การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

เจตสิกคืออะไร? by แต้ม

7 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
3 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#852]

บางครั้งจะอ่านเจอคำว่า "เจตสิก" แต่มักจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าใดนัก ขอความกรุณาอธิบายด้วยครับว่าหมายถึงอะไร


6 ตอบกลับทั้งหมด
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
 
หนูแต้มเอ๋ย จริงๆแล้ว ธรรมะ5นาที อาจารย์อยากเน้น ภูมิปัญญาธรรมแบบง่ายๆ  สามารถนำเอาไปปฎิบัติเพื่อความสุขในชีวิตปัจจุบันได้ทันที โดยไม่ต้องตีความอะไรมากมาย   ความรู้บางอย่างที่ไม่เอื้อประโยชน์ต่อการปฏิบัติโดยตรง  อาจารย์มักจะเลี่ยงอย่างที่หลวงปู่เสน  ปัญญาธโร  ท่านเคยกล่าวไว้  "บางอย่าง ที่รู้แล้วไม่เป็นประโยชน์ต่อการนำไปปฎิบัติสมาธิภาวนาโดยตรง ถ้าเราพูดไปก็จะเป็นแค่สัญญาสำหรับผู้ฟัง  เข้าทำนอง  ยิ่งรู้ ก็ยิ่งสงสัย  ยิ่งเอ๊ะในใจ ในเวลาปฏิบัติ  โดยเฉพาะนักปฏิบัติใหม่ๆ"
 
คำถามนี้ของน้องแต้ม เคยมีคนกระทู้เข้ามาแล้ว และอาจารย์ก็ให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องของพระอภิธรรม ที่ต้องตอบกันยืดยาวพอควร จึงขอยกไปตอบในคอลัมน์ธรรมะ5นาทีที่นิตยสารขวัญเรือนในโอกาสหน้าครับ 
----------------------------
by ภูเตศวร

ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

นั่งคิดไปคิดมา ก็เลยตัดสินใจลองขยับจิ้มดีดตอบคำถามของน้องแต้ม เพราะหวั่นใจว่าสมาชิกบางท่านจะมองว่าภูเตศวรเลี่ยงที่จะไม่ตอบ โดยเฉพาะคำถามเช่นนี้ยากเกินไปหรือเปล่า ก็เลยลองขยับให้เห็นเป็นรูปธรรมดังนี้ครับ

ความจริงเรื่องของจิตและสิ่งที่เนื่องด้วยจิต เราเรียกว่าเจตสิก ซึ่งในพระไตรปิฎกได้อธิบายเรื่องนี้ในหัวข้อ เรื่องจิตเกิด (จิตตุปปาทกัณฑ์) โดยแยกเป็น

จิตทั่วไป

1.จิตแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ กุศลผ่ายดี กุศลฝ่ายชั่ว อัพยากฤตคือกลางๆ

จิตฝ่ายกุศล

2.จิตที่เป็นกุศลหรือกุศลจิต แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ตามภูมิชั้นที่ต่ำและสูง คือ

ก) กามาวจร คือจิตที่ท่องเที่ยวไปในกาม ที่เป็นฝ่ายกุศล มี 8 ประการ (ไม่ขออธิบายละเอียด เพราะแค่นี้ก็แย่แล้ว)

ข) รูปาวจร คือจิตที่ท่องเที่ยวไปในรูปที่เป็นฝ่ายกุศล (หมายถึงจิตที่ได้รูปฌาน คือ ฌานที่เพ่งรูปเป็นอารมณ์) มี 5 ประการ (ขอไม่อธิบายโดยละเอียด เพราะกลัวต้องใช้เวลาอ่านนานเกินไป)

ค) อรูปาวจร คือ จิตที่ท่องเที่ยวไปในอรูปที่เป็นฝ่ายกุศล (หมายถึงจิตที่ได้อรูปฌาน คือฌานที่เพ่งนามหรือไม่มีรูปเป็นอารมณ์) มี 4 ประการ

ง) โลกุตตระ คือจิตที่พ้นจากโลก (ได้แก่จิตที่เป็นมรรค 4 ) มี 4

รวมจิตที่เป็นฝ่ายกุศล หรือฝ่ายดี 4 ประเภทใหญ่ แบ่งออกเป็น 21 ชนิด (ขอไม่อธิบายละเอียดนะครับ เพราะตั้ง 21 หัวข้อ)
----------------------------
by ภูเตศวร


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
 
เอ้าต่อกันใหม่
 
จิตฝ่ายอกุศล
 
3.  จิตที่เป็นอกุศล  หรือ  อกุศลจิต มีประเภทเดียว คือ กามาวจร  เป็นจิตที่ยังท่องเที่ยวอยู่ในกาม  สูงขึ้นไปกว่านั้นไม่มีอกุศล   จิตที่เป็นอกุศลนี้เป็นจิตที่ประกอบไปด้วยความโลภ 8  ความคิดประทุษร้ายหรือโทสะ2  ความหลงหรือโมหะ2  จึงรวมเป็น12 ชนิด  (เฮ้อ! ขออนุญาตไม่แจกแจงรายละเอียดอีกที)
 
จิตที่เป็นกลางๆ
 
4.  จิตที่เป็นอัพยากฤต   คือที่พระพุทธเจ้าไม่ตรัสพยากรณ์  หรือชี้ลงไปว่าเป็นกุศล หรืออกุศล  จึงหมายถึงจิตที่เป็นกลางๆ  ที่เรียกว่า  อัพยากตจิต  แบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ เหมือนกุศล  คือจิตที่เป็นกลางๆนี้ มีได้ทั้ง4ภูมิ เช่นเดียวกับกุศลจิต คือ
 
      ก)  กามาวจร  คือ จิตที่ท่องเที่ยวไปในกามที่เป็นกลางๆ  มี34ชนิด  แบ่งเป็น วิบากจิต(จิตที่เป็นผล)23  กิริยาจิต(จิตที่เป็นเพียงกิริยา)11
 
      ข)   รูปาวจร  คือจิตที่ท่องเที่ยวไปในรูปที่เป็นอัพยากฤต หรือเป็นกลางๆ มี 10 ชนิด  คือเป็นวิบากจิต5  กิริยาจิต5
 
     ค) อรูปาวจร  คือจิตที่ท่องเที่ยวไปในอรูปที่เป็นอัพยากฤต  หรือเป็นกลางๆ มี8ชนิด  คือเป็นวิบากจิต4   กิริยาจิต4
 
    ง)  โลกุตตระ  คือจิตที่พ้นจากโลก  เป็นอัพยากฤต หรือเป็นกลางๆ มี4 ชนิด คือเป็นวิบากจิต4
 
รวมทั้ง4 ประเภท คือกามาวจร34  รูปาวจร10  อรูปาวจร8  และโลกุตตระ4  จึงมีอัพยากตจิตทั้งสิ้น 56 ชนิด และเมื่อรวมกุศลจิต 21  อกุศลจิต 12  จึงเป็นจิต 89 ชนิด
 
อนึ่ง  มีข้อควรกล่าวไว้ด้วย  คือว่า  อัพยากต เขียนตามบาลี  อัพยากฤตเขียนตามสันสกฤต  มีความหมายอย่างเดียวกัน  และจิต 89 ชนิด  ถ้าจำแนกโดยพิสดารก็จะเป็น 121 ชนิด  แม้จิต89 หรือ 121 ชนิดก็ยังนับว่าย่อ  เพราะถ้าอ่านพระไตรปิฎกไปเรื่อยๆ  ก็จะเห็นพิสดารกว่านี้อีก
 
เห็นไหมล่ะแต้มเอ๋ย  ไอ้ที่ถามมา ขนาดตอบโดยย่อ  อาจารย์ก็แทบจะเป็นอาเจียนอยู่รอมร่อ  รู้แล้วหนูได้อะไรบ้างล่ะ มันช่วยทำให้นั่งสมาธิดีขึ้นไหม นี่ขนาดตัดออกไปแล้ว80% ยังยาวอย่างนี้แหละ  เฮ้อ! ขอเอวัง มันซะดื้อๆตรงนี้เลยนะ (นวดนิ้วก่อน เมื่อยเหลือเกิน)
----------------------------
by ภูเตศวร

ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
 
อาจารย์ค่ะ   กราบขอบพระคุณคะ  ที่กรุณาตอบคำถามของน้องแต้ม  อ่านแล้วก็รู้สึกมึนตึบไปเหมือนกัน  มีความรู้สึกว่าระยะแรกๆที่จะเริ่มปฏิบัติ  รู้แต่เพียงน้อยๆดีกว่า จะได้ไม่เกิดความลังเล และสงสัย  หมั่นภาวนาและหมั่นปฏิบัติ อย่างที่อาจารย์แนะนำน่าจะดีที่สุด   เพราะทุกอย่างเป็น สันทิฏฐิโก (เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตัวเอง) ! 
 
ขอขอบคุณน้องแต้มพร้อมกับรู้สึกชื่นชมและดีใจที่ ได้รู้จักญาติธรรมเพิ่มขึ้นนะค่ะ
----------------------------
by แจวเม๊

ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

ขอบคุณ อ.แม้ว มากครับที่กรุณาตอบคำถามนี้ พอได้อ่านแล้วก็รู้ว่าเรื่องนี้เป็นของยากอยู่โขเลยครับ อ่านแล้วก็มึนตึ๊บเหมือน "คุณแจวเม๊" เลยครับ
----------------------------
by แต้ม


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
 
ยินดีเช่นกันครับที่ได้พบกัลยาณมิตรเช่นคุณ "แจวเม๊" ครับ
----------------------------
by แต้ม

ตอบ
แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com