ทำอย่างไรจึงเรียกว่...
 
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

ทำอย่างไรจึงเรียกว่า "เจริญเมตตา" by สรรชัย สาทไทย

2 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
3 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#861]

เรียนท่านอาจารย์แม้วที่เคารพ

           ผมเพิ่งจะได้ติดตามเวบไซด์นี้ เนื่องจากเผมเป็นคน lowtech ไม่ค่อยจะได้นั่งหน้าจอคอมพ์สักเท่าไหร่

           ผมมีเรื่องจะเรียนถามเกี่ยวกับการเจริญเมตตา ว่ามีวิธีปฏิบัติอย่างไร แล้วจริงหรือไม่ที่ว่าการเจริญเมตตาจะช่วยให้ความโกรธลดน้อยลง เนื่องจากผมเป็นคนโกรธง่าย หัวแข็ง ซึ่งก็เคยพยายามแล้วหลายครั้งโดยการใช้สติจับแต่ก็ยังไม่สามารถปรับปรุงตัวเองได้

           เป็นพระคุณอย่างยิ่งในการตอบครับ

by นายโกรธา


1 ตอบกลับ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

ตอบคุณสรรชัย

           ความจริงแล้ว โทสะ หรือ ความโกรธนั้น โบราณจารย์ท่านกล่าวไว้ว่า ยังแก้ไขได้ง่ายกว่า ความโลภ และความหลง ด้วยเวลาเกิดโทสะ เราจะรู้สึกตัวได้ง่ายกว่า

           การแก้โทสะ ที่ง่ายที่สุดก็คือ การตั้งสติ แล้วถามตัวเองว่า โกรธแล้วได้อะไร ไม่โกรธได้อะไร แม้คุณสรรชัย จะบอกว่า ได้พยายามแล้วหลายครั้งกับการตั้งสติ แต่ก็ยังไม่สามารถปรับปรุงตัวเองได้ คำว่าหลายครั้งของคุณสรรชัย ไม่ทราบว่าบ่อยแค่ไหน แต่ความจริง การตั้งสติต้องทำไปเรื่อยๆ ทำให้เป็นนิสัย ก็จะค่อยๆพัฒนาขึ้นเป็นลำดับ ต้องเข้าใจว่า คนเจ้าโทสะมักเป็นคนใจร้อน ทำอะไรก็อยากจะสำเร็จโดยเร็ว

           การเจริญเมตตา ที่คุณถามมานั้น ต้องเริ่มต้นที่ การใช้ปัญญาพิจารณา ความเป็นจริงของสัตว์โลกว่า ทุกชีวิตในโลก มีเหตุมีปัจจัยแห่งทุกข์ทั้งสิ้น มีเกิด มีแก่ มีเจ็บ มีตาย เป็นเรื่องอนิจจัง ต่อให้สัตว์โลกไม่เบียดเบียนกัน โรคาพยาธิทั้งหลายก็เบียดเบียนอยู่แล้ว เมื่อทุกคนมีทุกข์ เป็นสมบัติของตนอยู่แล้ว ใยเล่า สัตว์ทั้งหลายจึงต้องเบียดเบียนกันอีก ทำไมไม่อยู่ด้วยกันอย่างสันติสุข และรู้จักให้อภัยกัน นั่นคือหลักการพิจารณาเรื่องเมตตาเป็นอันดับแรก

           ประการที่สอง ให้มองดูมนุษย์ที่มีสถานะอ่อนด้อยกว่าเรา เช่น คนที่พิกลพิการ คนที่ลำบากยากแค้น ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อข้าวมายาไส้ คนที่เร่ร่อนระหกระเหิน ไร้ที่อยู่อาศัย หรือคนที่กำลังทุกขเวทนาอยู่ด้วยโรคร้าย รอความตายอยู่ในโรงพยาบาล นั่นคือความจริง ที่วันหนึ่งข้างหน้า ตัวเราก็มิอาจจะหลีกหนีสัจจะความจริงเช่นนี้ได้ เช่นกัน เมื่อยกเอาความจริงตรงนี้ขึ้นพิจารณาอยู่บ่อยๆ ก็จะเกิดธรรมสังเวชขึ้นในจิต เข้าใจถึงทุกข์ทั้งหลายทั้งสิ้นทั้งปวงของสัตว์โลกได้อย่างลึกซึ้ง จากสัจจะอันเป็นความจริงของโลกตรงนี้ จะทำให้จิตเกิดความเมตตาสงสาร และสามารถลดความโกรธ อันเป็นโทสะจริตลงได้ในที่สุด

           ขอเพิ่มเติมอีกนิด วิธีการลดความโกรธ ตามสูตรของหลวงพ่อโควินทะ แห่งวัดไผ่รื่นรมย์ จังหวัดนครปฐม ท่านแนะอุบาย ให้ตั้งสัจจะ เริ่มด้วยวันละ 2 ชั่วโมง ยกตัวอย่างเช่น จะไม่โกรธใคร ตั้งแต่ 9-11 นาฬิกา ทำให้ได้สักระยะหนึ่ง แล้วค่อยๆขยายเวลาออก ครั้งละหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็จะสามารถทำได้วันละหลายๆชั่วโมง ลองเอาไปปฏิบัติดู ได้ผลยังไงก็ช่วยแจ้งด้วยนะครับ

           by ภูเตศวร


ตอบ
แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com