
ความสุขใจอย่างแท้จริง
ก่อนวันเข้าพรรษาเล็กน้อย ผู้เขียนต้องเดินทางขึ้นสุโขทัยด้วยทางจังหวัดติดต่อไปที่ ‘แม่อี๊ด’ หรือคุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ ด้วยเหตุผลเหมือน 2 ปีที่ผ่านมาคือ การบวงสรวงเทพยดาและบูรพกษัตราธิราช ณ ราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช มิวายที่เราได้ปฏิเสธไปตั้งแต่คราก่อนแล้ว ว่าขอยุติแต่เพียงเท่านั้น ด้วยจากอดีตถึงปัจจุบัน นับแต่ก่อนเริ่มสร้างวัดป่าชนะสงคราม ในปี 2542
เราทำพิธีบวงสรวงถวายมาไม่ต่ำกว่า 6-7 ครั้ง
ถึงตรงนี้เราก็ยังยืนยันเจตนาเดิมกับทางจังหวัด จนร้อนไปถึงผู้ใหญ่ที่เรานับถือ ท่านให้เหตุผลว่า “ปีที่ผ่านมามีพิธีอาบน้ำเพ็งตามแบบโบราณ” การจัดกำหนดการผิดพลาดทำให้ถูกต่อว่ามามากเหลือเกินว่า
“พิธีเริ่มเร็วไป ออกจากงานแสดงแสงสีเสียง พิธีก็จบไปแล้ว” ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองสุโขทัยเองก็ยังบ่นเสียดาย “ไม่เคยเห็นพิธีอาบน้ำเพ็งมาก่อนเหมือนกัน”
ท้ายสุดคุณหญิงท่านคงใจอ่อน งานนี้เลยโบ้ยมาให้ภูเตศวร “ท่านต้องถามคุณภูเตศวรเพราะเป็นเจ้าพิธี!”
ผู้หลักผู้ใหญ่ท่านนั้นบอกกับผู้เขียนอย่างจริงจังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนนับแต่พบหน้ากันมา
“ช่วยผมอีกครั้งเถอะ ปีหน้าผมก็จะถอนตัวจากการเป็นแม่งานเหมือนกัน เพราะผมก็แก่จนจะหมดแรงแล้ว”
ผลก็เลยเรียบร้อยโรงเรียนสุโขทัยไปตามระเบียบ!
ก็คงเหมือนที่พี่น้อย (คุณพนิดา) ว่ากระมัง... ว่าตราบใดที่ยังไม่ครองผ้าเหลืองก็ต้องก้มหน้าก้มตาทำงานให้สังคมต่อ จบจากงานที่จังหวัดถือโอกาสเข้าไปดูงานสร้างกุฏิและสถานที่ปฏิบัติธรรมที่วัดป่าชนะสงคราม พร้อมความตั้งใจอยู่ปฏิบัติธรรมสักหลาย ๆ วัน พอถึงวัดได้กราบหลวงปู่พรม พรหมโชโต ท่านมองเราด้วยรอยยิ้มพร้อมเปรยขึ้น
“ยิ่งใกล้วันบวช งานยิ่งเยอะขึ้นนะแม้วนะ”
นั่นคือเจโตปริยญาณอันเข้มแข็งของครูบาอาจารย์ ขณะที่เราได้แต่ส่ายหน้าแบบอ่อนอกอ่อนใจ ท้ายสุดท่านย้ำคำเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา
“มีหนี้ก็ใช้เสียให้หมด บวชแล้วจะได้สบาย ไม่กังวลใจ”
มีโอกาสอยู่วัดนั่งปฏิบัติภาวนาแค่ 4 วัน ก็ต้องเดินทางกลับ “พี่ภา (คุณสุภา เพลซาลับ) ลูกศิษย์แก่วัย 60 กว่าที่มาถือศีลในช่วงเข้าพรรษามาหลายปีเข้ามาขอให้ ‘ขริบผม’ ให้ด้วย เธอจะโกนศีรษะบวชเป็นแม่ชีในพระศาสนาตลอดไป เรารู้ว่าเธออธิษฐานใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์เมื่อคราไปเยือนอินเดียครั้งล่าสุด
ขริบผมให้เสร็จพี่ภาขอกราบ แต่ผู้เขียนไม่ยอมเพราะจะอย่างไรเราก็เด็กกว่าโดยอายุ หากเธอดึงดันด้วยน้ำตานองหน้า มากมายหลายเหตุผลพรั่งพรูออกมาเหมือนสายน้ำหลาก
“เพราะอาจารย์จึงมีวันนี้ ด้วยการดูแลสั่งสอนมายาวนานกว่า 20 ปี นำพาเข้าสู่หนทางที่ถูกที่ควร ยิ่งกว่านั้นยังอดทนสร้างสถานที่ให้ลูกศิษย์ได้เตรียมเดินทางกลับบ้านอีก”
คำสุดท้ายทำเอาเราน้ำตาคลอไปเหมือนกัน เธอให้คำมั่นสัญญา แน่วแน่...
“พี่ภาจะอยู่ที่นี่ปฏิบัติธรรม จะนั่งรอดูผ้าเหลืองของอาจารย์นะจ๊ะ”
จากนั้นกราบลาหลวงปู่ผู้เป็นเหมือนพ่อแม่ครูบาอาจารย์ขึ้นรถกลับ เป็นคราแรกที่ขับรถออกมาช้า ๆ กวาดตามองวัดป่าที่เฝ้าเพียรสร้างมานาน 10 ปี...ด้วยความรู้สึกสุขใจปนอาการใจหาย
ใจหายกับเวลาที่ผันผ่านไปรวดเร็วยิ่ง จากวัยหนุ่มสาวเพียงลัดนิ้วมือเดียวทุกคนเริ่มแก่ชรา และเตรียมตัวก้าวสู่มรณกาลในระยะอันใกล้
ทุกคนต้อง ‘ล่ำลา’ โลกและคนอันเป็นที่รัก อย่างไม่มีวันต่อสู้ขัดขืน คือสัจจะความจริงดังพุทธดำรัสที่ว่า...
‘ชะราธัมโมมหิ ชะรัง อะนะตีโต เรามีความแก่เป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความแก่ไปไม่ได้’
‘มะระณะธัมโมมหิ มะระณัง อะนะตีโต เรามีความตายเป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความตายไปไม่ได้’
‘สัพเพหิ เม ปิเยหิ มะนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว เราจะละเว้นเป็นต่าง ๆ คือว่าจะต้องพลัดพรากจากของรักของเจริญใจทั้งสิ้นไป’
กับอาการเป็นสุขที่ซ้อนในอาการใจหายคือความมั่นใจ...อย่างน้อยเราก็ไม่ตกอยู่ในความประมาท เช่นพุทธโอวาทในปัจฉิมกาลแห่งพระบรมศาสดาที่ย้ำเตือนพุทธสาวกเอาไว้ว่า
‘อามันตะยามิโว ภิขะเว ปฏิเวทะยามิโว ภิกขะเว... ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราขอเตือนท่านทั้งหลาย ขอให้ท่านทั้งหลายทราบไว้ว่า
‘ขะยะวะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถาติ สังขารทั้งหลายย่อมมีความเสื่อมสิ้นไปเป็นธรรมดา ขอท่านทั้งหลายจงยังประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน ให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด’
ผู้เขียนมิได้สุขเพราะสามารถสร้างวัดป่าชนะสงครามสำเร็จ หากสุขใจที่ได้เห็นว่าปีนี้ ลูกศิษย์เก่าแก่มาพักจำศีลในพรรษาหลายคน และลูกศิษย์ใหม่ ๆ แม้ไม่มีเวลาทั้งพรรษาแต่ก็แวะเวียนมาทำบุญ และมานอนปฏิบัติธรรมคณะละสองสามวันอยู่หลายคณะ และเชื่อว่าจะมีจำนวนมากขึ้นไปเรื่อย ๆ ในอนาคตข้างหน้าตลอดไป
นี่แหละคือความสุขใจอย่างแท้จริง!
ว่าอย่างน้อยสิ่งอันเป็นปณิธานยังมีโอกาสเป็นจริง...
วันที่เดินทางกลับบ้าน เราจะมีผู้ร่วมทางอีกมากมายในสายธารแห่งศรัทธาพวกเราพุทธบุตรีบุตราของพระตถาคตเจ้า
สำหรับกุฏิและสถานที่ปฏิบัติธรรมที่กำลังสร้าง คาดว่าอีกเดือนเศษก็จะเสร็จสิ้นลง สามารถใช้งานได้ก่อนออกพรรษาแน่นอนครับ ส่วนกำแพงรั้ววัดขณะนี้กำลังดำเนินการต่อให้แล้วเสร็จ เหลือเพียงร้อยกว่าช่องเท่านั้นผู้รับเหมาใจดีให้เป็นหนี้ได้จนถึงงานทอดกฐินค่อยชำระก็ได้
นั่นคืออีกหนึ่งความสุขของภูเตศวร...เพราะถึงวันนี้ แน่ใจแล้วว่า ‘สัจจะ’แห่งตนจะสำเร็จได้อย่างแน่นอน ทุกอย่างของวัดป่าชนะสงคราม ‘ต้องจบสิ้น’ ก่อนบวชจะเป็นไปตามสัจจาธิษฐานแน่นอน!
อ้อ...เกือบลืมครับ กำหนดงานทอดกฐินวัดป่าชนะสงครามออกมาแล้วครับ ‘กฐินสุดท้ายของภูเตศวร’คือวันที่ 24 ตุลาคม 2552 นี้ครับ ออกเดินทางวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม ตรงกับวันปิยมหาราช ทอดกฐินวันที่ 24 เดินทางกลับวันอาทิตย์ที่ 25 สำหรับรายละเอียดจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งเร็ว ๆ นี้
ขอลาด้วยคำเชิญชวนญาติมิตรญาติธรรม ช่วงเข้าพรรษานี้ควรตั้งสติให้ถึงพร้อมสวดมนต์ภาวนาให้มาก เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ของเรา ให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรแก่ชาวไทยด้วยเทอญ
พบกันฉบับหน้าครับ
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com