
จดหมายฉบับที่ 6 (ตอนที่ 6)
รถบัสพาเรามาถึงท่าน้ำเมื่อเวลาตีห้า...ซึ่งเราต้องเดินฝ่าความหนาวในเดือนธันวาคม ผ่านทางเดินที่มีร้านค้านานาชนิดรายเรียงอยู่ทั้งสองฟากฝั่ง ไปยังบันไดหินลงสู่ริมพระคงคามหานที...
ตามรายทางอีกทั้งตามบันไดหินมีขอทานนอนโต้ความหนาวอยู่ระเกะระกะเต็มไปหมด...จนเราต้องคอยเดินหลบ...
พวกเราต้องยืนออกันอยู่ตรงท่าน้ำ เพราะเวลาที่เรามาถึงนั้นยังมืดเกินไป...รอกันหลายนาทีจนขอบฟ้าเริ่มเรืองเรื่อขึ้น...เราทั้งสามสิบกว่าชีวิต จึงทยอยกันขึ้นเรือลำใหญ่ที่ต้องใช้ฝีพายสองคน แล่นออกสู่แม่น้ำพระคงคา...
เรามารู้กันบนเรือลำนั้นว่า วันนี้พระครูวินัยธรสมโภชน์ หรือที่พวกเราเรียกท่านสั้น ๆ ว่า ‘พระอาจารย์อิฏฏ์’ เจ้าอาวาสวัดจุฬามณี ลูกศิษย์ก้นกุฏิของหลวงพ่อเนื่อง เกจิดังแห่งลุ่มแม่น้ำกลอง จะทำพิธีลอยอังคารลูกศิษย์คนหนึ่งของท่านด้วย...
เพียงแค่เรือของเราแล่นออกจากฝั่งได้ไม่กี่เมตร ก็มีเรือลำเล็กของพ่อค้าอาบังแล่นเข้าประกบซ้ายขวา...ลำหนึ่งขายถ้วยกระดาษเล็ก ๆ โรยกลีบดอกดาวเรือง ตรงกลางมีเทียนวางไว้สำหรับจุดเพื่อลอยถวายแม่พระคงคา มหานที...ส่วนอีกลำขายของที่ระลึกประเภทเครื่องประดับจุกจิก...สายประคำและพวกเครื่องราง
การเกาะกราบเรือทั้งสองข้างของอาบังจอมตื๊อ...ที่พยายามขายสินค้าของตัวเอง ทำให้บรรยากาศช่วงเช้ามืดบนผืนน้ำกว้างยาวไกลที่ไหลมาจากเทือกเขาหิมาลัย คลายความประทับใจไปเยอะ...
แต่กระนั้นทางมหาไพรัชผู้เป็นวิทยากรของเราก็ลงทุนซื้อถ้วยกระดาษโรยดอกไม้สำหรับจุดประทีปส่งให้พวกเราทุกคน...พร้อมกับบอกว่า...
...พวกอินเดียเชื่อว่าการตามประทีปถวายแม่พระคงคา...ด้วยคำอธิษฐานจะสำเร็จตามขอได้ทุกประการ...
ในแม่น้ำสายสำคัญที่เปรียบเสมือนหัวใจ...เหมือนเส้นเลือดใหญ่ของชาวภารตะทั้งประเทศในยามเช้าตรู่วันนั้นมิได้มีเพียงคณะของเราเท่านั้น แต่ยังมีนักท่องเที่ยวที่มาจากหลาย ๆ มุมโลก ต่างนั่งบนเรือล่องไปตามสายน้ำเช่นกัน...ฉะนั้นในบรรยากาศสลัวก่อนพระอาทิตย์จะพ้นขอบฟ้า...ในมหานทีสายนั้น จึงสามารถมองเห็นแสงเทียน ‘วับแวม’ จากถ้วยกระดาษลอยเป็นสายยาววูบไหวไปไกลสุดลูกหูลูกตา
เมื่อเรือลำนั้นพาคณะเราออกไปกลางแม่น้ำ พระอาจารย์อิฏฏ์ หรือท่านพระครูวินัยธรสมโภชน์ ได้ทำพิธีลอยอังคารของลูกศิษย์...โดยมีคณะสงฆ์หลายรูปที่ร่วมทางมาด้วย ช่วยสวดบังสุกุลให้...
ในวินาทีนั้นเรายังแอบนึกชมท่านอาจารย์อิฏฏ์อยู่ในใจ...สมกับที่ท่านเป็นครูบาอาจารย์ที่ลูกศิษย์นับถือกราบไหว้จริง ๆ มาอินเดียทั้งทียังมีแก่ใจหอบหิ้วอังคารของลูกศิษย์มาลอยถึงแม่น้ำพระคงคาเลยทีเดียว
...นี่แหละหัวใจและน้ำใจของคนเป็นครู...อาจารย์ที่มีต่อศิษย์!
คุณนายทมหันมากระซิบกับมหาแหมว... “ถ้าแม่หนูอี๊ดตายแม้วจะเอามาลอยให้ไหม?”
“โด่เจ๊...” เราหัวเราะ... “เอาแค่คลองบางซื่อบ้านคุณยายก็น่าจะพอแล้วนา...”
“เหม็นตายชัก...” คุณเจ๊ทมหน้าเบ้... “น้ำคลองบางซื่อเน่าจนดำปี๋เชียว...”
“ตายแล้วยังเกี่ยงน้ำดีน้ำเสียอีก...” มหาค่อนขอด...ก่อนวางเงื่อนไข... “เอามาลอยที่นี่ก็ได้...แต่ต้องทำพินัยกรรมจ่ายค่าเครื่องบินให้ด้วย..”
“งก!” คุณเจ๊ทมของไอ้ยอดกระแทกเสียง...ประเภทสั้นแต่ได้ความหมายชัดเจน...จนป่านนี้เลยไม่รู้ว่า...เวลาตายคุณนายจะยกศพตัวเองให้โรงพยาบาลเป็นผีดิบ...หรือให้เผาเป็นผีสุกแล้วเอาขี้เถ้ามาลอยแม่น้ำกันแน่...
เป็นที่รู้กันทั้งตระกูล ศิริไพบูลย์ว่า...อะไรสนุกอะไรแปลกเป็นของชอบคุณนายทมเขาล่ะ พอเห็นท่านอาจารย์อิฏฏ์เอาอังคารลูกศิษย์มาลอยแม่น้ำคงคาก็ทำท่าจะเห็นดีเห็นงามไปด้วย...เราเลยสะกิดคุณนาย...
“น้า ๆ...”
“อะไร?” มารดาไอ้สามหนังหันมาถาม...
“นึกออกแล้วละ...” เราเอ่ยคำด้วยอาการกลั้นหัวเราะ
“นึกอะไรออก?” อาเจ๊ทมตกหลุมเอ่ยถาม...ขณะที่เราทำหน้าตาย
“แม่หนูอี๊ดต้องทำพินัยกรรมใหม่...ยกศพให้โรงพยาบาลครึ่งตัว...อีกครึ่งตัวเอาไว้เผา...”
“ทำไม?” คุณนายทำหน้าเหลอหลา...แต่เราอธิบาย ‘เคลียร์คัท’...
“อ้าว...ก็เคยตั้งใจจะให้ศพโรงพยาบาลไม่ใช่รึ...ถ้าไม่แบ่งเอาไว้ครึ่งนึง...จะเอาที่ไหนไปเผาเอาอังคารมาลอยน้ำล่ะ...?”
แม่หนู (ยักษ์) อี๊ดทำปากขมุบขมิบไม่รู้ ‘หล่า’ หรือเจริญพรมหาแหมวกันแน่...แต่เรากลั้นยิ้ม...หันไปมองดวงตะวันดวงกลมโตที่กำลังพ้นขอบฟ้าอีกฟากฝั่งแม่น้ำพระคงคาขึ้นมา...วันใหม่แห่งสายน้ำที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานอุบัติอีกครั้ง...
...พระแม่คงคา...สายน้ำแห่งชีวิต...และความตายยังมีเรื่องราวให้กล่าวถึงอีกมากมาย...แล้วจะเล่าให้ฟัง!
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com

