
ขอความกรุณาตอบปัญหาให้ด้วยด่วนคะ เพราะไม่สบายใจนอนไม่ค่อยหลับกันหลายคน
สาเหตุมาจาก น้องสาว อายุ 27 ปี ขับรถไปชนต้นไม้ แล้วตายทันทีตอนนั้นเลย
(เช้าของวันพฤหัส ที่ 31/8/49 นี้เอง) น้องเขามาเข้าฝันหาญาติ บอกว่าให้ช่วยเขาด้วย
แล้วเขามาหาตัวดิฉันเองด้วย โดยที่โทรศัพท์มาปลุกตอน ตี 3 แล้วหลังจากนั้น
ได้ยินเสียงเคาะประตู 2 ครั้ง (ยังไม่ทันได้หลับ ดิฉันนอนกับพี่สาว และหลานสาว)
ดิฉันคิดว่าต้องเป็นเขาที่มา ใครจะคิดอย่างไรดิฉันไม่ทราบ แต่สงสารน้องเขาจังเลย
ทำอย่างไรดีค่ะ ที่จะช่วยเขาได้ เขาเป็นคนดีมาก ชอบช่วยเหลือ คน และสัตว์ เสมอ
ทำบุญก็บ่อย ทำไมต้องมาเสียชีวิตแบบกะทันหันเหลือเกิน ดิฉันทำใจไม่ได้ เพิ่งจะ
ได้ทำงาน อายุก็น้อย จะช่วยเขาอย่างไรดี
พวกเราจะทำใจได้มากน้อยแค่นั้นต้องทำอย่างไร ความเศร้าจากใจถึงค่อยบรรเทาคะ
แม่เขามีโรคประจำตัว ทำใจได้ช้าเขาจะลำบากด้วย กรุณาตอบด้วยนะคะ
ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง (ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครที่ไหนแล้ว)
พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า ถ้านับน้ำตาของสัตว์โลกที่เกิดจากปริเวทนาอาดูร เพราะความพลัดพรากจากอดีตถึงปัจจุบัน จำนวนน้ำในมหาสมุทรยังน้อยกว่ามาก นั่นเพราะพระองค์ทรงเล็งเห็นสัจจะแห่งมรณานุสสติ ถึงขนาดทรงตรัสถามพระอานนท์ว่า “ เธอรำลึกถึงความตายอย่างไร”
พระอานนท์ทูลว่า “หม่อมฉันรำลึกถึงความตายวันละเจ็ดครั้ง”
พระบรมศาสดาก็ตรัสตอบ “ ไม่พอหรอกอานนท์ เธอควรพิจารณาถึงความตายทุกลมหายใจ เข้า ออก”
เหตุผลคือ ทุกคนในโลกล้วนต้องตายเป็นหลักสัจจะ ที่สำคัญคือ ไม่มีใครรู้ว่า ตนจะตายวันไหน มีอายุสั้นยาวเท่าใด ฉะนั้น พระพุทธเจ้าจึงทรงเตือนเราชาวพุทธว่า ‘จงยังประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน ให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท’
กรณีน้องสาวของคุณ ลักษณะของการจากไป เรียกว่าถูกกรรมตัดรอน แม้จะเป็นคนดี ทำบุญมากพอควร แต่มนุษย์เรามีอดีตกรรมกำหนดปัจจุบัน และปัจจุบันกำหนดอนาคต อย่างที่เราเคยได้ยินพุทธพจน์ที่ว่า
กัมมุนา วัตตะตีโลโก แปลว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
ถึงตรงนี้ สิ่งที่คุณควรทำคือ พิจารณาให้ได้ว่า คนตายแล้วทำอย่างไรก็ไม่ฟื้น จะเศร้าโศกยังไงก็เปล่าประโยชน์ หากควรลุกขึ้นทำบุญแผ่กุศลให้เธอมากๆ พร้อมเอาอุทาหรณ์นั้นเตือนตนว่า “อย่าประมาทที่จะทำความดี ทำบุญทำทาน เพราะเราเองก็ไม่รู้จะต้องเดินทางจากโลกนี้ในวันไหน”
สิ่งที่คุณและครอบครัวประสบอยู่ขณะนี้ เป็นสิ่งที่มนุษย์โลกประสบมานานหลายกัปหลายกัลป์แล้วครับ นี่แหละสัจจะสำคัญที่ทำให้พระพุทธเจ้าทรงเห็นและทิ้งสิริราชสมบัติออกบวช เพื่อหาความพ้นทุกข์
คือการไม่เกิด ไม่เจ็บ ไม่ตาย ในพระนิพพาน ด้วยการขจัดอาสวกิเลส เพื่อไม่เวียนเกิดเวียนตายนั่นเอง
ร่ายมายาวเหยียด ท้ายสรุปก็ต้องขอสรุปอย่างสั้นๆว่า
“คุณต้องผ่านทุกข์ด้วยตัวเองให้ได้ด้วยสติ ทำบุญให้เยอะ ทำสมาธิให้บ่อย ทุกข์จะคลายจางได้เร็วขึ้น”
by ภูเตศวร
ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวคุณสุธัญญาด้วยนะคะ
สามารถอ่านบทความของธรรมะ 5 นาที ในรายละเอียด ได้ใน ธรรมะฝึกจิต หัวข้อ
มรณานุสติ http://www.dhamma5minutes.com/webboard.php?id=12&wpid=0017
กรรมเก่า...กรรมใหม่ http://www.dhamma5minutes.com/webboard.php?id=3&wpid=0017
เผชิญทุกข์..เพื่อก้าวผ่านทุกข์ http://www.dhamma5minutes.com/webboard.php?id=28&wpid=0017
by กองบรรณาธิการ
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com