
จดหมายฉบับที่ 6 (ตอนที่ 5)
วันที่สิบแปดธันวาคมของทุกปี กับใครเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่กับมหาแหมวเป็นวันสำคัญยิ่งประการหนึ่ง...ก่อนหน้านี้หลายปี...เคยเป็นวันที่เราเคยโศกาอาดูรมาอย่างหนัก เพราะเป็นวันที่ผู้ให้กำเนิดฝ่ายชาย ‘ลาโลก’ ไปตามกฎเกณฑ์ธรรมชาติแห่งชีวิต...
จึงเป็นการประจวบเหมาะอย่างยิ่งที่วันนี้เราจะได้ไปเยือน...แม่น้ำคงคา...ได้ไปดูท่าวิศวนาถบันดิน...ที่เรียกว่า ‘โค้งข้อศอกพระศิวะ’ ตรงนั้นเป็นที่เผาศพของชาวฮินดู...ที่เผาศพที่ว่ากันว่า...ไฟจากฟืนเผาศพไม่เคยดับมากว่าพันปีแล้ว...
จากวันที่สิบแปดธันวาคมในปีสามหนึ่ง...ที่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของพ่อขาดลงตรงหน้า...ทำไห้เราได้รู้จักคำว่า ‘มรณานุสสติ’ เต็มหัวใจ...เมื่อก่อนตอนสวดมนต์บท ‘อภิณหะปัจจะเวกขะณะ’ ถึงคำว่า...
มะระณะธัมโมมหิ มะระณัง อะนะติโต...เรามีความตายเป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความตายไปไม่ได้ จนถึง สัพเพหิ เมหิ มะนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว...เราจะละเว้นเป็นต่าง ๆ คือว่าจะต้องพลัดพรากจากของรักของเจริญใจทั้งสิ้นไป...
เราก็รู้เท่าที่ได้ท่องโดยไม่รู้ลึกลงในหัวใจตนอย่างลึกซึ้ง แต่ในวันที่เรายืนมองดูพ่อที่ลืมตาแป๋วอยู่บนเตียงพยาบาล โดยมีสายท่อออกซิเจนสอดเข้าไปในรูจมูก โดยที่นายแพทย์ผู้รักษาบอกเราว่า ‘คุณทำใจได้แล้ว’ นั้น...คือความปริเวทนาอย่างแรงกล้า...
ไม่มีความเจ็บปวดใดในโลกอีกทั้งสิ้น ที่จะเท่าเทียมความรู้สึก ‘เจ็บลึก’ ของคนเราขณะเฝ้ามอง คนอันเป็นที่รักยิ่ง...
...นอนรอพญามัจจุราช...รอความตายมาพรากพรายจากไป...
อีกทั้งวันนั้น...ยังมี ‘แม่’ ที่เป็นเมียคู่ชีวิตของพ่อยืนอยู่ข้าง ๆ ...เมียที่มองสามีคู่ทุกข์คู่ยากลากจากไปด้วยดวงตาอันแห้งผาก...
เรารู้ว่าแม่เสียใจ...แม่เป็นทุกข์...แต่ในเวลาอย่างนั้นแม่ร้องไห้ไม่ได้...เพราะกลัวพ่อจะสะเทือนใจ...
ก่อนวินาทีสุดท้ายแม้จะพูดอะไรไม่ได้ เพราะท่อออกซิเจนค้างคาอยู่ในลำคอ...พ่อยังมีแก่ใจขอกระดาษกับปากกา...เขียนบอกกับแม่...ลายมือขยุกขยิกอ่านได้ความว่า...
...อย่าห่วง...ที่พูดไม่ได้เพราะติดท่อ...(ท่อออกซิเจน) พ่อนิ่งเงียบไปชั่วขณะ...ก่อนขอปากกาอีกครั้ง...ฝากข้อความสุดท้าย ที่ตัวอักษรโย้เย้โตเท่าหม้อแกงแบบเขียนด้วยความรู้สึกมากกว่ามองเห็น...บนกระดาษในสมุดที่พ่อชอบบันทึกอะไรต่อมิอะไรในนั้น
...มันมืด...มองอะไรไม่เห็น
เราก้มไปกระซิบข้างหู... “เจ็บไหมพ่อ?”
แต่พ่อส่ายหน้าบอก...แสดงว่าไม่เจ็บ...แต่เรามิอาจรู้ได้ว่าอาการส่ายหน้านั้น เพียงเพื่อต้องการปลอบใจเรากับแม่หรือเปล่า...เพราะนิสัยของพ่อเรารู้ดี...
...อะไรที่ทำให้แม่สบายใจพ่อจะทำให้แม่เสมอ!
ไม่ถึงครึ่งนาทีจากนั้น...ลมหายใจของพ่อขาดหาย...หมอและพยาบาลดันเรากับแม่ออกจากข้างเตียงแล้วลงมือปั๊ม...แม่ก้มหน้าซ่อนน้ำตา...แต่เราชะโงกหน้ามอง...มองวินาทีสุดท้ายนั้นให้เต็มตาเต็มใจ
...เลือดทะลักออกมาตามท่อออกซิเจนเป็นฟอง...
จนเราต้องบอกกับหมอ... “พอเถอะครับ...ปล่อยพ่อเถอะ...”
หมอยิ่งรู้มากกว่าเรา...ว่าวินาทีสุดท้ายของชีวิตยากจะนำกลับคืน หรือนำกลับคืนได้ก็อยู่ต่อได้ไม่กี่นาที...แต่หมอก็ต้องทำตามหน้าที่...
ร่างไร้วิญญาณของพ่อถูกปล่อยเอาไว้อย่างนั้นนานพอควร...ลมจากเครื่องปั๊มยังคงทำงานต่อ ขณะที่เรายิ้มเยาะมนุษย์
...เวลาอยู่ไม่เคยเห็นคุณค่าลมหายใจ...
...เวลาใกล้ตายต่อให้เอาลมใส่ท่ออัดให้ ยังไม่มีปัญญาใช้...
เรากับแม่ยืนดูร่างสิ้นลมของพ่อนานกว่าครึ่งชั่วโมง...ตอนนั้นไม่รู้ว่า แม่กำลังคิดอะไร แต่ตัวเองมองเพื่อการจดจำฝังใจ...
...ภาพสุดท้ายของพ่อให้ปัญญาธรรมถึงทุกวันนี้...
ยามโกรธ...ยามเกลียด หรือยามว้าวุ่นอะไร ขอเพียงนึกถึงภาพความตายของพ่อวันนั้น...ขึ้นมาในความคิด...
...ทุกอย่างจะสลายลงทันที...
นั่นคือการประจักษ์ชัดถึง อำนาจ...และคุณของ ‘มรณานุสสติ’...ที่เป็นมรดกชิ้นสุดท้ายที่พ่อทิ้งไว้ให้...
...และจะไม่มีวันเลือนหายไปจากหัวใจ...
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com


