
ทานที่มีผลมาก อานิสงส์มาก
ก่อนเข้าเรื่องราวตามที่จั่วหัวไว้ ขอแจ้งข่าวอันเป็นมงคลก่อนนะครับ ในไม่กี่วันที่จะมาถึง จะเป็นวันครบรอบคล้ายวันเกิดของพระเดชพระคุณหลวงปู่เสน ปัญญาธโร เจ้าอาวาสวัดป่าหนองแซง หลวงปู่ที่เสมือนเป็นพ่อแม่ครูบาอาจารย์ของทมยันตึ กับภูเตศวรโดยตรง
ปีนี้ก็คงเหมือนหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาแหละครับ เราจะมีโอกาสร่วมทำบุญใส่บาตรพระสงฆ์สายพระกรรมฐานจำนวนนับร้อยรูป พร้อมกับแสดงมุทิตาจิตต่อหลวงปู่
แน่นอนครับ งานนี้ผู้เขียนก็คงจะต้องอยู่ที่วัดป่าหนองแซงจนกว่าท่านจะเสร็จงานเหมือนทุกครา ใครอยากร่วมงาน หรือร่วมบุญครั้งนี้ก็ขอเรียนเชิญนะครับ
วันนี้ขอตอบจดหมายของท่านผู้อ่านอีกสักฉบับนะครับ หลังจากว่างเว้นมานานแล้วเป็นเวลาร่วมปี
จดหมายฉบับนี้มาจากคุณหทัยรัตน์ กล่อมเกลี้ยง จังหวัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งขออนุญาตตัดทอนข้อความที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องธรรมะออกเพื่อรักษาเนื้อที่นะครับ
“ดิฉันเป็นผู้หนึ่งที่มีนิสัยชอบทำบุญอยู่เสมอมา มีหลายครั้ง เวลาทำไปแล้วก็นึกเสียดายเพราะมารู้ทีหลังว่าเงินที่ทำไปไม่เป็นไปตามที่บอกบุญมา แต่ท้ายสุดก็ทำใจได้ บางครั้งเคยนึกอยากเลิกทำแต่ก็อดไม่ได้ทุกที รวมความว่าจะเป็นยังไงก็ต้องทำต่อไปอยู่ดีนั่นแหละ แต่ก็อยากรู้ค่ะว่า ทำบุญแบบไหน ทำอย่างไรถึงจะได้บุญมาก ๆ ช่วยบอกหน่อย”
คำถามของคุณหทัยรัตน์ ง่ายและรวบรัด แต่บางครั้งกับคำถามที่ง่าย ๆ อย่างนี้กลับไม่ใช่คำตอบที่หามาได้โดยง่าย บังเอิญผู้เขียนเพิ่งวางหนังสือ ‘พุทธโอวาทก่อนปรินิพพาน และพุทธโอวาทศิริมานนพสูตร’ลง หลังอ่านมาหลายครั้ง โดยครั้งแรกตอนบวชเรียนเมื่อปี ๒๕๔๐ ล่าสุดมีท่านผู้ใจบุญส่งมาให้อีกเล่ม ก็เลยต้องอ่านอีก เพราะต้องการฉลองศรัทธาให้ผู้ส่งมาได้ผลบุญตามที่หวัง และบังเอิญในหนังสือนี้มีข้อความสำคัญตรงนี้อยู่ด้วย จึงขอคัดลอกข้อความอันทรงคุณค่ามาตอบตรงนี้เลยครับ
“ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ตระหนี่เมื่อได้รับทรัพย์แล้วเก็บตุนไว้ไม่ถ่ายเทให้ผู้อื่นบ้าง ก็เหมือนแม่น้ำตาย ไม่มีประโยชน์อะไรแก่ใคร ส่วนผู้ไม่ตระหนี่เป็นเหมือนแม่น้ำที่ไหลเอื่อยอยู่เสมอ กระแสน้ำก็ไม่ขาด ทั้งยังเป็นประโยชน์แก่มนุษย์ทั้งหลาย เพราะฉะนั้นสาธุชนได้ทรัพย์แล้วพึงบำเพ็ญตนเสมือนแม่น้ำซึ่งไหลใสสะอาด ไม่พึงเป็นเช่นแม่น้ำตาย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ‘ธัญญสัมปทา’ หรือทานอันจะมีผลมาก อานิสงส์ไพศาล ถ้าประกอบด้วยองค์หก กล่าวคือ
๑. ก่อนให้ ผู้ให้มีใจผ่องใสชื่นบาน
๒. เมื่อกำลังให้ จิตใจผ่องใส
๓. เมื่อให้แล้ว ก็มีความยินดีไม่เสียดาย
๔. ผู้รับเป็นผู้ปราศจากราคะ หรือปฏิบัติเพื่อปราศจากราคะ
๕. ผู้รับปราศจากโทสะ หรือปฏิบัติเพื่อปราศจากโทสะ
๖. ผู้รับเป็นผู้ปราศจากโมหะ หรือปฏิบัติเพื่อให้ปราศจากโมหะ
ภิกษุทั้งหลาย ทานที่ประกอบด้วยองค์หกนี้แล เป็นการยากที่จะกำหนดผลแห่งบุญว่ามีประมาณเท่านั้นเท่านี้ อันที่จริงเป็นกองบุญใหญ่ที่นับไม่ได้ ไม่มีประมาณ เหมือนที่จะกำหนด เหมือนน้ำในมหาสมุทรย่อมกำหนดได้ยาก ว่ามีประมาณเท่านั้นเท่านี้
ดูกรภิกษุทั้งหลาย คราวหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศล ราชาแห่งแคว้นนี้ เข้าไปหาตถาคตและถามว่า บุคคลควรจะให้ทานในที่ใด เราตอบว่าควรให้ในที่ควรเลื่อมใส คือเสื่อมใสบุคคลคณะใด ก็ควรให้แก่บุคคลนั้นในคณะนั้น พระองค์ถามต่อไปว่า ทานในที่ใดจึงจะมีผลมาก เราตถาคตตอบว่า ถ้าต้องการผลมากแล้วละก็ ควรจะให้ทานในท่านผู้มีศีล การให้บุคคลทุศีล หามีผลมากอย่างนั้นไม่ สถานที่ทำบุญเหมือนเนื้อนา เจตนาและไทยทานของทายกเปรียบเหมือนเมล็ดพืช คือเจตนา และไทยทานของทายกบริสุทธิ์ ทานนั้นย่อมมีผลมาก”
ครับ น่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนแจ่มแจ้งสมบูรณ์พอแล้วนะครับ ส่วนการรู้จักเลือกหาบุคคล เลือกหาสถานที่ ต้องอยู่ที่ตัวเราท่านทั้งหลายแล้วละครับว่าควรจะทำกับใครที่ไหนอย่างไร
เคยย้ำอยู่เสมอครับ ทำบุญทำทานควรพิจารณา ควรใช้เหตุผล ใช้สติปัญญาว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ อะไรคือประโยชน์ของจริงที่ไม่เคลือบแฝง
ทางที่ดีควรไปพบ...ไปดูให้เห็นด้วยตาของตน เห็นแล้วก็ต้องพิจารณาใคร่ครวญให้ถ่องแท้ ค่อยทำ
ทำแล้วให้ ‘วาง’ ความกังวลออกจากใจ
จิตที่ปราศจากความกังวล ความขุ่นข้อง คือความผ่องใส จะทำให้เราได้ผลบุญมากดังที่กล่าวมาข้างต้น
ทำแล้วได้รู้ได้เห็นอะไรมาแล้วไม่พอใจก็ให้ปลดปลงออกจากใจเสีย ถือว่าทำแล้วต่อให้เสียดายก็ไม่ได้กลับคืน อย่าท้อแท้ อย่าเบื่อหน่ายที่จะให้ทาน จะกลายเป็นแม่น้ำตายดังพุทธดำรัสที่ยกมากล่าวอ้างไงละครับ!
ให้ถือว่าทำทานหรือทำบุญไปแล้วก็ต้องได้ผลบุญกลับมาอย่างแน่นอน ไม่ได้มากก็ต้องได้น้อย ทำไปเรื่อย ๆ ก็เหมือนรองน้ำฝนแหละครับ ไม่นานก็เต็มจนได้ในวันหนึ่งข้างหน้า
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com