรนำสิ่งเหล่านี้มาพิจารณาสั่งสอนกับรับธรรมโดยชอบนั้นเป็นหลัก อย่าไปกราบพระด้วยกิเลสเศร้าหมองและแรงแห่งตัณหา

                อย่ารับสิ่งที่พระมอบให้ถ้านั่นคือกองกิเลส ตัณหา และราคะที่กำลังครอบลงในจิตวิญญาณอย่างที่เห็นในจอทีวีเมื่อวันวาน

                พระภิกษุสงฆ์มีหน้าที่ละวางโลกมุ่งหน้าหาธรรมเพื่อการหลุดพ้น นำธรรมะอันบริสุทธิ์สั่งสอนญาติโยมให้เว้นความชั่วประพฤติในสิ่งชอบ เราทั้งหลายที่เป็นคฤหัสถ์ไปกราบพระเพื่อรับธรรม เพื่อทำบุญสำหรับหาพลปัจจัยสำหรับการปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์ในกาลข้างหน้า

                ถ้าเชื่อในกฎแห่งกรรม ก็จงทำความดีหนีความชั่วทั้งปวงเสีย กรรมดีที่สะสมจะทำให้ไม่ต้องเชื่อหมอดูให้เสียเงินเสียทอง ด้วยทุกอย่างเป็นไปตามกรรม ดังพุทธพจน์ที่ว่า ‘กัมมุนา วัตตะตีโลโก’

                ในโอวาทปาติโมกข์ที่พระบรมศาสดาทรงบัญญัติไว้ และพระภิกษุล้วนเคยลงอุโบสถฟังปาติโมกข์ในวันพระสิบห้าค่ำทุกปักษ์ ‘ย่อมรู้’ ภิกษุไม่บังควรอยู่ในที่ลับหูลับตากับสีกาโดยลำพัง อย่าว่าลับตาเลยครับ แค่ลับหูแม้แต่ในที่กลางแจ้งที่คนอื่นไม่ได้ยิน สนทนากันเกินหกคำ สามารถปรับอาบัติโทษสังฆาทิเสสได้ทันที

                ฉะนั้นพระที่เคร่ง ๆ เวลาจำเป็นต้องต้อนรับโยมสีกา จึงต้องมีเพื่อนพระหรือสามเณร หรือโยมผู้ชายอยู่ด้วยเสมอ

                ก็เพราะประการนั้นแหละครับ เวลาพระท่านนัดสีกาไปลงเสน่ห์ แถมบอกให้ไปโดยลำพังในเวลาค่ำคืนอยู่กันสองต่อสอง ‘มันผิดตั้งแต่เอ่ยปากแล้วครับ’ เจอพระอย่างนี้สีกาควรถอยห่างตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ปล่อยให้ตนหมองมัวทำลายศาสนาไปโดยไม่รู้ตัว

                เพราะสื่อเสนอเรื่องราว ท้ายสุดหลวงพ่อในเรื่องก็ถูกจับสึก ลาเพศไป แต่เรื่องราวทั้งหลายย่อมแสลงใจชาวพุทธที่เห็น และยังฝังลึกลงกลางใจมิรู้ลืม

                คิดถึงตรงนี้ผู้เขียนแอบทอดถอนใจ เรื่องอย่างนี้ข่าวอย่างนี้สื่อชอบรายงาน ชอบนำเสนอ แต่เรื่องดี ๆ ของพระของศาสนามีมากกว่านี้หลายร้อยหลายพันเท่า ไม่มีใครนำมาบอกมาเล่าให้ญาติโยมชื่นใจกันบ้างเลย

                ผู้เขียนเคยแอบก้มกราบพระหนุ่ม ๆ ที่หลบลี้หนีความวุ่นวายไปอยู่ในป่าช้า ท่านเดินจงกรมทำสมาธิตั้งแต่หัวค่ำยันสว่างอย่างอดทนเพื่อมรรคผล ไม่กล้ารบกวนสมาธิท่าน จึงได้แต่ก้มกราบแต่ไกลตาอย่างยอมรับนับถือสุดหัวใจ ได้แต่คิดในใจ...

                เมื่อไหร่หนอจะมีเงิน หรือใครมีกำลังทรัพย์มาก ๆ มาชวนทำรายการทีวี นำเอาสิ่งดี ๆ ในพระศาสนามาเสนอให้ชาวพุทธได้เห็นบ้าง ภูเตศวรจะถอดหัวใจทำให้เห็นสักครั้ง

                แต่ก็รู้อีกแหละ เรื่องพอกพูนกิเลสมีคนสนับสนุนเยอะ เรื่องพระ เรื่องสงฆ์ เรื่องศาสนา หาแรงช่วยยากกว่างมเข็มในมหาสมุทรอีกครับ เพราะแรงกิเลสทำให้คนดู คนซื้อ...คนใช้สินค้า

                ขอโอกาสสรุปตรงนี้เลยครับว่า ธรรมะของพระบรมศาสดา ศาสนาแห่งพระตถาคตเจ้ายังมิได้เสื่อมสูญดังใคร ๆ ว่า...วินัยพระ ข้อวัตรสงฆ์ที่ทรงบัญญัติไว้กล้าท้าพิสูจน์กล้าเชิญชวนให้ศึกษาหาความจริง ยิ่งรู้จริงจะยิ่งศรัทธาในพระอัจฉริยภาพของพระพุทธเจ้ามากขึ้นเสียอีกด้วยพระธรรมคือความจริงที่ไม่มีวันเสื่อม

                ที่เสื่อมคือ ‘คนเสื่อม’ เสื่อมจากพระศาสนา ด้วยขาดปัญญา ขาดการศึกษาพระธรรมอย่างแท้จริงของพระและโยมอันเป็นพุทธบริษัทในโลกปัจจุบันที่หลงไปกับแสงสีของวัตถุที่สร้างกิเลส ตัณหาให้แก่สัตว์โลกอย่างต่อเนื่อง

                ท้ายที่สุด คนจะลืมพระศาสนา ในอีกสองพันกว่าปีข้างหน้าดังพุทธทำนาย จนที่สุดคือ ศาสนาแห่งพระศรีอาริยเมตไตรยในวาระสุดท้ายแห่งภัทรกัปนี้


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com