
บทสรุปงานไหว้ครู และเสวนาเทวศาสตร์
น่าเสียดายที่บทความชิ้นนี้ลงตีพิมพ์ล่าช้าไปเล็กน้อย เหตุเพราะวันงานพิธีไหว้ครูจัดในวันที่ ๑๗-๑๘ มีนาคม ขณะที่ต้นฉบับธรรมะ ๕ นาที ต้องส่งอย่างช้าสุดในวันที่ ๑๕ ของเดือนเดียวกัน และที่รู้สึกเสียดายมากกว่านั้นก็คือ หลาย ๆ ท่านที่จองที่นั่งมาล่าช้าช่วงใกล้ ๆ วันจัดงาน ซึ่งได้คำตอบจากเจ้าหน้าที่ของเราว่า ‘ที่นั่งเต็ม’ ทว่าความจริงยังสามารถรองรับได้อีกประมาณเกือบร้อยท่าน
...เหตุเพราะ:การคำนวณเนื้อที่หอประชุมผิดพลาดเล็กน้อย...
ดังที่เคยเรียนท่านทั้งหลายมาแล้ว ทุกครั้งทุกครา ภูเตศวร-ทมยันตี จัดงานไหว้ครูในหมู่ลูกศิษย์อย่างเงียบ ๆ ยกเว้นงานบวงสรวงในพิธีเททองหล่อพระประธาน ที่จัดแบบเปิดให้ทุกคนเข้าร่วมดังที่เคยเห็นอยู่บ่อยครั้ง
นั่นคือเหตุทำให้หลายท่านตั้งคำถาม...“งานไหว้ครูจะไปร่วมด้วยได้ไหม ?”
มากหลายครั้งหลายคราเข้า ประจวบกับเวลาที่เหลือในชีวิตน้อยนัก โดยเฉพาะความมากวัยของคุณหญิงวิมลท่าน ซึ่งต่อไปคงยากจะจัดงานพิธีใหญ่ ๆ ได้อีกอย่างที่ใครต่อใครรู้ จัดงานเยี่ยงนี้ลำบากทั้งแรงกายแรงใจและแรงทรัพย์
“ของานนี้เป็นงานสุดท้าย!” ผู้เขียนบอกกับทมยันตี “อยากทำอะไรก็ทำ...เหนื่อยก็เหนื่อยเสียทีเดียว”
นั่นคือเหตุผลที่งานไหว้ครูของเราถูกผนวกเข้ากับงานเสวนาเทวศาสตร์อย่างที่ผ่านมา...จบงานนี้...บอกได้คำเดียวแทบล้มป่วย เพราะต้องเตรียมงานมานานแรมเดือน ตั้งแต่หาสถานที่ที่สามารถบรรจุคนได้หลายร้อยคน โชคดีที่หอประชุมมหิศร สำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ว่างในวันเวลาที่เราต้องการพอดี แม้ค่าเช่าสถานที่จะแพงแสนแพง สถานที่ตั้งศาลและโต๊ะสังเวยกลางแจ้งค่อนข้างถูกบีบจนยากแก่การตั้งตุงชัยให้งดงามดังใจผู้จัด แต่ก็ต้องทำใจและพยายามเต็มที่
เราสองคนนั่งคำนวณงบประมาณคร่าว ๆ ค่าเช่าสถานที่ ค่าอุปกรณ์จัดงานจิปาถะ กับค่าอาหารและเครื่องดื่มสำหรับคนกว่าครึ่งพัน ตกราว ๆ ห้าแสนบาท ส่วนหนึ่งคือรายจ่ายทีมงานดนตรีไทยและนาฏศิลป์จำนวนหกชุดที่จะมารำถวายบายศรีกับถวายหน้าศาลในพิธีบวงสรวงช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ ๑๘ มีนาคม ทั้งหมดล้วนต้องเป็นมือครูระดับฝีมือเท่านั้น
แรกเริ่มกำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมงานที่ห้าร้อยคน โดยให้ผู้เข้าร่วมงานสงเคราะห์ทุนคนละสี่ร้อยบาท รวมแล้วจะมีทุนสำรองประมาณสองแสนบาท ที่เหลืออีกสามแสนบาทเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องหามาจ่ายเอง หลังจากตกลงปลงใจก็ตั้งจิตอธิษฐานกับครูบาอาจารย์ตั้งจิตแน่วแน่ในการจัดงานพิธีครั้งนี้ ไม่นานวันจากนั้นผู้เขียนได้พบ คุณสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมการค้าปลีกไทยโดยบังเอิญ ซึ่งคุณสมชายได้แสดงเจตจำนง
“พวกผมขอรับเป็นเจ้าภาพอาหารและเครื่องดื่มในงานทั้งหมด” คำว่าพวกผมก็คือญาติมิตรสหายของคุณสมชายหลายท่านช่วยควักกระเป๋าทำบุญร่วมกัน ยิ่งกว่านั้น บริษัทดีทแฮล์ม จำกัด กับ บริษัท เนสท์เล่ จำกัด ยังเอื้อเฟื้อเครื่องดื่มสำเร็จรูปโอวัลติน-กาแฟ มาเลี้ยงในงานอีกมากมาย
ขอกราบขอบพระคุณทุก ๆ ท่านมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ!
ไม่เพียงเท่านั้น ลูกศิษย์-ลูกหาใกล้ชิดหลายคนรวบรวมเงินสมทบมาให้อีกเกือบแสนบาท รวมกับขายของที่ระลึกในงานอีกบางส่วน และทุนที่คุณหญิงท่านจ่ายไปแล้วประมาณแสนสามหมื่นไม่ยอมชักทุนกลับ
หลังงานนี้เราจึงเหลือเงินสำหรับสร้างกำแพงรั้ววัดป่าชนะสงคราม อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย ประมาณ ‘สามแสนบาท’
วันนี้งานไหว้ครู-เสวนาเทวศาสตร์ จบลงแล้วอย่างเรียบร้อยพอสมควร มีบางคนชม บางรายอยากให้จัดทุกปี...หนักกว่านั้นขอครึ่งปีครั้ง แค่ฟังผู้เขียนก็หน้ามืดจะเป็นลม หลายคนอาจผิดหวังเพราะไม่เหมือนงานไหว้ครูบูชาเทพที่เคยพบเห็น โดยเฉพาะเทวดาผ่านร่างทรงลงสำแดงเดชให้ตื่นหูตื่นตากัน
ก็บอกแต่แรกแล้วไงครับ...งานนี้เราทำถวายเทวดาและครูบาอาจารย์ ทำให้ถูกแบบถูกแผน งดงามตามแบบฉบับโบราณ ตั้งแต่บายศรี...พิธี หรือแม้กระทั่งเพลงตระหน้าพาทย์ใหญ่ที่ยากจะหาฟังหาชมจากที่ไหน ๆ แน่นอน
หรือบางคนบ่น...“ไม่ได้เวียนบาย” หนักกว่านั้นค่อนแคะ “เวียนบายศรีให้เฉพาะลูกศิษย์ เจิมก็เหมือนกันไม่ให้แขกที่มาได้เจิมบายศรี”
จบงานจนถึงวันนี้ยังนึกไม่ออกว่า เทียนแว่นบายศรีที่ยาวคืบเศษ ๆ จะให้คนในงานจริง ๆ กว่าหกร้อยคนเวียนครบได้อย่างไร? นั่นคือเหตุผลที่เจ้าพิธีจำเป็นต้องมีพราหมณ์ผู้ช่วยคอยตามกำกับเมื่อเห็นเทียนแว่นบายศรีลดขนาดลง ต้องตัดเข้าด้านในให้ครบสามรอบได้พอดี เรื่องเจิมบายศรีก็เช่นกัน ขนาดเจ้าพิธีหนึ่ง สองบวกแขกอาวุโสอีกหนึ่ง พิธียังใช้เวลาเกือบสามชั่วโมง ถ้าช่วยกันเจิมทั้งหอประชุม คงถึงเช้าพอดี
ถึงตรงนี้จึงอยากเรียนว่า ในงานพิธีอย่างนี้เจ้าพิธีจะเน้นเรื่องความถูกต้องตามหลักการมากกว่าตามใจทุกคนที่มาร่วมงาน และรู้ว่าคนได้จับแว่นบายศรีนั้นก็มิได้หมายความว่าจะได้รับสิริมงคลมากกว่าคนอื่น ๆ ในพิธี ความจริงคือในเขตมณฑลพิธีที่รายล้อมบายศรี ทุกคนจะได้รับการอวยพรอวยชัยเท่ากัน แต่ที่ได้ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับภาวะจิตใจของแต่ละบุคคลว่า บริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์มากน้อยกว่ากันต่างหาก ใครโมทนากับการประกอบกรรมดีของผู้อื่นย่อมรับผลดีมากกว่าความไม่บริสุทธิ์ในอคติเป็นธรรมดา
อย่างไรก็ตาม ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านทั้งหลายที่มาร่วมงานพิธีในครั้งนี้ จำนวนปัจจัย ๓๐๐,๐๐๐ บาท (สามแสนบาท) ที่เหลือจากงานพิธีไหว้ครูคราวนี้จะถูกนำไปถวายสร้างรั้ว-กำแพงที่วัดป่าชนะสงครามในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ขอผลานิสงส์ผลบุญนี้จงย้อนกลับไปสนองคุณท่านทั้งหลายให้พบแต่ความสุขความเจริญในชีวิต-จิตวิญญาณ ตลอดกาลนานเทอญ
หนึ่งรูปแทนพันคำคือความจริง ฉะนั้นขออนุญาตประมวลภาพวันไหว้ครู-เสวนาเทวศาสตร์ พร้อมคำอธิบายสั้น ๆ สำหรับผู้พลาดโอกาสได้ร่วมงาน ได้ชมกันถ้วนหน้า
โอมศานติ

รูปเคารพ พระหริหระ พร้อม พระศักติ และ พระคเณศวร์ อีกทั้งเสด็จปู่ พระนารทฤๅษี ถูกอัญเชิญเป็นประธานบนเวที

รูปเคารพมหาเทพ ถูกนำมาวาง บนขันน้ำมนต์ เพื่อทำเทพมนต์ เป็นกรณีพิเศษ สำหรับผู้เข้าร่วมงานทุกคน

อิ่มท้องด้วยอาหารมังสวิรัติก่อนเข้าพิธี และเป็นเช่นนี้ตลอดงานทั้งสองวัน

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com





