
เรียนอาจารย์ภูเตศวรที่เคารพ
อยากรบกวนเวลาอาจารย์ช่วยชี้แนะในข้อสงสัยที่ยังไม่กระจ่าง โดยขอแยกคำถามออกเป็นข้อ ๆ ดังนี้
1. มโนกรรมจะมีวิบากกรรมหรือผลแห่งกรรมเป็นอย่างไร
2. จิตของคนเรานั้นจะทำงานตลอดเวลาใช่มั้ยค่ะ ถ้าเป็นเช่นนั้น การที่จิตของคนเรามีลักษณะของการเกิดดับอย่างรวดเร็วสืบเนื่องกันอยู่เสมอ การเกิดดับของจิตหรือวิญญาณในแต่ละขณะจิต ช่วงใดที่จิตไม่ได้ออกรับรู้อารมณ์ จะมีสภาพเป็นจิตที่หลับอยู่ ที่เรียกว่า "ภวังคจิต" ใช่หรือไม่ค่ะ แล้วช่วงที่จิตออกมารับรู้อารมณ์จะมีลักษณะเป็นเช่นไรค่ะ
3. สืบเนื่องจากข้อ 2 แสดงว่าจิตของเราไม่ใช่มีเพียงดวงเดียว ถ้าเช่นนั้นจิตของคนเรามีกี่ดวงค่ะ
ตอบคำถามข้อ1. พูดถึงกรรมมักจะนึกถึงไปในทางที่ไม่ดี ความจริงกรรมมีทั้งกรรมดีและกรรมไม่ดี มโนกรรมที่ไม่ดี เช่นอิจฉา ริษยา อาฆาตผู้อื่นทำให้ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ หาคนจริงใจด้วยก็ยาก ที่ครูบาอาจารย์ท่านย้ำถึงผลกรรมของผู้ที่จิตไม่ดีว่าชาติหน้าจะมีรูปร่างอัปลักษณ์ ปัญญาทราม เข้าทำนองรูปไม่สวยแล้วยังโง่อีกต่างหาก
----------------------
by ภูเตศวร
ตอบคำถามข้อ2. ธรรมชาติของจิตปุถุชน จะทำงานตลอดเวลาด้วยวิตกวิจาร ไปในกุศลธรรมและอกุศลธรรม ตามที่เรียกว่าสังขารหรือการปรุงแต่ง จิตของมนุษย์แบ่งออกเป็น วิถีจิตและภวังคจิต ซึ่งตรงกับทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า
concious จิตรู้สำนึก คือวิถีจิต
subconcious จิตใต้สำนึก และ unconcious จิตไร้สำนึก ตรงกับภวังคจิตในพุทธศาสนา
ยกตัวอย่างง่ายๆ วิถีจิตเปรียบเสมือน แขน ขาที่สามารถบังคับให้ทำตามความคิดของตนได้ ในขณะที่อวัยวะภายใน เช่นหัวใจ ตับ ต่อมไร้ท่อ จะทำงานด้วยภวังคจิตตลอดเวลาและเราไม่สามารถที่จะบังคับให้หยุดหรือทำได้ตามใจ
----------------------
by ภูเตศวร
ตอบคำถามข้อ3. ความจริงข้อนี้ไม่จำเป็นต้องตอบ เพราะในความหมายของคำว่า"ดับ" ของจิต คือวิถีจิตจะดับเมื่อเราตาย ชีวิตหลังความตายเป็นเรื่องของภวังคจิตที่บันทึก บาป บุญ คุณ โทษ เอาไว้ และจะเป็นปัจจัยส่งผลกับชีวิตในโลกหน้า เรื่องของจิต เรื่องของเจตสิก ตามหลักอภิธรรม แยกย่อยไปมากมาย ซึ่งต้องใช้เวลาในการอธิบายและไม่เห็นประโยชน์ในการนำมาปฏิบัติ เพื่อความพ้นทุกข์โดยแท้ จึงขออนุญาตไม่ตอบตรงนี้ ให้คอยอ่านในคอลัมน์ธรรมะ 5 นาที ในนิตยสารขวัญเรือน เพราะมีหน้ากระดาษพอต่อการอธิบาย (ต้องเห็นใจมือใหม่ ต้อง จิ้มดีด ทีละตัวด้วยครับ)
----------------------
by ภูเตศวร
อ้อ!ลืมไป กับภวังคจิตที่เรียกว่า subconcious และ unconcious การจะบังคับจิตใต้สำนึกและไร้สำนึกต้องอาศัย superconcious ที่เรียกว่า ฌาน และสมาบัติ ซึ่งได้จากการฝึกสมาธิ และนี่คือมรรคาที่แท้จริงของนักปฏิบัติ จนถึงท้ายที่สุดแห่งปัญญาวิมุติ เพื่อ"ดับ" กิเลส ตัณหา อุปาทาน อันเกิดจาก อวิชชา ในจิตวิญญาณของตนลงเท่านั้น เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้แล
----------------------
by ภูเตศวร
ไม่คาดคิดว่าจะได้รับคำตอบอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ต้องกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง แม้ว่าต้องอาศัยการจิ้มดีดก็ตาม
เผอิญได้เข้ามาอ่านคอลัมน์ในเว็บธรรมะ 5 นาที แล้วเกิดความสงสัยในข้อปฏิบัติ จึงโพสคำถามทิ้งไว้ ซึ่งก็ทำให้กระจ่างทางความคิดในบางประเด็นถึงแม้จะยังไม่ชัดเจนนัก โดยเฉพาะในเรื่องของจิต ที่เราไม่สามารถควบคุมให้เป็นไปตามอารมณ์ของเราที่อยากให้เป็นได้ วิธีเดียวที่จะทำได้คือการตามเฝ้าดูความเป็นไป ฉะนั้น การที่อาจารย์ภูเตศวรให้คำอธิบายเพิ่มเติมว่า การจะบังคับจิตใต้สำนึกและไร้สำนึกต้องอาศัย superconcious ที่เรียกว่า ฌาน และสมาบัติ ซึ่งได้จากการฝึกสมาธินั้น แสดงว่าปุถุชนคนธรรมดาอย่างเราๆ ท่าน ๆ โอกาสที่จะเข้าถึง superconcious คงเป็นเรื่องยากใช่มั้ยค่ะ
และถ้าหากจะสรุปตามความเข้าใจและตามการชี้แนะนี้ แสดงว่าพฤติกรรมต่างๆ ที่มนุษย์ แสดงออกมานั้น เกิดจากตัว จิตไร้สำนึกซึ่งเป็นตัวเก็บทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้ผ่านจากจิตสำนึกมา เป็นตัวเก็บประสบการณ์ต่างๆ ไว้ อย่างนี้ไม่ทราบว่าจะเข้าใจถูกต้องมั้ยค่ะ
กราบขอบพระคุณอีกครั้งที่มีเว็บธรรมะ 5 นาที ดี ๆ เช่นนี้ และจะรอติดตามอ่านในนิตยสารขวัญเรือนต่อไปค่ะ
----------------------
by ฐิติมา
การเข้าถึง superconcious จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย นอกจากฌานสมาบัติแล้ว ในพุทธศาสนาการเจริญสติอยู่ทุกเมื่อ และทำปัจจุบันให้ดีที่สุด จะเป็นการลดช่องว่างของกรรมะ ซึ่งฝังอยู่ในภวังคจิต ให้ส่งผลช้าและห่างไกลออกไป
ความจริงการกระทำของเรา ที่เรียกว่ากรรมจากอดีต ในทุกภพชาติ จะถูกบันทึกไว้ในภวังคจิต กรรมเหล่านี้จะแสดงผลกับเราในชาตินี้และชาติหน้าต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะสามารถบรรลุธรรมปัญญาแห่งการพ้นทุกข์ ดังนั้น ไม่ว่าลักษณะของร่างกายหรืออุปนิสัย ย่อมเป็นไปตามผลกรรมเหล่านั้นกำหนด ซึ่งคุณฐิติมาเข้าใจถูกต้องแล้ว แต่เราไม่ควรปล่อยให้เป็นไปตามภาวะกรรมทั้งหมด แต่ควรใช้สติแก้ไขโดยให้ปัจจุบันของตนอยู่ในศีล ดำเนินชีวิตอยู่ในมรรคอันมีองค์8 อยู่เป็นนิจ ความดีงามที่กระทำอยู่เสมอ จะกลายเป็นอาจิณกรรม จะเข้าแทนที่แลส่งผลเร็วทั้งชาตินี้และชาติหน้า
----------------------
by ภูเตศวร
ขอบคุณอาจารย์ภูเตศวรมากคะ คำตอบของอาจารย์สั้นและกระชับได้ใจความมากคะ ทำให้เริ่มเข้าใจมากขึ้น อย่างน้อยก็ทำให้เพิ่มปัญญาภายนอกขึ้นในระดับหนึ่งค่ะ
----------------------
by ฐิติมา
หวังว่าคำตอบที่ได้รับคงจะเป็นที่ถูกอกถูกใจคุณฐิติมาไม่มากก็น้อยนะคะ ซึ่งทุกคำถามและคำตอบทางเราจะรวบรวมไว้ในหัวข้อปุจฉา-วิสัชนา เพื่อจะได้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นต่อไปค่ะ
----------------------
by กอง บ.ก.
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com