ชื่นชอบในผลงานของ ภ...
 
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

ชื่นชอบในผลงานของ ภูเตศวร,ทมยันตี อย่างมาก by ศิริขวัญ ศิรชัชชยธร

4 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
6 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#889]

ดิฉันรู้สึกชอบในผลงานของ ภูเตศวร,ทมยันตี อย่างมากเลย โดยเฉพาะ เรื่อง ร่าง ,มารโลเก,ไวษณี,สัญญาจาลาซา ไม่รู้ว่าท่านทั้ง สองคนได้ประสบเหตุการณ์ ต่างๆ ตามในนวนิยาย

ที่ท่านได้เขียนมาหรือเปล่า ดิฉันรู้สึกสนใจมาก กับผลงานท่านทั้ง สอง เพราะ บ้างเหตุการณ์ เหมือนตัวดิฉันเอง ได้เคยประสบมาบ้าง แต่ไม่มาก บางที ก็คิดว่าตัวเอง บ้าไป หรือเปล่า เผอิญ ดิฉัน เคยอ่านประวัติ ของ

คุนทมยันตีมาบ้าง ก็รู้บ้างนิดหน่อย ว่าท่านก็เคยประสบกับเหตุการณ์ตายแล้วฟื้นนะ ถ้าจำไม่ผิด หนังสือ ที่ท่านแต่งขึ้นมาทั้ง สองท่าน สอนได้ดีมาก ให้แง่คิดต่างๆ มากมาย ตอนนี้ดิฉันกำลังสะสมอยู่ ก็ขาดเรื่อง มุนี จิตา ฌาณ

จะพยายามหามาอ่าน ให้ได้ และนี่คือสิ่งที่สงสัยอย่างมาก ใคร่จะรู้ ขอคำแนะนำบ้างคะ สงสัยว่าท่านรู้เรื่องต่างๆได้มากมายเหลือเกินเหมือนท่านทั้งสองประสบพบเจอกันมาเอง อย่างเรื่อง ระลึกชาติ ก็ชอบอ่าน มากๆเลยคะ ไว้คราวหน้าจะเขียนมาคุยใหม่คะ

ดิฉันอายุเพิ่ง 31 คะ อยากรู้เรื่องอะไรอีกมากมายเลยคะ


3 ตอบกลับทั้งหมด
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

          ดิฉันชื่อ ศิริขวัญ ศิรชัชชยธร ชอบอ่านมากเลย เรื่อง ไวษณี และสัญญา จากลาซา ร่าง มารโลเก ไม่รู้ว่าท่านทั้งสองนำผล็อตเรื่องมาจากไหนกัน โดยเฉพาะ สัญญาจากลาซา ดิฉันก็พอทราบมาบ้างว่า ลาซา อยู่ในทิเบตนะคะถ้าจำไม่ผิด เพราะดิฉันไม่ค่อยจะรู้เรื่องสักเท่าไหร่ เป็นเรื่องของลามะรูปหนึ่งที่กลับชาติมาเกิดใหม่ ในรูปของเด็กชายตัวเล็กๆ แต่ยังจำสัญญาเดิม จากอดีตชาติ คงเพราะบุญเก่าเคยสะสมไว้มาก โดยการทดแทนคุณของผู้ที่เคยช่วยชีวิตจาก น้ำนะ ถ้าดิฉันจำไม่ผิด ถ้าผิดก็ขออภัยด้วยคะ เพื่อยึดชีวิตของท่านเพื่อ คนทั้งประเทศ ถือเป็นมหาบุญจริงๆ

          อย่างเรื่องไวษณี อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องของหญิงสาวที่มี พลังพิเศษ ในการช่วยเหลือมวลมนุษย์ สามารถหยั่งรู้ความเป็น ความตาย ของมนุษย์ เป็นลักษณะของร่างทรง ในลักษณะ เช่นนี้ดิฉันก็เคยพบเห็นทั่วไป เพราะดิฉันก็ชอบที่จะพิสูจน์ความจริง ดิฉันอยากรู้มากเลยคะว่า ภูเตศวร กับทมยันตี ท่านสามารถเขียนได้ละเอียดถี่ถ้วนขนาดนี้ จนดิฉัน อ่านและ นึกเห็นภาพไปด้วย เหมือนจริงมากๆ จนฉันนึกไปว่า ท่านทั้ง สอง คงต้องประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้มาแน่ๆ ดิฉันอยากทราบว่า สัญญา จากลาซา และ ไวษณี ซึ่ง เป็น นาม ของ พระแม่ อุมาเทวี ซึ่งดิฉัน เคารพมาก เป็นเรื่องที่อิง มาจาก เรื่องจริงหรือเปล่าคะ เพราะบางถ้อยคำ ที่ท่านบรรยาย มา เป็นหลักของ พุทธศาสนา อย่างการนั่งทำสมาธิ เช่น ตอนที่ เพื่อนเป็นมะเร็ง ที่ช่องท้อง ถ้าจำไม่ผิดนะคะ ในเรื่องก็สอน การทำสมาธิ หายใจเข้า ให้ถึงที่อก ไม่ให้ผ่านไปช่องท้อง แล้วก็หายใจออก ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ดิฉันเข้าใจนะคะว่า การหายใจเข้าไม่ให้ไปถึงท้อง น่าจะเป็นการทำให้เราไม่รู้สึกถึงการเจ็บปวดนะคะ ดิฉันก็ไม่ใช่คนเก่งทางเรื่องนี้หรอกคะ มีการสอนให้คนเราหัดพิจารณาสังขารตัวเอง โดยการนั่งมองผ่านกระจก จนทุกวันนี้ ดิฉันอยากประสบพบเจอ อยากรู้เหมือนท่านทั้งสอง

          ดิฉันเคยสูญเสียสามี เมือปี 2548 เดือนกันยายน ดิฉัน ก็ย่างเข้า 29 ปี ส่วน สามี 33 ก่อนหน้านั้นที่ดิฉันจะสูญเสีย เค้าไปอย่างไม่มีวันกลับนั้น ดิฉันอาศัยอยู่ที่ จังหวัดเชียงใหม่ สามีเปิดร้านสักตามร่างกาย 2547 เราตัดสินใจ ย้ายมาอยู่ ที่จังหวัดพิษณุโลก มาเปิดร้านอยู่ที่นั่น เดือนมิถุนายน 2547 จากนั้นมา ประมาณ 3-4 เดือน สามีดิฉัน ได้เล่าความฝัน ให้ฟังว่า เค้าเห็น ศพ ผู้ชายคนหนึ่ง ถูกฝังไว้หลังบ้าน หน้าตาเหมือนเค้ามาก แต่การแต่งตัว เหมือนคนสมัยก่อนมาก ดิฉันก็ไม่เอะใจ ก็บอกเค้าไปว่า ฝันว่าตัวเองตายนะ มันจะพ้นเคราะห์ หรอก ก็ลืมไป พักหนึ่ง จากนั้นเรื่อยมา ดิฉันก็ฝันไปว่า เดินไปบน หน้าผา ที่สูงมากๆมองลงมา เหมือนหุบเหว น่ากลัวมาก คือถ้าตกลงไปไม่รอดแน่ๆ แล้วดิฉันก็แหงนมอง ขึ้นไป เห็นเป็น รูปแกะสลักเป็นหิน ที่ใหญ่มหึมามากๆ ใหญ่จน ตัวเราแค่มดเองคะ แกะเป็นเหมือน พรหมสี่หน้า พอดิฉันเดินไปอีก ก็เห็นเป็นรูปปั้น เหมือนรูปหล่อ พระพุทธรูปนะคะ แต่เป็นผู้หญิง มีหลายมือมาก ลักษระเก่ามาก สูงตระหง่านเลยคะ ยืนอยู่ มือพนมไหว้ และมีข้างหลังอีก3-4 คู่คะ น่าจะสมัย ขอม หรือทราวดี อะไรประมาณนี้นะคะ พอเดินไปอีก ก็เจอกับถ้ำ ก็เดินเข้าไป เจอกับตาแก่ๆ คนหนึ่ง แก ไว้หนวด เครา อายุประมาณ 70 ขึ้น ผอม นุ่งผ้า สีน้ำตาล อ่อนๆ ยื่นชุดสีน้ำตาลให้ดิฉัน เหมือนกับท่านจะให้ดิฉันบวช แต่ทำไมชุดสีน้ำตาลดิฉันก็ไม่เข้าใจ ดิฉันบอก ตาแกว่า ยังไม่พร้อม ก็เลยตกใจตื่นขึ้นมา ก็เล่าให้เค้าฟัง เค้า แค่ความฝันเองอย่าคิดมาก จนวันหนึ่ง ปี 2548 ช่วงเข้าพรรษา เราก็กลับไป เชียงใหม่ ไป วัดพระพุทธบาทสี่รอย ถวายเทียนเข้าพรรษา เสร็จก็กลับมา ที่พิษณุโลก แล้วเค้า ก็ไป เกาหลีใต้ ช่วง นั้น เป็น เดือน กันยายน เช้ามักจะโทรศัพย์มาคุย บ่นว่า ปวดหัว ปวดตา บ่อยๆ ดิฉันก็บอกเค้าไปว่าไม่ไหวก็กลับมา นะอย่าฝืน จนวันที่ 4 ตุลาคม 2548 เค้ากลับมา ตลอดระยะเวลาที่คุยกัน เค้ายังมีสติ อยู่ แต่ เบลอมาก เค้ามาบอกฉันว่าให้หมอที่ เกาหลีใต้ ฝังเข็มที่หัว ดิฉันไม่รู้ ว่าเพราะเข็มหรือเปล่าทำให้เค้าเป็นอย่างนี้ ตอนไปรับที่สนามบิน ดอนเมือง ดิฉันตกใจมาก จากคนตัวดำ อ้วน กลับซูบผอม ซีด อีกต่างหาก แค่เดือนเดียวไม่น่าจะผอมลงได้ขนาดนี้ เบลอ พูดไม่รู้เรื่อง เลย มักจะพูด ว่า เค้าๆๆๆ เค้าๆๆๆ อยู่อย่างนั้น ตลอด หิวน้ำ ตลอด กินน้ำ หมดเป็นขวดๆๆ จนคืนนั้นต้องนำสงโรงพยาบาล ที่อยุธยา จนชักหมดสติไป เลย แล้วเค้าก็จากไปอย่างไม่มีวันกลับมา ดิฉันก็อยากทราบ และขอข้อคิดแนวทางจากท่านทั้งสองบ้าง นะคะ เผื่อจะแนะนำได้บ้าง ไว้คราวหน้าจะเขียนมาคุยอีกนะคะ

by ศิริขวัญ


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

แวะเข้ามาทักทายนะคะคุณศิริขวัญ เราก็อยู่เชียงใหม่คะ เคยไปเที่ยวที่วัดพระพุทธบาทสี่รอยด้วย ที่นั้นสวยนะคะ เสียอย่างเดียวทางขึ้นเขาชันและแคบไปนิดนะคะ เลยขับรถไปเองไม่ได้..แล้วเข้ามาคุยใหม่นะ

by วีณะชา


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

ช่วงนี้งานค่อนข้างมากเลยไม่ได้เข้ามาดู วันนี้มีโอกาสเลยรีบตอบคําถามของคุณศิริขวัญทันที ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณที่เป็นแฟนงานเขียนของเราครับ สําหรับเรื่องราวที่เล่ามาเป็นเรื่องรู้ได้เฉพาะตน บางอย่างเป็นวาสนา เป็นกรรมเก่าเกี่ยวเนื่องในอดีตชาติของแต่ละคน เรียกว่ากรรมลิขิต ขอแสดงความเสียใจในการสูญเสียคนอันเป็นที่รักของคุณด้วย แต่นั่นคือปัญญาธรรมที่สอนเราให้รู้ว่า ทุกประการในโลกล้วนเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ซึ่งเราต้องไม่ประมาทและพร้อมเผชิญหน้ากับความตายในทุกลมหายใจ

ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมและขอให้พบความสว่างแห่งปัญญาธรรมเพื่อความพ้นทุกข์นะครับ

by ภูเตศวร


ตอบ
แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com