
จดหมายฉบับที่ 6 (ตอนที่ 4)
รถบัสอินเดียคันที่มารับเราหลังจากลงจากรถไฟถึงวัดไทยสารนาถเกือบสองทุ่ม แต่เพราะมีหมายกำหนดการมาล่วงหน้า ที่พักและอาหารจึงถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว...ทุกคนยกเว้นหลวงปู่หลวงพ่อ จึงอิ่มอร่อยกับอาหารแบบไทย ๆ อีกครั้งถ้วนหน้า
หลังอาหารมื้อค่ำ เราได้ข่าวว่าหลวงพ่อพระครูสิริปุญญาธร ท่านมีอาการอาพาธนิดหน่อย อาจเป็นเพราะการเดินทางที่ยาวนาน ทำให้กล้ามเนื้อตึงและมีอาการแน่นท้อง ในฐานะศิษย์มีครูก็เลยอาสาถวายนวด...
ส่วนคุณนายทมชะแว้บหายไปกับคุณนายแดง...หัวหน้าถั่ว (ตามสำนวนมารดาของพวกทโมนทั้งสามตัว) และมิได้หายไปชมยอดชายนายบังที่ไหนหรอกขอรับ แต่เป็นที่รู้และประจักษ์ชัดกันโดยถ้วนทั่วทุกตัวคนแล้วว่า...
วาราณสี หรือพาราณสี...มีผ้าไหมดี...
ส่วนทมยันตี...พวกบ้าสะสม...
ฉะนี้แล...ตะละแม่กุสุหมูอี๊ดกะตะละแม่จันทรา หัวหน้าขบวนถั่วจึงเถลไถลไปตามร้านขายผ้าคว้าทั้ง ‘ส่าหรี’ และ ‘ผ้าคลุมไหล่’ มาคนละหอบ...
...สบายรู (ปี) อินตะละเดียไป...
กลับมาถึงทั้งเจ๊ทมแอนด์เจ๊แดง ‘คุยขรม’
“ถู๊ก...ถูก!” นั่นหมายถึงราคาผ้าส่าหรีที่แม่เจ้าประคุณช่วยกันหอบมาอวดตะละแม่ทั้งหลายที่ติดตามร่วมคณะมาด้วย แต่ชวดฉลูขาลเถาะไม่ได้ไปช็อปปิ้งกะเขาให้น้ำลายหกรดเสื้อไป...
ขนาดลุงเชียรบิดาของไอ้ชะนีแอ้...ยังอด ‘ค่อนแคะ’ น้องสาวตัวเองไม่ได้...
“บ้าพลอยมาทีจนถูกฟ้องแบ่งยังไม่เข็ด...ตอนนี้มันบ้าสะสมผ้า...”
ไอ้พลอยมันก็น่าจะถูกแย่งหรอกแต่มหาแหมวนึกไม่ออกว่าพวกผ้านานาชนิดที่อาเจ๊เขาเที่ยวหอบกลับบ้าน มันจะเกี่ยวกันตรงไหน...
“ถ้าจะเกี่ยวก็คงรุ่นเมียลูก...” เรานึกเองในใจ...เพราะผ้าสวย ๆ พวกนั้นจะมีปัญหา ก็ต่อเมื่อพวกเมีย ๆ ของไอ้สามหนังลุกขึ้นมาแย่ง ‘มะรึดก’ หลังคุณนายทมซี้บ้องเซ็กเจ๊กบ้องหงอไปแล้วล่ะมั้ง...
แต่เหตุผลตรงนี้ก็ฟังไม่ขึ้น...เพราะแต่ละคนที่อียอดพามากระทบไหล่มารดามันถึงบ้าน...แม้เราจะไม่ ‘หมัยใหม่’ เท่าพวกมันยังพอดูออก...
...เสื้อผ้าที่แม่นางทั้งหลายรวมทั้งอียอดอีแก้วใส่ ยี่ห้อ...อมานี่...ที่ราคาแพงหูดับทั้งนั้น...
“ยี่ห้ออะไรชื่อน่าเกลียด...?” คุณยายไข่ปะหลับปะเหลือก เมื่อเห็นพวกมันคุยกันในช่วงไอ้ยอดตัวโย่ง ‘หนีเย็นมาพึ่งร้อน’ ตอนซัมเมอร์ที่แล้ว และหอบเอากางเกงยี่ห้อดังมาฝากคนในบ้าน... “ยี่ห้อหมาหนี...พวกแกใส่ไปได้ไงหือ? ”
ตุ๊เด่นทำคอย่น...บ่นอุบอิบ... “พูดซะเสียหาย...”
“เมืองไทยขายตัวหลายพันนะเอ็ง...” เจ้าลูกยอดของคุณนายคุยฟุ้ง...แต่อีตุ๊เด่นมันรู้ทัน...
“ไม่เถียง...” มันหัวเราะแค่น ๆ ก่อนยักไหล่พูดต่อ... “แต่เชื่อเหอะที่ยอดซื้อมาเป็นพวกลดราคาตามกระบะแหง ๆ”
“ทำไมรู้...” เจ้าตัวแรกสงกา หากเจ้าตัวท้ายหัวเราะเยาะ
“รุ่นนี้เมืองไทยมีขายตั้งแต่ปีมะโว้...!”
“จริงอะ?” ไอ้ยอดหมดฟอร์มทำหน้าเลิกลั่ก...เลยโดนอีตุ๊เด่นเข่นต่อ...
“ไปเปิดดูในตู้สิ...ล้าไม่ล้าเด่นก็เอามาตัดเป็นกางเกงขาสั้นใส่เล่นมาเป็นปีแล้วแหละ...”
“เงินน้อยเว้ย...” ไอ้ตัวเพิ่งบินกลับจากมะกาได้แต่อุบอิบ... “ตูเองยังต้องใส่ของลดราคารุสต็อคเล้ย! ”
ฉะนั้นเชื่อเถอะ...เหตุการณ์ลุกขึ้นมาแย่ง ‘มะรึดก’ ผ้าพันปีของคุณนายทมจึงไม่น่าจะเกิดขึ้นได้แน่...นอกเสียจากคุณทมจะลงทุนผ่าตัดแปลงเพศ...แล้วหาเมียซักคนให้อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน...ถึงค่อยมีเปอร์เซ็นต์ถูกฟ้องแบ่ง... ‘ผ้า’ อีกหน...
วัดไทยสารนาถแม้ไม่สวยงามเหมือนวัดไทยพุทธคยาที่เราใช้พำนักเมื่อคืนที่ผ่านมาก็ตาม...แต่ก็ถือเป็นวัดใหญ่อีกวัดหนึ่งที่มีความสะอาดเรียบร้อย...และมีบริเวณกว้างขวาง ตึกที่เราเข้าไปพักปลูกเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสตรงกลางเป็นสนามหญ้าแบ่งซอยเป็นห้อง ๆ มีสองชั้น...เรียกว่าเป็นที่พักมีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ สามารถรับรองแขกผู้มาเยือนได้เป็นร้อยคนทีเดียว...
วัดไทยสารนาถถูกสร้างขึ้นภายใต้การนำของท่านพระครูประกาศปัญญาคุณ แห่งสำนักวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งปัจจุบันท่านได้มรณภาพไปแล้ว...
...คืนนี้จึงเป็นอีกคืนหนึ่ง...ที่เราสามสิบกว่าชีวิต
หลับใหลอย่างสุขารมณ์ในเขตพัทธสีมาพุทธสถานแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
...เพื่อ...พรุ่งนี้ตอนเช้ามืด...
เราทั้งหลายจะได้ไปลงเรือ ‘ท่อง’ แม่น้ำคงคาอันยิ่งใหญ่ของอินเดีย...เป็นเช้าของวันที่หกของการเดินทาง
พวกเราตื่นกันตั้งแต่ตีสี่...ไปขึ้นรถบัสคันเก่าที่บริการเรามาตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวลงถึงแผ่นดินชมพูทวีป...โดยรถคันนี้วิ่งตามหลังเรามาตั้งแต่ออกเดินทางด้วยรถไฟ ส่วนคันที่เราใช้ไปเยี่ยมชมสวนกวางกับไปนมัสการธรรมเมกขสถูป ทางคุณแดงจ้างมาชั่วคราว...
ที่เห็นคือฐานสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปใหญ่ที่กำลังดำเนินการก่อสร้าง

ส่วนแรกที่เสร็จคือพระเศียรซึ่งทางวัดเปิดโอกาสให้นักแสวงบุญทุกคณะได้ปิดทองก่อนนำขึ้นประดิษฐานในภายหลัง

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com
