
ปกิณกะธรรม
มีหลายคนเคยพูดไว้...ภูเตศวรพูด (เขียน) แต่เรื่องการทำบุญกุศล การปฏิบัติธรรมและอานิสงส์แห่งบุญกุศลอันจะนำไปสู่การเสวยสุขในภพภูมิข้างหน้า
“แล้วไงครับ?” ผู้เขียนหะแรกก็ยังงุนงงสงสัยว่าคู่สนทนาจะมาไม้ไหนกัน
“ไม่เคยพูดถึงผลกรรมที่ทำให้ตกนรกในแต่ละขุมเลยว่ามีอะไรบ้าง?” แถมท้ายยังพูดน่าฟัง...
“อย่างน้อยคนอ่านจะได้รู้และกลัวบาปบ้าง หรือไม่ก็จะได้เลี่ยงทำกรรมหนัก ๆ บาปหนัก ๆ ไว้บ้างก็ดี”
เพราะความคิดของผู้ใหญ่ที่เดินทางร่วมงานบุญมาหลายครั้งท่านนี้แหละครับ ทำให้ภูเตศวรต้องมาศึกษา ‘นรกศาสตร์’ อีกครา หลังลืมเลือนไปแล้ว ด้วยนานเหลือเกินที่ผ่านตาจากตำรับตำรา หรือเคยตกนรกมาบ้างแล้วก็คงไม่อยากจดจำมาถึงชาตินี้หรอกน่า...จริงไหมครับ
ก่อนพูดถึง ‘ยมโลก’ กับ ‘นรกโลก’ ก็ต้องพูดถึงภูมิมนุษย์ที่เรากำลังเป็นอยู่ในขณะนี้ก่อน มนุษยภูมิ มีความหมายเป็นที่อาศัยของสัตว์ผู้มีใจสูงหรือประเสริฐในความกล้าหาญ ประกอบกรรมต่าง ๆ ทั้งกุศลกรรมและอกุศลกรรม ในพระคัมภีร์แบ่งออกเป็น 4 ประเภทดังนี้
พวกมามืดแล้วไปมืด...คือบุคคลที่เกิดมาในตระกูลต่ำยากจน ลำบากในการทำมาหาเลี้ยงชีพ ร่างกายไม่มีราศี หรือไม่สมประกอบในองคาพยพ หูหนวก ตาบอด หรือทรามด้วยสติปัญญา อีกยังประพฤติทุจริตด้วยกาย วาจา ใจ เมื่อกายแตกดับย่อมเข้าถึงทุคติภูมิ
พวกมามืดแล้วไปสว่าง... คือบุคคลเกิดในตระกูลต่ำ ผิวพรรณหยาบ ร่างกายไม่สมประกอบไปบ้าง หากเป็นผู้มีศรัทธารู้จักขวนขวายในงานบุญ มีดำริประเสริฐในทาน ให้ความเคารพสมณะและชีพราหมณ์ เมื่อตาย กายแตกดับ ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์
พวกมาสว่างแล้วไปมืด...คือบุคคลอุบัติในตระกูลสูง มีโภคสมบัติมาก มีปัจจัย 4 อันประณีต มีองคาพยพสวยงามสมส่วน หากเป็นผู้ไม่มีศรัทธา ไม่เอื้ออาทรในศีลและทาน มากด้วยโทสะ ไม่เคารพในบิดามารดา บริภาษสมณะและชีพราหมณ์ เมื่อตาย กายแตกดับย่อมถึงทุคติและอบายภูมิ
พวกมาสว่างไปสว่าง...เป็นบุคคลในตระกูลสูง มีร่างกายงดงามพร้อมด้วยโภคสมบัติ และถึงพร้อมด้วยความประพฤติทั้งกาย วาจา ใจ เมื่อหมดวาระในโลกนี้ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์เป็นอย่างน้อย
เอาละ...มาถึงยมโลกนรกเสียที...โดยความเชื่อแห่งชาวพุทธ เมื่อตายจากโลกนี้แล้ว วิญญาณจะถูกนำเข้าสู่ยมโลกที่มีพญายมราช หรือพญามัจจุราชเป็นผู้พิจารณาคุณและโทษ ก่อนส่งไปเสวยผลกรรมตามที่เคยประพฤติมาในอดีต สำหรับผู้ประพฤติคุณงามความดีมีใจประเสริฐจะถูกส่งขึ้นสวรรค์หรือโลกมนุษย์ตามวาระ สำหรับผู้กระทำแต่บาปกรรม ย่อมก้าวสู่ห้วงกรรมในนรกภูมิอันมีดังนี้
สัญชีวนรก หรือ สัญชีพนรก เป็นภูมิที่สัตว์นรกไม่มีวันตาย อายุ 500 ปี (1 วันนรกขุมนี้เท่ากับ 9 ล้านปีมนุษย์) คำนวณเอาเองเถอะครับว่านานแค่ไหน บุพกรรม มาจากเมื่อเป็นมนุษย์มีจิตไม่บริสุทธิ์ หยาบช้าลามก ก่อกรรมทำเข็ญแก่สัตว์ เบียดเบียนมนุษย์ผู้อื่นโดยไม่เป็นธรรมจนบุคคลเดือดร้อนเป็นนิตย์
กาฬสุตตนรก นรกที่ลงโทษด้วยเครื่องประหารจากการตัดหรือถาก อายุ 1,000 ปี (1 วันขุมนรกนี้เท่ากับ 36 ล้านปีมนุษย์) บุพกรรม เมื่อเป็นมนุษย์มีใจบาปหยาบช้า ทรมานสัตว์ด้วยการตัดหู ปาก จมูก หรือเท้าให้ทรมาน ทำร้ายบิดามารดา ครูอาจารย์ เบียดเบียนภิกษุ...สามเณร หรือผู้ทรงศีล
สังฆาฏนรก นรกที่มีภูเขาเหล็กไฟลุกโชติช่วงแผดเผาบดขยี้สัตว์นรก มีอายุ 2,000 ปี...(1 วันนรกขุมนี้เท่ากับ 144 ล้านปีมนุษย์) บุพกรรม เมื่อเป็นมนุษย์มีใจบาปหยาบช้า ด้วยใจอกุศลธรรม ไร้ความเมตตากรุณา ทำทารุณกรรมสัตว์ต่าง ๆ อย่างเป็นนิตย์ หรือบุคคลที่ทรมานเบียดเบียนสัตว์บุคคลผู้ให้ประโยชน์แก่ตน
โรรุวนรก หรือ จูฬโรรุวนรก นรกที่เต็มไปด้วยเสียงร้องไห้คร่ำครวญของสัตว์นรกที่ถูกควันไฟอบอ้าวสุมรุมให้ทรมาน อายุ 400 ปี (1 วันนรกขุมนี้เท่ากับ 576 ล้านปีมนุษย์) บุพกรรม เมื่อเป็นมนุษย์มีใจบาป เผาสัตว์ทั้งเป็น รุกเอาที่ดิน เอาสาธารณสมบัติมาเป็นของตน ดื่มสุราเมามาย ประทุษร้ายผู้อื่นเป็นนิตย์
มหาโรรุวนรก หรือ ชาลโรรุวนรก นรกที่เต็มไปด้วยเสียงครวญครางร่ำไห้ยิ่งกว่าโรรุวนรก อายุ 8,000 ปี (1 วันนรกขุมนี้เท่ากับ 2,304 ล้านปีมนุษย์) บุพกรรม เมื่อเป็นมนุษย์มีใจบาปหยาบช้า ตัดคอสัตว์และมนุษย์ ฆ่าสัตว์ด้วยความโกรธ ปล้นสะดม ขโมยทรัพย์สินบิดามารดา ครูบาอาจารย์ผู้มีพระคุณของพระศาสนาของผู้ทรงศีล และข้าวของเครื่องสักการบูชาพระรัตนตรัย ปล้นโกงเอาของผู้อื่นมาเป็นของตน
ตาปนนรก หรือ จูฬาตปนนรก คือนรกที่ทำให้สัตว์เร่าร้อนด้วยการตรึงติดในเหล็กหลาวอันร้อนแดงให้ไฟไหม้อยู่อย่างทรมาน อายุ 16,000 ปี (1 วันนรกขุมนี้เท่ากับ 9,216 ล้านปีมนุษย์) บุพกรรม เมื่อเป็นมนุษย์ เป็นคนใจบาปหยาบช้า ประกอบกรรมด้วยโลภะ โทสะ และโมหะ ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นนิตย์เพื่อเลี้ยงชีพ เผากุฏิ โบสถ์วิหาร ศาลาการเปรียญ เสนาสนะในพระศาสนา ทำลายปราสาทและเจดีย์
มหาตาปนนรก หรือ ปตาปนนรก คือนรกที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนอย่างเท่าทวีคูณของตาปนนรก มีอายุครึ่งอันตรกัปของมนุษย์ บุพกรรม เมื่อเกิดเป็นมนุษย์มีใจบาปหนาสาหัสเต็มไปด้วยอกุศลมลทิน เช่นประหารมนุษย์ หรือสัตว์ให้ตายเป็นหมู่มาก ๆ ไม่คิดคำนึงถึงชีวิตเขาชีวิตท่าน และเป็นคนที่มีอุจเฉททิฏฐิ สัสสตทิฏฐิ นิตถิทิฏฐิ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือพร้อมกันหลาย ๆ อย่าง
อเวจีนรก คือนรกที่ปราศจากแสงสว่าง อยู่ในความมืดมิด มากมายไปด้วยความทุกขเวทนา เปรียบได้ว่าไม่เคยมีคลื่นอันบางเบาแห่งทุกข์ในวิญญาณเลย มีอายุประมาณหนึ่งอันตรกัปของมนุษย์ บุพกรรม เมื่อเป็นมนุษย์ได้ทำอนันตริยกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ ฆ่าบิดามารดาผู้มีพระคุณ ฆ่าพระอรหันต์ ทำร้ายพระพุทธเจ้าให้ห้อเพียงพระโลหิต ทำสังฆเภทยุยงให้สงฆ์แตกแยก ทำลายพระพุทธเจดีย์ พระพุทธรูป หรือต้นมหาโพธิ์ที่ตรัสรู้โดยจิตประทุษร้าย
เป็นไงครับ เรื่องราวของนรกที่ผ่านตาไปแล้ว ทำให้รู้สึกขนลุกพองสยองเกล้าบ้างหรือไม่ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ก็เลยขอแถมในเรื่องกรรมอันจะเป็นบุพกรรมสรรค์สร้างส่งผลให้มนุษย์มีความผิดแผกแตกต่างจากกันด้วยคำว่าปฏิปทาอีกสักนิดก็แล้วกัน...
ปฏิปทาให้เป็นคนอายุสั้น... เพราะเป็นคนนิสัยโหดเหี้ยมดุร้าย มักเบียดเบียนชีวิตสัตว์มาจากอดีต
ปฏิปทาให้มีอายุยืนยาว เป็นผู้เว้นจากการทำลายชีวิตสัตว์ มีความเอ็นดู อนุเคราะห์สรรพสัตว์ด้วยเมตตา
ปฏิปทาทำให้มีโรคภัยมาก เป็นผู้เบียดเบียนสัตว์ด้วยมือ ท่อนไม้ หรือศาสตราอาวุธต่าง ๆ
ปฏิปทาให้ผิวพรรณทราม เป็นผู้มักโกรธ มากด้วยความแค้นเคืองพยาบาท
ปฏิปทาให้ผิวพรรณงาม เป็นผู้ไม่มักโกรธ ไม่พยาบาทมาดร้าย มีความเมตตาในจิต
ปฏิปทาให้ศักดาน้อย เป็นผู้มีจิตใจริษยา มุ่งร้ายผูกใจอิจฉาริษยาในลาภยศสักการะ การไหว้บูชาของผู้อื่น
ปฏิปทาให้คนมีศักดามาก เป็นผู้ไม่มีใจริษยา ไม่มุ่งร้าย ยินดีในลาภสักการะและความเจริญของผู้อื่น
ปฏิปทาในการมีโภคะน้อย เป็นผู้ตระหนี่ถี่เหนียว ไม่บริจาคทานเครื่องนุ่งห่มและปัจจัยสำคัญแก่สมณะและชีพราหมณ์และผู้ด้อยกว่า
ปฏิปทาในการมีโภคะมาก เป็นผู้ชอบให้ทานสิ่งจำเป็นต่อสมณะและชีพราหมณ์ และผู้ต่ำต้อยกว่าเป็นประจำ
ปฏิปทาทำให้เกิดในตระกูลต่ำ เป็นผู้กระด้าง เย่อหยิ่ง ไม่กราบไหว้ผู้ที่ควรกราบไหว้ ไม่ลุกรับคนที่ควรลุกรับ ไม่ให้อาสนะแก่ผู้ควรให้
ปฏิปทาทำให้เกิดในตระกูลสูง เป็นผู้อ่อนน้อมถ่อมตน วจีไพเราะสงเคราะห์เอื้อเฟื้อ รู้จักกาลเทศะในการอยู่ร่วมบุคคลอื่น ด้วยความเคารพและบูชาผู้ควรเคารพบูชานั้น
ปฏิปทาทำให้มีปัญญาทราม เป็นผู้ไม่เคยเข้าไปหาบัณฑิต สมณะและชีพราหมณ์ เพื่อศึกษาว่าอะไรคือกุศล อะไรเป็นอกุศล อะไรควรเสพไม่ควรเสพ มีโทษไม่มีโทษ เป็นต้น
ปฏิปทาทำให้มากด้วยปัญญา เป็นผู้มักเข้าสอบถามบัณฑิต สมณะและชีพราหมณ์ในเหตุต่าง ๆ เมื่อกระทำลงไปแล้วย่อมมีประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสิ้นทุกข์ ดังนี้...
เอ้า…รู้แล้วเยี่ยงนั้นสาธุชนทั้งหลายควรพิจารณานำไปปฏิบัติเพื่อความไม่ประมาทเถิด... เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้แล...
สวัสดีครับ
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com