อย่าเพ่งโทษครูบาอาจ...
 
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

อย่าเพ่งโทษครูบาอาจารย์ by ธรรมะโดนใจ

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
3 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#759]
อย่าเพ่งโทษ

ครูบาอาจารย์

           หลายวันมานี้มีโทรศัพท์มามากมาย ถามถึงเรื่องราวของครูบาอาจารย์รูปหนึ่งที่กำลังมีชื่อเสียงในแวดวงการสอนพระกรรมฐาน ผู้เขียนเองไม่เคยได้กราบท่านหรือรู้จักท่านโดยส่วนตัวมาก่อน หากเคยได้ฟังบรรยายธรรมจากสื่อซีดีมาบ้างเล็กน้อย และเคยอ่านหนังสือ ‘ทางเอก’ ที่ท่านเขียนนานมาแล้ว
 
           คำถามส่วนใหญ่ที่ลูกศิษย์ลูกหาอยากรู้ คือความเห็นของผู้เขียนต่อแนวทางการสอนของท่าน..ก็ได้แต่ตอบสั้น ๆ

           “หลวงปู่พรมก็สอนอย่างนั้น!” หลวงปู่พรม พรหมโชโต คือครูบาอาจารย์ที่ผู้เขียนเคารพนบนอบอย่างยิ่ง ปัจจุบันท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าชนะสงคราม ที่คณะศรัทธา ทมยันตี-ภูเตศวร ดำเนินการสร้างมาตั้งแต่ปี 2541 สมัยท่านเป็นฆราวาสเคยเป็นโยมอุปัฏฐากหลวงปู่บัว สิริปุณโณ มานานหลายปี

          จำได้ว่าหลายปีที่ผ่านมา หลวงปู่พรมได้ปรารภกับผู้เขียนในวันหนึ่ง...

          “คนทำงานอย่างแม้วมักหาโอกาสนั่งภาวนาได้ยาก ปู่จะแนะวิธีปฏิบัติง่าย ๆ ให้นะ”

          หลังจากนั้นท่านก็สอนให้เจริญสติด้วยการสังเกตอาการของจิต...อะไรที่กระทบและจิตรู้สึกอย่างไรให้ ‘รู้’ ตามนั้น

          เช่นโกรธก็ให้ตามรู้ว่าโกรธ รักให้รู้ว่ารัก เกลียดให้รู้ว่าเกลียด เกิดราคะก็รู้ว่าเกิดราคะ ฯลฯ

          ไม่เพียงหลวงปู่จะย้ำว่า ทำไปเรื่อยสติของเราจะกล้าขึ้นไปเรื่อย ๆ เท่านั้น ท่านยังรับรองว่า...
 
          “...เป็นการปฏิบัติที่ลัดเลาะตัดตรงที่สุด” เพราะตรงกับสิ่งที่ท่านเคยสอนมานาน

          “...ทุกอย่างอยู่ที่จิตใจดวงนี้ จะนรกสวรรค์หรือพระนิพพานอยู่ที่ใจดวงนี้เท่านั้น!”

         เมื่อเป็นเช่นนี้ก็คือบทสรุปของคำตอบของผู้เขียนที่ชัดเจนว่าแนวทางของครูบาอาจารย์รูปนั้นเป็นอย่างไร...

         เมื่อได้คำตอบเช่นนั้น หลายท่านก็เลยขยายความต่อถึงเรื่องราววุ่น ๆ ที่ว่า เวลานี้มีกระแสโจมตีออกมามากมายหลายประเด็น และอยากให้ภูเตศวรแสดงความคิดเห็นบ้าง

         “อย่าเพ่งโทษครูบาอาจารย์!” ผู้เขียนตอบสั้น ๆ ตามที่เคยเรียนรู้มา เพราะปฏิปทาข้อวัตรปฏิบัติของครูบาอาจารย์แต่ละรูปแต่ละองค์ย่อมมีข้อผิดแผกแตกต่างกันไปตามวาสนาบารมี เราไม่รู้ภูมิธรรมของท่านว่าท่านอยู่ระดับไหน...

         “ไปเพ่งโทษท่านระวังจะลงนรก”

          ถึงตรงนี้ก็เลยขอยกตัวอย่างบางเรื่องมาเป็นอุทาหรณ์สอนใจพวกเรากันบ้าง เรื่องนี้มาจากปากคำของคุณอนุชิต ปุรสาชิต ลูกศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่บุญจันทร์ กมโล วัดป่าสันติกาวาส อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี

          วันหนึ่งหลวงปู่บุญจันทร์นำพระลูกวัดเดินทางไปกราบครูบาอาจารย์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ก่อนออกเดินทางท่านก็คอยพร่ำบอกลูกศิษย์กรณี ‘เพ่งโทษ’ ครูบาอาจารย์ว่าอย่าคิดอย่าทำ

          ครูบาอาจารย์องค์แรกที่หลวงปู่บุญจันทร์พาไปคารวะคือ หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จากนั้นมุ่งไปวัดนิโครธาราม จ.หนองบัวลำภู ที่ไม่ไกลจากวัดถ้ำกลองเพลนัก เพื่อกราบนมัสการหลวงปู่อ่อน ญาณสิริ ว่ากันว่าวันที่ไปถึง หลวงปู่อ่อนท่านนุ่งผ้าสบงกับอังสะผืนเดียวนั่งเหลาไม้ทำกลดอยู่ เมื่อหลวงปู่บุญจันทร์มาถึงและกราบคารวะหลวงปู่อ่อนท่านก็เอาจีวรมาพาดบ่าแล้วรับไหว้

          มีพระลูกศิษย์ที่ติดตามหลวงปู่บุญจันทร์นั่งคิดสงสัย...

          “ก็ไหนใครต่อใครบอกว่าหลวงปู่อ่อนสำเร็จภูมิธรรมชั้นสูงแล้ว แต่ทำไมไม่มีมารยาทเลย หลวงปู่เรานุ่งห่มเรียบร้อยมากราบ แต่ท่านรับไหว้ไม่เรียบร้อยอย่างนั้นจะถูกหรือ?”

          คิดเพ่งโทษปุ๊บ หลวงปู่อ่อนก็หันมาปั๊บ...ท่านเอ่ยคำทันควัน

          “ไอ้พวกตาเนื้อตาเน่าจะไปรู้อะไร ดีแต่มัวเพ่งโทษครูบาอาจารย์อยู่หรือไงหือ?”

          กลับถึงวัด...ว่ากันว่าหลวงปู่บุญจันทร์เรียกพระรูปนั้นมาเทศน์อบรมกัณฑ์ใหญ่ถึงบาปกรรมในการเพ่งโทษครูบาอาจารย์ โดยเฉพาะท่านเป็นถึงพระอริยเจ้า ว่าผลกรรมนั้นสาหัสสากรรจ์เพียงใด?

ถึงตรงนี้จึงอยากบอกท่านทั้งหลายว่า...
 
          “รู้อะไรยังไม่แน่ชัด อย่าเพิ่งวิพากษ์วิจารณ์ อย่าตื่นข่าวตามคำพูดใครจะมีโทษมากกว่าคุณ...”

           ก็ต้องขอบอกตรง ๆ แหละครับวันนี้มีญาติโยมที่เป็นผู้รู้เยอะเหลือเกิน โดยเฉพาะตามเว็บไซต์ต่าง ๆ รู้มากจนถึงขนาดนั่งวิพากษ์วิจารณ์ครูบาอาจารย์ที่ท่านมีศีลถึง 227 ข้อ ขณะที่ตัวเองศีล 5 ข้อยังกะพร่องกะแพร่งเลยครับ พวกตามแห่ก็เลยร่วมแจมกันมันหยด...หารู้ไม่ไฟนรกลุกโชติอยู่บนหัวทุกวันโดยไม่รู้ตัว

           เมื่อมีปุจฉามา...ก็ต้องวิสัชนาไปตามปัญญาขี้เท่อไปตามการณ์ละครับ สำหรับความเห็นของภูเตศวรคือ...

           ถ้ามีใครสักคนสอนให้คนถือศีล...ฝึกสติ นำพาผู้คนที่จมอยู่แต่กิเลสมาขัดเกลาให้ดีขึ้น...ผู้นั้นมีคุณประโยชน์กับชาติและพระศาสนา มีค่าควรกราบไหว้บูชา...

           สำหรับการดักจิตดักใจสอบอารมณ์ลูกศิษย์ลูกหานั้น ใครคิดอย่างไรไม่รู้ แต่เป็นสิบ ๆ ปีที่ผ่านมาครูบาอาจารย์ของภูเตศวรใช้กระหนาบลูกศิษย์ดื้อ ๆ อย่างเรามานานแล้ว และเราเชื่ออย่างสุดหัวใจครูบาอาจารย์เก่ง ๆ อย่างนี้มีในเมืองไทยเยอะ

           ขนาดท่านรู้ท่านสอนอย่างนั้น ทุกวันนี้กิเลสมันยังกดหัวเราซะจนโงไม่ขึ้นเลย...

           อยากเพิ่มเติมอีกนิดคือ เรื่องของการปฏิบัติเพื่อก้าวสู่ความพ้นทุกข์ อันนี้พระพุทธเจ้าท่านก็ทรงตรัสไว้ชัดเจนว่า เป็นไปตามจริตนิสัยของแต่ละบุคคล อันไหนทำแล้วก้าวหน้าละวางกิเลส...มีปัญญาได้เร็วก็ทำตามนั้น ถ้าวิธีการของตนไม่เหมือนของคนอื่นก็มิได้หมายความว่าของคนอื่นไม่ดี จริงไหม

            สำหรับภูเตศวร หลวงปู่เสน ปัญญาธโร ท่านย้ำอยู่เสมอ...

            “เอาแต่โลกธรรมแปดนี่แหละ เข้าใจมัน อยู่เหนือมันให้ได้ ก็พอได้อาศัยแล้ว!”

            ทุกวันนี้ก็เลยนึกขึ้นได้...แค่อนุโมทนากับความดีที่ผู้อื่นทำ และไม่ริษยาความดีมีชื่อของผู้อื่น คนเรามันยังทำยากเลยครับ...

            ...เพราะเมตตาธรรมค้ำจุนโลกมันเหลือน้อย...

            จึงอยากฝากทุกคนว่า ควรหมั่นเจริญเมตตาให้มาก ๆ โลกปัจจุบันจะได้เย็นขึ้นบ้าง

            ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงละก็ ให้ละแล้วต่อกันเถิด เพราะไฟพยาบาทที่เผาใจมันร้อนกว่าไฟนรกนะโยม!

                  โอมศานติ


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com